<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
xmlns:rawvoice="http://www.rawvoice.com/rawvoiceRssModule/"
>

<channel>
	<title>Siam Intelligence &#187; Practical Radio</title>
	<atom:link href="http://www.siamintelligence.com/category/practical-radio/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.siamintelligence.com</link>
	<description>Dare to Think</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 06:32:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
<!-- podcast_generator="Blubrry PowerPress/2.0.4" -->
	<itunes:summary>Dare to Think</itunes:summary>
	<itunes:author>Siam Intelligence</itunes:author>
	<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
	<itunes:image href="http://www.siamintelligence.com/wp-content/plugins/powerpress/itunes_default.jpg" />
	<itunes:subtitle>Dare to Think</itunes:subtitle>
	<image>
		<title>Siam Intelligence &#187; Practical Radio</title>
		<url>http://www.siamintelligence.com/wp-content/plugins/powerpress/rss_default.jpg</url>
		<link>http://www.siamintelligence.com/category/practical-radio/</link>
	</image>
		<item>
		<title>New Think ตอนที่ 27 สัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ &#8220;สัณห์ชัย โชติรสเศรณี&#8221;</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/sanchai-chotirosseranee/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/sanchai-chotirosseranee/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2011 08:06:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>big</dc:creator>
				<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Practical Radio]]></category>
		<category><![CDATA[new think]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตจริง]]></category>
		<category><![CDATA[นิยายน้ำเน่า]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[สัณห์ชัย โชติรสเศรณี]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสร้างสรรค์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=23267</guid>
		<description><![CDATA[สัณห์ชัย โชติรสเศรณี ผู้ประสานงานโครงการมูลนิธิหนังไทย ที่เชื่อมั่นว่าคุณค่าหลักของภาพยนตร์ คือ ความสนุกและบันเทิงเริงรมย์ แต่กระนั้น การยกระดับความรู้เพื่อเสพรับสาระและความลึกซึ้งเชิงศิลปะ ก็ยังเป็นอีกคุณค่าหนึ่งที่สำคัญยิ่ง ที่นอกจากจะช่วยยกระดับสติปัญญาของประชาชนไทยแล้ว ยังอาจนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในยุคสมัยที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์กำลังเป็นกระแสนิยมไปทั่วโลก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สัณห์ชัย โชติรสเศรณี ผู้ประสานงานโครงการมูลนิธิหนังไทย เพื่อสนับสนุนภาพยนตร์ไทยให้เติบโตอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-82" title="sanchai" src="http://transform.in.th/wp-content/uploads/2010/11/sanchai-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></p>
<p>โอกาสในการเสพรับภาพยนตร์ตั้งแต่วัยเยาว์ ได้ทำให้สัณห์ชัยตกหลุมรักในเสน่ห์ของภาพยนตร์ ประกอบกับการศึกษาเพิ่มเติมจากนิตยสารวิเคราะห์ภาพยนตร์ จึงทำให้สัณห์ชัยสามารถจัดระบบความรู้และค้นพบความฝันของตัวเอง</p>
<p>จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การตัดสินใจออกจากคณะที่สอบได้ เพื่อมาเข้าเรียนในสาขาที่เกี่ยวกับภาพยนตร์โดยตรง แต่หลังจากผ่านประสบการณ์ในการผลิตภาพยนตร์มาระดับหนึ่งแล้ว ก็ทำให้ตระหนักรู้ถึงเส้นทางที่แท้จริง นั่นคือ การวิจารณ์และบริหารจัดการภาพยนตร์</p>
<p>สัณห์ชัย ยังเชื่อมั่นว่าคุณค่าหลักของภาพยนตร์ คือ ความสนุกและบันเทิงเริงรมย์ แต่กระนั้น การยกระดับความรู้เพื่อเสพรับสาระและความลึกซึ้งเชิงศิลปะ ก็ยังเป็นอีกคุณค่าหนึ่งที่สำคัญยิ่ง ที่นอกจากจะช่วยยกระดับสติปัญญาของประชาชนไทยแล้ว ยังอาจนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในยุคสมัยที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์กำลังเป็นกระแสนิยมไปทั่วโลก</p>
<p><strong>บทถอดเทป</strong></p>
<p>สัณห์ชัย  โชติรสเศรณี</p>
<p>เมื่อชีวิตยังไม่ได้สั่ง คัท!!จงอย่าหยุดแสดง</p>
<p>ภาพแฟลชแบ็กภาพแรกที่ปรากฏบนจอแห่งความทรงจำ คือภาพเด็กที่เติบโตมาจากบ้านใกล้โรงภาพยนตร์ ความมหัศจรรย์ของโลกเซลลูลอยด์ทำให้กลายเป็นกิจกรรมประจำครอบครัวเด็กวัย 3 ขวบจากกาญจนบุรี กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เขาจำหน้าของสรพงศ์ ชาตรี และ จารุณี สุขสวัสดิ์ ได้ก่อนการท่องสูตรคูณเสียด้วยซ้ำ!!</p>
<p>“ในโรงหนังทุกๆ อย่างมันดูยิ่งใหญ่มาก ทุกๆสิ่งเหมือนเวทมนต์ ภาพของจารุณีกับคิวบู๊ล้างผลาญ นี่คือสิ่งที่เราไม่สามารถพบเจอได้ในชีวิตที่เป็นจริง ไม่เหมือนโทรทัศน์ที่ทุกอย่างถูกจำกัดอยู่ในกล่องสีเหลี่ยม&#8221; มดเอ๊กซ์ หรือ สัณห์ชัย ชายหนุ่มวัย 30 ต้นๆ ยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เราเข้าใจความแตกต่างระหว่างจอแก้วและจอเงิน</p>
<p>อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์แตกต่างจากละครโทรทัศน์ ก็คือเนื้อหาที่แตกต่างและสามารถตีความได้หลากหลายกว่า &#8220;พออายุเริ่มเข้าวัยรุ่นก็จะหันมาดูหนังต่างประเทศ เราจะเห็นความหลากหลาย ไม่ใช่วนเวียนเพียงแค่บ้านทรายทอง ดาวพระศุกร์ การชิงรักหักสวาทกัน ส่วนภาพยนตร์ไทยยุคนั้นก็จะมีบุญชูซึ่งถือว่าแปลกใหม่ เพราะไม่ได้ถูกสร้างมาจากนิยาย&#8221;</p>
<p>หลังจากโชคชะตาพัดพาให้เข้ามาศึกษาต่อยังโรงเรียนเทพศิรินทร์ในกรุงเทพฯ ทำให้ทุกครั้งระหว่างนั่งรถทัวร์กลับบ้านสัณห์ชัยเลือกที่จะอ่านหนังสือหนัง เช่น สตาร์พิกส์ เอ็นเตอร์เทน ทำให้ค่อยๆซึมซับไปโดยไม่รู้ตัวและกลายเป็นประหนึ่งคัมภีร์นอกตำราเรียนของเขา &#8220;ตอนนั้นเริ่มรู้ตัวแล้วว่าชอบทางด้านนี้ แต่เป็นคนเรียนเก่งทำให้หลายๆคนเชียร์ว่าน่าจะไปลองเรียนในคณะที่มีคะแนนสูง ก็เลยลองสอบเทียบดูแต่พอไปเรียนแล้วรู้สึกมันไม่ใช่&#8221; มดเอ๊กซ์ หยุดคิดก่อนจะเล่าต่อ &#8220;เราก็ลาเลยลาออกเพื่อมาเรียนตามสิ่งที่เราชอบ ก็จึงได้เข้ามาอยู่ในคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&#8221; ถ้าหากเป็นภาพยนตร์ ฉากนี้คงเสมือนฉากที่พระเอกได้พบกับนางเอกครั้งแรกและเริ่มทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการ</p>
<p>“จุดเปลี่ยน&#8221; ในขณะนั้นถือว่าค่อนข้างสำคัญกับชีวิต การเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นเป็นเสมือนคำตอบว่าบางครั้งมนุษย์เราก็ควรทำในสิ่งที่ตัวเองรัก &#8220;ตอนนั้นไม่คิดเลยว่ามีความเสี่ยงอะไร ใจเราอยากจะทำหนัง เราไม่ได้สนใจว่าจบมาแล้วจะได้ทำหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่เรามองย้อนไปก็คือเด็กไทยส่วนใหญ่ มีความผูกพันกับครอบครัวมาก ซึ่งในบางครั้งมันก็มีผลเสียที่เราไม่กล้าตัดสินใจอะไรเอง เรามักจะเลือกทางเดินที่ค่อนข้างปลอดภัยตามสิ่งที่ครอบครัวแนะนำ มันจะมีกรอบความคิดว่าคนเรียนเก่งต้องเป็นแพทย์ มันทำให้หลายๆคนไม่กล้าทำตามความฝันของตัวเอง&#8221;</p>
<p>“เราเชื่อว่าความอิสระเกิดจากตัวเรา เพราะเราเป็นคนเลือก เราค่อนข้างโชคดีเพราะว่าที่บ้านมีพี่น้องสี่คนแต่ละคนก็เป็นในสิ่งที่พ่อแม่อยากให้เป็น เราเลยคิดว่าถ้าลองทำอะไรที่ท้าทายแหวกกรอบดูบ้าง ถ้าพลาดไปก็คงไม่มีอะไรเสียหาย&#8221; นั่นเป็นแค่ก้าวแรกของ&#8221;พรหมลิขิต&#8221;ระหว่างเขากับหนัง</p>
<p>แต่ทุกอย่างไม่ได้เรียบร้อยและแฮปปี้เอนดิ้งเหมือนในหนังไทยสูตรสำเร็จ &#8220;พอเข้ามาเราก็ได้ทำหนังในแบบที่เราอยากทำ แต่ตอนเรียนจบเราได้เข้าไปทำงานในกองถ่ายหนัง จึงค้นพบว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้เป็นคนอยากทำหนัง แต่เราชอบดูหนัง การไปทำงานกองถ่ายทำให้เราไม่ได้ไปดูหนังใหม่ๆ&#8221; บทเรียนครั้งนี้สอนให้เขารู้ว่าการที่เราจะเลือกชีวิตของตัวเอง สิ่งที่สำคัญก็คือเราต้องค้นหาให้เจอว่าสิ่งใดที่เราชอบและทำได้ดีที่สุด สิ่งนั้นคือ&#8221;ต้นทุนทางสังคม&#8221;ที่เราจะเลือกใช้ประโยชน์</p>
<p>สัณห์ชัยเล่าถึงชีวิตหลังจากช่วงนั้น &#8220;เรามาค้นพบว่าเราชอบงานเทศกาลภาพยนตร์ เราติดตามข่าวทุกเวทีทั้งภายในและต่างประเทศ จากการเข้าไปฝึกงานในช่วงปี4 สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของเทศกาลหนังก็คือเราจะได้ดูหนังที่หลากหลาย แต่งานแรกที่ได้ทำจริงจังก็คือการร่วมจัดเวิร์กช็อปนักศึกปริญญาเอกจากต่างประเทศที่มูลนิธิหนังไทย&#8221;สิ่งนั้นคือสิ่งที่สัณห์ชัยแสวงหา เขาเลือกต่อยอดโดยการไปศึกษาต่อด้านภาพยนตร์ศึกษาที่ต่างประเทศก่อนที่จะกลับมาเป็นอาจารย์พิเศษ และเข้ามาทำงานเต็มตัวกับมูลนิธิหนังไทยในที่สุด</p>
<p>บทบาทของมูลนิธิหนังไทยคือการส่งเสริมโอกาสให้กับผู้สร้างภาพยนตร์หน้าใหม่ได้มีโอกาสผลิตผลงานและผู้ชมก็มีโอกาสได้เข้าถึงภาพยนตร์ที่หลากหลายมากขึ้น เช่นโครงการประกวดหนังสั้นที่จัดต่อเนื่องมาทุกๆปีและสัณห์ชัยก็เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันมาโดยตลอด</p>
<p>เคล็ดลับของหนังที่ดีในทัศนะของสัณห์ชัยนั้นก็คือ บทต้องมีความพัฒนาต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่การพัฒนาด้านการสื่ออารมณ์ &#8220;อย่างเรื่องจำเลยรัก จะสร้างกี่รอบก็ยังคงเป็นโครงเรื่องเดิม เพียงแต่อาจจะมีพัฒนาให้นางเอกกล้าขัดขืนพระเอกมากขึ้น เราต้องการเนื้อเรื่องใหม่ที่กล้าพูดประเด็นที่ทันสมัยและกว้างมากขึ้น ให้มุมมองใหม่ๆกับผู้ชม&#8221;</p>
<p>เมื่อถามว่าเราจะเปลี่ยนแปลงวงจรของวงการบันเทิงในประเทศไทยได้อย่างไร เขาเสนอมุมมองแบบการต่อรองเชิงอำนาจที่น่าสนใจ &#8220;ผมว่าคนดูคือตัวแปรสำคัญ สมมุติถ้าหนังเรื่องหนึ่งสร้างวนไปวนมา เราเลือกที่จะไม่ดู ก็จะทำให้ผู้สร้างเริ่มทบทวนและอยากปรับปรุงแก้ไขว่าทำอย่างไรให้คนดูสนใจ &#8221;</p>
<p>กับคำถามยอดนิยมว่าเราจะบริหารระหว่างศิลปะกับพาณิชย์ได้อย่างไร เขาให้มุมที่น่าสนใจว่า &#8220;ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าผู้สร้างเขาก็ต้องกำไร ผู้กำกับก็ต้องการให้หนังออกมาดี นักแสดงก็ต้องแสดงให้สมบทบาท หากมองแบบเศรษฐศาสตร์มันก็คือการประสานผลประโยชน์ร่วมกัน&#8221;</p>
<p>&#8220;สิ่งที่กำลังเป็นประเด็นก็คือการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy หัวใจมันอยู่ที่การบริหารจัดการผู้มีความสามารถ ไม่มีผู้กำกับคนไหนลอยลงมาจากฟ้า ยกตัวอย่างพี่เจ้ย อภิชาติพงศ์ที่ได้รับรางวัลจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ มันมาจากองค์ประกอบที่ดี ช่างภาพสามารถถ่ายทอดในสิ่งที่พี่เจ้ยอยากให้เห็น นักแสดงสื่ออารมณ์ได้เข้าถึงบทบาท นี่คือสิ่งสำคัญ&#8221; Talent Management ที่กำลังเป็นที่นิยมในวงการ Human Capitalคือสิ่งที่เขาเลือกที่อธิบายของการประสบความสำเร็จระดับโลก</p>
<p>ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะมีผู้สร้างเพียงฝ่ายเดียว สิ่งที่สำคัญก็คือต้องมีคนดู“หนังเป็นอุตสาหกรรมที่แพง สิ่งที่เราต้องการก็คือการปลูกฝังจิตสำนึกของคนดูที่เปิดใจรับความหลากหลาย อย่างหนังพี่เจ้ยเขาไม่ได้มองเพียงแค่คนดูชาวไทย เขาสามารถทำให้คนทั้งโลกอยากชมหนังของเขาได้ ทั้งสองสิ่งต้องพึ่งพากันคนสร้างก็ต้องสร้างหนังแบบไม่ดูถูกคนดูเนื้อหาวนไปวนมา และขาดความละเอียดอ่อน เพราะก่อนที่เราจะโกอินเตอร์เราก็ต้องเป็นที่ยอมรับของคนดูในประเทศก่อน&#8221;</p>
<p>ย้อนกลับมาที่ปัจจุบันสิ่งที่เขาอยากเห็นในสังคมก็คือ &#8220;ผมอยากเห็นคนไทยเปิดโอกาสให้กับตัวเองในการเสพศิลปะมากขึ้นและหลากหลายขึ้น โดยภาครัฐรวมถึงผู้ผลิตก็จะต้องมีความพร้อมในการส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึง อย่างตอนนี้พยายามจะส่งเสริม creative economy ก็อยากให้ทำอย่างจริงจัง เช่นสมมุติถ้าต้องไปดูบัลเลต์ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและการแสดงจบตอนเที่ยงคืนจะกลับบ้านได้อย่างไร มีมาตรการใดรองรับหรือไม่         สื่อกระแสหลักก็ควรมีส่วนในการส่งเสริมศิลปะทางเลือกเช่นการประชาสัมพันธ์ สิ่งเหล่านี้จะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้วงการศิลปะประเทศเราแข็งแรง ไม่ใช่เพียงแค่ฉาบฉวย&#8221;</p>
<p>หากชีวิตของสัณห์ชัยเป็นเหมือนบทภาพยนตร์ คงเป็นบทที่เราได้เห็นตั้งแต่ จุดเริ่มต้น ปมของตัวละคร การพัฒนาของตัวละคร จุดเปลี่ยนที่สำคัญ ทางเลือกของตัวละคร จนสุดท้ายเมื่อคุณได้อ่านจนจบถึงบรรทัดนี้ ก็คาดว่าบทภาพยนตร์เรื่องนี้จะให้ข้อคิดและสะท้อนมุมมองให้กับ คนที่ไม่หยุดฝันและไม่หยุดทำ ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อตัวเองแต่เป็นเพื่อวงการศิลปะของประเทศไทยด้วย</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/sanchai-chotirosseranee/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
<enclosure url="http://media.blubrry.com/practicalradio/transform.in.th/wp-content/media/podcast/new-think-03_Sanchai.mp3" length="40301777" type="audio/mpeg" />
			<itunes:keywords>new think,ชีวิตจริง,นิยายน้ำเน่า,ภาพยนตร์,สัณห์ชัย โชติรสเศรณี,เศรษฐกิจสร้างสรรค์</itunes:keywords>
		<itunes:subtitle>สัณห์ชัย โชติรสเศรณี ผู้ประสานงานโครงการมูลนิธิหนังไทย ที่เชื่อมั่นว่าคุณค่าหลักของภาพยนตร์ คือ ความสนุกและบันเทิงเริงรมย์ แต่กระนั้น การยกระดับความรู้เพื่อเสพรับสาระและความลึกซึ้งเชิงศิลปะ ก็ยังเป็นอีกคุณค่าหนึ่งที่สำคัญยิ่ง ที่นอกจากจะช่วยยกระดับสติป...</itunes:subtitle>
		<itunes:summary>สัณห์ชัย โชติรสเศรณี ผู้ประสานงานโครงการมูลนิธิหนังไทย ที่เชื่อมั่นว่าคุณค่าหลักของภาพยนตร์ คือ ความสนุกและบันเทิงเริงรมย์ แต่กระนั้น การยกระดับความรู้เพื่อเสพรับสาระและความลึกซึ้งเชิงศิลปะ ก็ยังเป็นอีกคุณค่าหนึ่งที่สำคัญยิ่ง ที่นอกจากจะช่วยยกระดับสติปัญญาของประชาชนไทยแล้ว ยังอาจนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในยุคสมัยที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์กำลังเป็นกระแสนิยมไปทั่วโลก</itunes:summary>
		<itunes:author>Siam Intelligence</itunes:author>
		<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
		<itunes:duration>1:23:58</itunes:duration>
	</item>
		<item>
		<title>New Think ตอนที่ 26 สัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ &#8220;ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์&#8221;</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/punarj-chairatana/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/punarj-chairatana/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Dec 2011 04:58:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>big</dc:creator>
				<category><![CDATA[Practical Radio]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[new think]]></category>
		<category><![CDATA[scenario]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุ์อาจ ชัยรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=23124</guid>
		<description><![CDATA[ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้บริหารบริษัท โนวิสเคป คอนซัลติ้ง จำกัด ที่เน้นหนักด้านการศึกษาอนาคตศาสตร์ (Scenario Planning) และการพัฒนากระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation Methodology) โดยเฉพาะในเชิงสังคม ที่ยังถูกละเลยจากบริษัทส่วนใหญ่ในประเทศไทย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้บริหารบริษัท โนวิสเคป คอนซัลติ้ง จำกัด ที่เน้นหนักด้านการศึกษาอนาคตศาสตร์ (Scenario Planning) และการพัฒนากระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation Methodology) โดยเฉพาะในเชิงสังคม ที่ยังถูกละเลยจากบริษัทส่วนใหญ่ในประเทศไทย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://transform.in.th/wp-content/uploads/2011/03/punarj.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-428" title="punarj" src="http://transform.in.th/wp-content/uploads/2011/03/punarj.jpg" alt="" width="493" height="370" /></a></p>
<p>&#8220;นวัตกรรม&#8221; ไม่ได้เป็นเรื่องที่ลี้ลับซับซ้อน หากแต่เป็นความชาญฉลาดของมนุษย์ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ศตวรรษที่ 21 โลกได้เปลี่ยนผ่านจากความขาดแคลนด้านเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิต ไปสู่การโหยหานวัตกรรมด้านบริการที่ตอบสนองความพึงพอใจส่วนลึกในจิตใจแห่งความเป็นมนุษย์ ดังนั้น กระบวนการพัฒนานวัตกรรมจึงแยกไม่ออกจากความเข้าใจในบริบทที่ลึกซึ้งของยุคสมัย เข้าใจว่าอะไรเป็นปัญหาหรือโจทย์สำคัญของสังคมในห้วงเวลานั้น</p>
<p>ประเทศไทยไม่ได้ยากไร้องค์ความรู้อย่างที่เข้าใจกัน หากทว่างานวิจัยจำนวนมากยังขาดแคลนนักตกแต่งเนื้อหา (Content Designer) ที่จะทำให้เนื้อหาทางวิชาการซึ่งเข้มข้นจริงจังได้รับการสื่อสารออกมาในรูปแบบที่เรียบง่าย สวยงาม และดึงดูดใจ เพียงพอที่คนส่วนใหญ่ในสังคมจะเปิดใจรับและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน</p>
<p>กลยุทธ์ในการทำให้ &#8220;ความรู้&#8221; ที่หลากหลายได้แพร่กระจายไปสู่สังคมในวงกว้าง จึงไม่ใช่การเฝ้ารอคอยสื่อมวลชนและชนชั้นนำมาช่วยเหลือ เพราะแต่ละกลุ่มคนย่อมมีผลประโยชน์ที่แตกต่าง หากแต่ต้องเริ่มต้นจากตัวเราและคนรอบข้างในการพัฒนาศิลปะแห่งการส่งต่อเนื้อหา (The art of Diffusion and Dissertation) ที่จะช่วยทำให้ความสว่างทางปัญญาฉายแสงกว้างออกไปทั่วทั้งสังคมไทย<br />
<strong><br />
บทถอดเทป</strong></p>
<p>ดร.พันธุ์อาจ  ชัยรัตน์</p>
<p>Be Here Now, Look into the future. </p>
<p>	หากจะให้เล่าไล่วุฒิการศึกษาของชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าคนนี้  “ดร.แพ็ก&#8221; หรือดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ อาจจะต้องใช้เนื้อที่เกือบครึ่งย่อหน้า  ผลงานของเขาที่ได้ทำนโยบายให้กับรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ ทั้งภายในและนอกประเทศเพราะเขาเชื่อในการ &#8220;มองไปยังอนาคต&#8221;</p>
<p>	“ตอนนี้องค์กรเราให้บริการหลักๆ2 เรื่องคือ การให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรม และด้านอนาคตศึกษา เราทำด้านวิจัยและวางแนวทาง ซึ่งเป็นธุรกิจที่ใหม่สำหรับประเทศไทย ส่วนใหญ่เราจะรู้จักแค่บริษัทให้คำปรึกษาด้านภาษีหรือธุรกิจเท่านั้น&#8221; ดร.แพ็ก ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารบริษัท โนวิสเคป คอนซัลติ้ง จำกัด เขาบอกว่าในต่างประเทศองค์กรแบบนี้เป็นที่แพร่หลายเป็นอย่างมาก</p>
<p>	ดร.แพ็กไขข้อข้องใจว่าทำไมเราต้องให้ความสำคัญกับการมองไปในอนาคต “ในต่างประเทศเขาจะให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับด้านนี้ องค์กรที่ต้องการเป็นผู้นำจะต้องการคำปรึกษาจากผู้ที่สามารถทำนายอนาคตได้ เพราะตอนนี้เรื่องของการแข่งขันค่อนข้างสูง ดังนั้นเราต้องมีการเปิดโลกทัศน์ให้กับคนในประเทศนั้นเพื่อที่จะรู้เท่าทันกับโลกที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่เพียงแต่เปิดประเทศให้นักลงทุนต่างชาติมาขุดทรัพยากรเราไปใช้&#8221;</p>
<p>	&#8216;นวัตกรรม&#8217;ดูเหมือนจะเป็นคำที่เราได้ยินบ่อยในช่วงการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยในฐานะคนที่คลุกคลีกับสิ่งเหล่านี้เขามีความเห็นว่า “นวัตกรรม คือสิ่งที่ทำให้มนุษยไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง มันคือผลลัพธ์ของการคิดค้นของมนุษย์ในปัจจุบันนวัตกรรมมันก้าวไกลไปกว่าเทคโนโลยีแล้ว นวัตกรรมยุคใหม่อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ได้จับต้องได้แล้ว เช่น การสื่อสารระหว่างบุคคล ซึ่งเราต้องมาทั้งคุณค่าและมูลค่าเราต้องมองควบคู่กันไป&#8221;</p>
<p>	“การปรับตัวทางเศรษฐกิจไทยไม่ได้ด้อยลง ภาคเอกชนไม่ได้แย่ ภาครัฐอาจมีการผันแปรบ้าง บางทีเราสับสนเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจที่ซ้อนทับกันอยู่ สิ่งที่มีปัญหาจริงๆก็คือการศึกษาไทยที่ต้องมีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ยกตัวอย่างง่ายๆเราอาจจะเห็นเด็กไทยสื่อสารภาษาอังกฤษได้แต่เข้าใจจริงๆหรือไม่ หรือเรื่องของระบบอุดมศึกษาของเราที่ไม่ได้ผลิตนักคิดมีแต่นักเลียนแบบ ปล่อยให้มีการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์และมีด็อกเตอร์ห้องแถวเดินกันเกลื่อนเมือง และสิ่งสำคัญคือเรื่องของภาคอาชีวะที่ควรจะเน้นกลับไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร&#8221; เขาตีแสกหน้าวงการการศึกษาไทยที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในการปฏิรูปประเทศไทยอย่างตรงไปตรงมา</p>
<p>	ข้อเสนอแนะของเขาต่อระบบการศึกษาไทยก็คือ &#8220;จริงๆประเทศเราก็มีการศึกษาวิจัยค่อนข้างมาก แต่ปัญหาคือเราจะสื่อสารงานวิจัยอย่างไรให้กับคนส่วนใหญ่ของประเทศได้เข้าใจ เราต้องสร้างการกระจายองค์ความรู้เพื่อให้สังคมมีทางเลือกที่หลากหลายต้องมีการสื่อสารที่ดีและเป็นพลวัตร  ซึ่งเราพยายามทำตรงนี้มากขึ้นสมัยก่อนผมทำวิจัยงานส่วนใหญ่ก็ถูกจำกัดอยู่ภายในรั้ว เราต้องผนวกคนที่มีทักษะในการออกแบบข้อมูลให้สามารถสื่อสารไปยังกลุ่มต่างๆได้ไม่ใช่ว่าจะเป็นงานวิจัยเล่มหนาๆเสมอไป&#8221;</p>
<p>	“ผมไม่เชื่อเรื่องผลวิจัยที่คนไทยอ่านหนังสือแค่ 8 บรรทัด จริงๆเรามีช่องทางในการหาความรู้มากกว่าการอ่านหนังสือ ความรู้จากประสบการณ์ ชาวบ้านเขาอาจจะเรียนรู้จากท้องถิ่นและผืนแผ่นดินเขา อย่างที่เรามานั่งคุยแลกเปลี่ยนกันก็จะเกิดความรู้ใหม่ๆ เพราะสังคมไทยเรามีความหลากหลายและแตกต่างทางชนชั้นนี่คือเอกลักษณ์ของประเทศเรา อย่างที่ผมเคยไปอยู่ในสแกนดิเนเวียที่นั่นเขาจะมีฐานคิดอีกแบบคือทุกคนมีคววามเท่าเทียมและเป็นแบบเดียวกัน ใครขาดเหลือรัฐบาลจะเป็นผู้ชดเชยให้&#8221; ดังนั้นอย่าจำกัดความรู้เพียงคำว่า&#8217;หนังสือ&#8217;</p>
<p>	เขากล่าวว่าแนวทางการศึกษาของโนวิสเคปคือการค้นหา &#8216;อุปสรรค&#8217; และ &#8216;โอกาส&#8217;  “เราจะศึกษาผ่านการเปรียบเทียบ งานส่วนใหญ่ของเราจะทำในระดับภูมิภาค สิ่งที่เราได้ก็คือเราได้เห็นบริบทของประเทศเราได้ชัดเจน รวมไปถึงการเทียบเคียงกับระดับอาเซียน เราต้องให้ความสำคัญเพราะมันเริ่มเด่นชัดมากขึ้นในช่วง5ปีที่ผ่านมา อย่างตอนนี้ทางด้านสังคมเราให้ความสำคัญกับด้านอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ส่วนด้านของเทคโนโลยียุคต่อจากนี้จะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีสีเขียวอย่างแท้จริง&#8221;</p>
<p>	ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยปัจจุบัน ดร.แพ็กเสนอเรื่องของการจัดการอัตลักษณ์ว่าน่าจะ เป็นสิ่งที่จะแก้ปัญหาวิกฤตของสังคมไทยในตอนนี้ได้ &#8220;ปัญหาของประเทศไทยตอนนี้คือเรากำลังสับสนระหว่างคำว่า&#8217;อัตลักษณ์&#8217; กับ&#8217;เอกลักษณ์&#8217; เราพยายามจะกลมกลืนให้ทุกๆคนในชาติมีความคิดแบบบเดียวซึ่งมันไม่ใช่ แท้จริงแล้วอัตลักษณ์ต้องมีพลวัตรของมัน เช่นสิ่งที่เข้ามาใหม่ๆเราก็จะเรียนรู้ในการปรับตัว ไม่ใช่ว่าคุณจะบอกว่าห้ามทำให้สิ่งที่มีอยู่นั้นเสื่อมไป นี่เป็นประเทศประชาธิปไตยประชาชนมีสิทธิในการเลือกสรรอัตลักษณ์ได้&#8221;</p>
<p>	การที่ไม่เชื่อในความหลากหลายและความเท่าเทียมกันของคนแต่ละคนดูเหมือนจะเป็นตัวผลักดันที่ทำให้เรามายืนอยู่บนเส้นลวดที่อยู่บนปากเหวแห่งวิกฤตในครั้งนี้ &#8220;ปัญหาก็คือเราไปดูถูกความเห็นของประชาชน เช่น การที่มีนักวิชาการมาบอกว่าคนบางกลุ่มในประเทศยังไม่พร้อมที่จะปกครองตัวเองต้องค่อยๆให้ความรู้แล้วถึงจะให้อำนาจเขาในการตัดสินใจ ผมถามว่าคุณเอามาตรฐานอะไรมาตัดสิน ทั้งที่ประชาธิปไตยแท้จริงคือหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง หรือเพราะเพียงว่าผู้ที่พูดเป็นบุคคลที่เป็นที่นับหน้าถือตาทางสังคมจะมาทำให้ทุกคนฟังแบบนี้มันไม่ถูกต้อง&#8221;</p>
<p>	ดูเหมือนว่า เราจะต้อง &#8220;วาดอนาคต&#8221;ของประเทศไทยที่เราอยากเห็นหลังจากยุคเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้ตั้งแต่วันนี้แล้ว!!</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/punarj-chairatana/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
<enclosure url="http://media.blubrry.com/practicalradio/transform.in.th/wp-content/media/podcast/new-think-30_punarj.mp3" length="16135366" type="audio/mpeg" />
			<itunes:keywords>new think,scenario,ความรู้,ที่ปรึกษา,นวัตกรรม,พันธุ์อาจ ชัยรัตน์,อนาคต</itunes:keywords>
		<itunes:subtitle>ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้บริหารบริษัท โนวิสเคป คอนซัลติ้ง จำกัด ที่เน้นหนักด้านการศึกษาอนาคตศาสตร์ (Scenario Planning) และการพัฒนากระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation Methodology) โดยเฉพาะในเชิงสังคม ที่ยังถูกละเลยจากบริษัทส่วนใหญ่ในประเทศไทย</itunes:subtitle>
		<itunes:summary>ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้บริหารบริษัท โนวิสเคป คอนซัลติ้ง จำกัด ที่เน้นหนักด้านการศึกษาอนาคตศาสตร์ (Scenario Planning) และการพัฒนากระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation Methodology) โดยเฉพาะในเชิงสังคม ที่ยังถูกละเลยจากบริษัทส่วนใหญ่ในประเทศไทย</itunes:summary>
		<itunes:author>Siam Intelligence</itunes:author>
		<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
		<itunes:duration>33:37</itunes:duration>
	</item>
		<item>
		<title>New Think ตอนที่ 25 สัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ &#8220;ภัทรนันท์ ลิ้มอุดมพร&#8221;</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/patranun-limudomporn/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/patranun-limudomporn/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Nov 2011 04:23:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>big</dc:creator>
				<category><![CDATA[Practical Radio]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[new think]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[โพสต์โมเดิร์น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=23020</guid>
		<description><![CDATA[ภัทรนันท์ ลิ้มอุดมพร นิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชี่ยวชาญในการทลายกรอบของสาขาวิชาความรู้ เพื่อปลดปล่อยมนุษย์ให้สัมผัสกับความจริงที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องอำนาจไปจนถึงการเย็บปักถักร้อย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ภัทรนันท์ ลิ้มอุดมพร นิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชี่ยวชาญในการทลายกรอบของสาขาวิชาความรู้ เพื่อปลดปล่อยมนุษย์ให้สัมผัสกับความจริงที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องอำนาจไปจนถึงการเย็บปักถักร้อย</p>
<p><img src="http://transform.in.th/wp-content/uploads/2011/02/Pac-300x225.jpg" alt="" title="Pac" width="300" height="225" class="aligncenter size-medium wp-image-302" /></p>
<p>&#8220;การเมือง&#8221; ในเมืองไทยเต็มไปด้วยความลุ่มหลงยึดติดในมุมเดียวอย่างแข็งเกร็ง (Rigid Idea) จึงถูกชักจูงโดยแกนนำให้ทุกคนต้องใส่ใจเฉพาะการโค่นล้มรัฐบาล หากทว่าลืมเลือนไปแม้แต่เรื่องเล็กน้อยอย่างการแปรงฟันและความเจ็บไข้ได้ป่วยก็เป็นเรื่องของอำนาจ และเป็นสิ่งที่ต้องศึกษาเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงในเรื่องชาติบ้านเมือง</p>
<p>โพสต์โมเดิร์น (Post Modern) อาจเป็นแนวคิดที่อ่อนด้อยในเรื่องการต่อสู้เพื่อพลิกคว่ำรัฐบาล หากทว่ากลับมีจุดแข็งที่การกระตุกสังคมไทยที่กำลังเต็มไปด้วยอคติและรังเกียจความแตกต่างได้เรียกสติและปัญญากลับคืนมา ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ คนทั่วไปที่สนใจการเมือง แต่เบื่อหน่ายกับความวุ่นวาย จะได้มีเครื่องมือพิสดารในการเจาะทะลวงการเมืองที่คร่ำเครียดให้กลายเป็นสายลมชุ่มฉ่ำแห่งการเรียนรู้ เพื่อการตระหนักว่า &#8220;การเมือง คือ เรื่องราวในชีวิตประจำวัน ที่เต็มไปด้วยอำนาจในการหลอกล่อให้ทำสิ่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า&#8221;</p>
<p><strong><br />
บทถอดเทป</strong></p>
<p>ภัทรนันท์  ลิ้มอุดมพร<br />
Post Modernismกับ &#8216;คำถาม&#8217; เพื่อตั้งคำถาม?</p>
<p>	ท่าทางที่ดูสุขุมทำให้ &#8220;แพ็ก&#8221; ภัทรนันท์ ลิ้มอุดมพร นิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดูเติบโตกว่าวัยของเขา หลายๆคนอาจจะเคยผ่านตาจากบทความของเขา อาจารย์หลายๆคนบอกเขาว่าเด็กหนุ่มคนนี้น่าจับตามอง นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราชวนคุณไปคุยกับเขา</p>
<p>	“ที่ผมเป็นแบบนี้เพราะว่าผมป็นคนรักการอ่าน อ่านไปเรื่อยๆอาจารย์หลายๆคนแซวว่าผมเป็นเด็กรัฐศาสตร์ที่อ่านหนังสือมากที่สุด เวลาอ่านผมอยากให้คุณอ่านหนังสือเล่มเดิมๆหลายๆครั้งคุณจะได้เห็นมุมมองที่หลากหลาย อนาคตผมอยากเป็นอาจารย์เพราะจะได้อ่านหนังสือมากๆ เพื่อที่จะได้เผยแพร่ความรู้ต่อไป ผมว่าหลายๆครั้งเราสนใจเฉพาะในสิ่งที่เราเรียน เช่น เราเรียนรัฐศาสตร์เราก็สนใจเฉพาะของเรา ไม่รู้ว่าด้านสุขภาพเขาคิดอย่างไร หรือการตลาดเขาคิดอย่างไร สิ่งเหล่านี้ต้องมีการเชื่อมโยงและเปิดกว้างให้มากขึ้น สมมุติเราหันมามองในมุมธุรกิจเราก็จะเรียนรู้ในเรื่องของการบริหารความเสี่ยง ซึ่งข้อนี้เราอาจจะนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆได้&#8221; แพ็ก เริ่มด้วยการแนะนำเคล็ดลับในการพัฒนาตัวเองให้เราฟังและเล่าถึงอนาคตของเขาให้ฟัง</p>
<p>	เป็นธรรมเนียมที่เวลาพบกับคนรุ่นใหม่ที่รักการอ่าน เราจึงอยากจะให้เขาช่วยแนะนำหนังสือสักเล่ม &#8220;ผมชอบ มิเชล ฟูโกต์ นักคิดชาวยุคหลังสมัยใหม่ ชาวฝรั่งเศส โดยเฉพาะเรื่อง &#8216;ความมั่นคง เขตแดน และประชากร&#8217; หนังสือเล่มนี้ได้เปิดมิติใหม่ในการนิยามคำว่า &#8216;รัฐ&#8217; ได้น่าสนใจ คำอธิบายของฟูโกต์ในเล่มนี้ทำให้เราเห็นภาพชัดเจน หลายๆครั้งเราไม่เคยให้ความสนใจว่าทำไมเราต้องสำรวจสถิติประชากร หรือสถิติข้อมูลผู้ป่วย แต่จริงแล้วตัวเลขพวกนี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้อย่างไร? หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณเข้าใจ&#8221;</p>
<p>	“ตอนเด็กผมชอบอ่านหนังสือพิมพ์ นั่งดูข่าว และเริ่มมาอ่านหนังสือจริงจังหลังจากไปเจอหนังสือสังคมวิทยาเล่มหนึ่ง หลังจากนั้นทำให้เราหยุดอ่านไม่ได้ เวลาหลายๆคนไปเรียนเราชอบอ่านหนังสือเพียงแค่ที่อาจารย์แนะนำ หรือบางทีไม่อ่านด้วยซ้ำ ผมว่าแบบนั้นมันไม่พอ ส่วนมากผมจะชอบอ่านหนังสือที่อยู่นอกรายการที่อาจารย์แนะนำให้อ่าน เพื่อจะได้สามารถถกเถียงกับเขาได้&#8221; เขาพยายามจะดีไซน์รูปแบบการเรียนรู้ในแบบฉบับของเขาซึ่งค่อนจะแหวกแนวไปจากมาตรฐานปรกติ</p>
<p>	หลายๆคนบอกว่าภัทรนันท์นั้นเป็น &#8220;โพส โมเดิร์น&#8221; อะไรคือโพสต์โมเดิร์น? แล้วสังคมไทยจะได้อะไรกับการเป็น &#8216;หลังสมัยใหม่&#8217; “สำหรับในประเทศไทยคำๆนี้อาจจะดูฮือฮาหรือว่าไม่ แต่ในต่างประเทศเขาก้าวไปสู่ยุคหลังของหลังสมัยใหม่แล้ว สำหรับหลายๆคนอาจจวิจารณ์ว่ามันปฏิบัติจริงได้ยาก เข้าใจยาก และเลื่อนลอย ไร้สภาวะ แต่มันทำให้เรามองหลายๆเรื่องได้มุมที่ลึกกว่าเดิม มันทำให้เรากล้าตั้งคำถามที่ท้าทายกับตัวเอง หลายๆครั้งก็ทำให้เราฉุกคิด เราจะเห็นได้ว่านักวิชาการหลายๆคนใช้แนวคิดในการถกเถียงกับทฤษฎีบทเพื่อให้ได้ทางเลือกใหม่ๆ นี่คือสิ่งที่สังคมไทยน่าจะนำมาใช้&#8221;</p>
<p>	การนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในการ &#8220;เปลี่ยนผ่านประเทศไทย&#8221; ได้อย่างไร? “เรามาศึกษาตรงนี้อย่างในหนังสือของมิเชล ฟูโกต์ มันจะทำให้เรารู้ว่าการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด แม้แต่การแปรงฟันยังเป็นเรื่องการเมืองเลย? ผมพูดจริงๆ เราเอามุมมองใหม่ๆเข้ามาวิเคราะห์ปัญหา มันจะทำให้เราเห็นว่าการเมืองนั้นมีอยู่ทุกๆที่ ไม่ใช่แค่เรื่องภาพรวมว่าต้องมีการประท้วง ทำให้เราหันกลับมามองสิ่งเล็กๆใกล้ตัว&#8221;</p>
<p>	“น่าสนใจว่าจริงๆแล้วการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่ประเทศไทยกลับไม่ถูกทำให้รู้สึกอย่างนั้น ในประเทศเราไม่มีหนังสือที่เกี่ยวกับการเมืองที่เป็นเรื่องใกล้ตัวเลย ถ้าเปรียบเวลาเราไปเดินร้านหนังสือต่างประเทศเราจะเห็นว่ามีจำนวนมาก เช่น การเมืองเรื่องของน้ำมัน หรือแม้กระทั่งไวน์กับการเมือง จริงๆในต่างประเทศรัฐบาลเขาสนับสนุนในการแปลหนังสือเหล่านี้ แต่ประเทศมีการสนับสนุนหรือเปล่า? อันนี้ต้องย้อนกลับไปถามรัฐบาลที่ผ่านๆมาดู&#8221; แพ็กกล่าวสะท้อนอย่างน่าเศร้า เมื่อการเมืองในประเทศไทยถูกจำกัดอาณาเขตเพียงแค่ภาพใหญ่ของสังคม</p>
<p>	แพ็กลองยกตัวอย่างการเมืองที่มันใกล้ตัวที่ชัดเจน &#8220;สิ่งที่ทำให้ความคิดโพสต์โมเดิร์นโดดเด่นก็คือ การตั้งคำถามและการพยายามค้นหาคำตอบ เช่น เวลามีคนบอกทำไมเราต้องแปรงฟัน? หลายๆคนก็ตอบว่าเพราะแพทย์เป็นคนบอก แต่เราเคยตั้งคำถามไหมครับว่าแพทย์ทำไมต้องบอกอย่างนั้น? ซึ่งในวิธีคิดแบบนี้มันก็จะอธิบาย เช่นการนำเอาสถิติมาว่ารัฐบาลจะต้องใช้เงินอุดหนุนเท่าไหร่เวลามีประชาชนป่วยจากโรคทางช่องปาก ดังนั้นถ้าเขาต้องการเอางบประมาณส่วนนี้ไปทำอย่างอื่น เขาจึงต้องรณรงค์ให้ทุกคนแปรงฟัน&#8221;เมื่อเขาพูดจบคาดว่าหลายๆคนคงเอามือสำรวจในช่องปากตัวเองว่าแท้จริงแล้วฟันของเรานั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของเราเพียงคนเดียวหรือเปล่า?</p>
<p>	เราท้าทายให้เขาตั้งคำถามกับสังคมไทย และฝากคำถามกับผู้มีส่วนในการกำหนดอนาคตของประเทศไทย&#8221;เวลาเราตั้งคำถามเราต้องดูคำนิยาม เพราะบางทีสิ่งที่เราพูดคำเดียวกันเช่น &#8216;สมานฉันท์&#8217;ในความหมายของแต่ละคนยังไม่เหมือนกันเลยครับ เราต้องทำความเข้าใจระหว่าง &#8216;โลกจริง&#8217; กับ &#8216;อุดมคติ&#8217; ให้ได้ก่อน อย่างตอนนี้คณะกรรมการปฏิรูปฯที่ตั้งขึ้นมาตอนนี้บางทีก็เสนอออกมาอย่างเยอะเกินไป ผมอยากให้เขามองมุมกว้างๆหลายๆด้าน เช่น เราต้องคำถามว่าทำไมเราเป็นประเทศที่มีพื้นที่เกษตรจำนวนมาก แต่ประเทศไทยถึงมีคนที่อดตายอยู่&#8221;</p>
<p>	สิ่งสุดท้ายที่เขาอยากฝากให้คนรุ่นใหม่ก็คือการเลือมองในหลากหลายมิติ &#8220;เราอยากให้มองเรื่องความซับซ้อนของเหตุและผลมากขึ้น เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่แค่จากจุดA ไปที่จุดB แต่เรามองให้รอบด้านมากขึ้น เหมือนเวลาเราดูเพชรเราควรจะดูหลายๆเหลี่ยม เพื่อที่จะสะท้อนอะไรได้รอบด้าน&#8221;</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/patranun-limudomporn/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
<enclosure url="http://media.blubrry.com/practicalradio/transform.in.th/wp-content/media/podcast/new-think-19_patranun.MP3" length="16067016" type="audio/mpeg" />
			<itunes:keywords>new think,การเมือง,นักศึกษา,หนังสือ,แพทย์,โพสต์โมเดิร์น</itunes:keywords>
		<itunes:subtitle>ภัทรนันท์ ลิ้มอุดมพร นิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชี่ยวชาญในการทลายกรอบของสาขาวิชาความรู้ เพื่อปลดปล่อยมนุษย์ให้สัมผัสกับความจริงที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องอำนาจไปจนถึงการเย็บปักถักร้อย</itunes:subtitle>
		<itunes:summary>ภัทรนันท์ ลิ้มอุดมพร นิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชี่ยวชาญในการทลายกรอบของสาขาวิชาความรู้ เพื่อปลดปล่อยมนุษย์ให้สัมผัสกับความจริงที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องอำนาจไปจนถึงการเย็บปักถักร้อย</itunes:summary>
		<itunes:author>Siam Intelligence</itunes:author>
		<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
		<itunes:duration>33:28</itunes:duration>
	</item>
		<item>
		<title>New Think ตอนที่ 24 สัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ &#8220;ชาติชาย เพ็งพวง&#8221;</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/chartchai-pengpoung/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/chartchai-pengpoung/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Nov 2011 05:58:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>big</dc:creator>
				<category><![CDATA[Practical Radio]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[new think]]></category>
		<category><![CDATA[การค้า]]></category>
		<category><![CDATA[คนเก่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติชาย เพ็งพวง]]></category>
		<category><![CDATA[ตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[อียิปต์]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=22942</guid>
		<description><![CDATA[ชาติชาย เพ็งพวง นักศึกษาไทยในอียิปต์ ปรารถนาจะเห็นสังคมไทยมีองค์ความรู้ที่ "เปิดกว้าง" ในการเรียนรู้วิถีชีวิตและความคิดของโลกอาหรับ  โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้คนไทยที่มีความเชี่ยวชาญและเคยไปใช้ชีวิตในประเทศอาหรับ ได้มีพื้นที่ในการแสดงออกทางความคิด เพื่อนำไปสู่การสังเคราะห์องค์ความรู้และกำหนดกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศไทย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ชาติชาย เพ็งพวง นักศึกษาไทยในอียิปต์ ปรารถนาจะเห็นสังคมไทยมีองค์ความรู้ที่ &#8220;เปิดกว้าง&#8221; ในการเรียนรู้วิถีชีวิตและความคิดของโลกอาหรับ  โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้คนไทยที่มีความเชี่ยวชาญและเคยไปใช้ชีวิตในประเทศอาหรับ ได้มีพื้นที่ในการแสดงออกทางความคิด เพื่อนำไปสู่การสังเคราะห์องค์ความรู้และกำหนดกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศไทย</p>
<p><a href="http://transform.in.th/wp-content/uploads/2011/06/chatchai.jpg"><img src="http://transform.in.th/wp-content/uploads/2011/06/chatchai-300x225.jpg" alt="" title="chatchai" width="300" height="225" class="aligncenter size-medium wp-image-598" /></a></p>
<p>ประเทศจีน เป็นตัวอย่างที่ดีของการศึกษาเรียนรู้สังคมอาหรับเพื่อการต่อยอดทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่การเรียนรู้มารยาทในการพบปะทักทาย การส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้ภาษาอาหรับ การบุกตลาดรากหญ้าแบบเคาะประตูขายเพื่อต่อยอดไปสู่การค้าขายในตลาดระดับบน</p>
<p>ประเทศไทยมีคนเก่งและคนดีมากมาย หากทว่าไม่มีโอกาสในการใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ จึงเป็นโอกาสสุดท้ายของชนชั้นนำไทย (Thai Elite) ในการระดมคนเก่งคนดีในหลากหลายสาขาที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ให้มาช่วยกันสร้างเครือข่ายความรู้และการปฏิบัติการเพื่อนำพาประเทศไทยออกจากห้วงมหาวิกฤตนี้</p>
<p><strong>บทถอดเทป</strong></p>
<p>ชาติชาย  เพ็งพวง</p>
<p>จากลุ่มน้ำไนล์ ฮวงโห สู่เจ้าพระยา การเชื่อมร้อยมหานทีที่ชื่อว่า &#8220;โลก&#8221;</p>
<p>	ชาติชาย  เพ็งพวง หนุ่มมุสลิมผู้สนใจวิชาความรู้ศาสนาอิสลามจนเดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศอียิปต์ เขาได้ศึกษาด้านศาสนามาตั้งแต่สมัยมัธยม โดยการเอาหลักศาสนาและวิถีแห่งความเป็นมุสลิมมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต บนพื้นฐานที่เชื่อว่าศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี</p>
<p>	“เมื่อระดับมัธยมปลาย ผมได้รับการเรียนการสอนจากอาจารย์หลายคนที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจเพราะพวกเขาเหล่านั้นนำประสบการณ์ในการไปศึกษาต่อยังอียิปต์มาถ่ายทอดให้กับเรา เพราะที่นั่นเขาค่อนข้างจะเปิดกว้างทางความคิดไม่กะเกณฑ์ว่านักศึกษาควรเป็นอย่างไร นี่คือความน่าสนใจของระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาอียิปต์&#8221; ชาติชาย เปรียบเทียบให้เห็นชัดในขณะที่นักเรียนไทยขะมักเขม้นในการแข่งขันสอบเข้ามหาวิทยาลัย นักศึกษาของอียิปต์เริ่มออกเดินทางค้นหาความหมายของชีวิต</p>
<p>	ชาติชาย ขอแบ่งปันประสบการณ์และคำแนะนำดีๆจากแดนไอยคุปต์ถึงประเทศไทยว่า “สิ่งที่ผมอยากจะนำประยุกต์ใช้กับประเทศไทย ก็คือเรื่องของการแลกเปลี่ยนข่าวสารคนอียิปต์จะเปิดใจให้กับคนแปลกหน้าและกล้าที่จะสื่อสารซึ่งกันและกัน อีกสิ่งหนึ่งที่สังคมไทยเริ่มลดน้อยถอยลงแต่ชาวอียิปต์ยังคงมีให้เสมอนั่นคือน้ำใจไมตรี เวลาเขาเกิดเรื่องอะไรเขามักจะสามารถไกล่เกลี่ยกันได้ ทั้งที่เขาไม่เคยนำเสนอตัวเองว่าเป็นประเทศเมืองยิ้ม&#8221;</p>
<p>	ในเชิงเศรษฐกิจระดับโลกนั้น เขามองว่าประเทศไทยควรจะให้ความสัมพันธ์กับอียิปต์มากกว่านี้ เพราะอียิปต์จะเป็นสปริงบอร์ดให้ไทยสามารถเชื่อมมหาอำนาจโลกได้ &#8220;ปัจจุบันชาติที่เป็นคู่ค้าใหญ่ที่สุดของอียิปต์คือจีน และรัสเซีย เราต้องไม่ลืมว่าอียิปต์เป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติมาก เช่น น้ำมัน หรือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวก็ถือว่าได้รับความนิยมไม่น้อย ถ้าหากเราสามารถเข้าถึงกับประเทศอียิปต์ได้จะเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญของธุรกิจไทย&#8221;</p>
<p>	เมื่อฟังดูแล้วน่าสนใจเช่นนี้ หลายๆคนคงจะมีคำถามว่าเราจะเริ่มเปิดฉากทางธุรกิจกับคนอียิปต์ได้อย่างไร? “อียิปต์เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมและธรรมเนียมปฏิบัติที่เก่าแก่ อย่างประเทศจีนเขามองการณ์ไกลที่คิดว่าถ้าหากจะติดต่อกับประเทศเช่นนี้จะต้องมีการเตรียมความพร้อม เขาจึงส่งคนไปเรียนตั้งแต่เด็กๆไปศึกษาภาษา วัฒนธรรมและประเพณี  จีนเป็นชาติที่ฉลาดพอเขาเข้าถึงลูกค้าเขามีสินค้าทุกระดับ ทุกราคาให้กับผู้บริโภคได้เลือกนี่คือสิ่งที่ชาติที่มีอารยธรรมเก่าแก่เขากระทำต่อกัน&#8221;</p>
<p>	ชาติชายเห็นว่าการศึกษาจะทำให้เรามีทัศนคติและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น &#8220;ทัศนคติที่ดีเป็นเรื่องสำคัญหากคุณจะไปติดต่อกับใครแล้วมีความไม่เชื่อมั่นระหว่างกันโอกาสที่จะล้มเหลวมีสูง บางคนคิดว่าพวกที่ไปศึกษาต่อยังโลกอิสลามต้องเป็นผู้ก่อการร้ายเท่านั้น ซึ่งเป็นทัศนคติที่ผิดมากๆ เราจะต้องเปิดกว้างไม่มีประเทศไหนที่เป็นเจ้าโลกอย่างเบ็ดเสร็จเราต้องเรียนรู้ความหลากหลาย&#8221; โดยความรู้ที่ดีต้องมีสองอย่างคือทั้งในระบบและมาจากประสบการณ์ชีวิต ซึ่งต้องมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน</p>
<p>	&#8220;จริงๆคนไทยมีคนมีฝีมือหลายคน แต่ปัญหาคือเราสามารถจัดสรรทรัพยากรบุคคลให้สามารถทำงานได้อย่างเชื่อมโยง เราเอาแต่ไปมองแง่ลบของแต่ละคนเพื่อที่จะจ้องจับผิดกัน แทนที่จะสร้างเครือข่ายความรู้และดึงศักยภาพที่ทำให้เราพัฒนา ปัญหาหนึ่งก็เพราะเรามีชนชั้นกั้นอยู่ ใครบอกว่าประเทศนี้ไม่มีชนชั้นผมขอเถียงมันมีเส้นบางๆที่ทำให้คนแต่ละกลุ่มไม่ยอมพูดจากัน แทนที่เราจะก้าวข้ามเส้นนั้นแล้วจับมือกันเพื่อผลักดันประเทศไปด้วยกัน&#8221; เขาสะท้อนปัญหาที่เรากำลังเผชิญในทุกวันนี้ในช่วงเปลี่ยนผ่านของสังคมอุดมชนชั้นอย่างประเทศไทยได้เป็นอย่างดี</p>
<p>	เมื่อทุกๆปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ แล้วทางออกของปัญหาดังกล่าวคืออะไร? “เราอย่าเพิ่งไปตัดสินกันและกันก่อนจะดีที่สุด ควรจะรู้จักการให้โอกาสคนให้เขาได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงก่อน ยกตัวอย่างงานช่างฝีมือจริงๆแล้วช่างฝีมือไทยนี่เก่งระดับโลก แต่เวลาไปแข่งขันและพลาดพลั้งเพราะเราไปประมาทคู่แข่งว่าคนเหล่านั้นเรียนจบมาไม่ตรงสาย จะมีความสามารถสู้ต้นตำรับได้อย่างไร อย่างหลายๆคนปรามาสผมว่าคุณเรียนด้านศาสนาคุณจะไปรู้ด้านธุรกิจได้อย่างไร แต่เขาอาจจะไม่รู้ว่าผมอาจจะเคยเห็นโลกธุรกิจมามากกว่าเขาด้วยซ้ำ แทนที่คุณที่เก่งด้านการค้าจะมาจับมือกับผมเพื่อที่จะบุกตลาดโลกอาหรับไปด้วยกัน โอกาสแบบนี้ก็เสียไป&#8221;</p>
<p>	หากความหลากหลายเป็นเหมือนสายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นลุ่มแม่น้ำไนล์ ลุ่มแม่น้ำฮวงโห หรือลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สุดท้ายก็ไหลไปบรรจบกันในมหาสมุทรแห่งเดียวกัน &#8220;มหาสมุทรแห่งโลก&#8221; ทุกๆชื่อที่ตั้งล้วนเป็นชื่อสมมุติทั้งสิ้นแท้จริงแล้วเราล้วนดำรงอยู่บนความหลากหลาย</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/chartchai-pengpoung/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://media.blubrry.com/practicalradio/transform.in.th/wp-content/media/podcast/new-think-41_chatchai.mp3" length="16450056" type="audio/mpeg" />
			<itunes:keywords>new think,การค้า,คนเก่ง,ชาติชาย เพ็งพวง,ตะวันออกกลาง,อียิปต์,โอกาส</itunes:keywords>
		<itunes:subtitle>ชาติชาย เพ็งพวง นักศึกษาไทยในอียิปต์ ปรารถนาจะเห็นสังคมไทยมีองค์ความรู้ที่ &quot;เปิดกว้าง&quot; ในการเรียนรู้วิถีชีวิตและความคิดของโลกอาหรับ  โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้คนไทยที่มีความเชี่ยวชาญและเคยไปใช้ชีวิตในประเทศอาหรับ ได้มีพื้นที่ในการแสดงออกทางความคิด เพื่อนำ...</itunes:subtitle>
		<itunes:summary>ชาติชาย เพ็งพวง นักศึกษาไทยในอียิปต์ ปรารถนาจะเห็นสังคมไทยมีองค์ความรู้ที่ &quot;เปิดกว้าง&quot; ในการเรียนรู้วิถีชีวิตและความคิดของโลกอาหรับ  โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้คนไทยที่มีความเชี่ยวชาญและเคยไปใช้ชีวิตในประเทศอาหรับ ได้มีพื้นที่ในการแสดงออกทางความคิด เพื่อนำไปสู่การสังเคราะห์องค์ความรู้และกำหนดกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศไทย</itunes:summary>
		<itunes:author>Siam Intelligence</itunes:author>
		<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
		<itunes:duration>34:16</itunes:duration>
	</item>
		<item>
		<title>New Think ตอนที่ 23 สัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ &#8220;วิสาข์ สอตระกูล&#8221;</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/visa-sortrakul/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/visa-sortrakul/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Oct 2011 11:01:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>big</dc:creator>
				<category><![CDATA[Creative Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Practical Radio]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[new think]]></category>
		<category><![CDATA[TCDC]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=22603</guid>
		<description><![CDATA[วิสาข์ สอตระกูล บรรณาธิการเว็บไซด์ www.tcdcconnect.com จุดเชื่อมต่อระหว่างศิลปิน สถาปนิก ช่างฝีมือ นักออกแบบ นักธุรกิจ และนักคิดสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการผลิตและพัฒนาความสร้างสรรค์ ที่ต่อยอดไปสู่สินค้า บริการ และชีวิตที่ดีกว่าของคนไทย ในยุคที่อุตสาหกรรมแรงงานราคาถูกเดินทางมาถึงจุดเหี่ยวเฉาโรยรา]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วิสาข์ สอตระกูล บรรณาธิการเว็บไซด์ <a href="http://tcdcconnect.com/th/landing.rhtml">www.tcdcconnect.com</a> จุดเชื่อมต่อระหว่างศิลปิน สถาปนิก ช่างฝีมือ นักออกแบบ นักธุรกิจ และนักคิดสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการผลิตและพัฒนาความสร้างสรรค์ ที่ต่อยอดไปสู่สินค้า บริการ และชีวิตที่ดีกว่าของคนไทย ในยุคที่อุตสาหกรรมแรงงานราคาถูกเดินทางมาถึงจุดเหี่ยวเฉาโรยรา</p>
<p><a href="http://transform.in.th/wp-content/uploads/2011/04/visa.jpg"><img src="http://transform.in.th/wp-content/uploads/2011/04/visa-300x225.jpg" alt="" title="visa" width="300" height="225" class="aligncenter size-medium wp-image-575" /></a></p>
<p>ชีวิตของเธอ พลิกผันจากนักกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมโฆษณาได้กลายมาเป็นนักเล่าเรื่อง (Story Teller) ที่ไม่จำกัดตัวเองเพียงแค่การนำเสนอข้อดีของสินค้าและบริการอย่างซ้ำซากน่าเบื่อ หากทว่าสามารถแสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริง ซึ่งเต็มไปด้วยความงามและความบกพร่อง นับเป็นสุนทรียะแบบใหม่ของมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ที่เปิดกว้างต่อความไม่สมบูรณ์แบบ หากทว่ากลับส่งประกายเรืองรองแห่งชีวิตที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม</p>
<p><strong>บทถอดเทป</strong></p>
<p>วิสาข์  สอตระกูล</p>
<p>imperfection can be beautiful.</p>
<p>	การออกแบบนั้นเป็นเรื่องสำคัญเมื่อยุคสังคมนิยม สินค้าต่างๆไม่มีแบรนด์ ทุกอย่างมีดีไซน์เพียงแบบเดียว  ทุกอย่างมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดเท่านั้น แต่เมื่อการออกแบบได้เข้ามาสู่ผลิตภัณฑ์ความแตกต่างและ &#8220;มูลค่าเพิ่ม&#8221;ในตัวผลิตภัณฑ์ก็มีมากขึ้นๆ &#8220;ก้อย&#8221;วิสาข์ สอตระกูล บรรณาธิการเว็บไซด์ www.tcdcconnect.com  จะมาทำให้เราเข้าใจถึงว่าการออกแบบนั้นจะเปลี่ยนโลกได้อย่างไร?</p>
<p>	“ตอนแรกก็ทำงานในวงการโฆษณาแต่พอเราไปสัมผัสจริงๆมันมีภาพฝันว่าทุกอย่างมันเท่ดูสมบูรณ์แบบที่สุด แต่พอเราอยู่ไปนานๆเราเริ่มตั้งคำถามว่าการทำโฆษณาจริงๆก็คือการขาย ทุกๆสิ่งที่เราทำไปมันไม่ได้สร้างสรรค์แท้จริงมันเหมือนมีกรอบของการตลาดครอบไว้ เหมือนเรากำลังจะพูดความจริงครึ่งเดียวเพื่อให้คนสนใจเรา&#8221; ก้อย กล่าวถึงวันที่เธอเริ่มก่อ &#8220;ขบถ&#8221;กับความคิดและงานที่เธอทำ</p>
<p>	หลังจากเธอไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เธอกับมาทำงานที่ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) โดยเปรียบเทียบความแตกต่างของงานทั้งสองตำแหน่งว่า &#8220;ตอนเราทำงานโฆษณาเราศึกษาข้อมูลกาตลาด เราได้แต่เสนอในแง่ดี แต่พอทำตรงนี้ราเหมือนเราเหมือนเป็น &#8216;นักเล่าเรื่อง&#8217; เราไม่มีอะไรต้องปิดบัง เราสามารถเปิดเผยมันได้ทุกมุมทั้งในด้านอุตสาหกรรม สังคม และวัฒนธรรม&#8221;</p>
<p>	&#8216;นักเล่าเรื่อง&#8217;คนนี้เล่าถึงงานที่ทำในปัจจุบันว่า &#8220;เราทำเว็บไซต์เพื่อจัดเก็บฐานข้อมูลสำหรับการออกแบบซึ่งมีงานนับหมื่นชิ้น ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างนักออกแบบกับผู้ผลิตไว้ด้วยกัน สมมุติคุณเป็นโรงงานทอผ้าที่อยากจะมีดีไซน์ของตัวเอง คุณสามารถจะเข้ามาชมได้ว่าคุณจะให้ใครมาช่วยพัฒนาของคุณได้&#8221;ไม่เพียงเท่านั้นข้างในยังมีบทความวิชาการดีๆสำหรับผู้ที่สนใจงานออกแบบให้เลือกอ่านเพื่อพัฒนาตัวเองด้วย</p>
<p>	“สังคมในยุคหลังสมัยใหม่ ความงามอาจจะไม่มีเพียงแค่หนึ่ง บางทีความไม่สมบูรณ์อาจจะเป็นความงามแบบหนึ่ง อยู่ที่ว่าคุณเลือกมองอย่างไหน ในความวุ่นวายเราก็อาจจะเห็นความสวยงาม&#8221; เธอเริ่มสะท้อนมุมมองที่มีต่อสังคมอย่างแยบคาย ก่อนจะขยายใจความว่า &#8220;สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ กระบวนการคิดและการมองโลก เราต้องตีโจทย์ให้ออกก่อนว่าสิ่งที่เราทำกำลังตอบโจทย์อะไร  บางทีเราไปเน้นที่ผลลัพธ์เสียมากกว่า ซึ่งพอเราไปเน้นที่ผลลัพธ์มันเป็นเหมือนการจำกัดตัวเองมากเกินไป&#8221; ก้อย พูดเป็นนัยๆว่าทางออกของปัญหาสังคมที่กำลังเกิดขึ้นนั้นอาจไม่ได้มีเพียงแค่ทางเลือกเดียว เราจำเป็นต้องตีโจทย์ของวิกฤตความขัดแย้งครั้งนี้ให้แตกเสียก่อน</p>
<p>	เรารบเร้าให้ก้อยพูดถึงเคล็ดลับในการฝึกกระบวนการคิด แต่เธอกลับบอกว่า “การฝึกกระบวนการคิดนั้นไม่มีสูตรสำเร็จ มันอยู่ที่การเก็บข้อมูลให้มากที่สุดและมีคุณภาพมากที่สุด การค้นคว้าข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าหากจะเปลี่ยนการศึกษาไทยเราจำเป็นต้องปฏิรูปวิธีคิดก่อน อีกสิ่งที่สำคัญก็คือการเปิดพื้นที่ให้คนอื่นๆมาร่วมมีส่วนร่วมในความคิดเห็นเพื่อที่จะมีการสร้างสิ่งใหม่ๆโดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ต่อๆกัน บางทีเราทำงานออกแบบแต่เราก็ไปคุยกับคนที่ทำงานในห้องแล็บเพราะเขาอาจจะให้มุมมองที่แปลกใหม่ก็เป็นได้&#8221;</p>
<p>	จับใจความได้ว่า &#8220;การเรียนแบบสหวิทยาการ&#8221;คือสิ่งที่ประเทศไทยกำลังขาดไป ในโลกในยุค2.0นี้เราจะต้องทำอย่างไรบ้าง? ก้อยให้รายละเอียดจากประสบการณ์ของเธอว่า &#8220;ทุกๆเรื่องต้องมีการลงทุน ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีคุณต้องกล้าลงทุนทั้งในเรื่องของเวลาและกำลัง การลอกเลียนแบบนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ ถ้าเราอยากได้สิ่งพิเศษเราต้องเพิ่มในส่วนนี้ ตอนนี้กระแสทั่วโลกมันไม่มีตลาดแบบแบ่งแยกแล้ว เรากำลังเข้าสู่ตลาดโลกถ้าของนั้นทำได้โดนใจ มันไม่ได้แปลว่าเราจะขายแค่ในประเทศคุณเท่านั้น ถ้าคุณมองโลกเป็นตลาดการลงทุนย่อมคุ้มค่า ไม่มีใครจับเสือมือเปล่าได้แล้ว&#8221;</p>
<p>	แต่เธอก็ยังแอบให้เคล็ดลับในการลดต้นทุนนั่นก็คือการติดต่อระหว่างกันและกัน &#8220;การติดต่อระหว่างกันและกันจะทำให้ต้นทุนถูกลง ตอนนี้TCDC มีโครงการในการจับคู่ธุรกิจซึ่งทำมาสักได้ระยะ โดยเริ่มจากธุรกิจสิ่งทอซึ่งก็ประสบความสำเร็จได้อย่างดี ทั้งนักออกแบบและผู้ประกอบการมีความพึงพอใจ&#8221; ซึ่งตอนนี้เธอมีโครงการที่จะขยายเรื่องนี้ให้กว้างมากขึ้น</p>
<p>	ก้อย อธิบายถึงสิ่งที่ชีวิตคนและสังคมต้องมี 2อย่างเพื่อที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้านั้น คือ &#8220;เราต้องกล้าแบกรับความเสี่ยงเพราะการเสี่ยงที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆไม่อย่างนั้นทุกๆอย่างก็จะวนอยู่กับที่เดิม และอีกสิ่งที่สำคัญก็คือการสร้างความสมดุล เราจะต้องถ่วงให้สังคมมีความสมดุลอยู่เสมอๆ&#8221;</p>
<p>	ความไม่สมบูรณ์ก็เป็นความงดงามอย่างหนึ่ง เพราะทุกๆสิ่งนั้นถูกออกแบบไว้แล้ว เพียงแต่ว่าเราเริ่มออกแบบสิ่งที่เราเห็นในสังคมนี้แล้วหรือยัง?</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/visa-sortrakul/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://media.blubrry.com/practicalradio/transform.in.th/wp-content/media/podcast/new-think-37_visa.mp3" length="12325892" type="audio/mpeg" />
			<itunes:keywords>new think,TCDC,การออกแบบ,มูลค่าเพิ่ม,ออกแบบ,โฆษณา</itunes:keywords>
		<itunes:subtitle>วิสาข์ สอตระกูล บรรณาธิการเว็บไซด์ www.tcdcconnect.com จุดเชื่อมต่อระหว่างศิลปิน สถาปนิก ช่างฝีมือ นักออกแบบ นักธุรกิจ และนักคิดสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการผลิตและพัฒนาความสร้างสรรค์ ที่ต่อยอดไปสู่สินค้า บริการ และชีวิตที่ดีกว่...</itunes:subtitle>
		<itunes:summary>วิสาข์ สอตระกูล บรรณาธิการเว็บไซด์ www.tcdcconnect.com จุดเชื่อมต่อระหว่างศิลปิน สถาปนิก ช่างฝีมือ นักออกแบบ นักธุรกิจ และนักคิดสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการผลิตและพัฒนาความสร้างสรรค์ ที่ต่อยอดไปสู่สินค้า บริการ และชีวิตที่ดีกว่าของคนไทย ในยุคที่อุตสาหกรรมแรงงานราคาถูกเดินทางมาถึงจุดเหี่ยวเฉาโรยรา</itunes:summary>
		<itunes:author>Siam Intelligence</itunes:author>
		<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
		<itunes:duration>25:41</itunes:duration>
	</item>
		<item>
		<title>New Think ตอนที่ 22 สัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ &#8220;ผศ.ดร. สนติพีร์ เอมมณี&#8221;</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/sontipee-aimmanee/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/sontipee-aimmanee/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 03 Oct 2011 04:30:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>big</dc:creator>
				<category><![CDATA[Practical Radio]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[nasa]]></category>
		<category><![CDATA[new think]]></category>
		<category><![CDATA[talent management]]></category>
		<category><![CDATA[คนเก่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=22312</guid>
		<description><![CDATA["ปฏิรูปการศึกษา" ควรเน้นที่กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคน ไม่ใช่ตัวผลงานและเกรดเฉลี่ยอย่างที่เคยเป็นมา เพราะแม้แต่การทดลองที่ล้มเหลวก็อาจมีคุณค่าซึ่งนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ได้ หากผู้ศึกษารู้จักใช้ไหวพริบพลิกแพลง ไม่ยึดติดกับตำราและวิธีคิดแบบเดิม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผศ.ดร. สนติพีร์ เอมมณี ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี</p>
<p><img src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/10/38-สนติพีร์-431x640.jpg" alt="" title="38-สนติพีร์" width="431" height="640" class="aligncenter size-medium wp-image-22314" /></p>
<p>&#8220;ปฏิรูปการศึกษา&#8221; ควรเน้นที่กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคน ไม่ใช่ตัวผลงานและเกรดเฉลี่ยอย่างที่เคยเป็นมา เพราะแม้แต่การทดลองที่ล้มเหลวก็อาจมีคุณค่าซึ่งนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ได้ หากผู้ศึกษารู้จักใช้ไหวพริบพลิกแพลง ไม่ยึดติดกับตำราและวิธีคิดแบบเดิม</p>
<p>การวิจัยและพัฒนา (R&#038;D) ในเมืองไทยยังคงยึดติดกับหัวข้อซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวตะวันตกได้ลงทุนค้นคว้าไว้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว จึงทำให้ประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญกว่าคือการมองหา &#8220;อนาคต&#8221; ที่จะกลายเป็นนวัตกรรมล้ำยุคในอีก 10 ปีข้างหน้านั่นเอง</p>
<p>อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน แต่กระนั้น หากการวิจัยมีความหลากหลายที่มากเพียงพอ ก็ย่อมสามารถลดความเสี่ยงของงานวิจัยที่ล้มเหลวได้ โดยหากมีเพียง 1 ใน 10 ของผลงานค้นคว้าที่สร้างผลกำไรได้ ก็เพียงพอที่จะคุ้มค่ากับเงินทุนที่ได้ลงไป</p>
<p>&#8220;เหยียบดวงจันทร์&#8221; อาจไม่ใช่ภารกิจหลักขององค์กร NASA หากทว่าเป็นแรงดึงดูดยิ่งใหญ่สำหรับคนเก่งจากทั่วทุกสารทิศ ให้มาร่วมกันค้นคว้าวิจัย โดยผลงานที่ได้ระหว่างทาง (by product) กลับสามารถแปรเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่ามหาศาลให้กับเศรษฐกิจอเมริกาได้เติบโตอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ผ่านมา</p>
<p>อนาคตประเทศไทยจึงขึ้นอยู่กับการยกระดับกระบวนทัศน์ (Paradigm) ไปที่การพัฒนาคนเก่งให้ได้ทำในสิ่งที่รักอย่างสุดความสามารถ โดยเชื่อมั่นว่าทั้งความสำเร็จและล้มเหลวของแต่ละคน จะสามารถเชื่อมต่อกันเป็นนวัตกรรมยิ่งใหญ่ ที่จะพลิกเปลี่ยนประเทศไทยไปตลอดกาล</p>
<p><strong>บทถอดเทป</strong></p>
<p>ผศ.ดร.สนติพีร์ เอมมณี</p>
<p>จงค้นพบวิธีใหม่ๆที่ล้มเหลว ดีกว่าผลิตซ้ำความสำเร็จ</p>
<p>	ผศ.ดร. สนติพีร์ เอมมณี หรือ &#8220;ดร.หน่วย&#8221; อาจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ชายหนุ่มชื่ออ่านยากผู้นี้ เกิดมาในครอบครัวของครู เขาจึงอุทิศตนเพื่อพัฒนาและสร้างบัณฑิตที่จะเเป็นกำลังสำคัญของชาติ เพราะเขาเชื่อว่าการพัฒนาคนนั้นสำคัญในการเป็นฐานของการพัฒนาประเทศ</p>
<p>	“ที่ผมเลือกในทางเส้นนี้เพราะเชื่อว่าการมาเป็นอาจารย์ในปัจจุบันมีบทบาทมากขึ้นนอกจากการสอนหนังสือ อย่างตอนที่ผมเรียนด็อกเตอร์ผมไม่คิดว่าตัวเองเก่ง แต่ผมคิดว่าเป็นคนที่มีความอดทน เราต้องต่อสู้กับความเหน็ดเหนื่อย ผมเชื่อว่าลูกศิษย์ของผมทุกคนก็สามารถมาถึงจุดนี้ได้&#8221; ดร.หน่วย กล่าวอย่างถ่อมตนและแสดงความเชื่อมั่นว่า ทุกสิ่งๆสามารถเป็นไปได้หากทุกคนมีความพยายาม</p>
<p>	เขาได้ประยุกต์หลักแนวคิดทางพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาที่ใกล้เคียงกับวิทยาศาสตร์มาใช้ในการเรียนการสอน “ผมมีความเชื่อที่ว่าการสอนเหมือนกับการระบายสีบนผ้าใบให้กับเด็ก ดังนั้นครูผู้สอนจำเป็นต้องมีความรู้และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ดังนั้นเมื่อก่อนที่เราจะออกไปสอนคนอื่นเราต้องเตรียม ต้องสอนตัวเองให้มีความพร้อมก่อน ผมเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าบอกว่าวัตถุก็คือวัตถุ ทุกอย่างย่อมมีความเสื่อม ดังนั้นผมจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับผลสุดท้ายที่ออกมา ผมโฟกัสที่กระบวนการการพัฒนาของลูกศิษย์ของผมมากกว่า เพราะผมคิดว่าสิ่งใหม่ๆจะเกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้าคนเรามีการพัฒนาไปเรื่อยๆ&#8221;</p>
<p>	ธุรกิจการศึกษาปัจจุบันเน้นการส่งบัณฑิตเข้าสู่ตลาดแรงงาน ทำให้นักศึกษาหลายคนต้องการที่จะมีเกรดเฉลี่ยดีๆ เพื่อมีอนาคตดีๆทำให้ละเลยถึงเรื่องกระบวนการการพัฒนาตนเองและยกระดับความเป็นมนุษย์ โจทย์ข้อนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายอาจารย์วัยรุ่นท่านนี้เป็นอย่างดี &#8220;การที่เราจะพูดเพียงอย่างเดียวอาจจะทำให้นักศึกษาเชื่อได้ยาก ดังนั้นเราควรจะทำตัวให้เป็นตัวอย่างหรือหาบุคคลตัวอย่างเพื่อมาอธิบายให้กับเขาได้เข้าใจ อย่างหลายๆคนพอมาทำงานวิจัยแล้วก็ท้อ เพราะคิดว่าประเทศไทยไม่มีทางคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่จริงแล้วมันก็คือกระบวนการเอาชนะตัวเองอย่างหนึ่งเหมือนกัน&#8221;</p>
<p>	การวิจัยสำหรับ ดร.หน่วยอาจสรุปสั้นๆว่า เป็น&#8221;การลงทุนเพื่ออนาคต&#8221; เขามีความเห็นว่า &#8220;ผมให้ความสำคัญกับทุกสาขาว่าควรจะทำวิจัยหมด อาจจะมีบางอย่างประสบความสำเร็จ เพราะถึงแม้เราล้มเหลวคนรุ่นหลังก็จะได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ล้มเหลวนั้นไม่ควรทำ นี่คือการเกิดสิ่งใหม่ๆ ไม่อย่างนั้นเราก็จะได้แต่ลอกตะวันตกและก็เป็นทาสของการซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศ แต่ถ้าวันหนึ่งเขาเกิดไม่อยากขายวิทยาการให้เรา เราก็เกิดปัญหาทันที ดังนั้นการเริ่มต้นวิจัยและพัฒนาอย่างน้อยเราก็สามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง&#8221;</p>
<p>	คำพูดนี้สอดคล้องกับวาทะอมตะของ โธมัส อัลวา เอดิสัน เจ้าของสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์จำนวนมาก ในช่วงที่เขากำลังคิดค้นหลอดไฟและล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าว่า &#8220;ผมไม่ได้ล้มเหลวแต่ผมค้นพบหนึ่งพันวิธีที่ไม่เข้าท่า&#8221;</p>
<p>	ดร.หน่วย เน้นย้ำว่าต้นทุนทางสังคมกับการพัฒนาของแต่ละประเทศจำเป็นต้องมีการต่อยอด &#8220;อย่างประเทศไทยมีความเป็นประเทศเกษตร แต่ถ้าเราไม่พัฒนาสักวันประเทศอื่นๆที่เขาพัฒนาด้านเกษตรอาจจะแซงหน้าเราได้ เราต้องต่อยอด เช่น พัฒนาสายพันธุ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงาม สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราได้เปรียบในสิ่งที่เราถนัดและทำได้ดียิ่งๆขึ้น&#8221;</p>
<p>	ดร.หน่วยตั้งคำถามว่าทำไมการวิจัยและพัฒนาในประเทศถึงไม่เป็นไปตามทฤษฎีของเศรษฐศาสตร์ที่เชื่อว่าแรงงาน คือสิ่งที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งของนั้น“งบประมาณในการพัฒนาของประเทศเราค่อนข้างน่าแปลก เรามักจะไปลงกับสิ่งที่ไม่ใช่ตัวคน เช่น การไปสร้างอาคารที่หรูหราทันสมัย สิ่งสำคัญคือเราควรจะลงไปที่ตัวคนเพราะคนคือสิ่งที่จำทำให้เกิดมูลค่าใหม่ได้ เมื่อคุณไปลงที่สิ่งของมันไม่เกิดมูลค่าใหม่ๆขึ้น อย่างตอนนี้ผมเริ่มมองหาแหล่งทุนอื่นๆที่สนใจในส่วนการพัฒนาการวิจัยในการลงทุนกับคน เช่นการดึงภาคส่วนเอกชนเข้ามาทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเพื่อการสร้างคน&#8221;</p>
<p>	ความหลากหลายคือหัวใจสำคัญของการพัฒนา แต่ข้อจำกัดเรื่องของเงินในหลายๆครั้งทำให้กระบวนการวิจัยและพัฒนาเติบโตอย่างบิดเบือน ซึ่งเขาอยากฝากโจทย์นี้ให้กับการเปลี่ยนผ่านประเทศไทย &#8220;ยกตัวอย่างเช่นเราประกาศว่าจะเป็น &#8216;ดีทรอยต์แห่งเอเชีย&#8217;แต่เรากลับไม่มียี่ห้อรถของตัวเอง มีแต่การจ้างผลิต มันไม่เกิดสิ่งใหม่ๆ เพราะเราเน้นการวิจัยที่คิดว่ามันจะสามารถทำเงินได้อยู่แล้ว ไม่กล้าลงทุนกับสิ่งใหม่ๆ ผมถามว่าถ้าวันหนึ่งผู้ผลิตชาวญี่ปุ่นถอนการลงทุนออกไปแล้วเราจะเหลืออะไร?&#8221;</p>
<p>	ถ้าเรามองย้อนกลับไป “การไปเหยียบดวงจันทร์” ของยานอพอลโล11 อาจไม่ใช่ภารกิจหลักขององค์กร NASA หากทว่าเป็นแรงดึงดูดยิ่งใหญ่สำหรับคนเก่งจากทั่วทุกสารทิศ ให้มาร่วมกันค้นคว้าวิจัย โดยผลงานที่ได้ระหว่างทาง กลับสามารถแปรเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่ามหาศาล ให้กับเศรษฐกิจอเมริกาได้เติบโตอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ผ่านมา &#8220;สิ่งที่ท้าทายในครั้งนั้นคือการตั้งเป้า เมื่อรัฐบาลเขาประกาศว่าเราจะไปดวงจันทร์ในปี 2511 มันเกิดการตื่นตัวในการพัฒนาทั้งประเทศ สิ่งเหล่านั้นเป็นผลดี คือในเวลานั้นคนไม่รู้หรอกว่ามันจะไปได้หรือไม่ แต่ช่วงที่เขาพัฒนากันมันก็เกิดสิ่งใหม่ๆขึ้นมามากมาย&#8221;</p>
<p>	ประเทศไทยก็สามารถจะทำได้ เพียงแค่จงจำสามคำนี้ไว้ถ้าหากไทยอยากเป็นประเทศพัฒนา &#8220;การวิจัย&#8221; “การพัฒนา&#8221; และ &#8220;การสร้างแรงบันดาลใจ&#8221;</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/sontipee-aimmanee/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://media.blubrry.com/practicalradio/transform.in.th/wp-content/media/podcast/new-think-24_sontipee.MP3" length="75373484" type="audio/mpeg" />
			<itunes:keywords>nasa,new think,talent management,คนเก่ง,ปฏิรูปการศึกษา,วิจัย,วิทยาศาสตร์</itunes:keywords>
		<itunes:subtitle>&quot;ปฏิรูปการศึกษา&quot; ควรเน้นที่กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคน ไม่ใช่ตัวผลงานและเกรดเฉลี่ยอย่างที่เคยเป็นมา เพราะแม้แต่การทดลองที่ล้มเหลวก็อาจมีคุณค่าซึ่งนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ได้ หากผู้ศึกษารู้จักใช้ไหวพริบพลิกแพลง ไม่ยึดติดกับตำราและวิธีคิดแบบเดิม</itunes:subtitle>
		<itunes:summary>&quot;ปฏิรูปการศึกษา&quot; ควรเน้นที่กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคน ไม่ใช่ตัวผลงานและเกรดเฉลี่ยอย่างที่เคยเป็นมา เพราะแม้แต่การทดลองที่ล้มเหลวก็อาจมีคุณค่าซึ่งนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ได้ หากผู้ศึกษารู้จักใช้ไหวพริบพลิกแพลง ไม่ยึดติดกับตำราและวิธีคิดแบบเดิม</itunes:summary>
		<itunes:author>Siam Intelligence</itunes:author>
		<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
		<itunes:duration>52:21</itunes:duration>
	</item>
		<item>
		<title>New Think ตอนที่ 21 สัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ &#8220;วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล&#8221;</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/wannasingh-prasertkul/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/wannasingh-prasertkul/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Sep 2011 10:27:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>big</dc:creator>
				<category><![CDATA[Practical Radio]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[new think]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[นักเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[พุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[เจาะใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=22062</guid>
		<description><![CDATA[วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล บุรุษหนุ่มที่เต็มไปด้วยประสบการณ์หลากล้น ตั้งแต่การเป็นนักดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟ นักพัฒนาเอกชนเพื่อสังคม ไปจนกระทั่งถึงนักจัดรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับปรัชญาและความคิดอันลึกซึ้งทั้งหลายทั้งปวงบนโลกใบนี้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล บุรุษหนุ่มที่เต็มไปด้วยประสบการณ์หลากล้น ตั้งแต่การเป็นนักดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟ นักพัฒนาเอกชนเพื่อสังคม ไปจนกระทั่งถึงนักจัดรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับปรัชญาและความคิดอันลึกซึ้งทั้งหลายทั้งปวงบนโลกใบนี้</p>
<p><a href="http://transform.in.th/wp-content/uploads/2011/07/Wannasingh.jpg"><img src="http://transform.in.th/wp-content/uploads/2011/07/Wannasingh-600x903.jpg" alt="" title="Wannasingh" width="600" height="903" class="aligncenter size-large wp-image-668" /></a></p>
<p>&#8220;เหตุผล&#8221; นับเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์เดรัจฉานทั้งปวง หากทว่าการคิดและตรรกะก็กลับกลายเป็นเครื่องจำกัดศักยภาพของมนุษย์ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นโลกตามความเป็นจริงที่ไม่ได้อยู่ในกรอบของเหตุผลเสมอไป สุดท้ายแล้ว มนุษย์จึงไม่อาจค้นพบความสุขและดื่มด่ำในห้วงปัจจุบันขณะได้ เพราะติดในกรอบของความเชื่อแบบเหตุผลนิยมที่พยายามจะทำให้มนุษย์เป็นสิ่งสูงส่งเกินกว่าที่เป็นอยู่จริง</p>
<p>จิตวิญญาณที่กระหายจะเปลี่ยนแปลงโลก นับเป็นพิษร้ายประการหนึ่งของเหตุผลนิยม แท้จริงแล้ว มนุษย์แต่ละคนมีความถนัดรักชอบที่แตกต่างกันไป การสร้างสรรค์ผลงานที่สอดคล้องกับความเป็นตัวเรา จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถมอบให้กับโลกใบนี้</p>
<p><strong>บทถอดเทป</strong></p>
<p>วรรณสิงห์  ประเสริฐกุล</p>
<p>&#8220;เจาะใจ&#8221; ใน &#8220;พื้นที่ชีวิต&#8221; ของวรรณสิงห์</p>
<p>	ถ้าจะให้แนะนำว่า &#8220;วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล&#8221; เป็นใคร? ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นแนะนำจากบทบาทใด ศิลปิน นักแสดง พิธีกร นักเขียน พร้อมกับสร้อยต่อท้ายอีกยาวเหยียด เด็กหนุ่มผู้นี้ดูเหมือนจะถูกไฟสปอร์ตไลท์จับมาตั้งแต่ครั้งยังเด็ก ในหลักกิโลที่ 27 ของเขา เราอยากรู้ว่าไฟของเขาในยามนี้ยังร้อนแรงเหมือนเดิมอยู่หรือไม่?</p>
<p>	“ตอนนี้งานประจำหลักๆก็คือรายการพิธีกร เจาะใจ กับ รายการพื้นที่ชีวิต อย่างอื่นก็มีรับเชิญอยู่บ้าง เขียนหนังสือเล่มล่าสุดก็คือ &#8220;อักษรตัวหนา&#8221; ช่วงนี้เพิ่งเริ่มว่าง แต่พอว่างก็มีผู้ใหญ่ชวนทำนั่นทำนี่ตลอดเวลา&#8221; สิงห์ เล่าถึงกิจกรรมในแต่ละสัปดาห์ของเขาที่ยังคงมีอะไรที่ท้าทายให้ทำเสมอ</p>
<p>	รายการพื้นที่ชีวิต ทางสถานีไทยพีบีเอส ทำให้เราได้เห็นแง่มุมใหม่ๆของสิงห์ &#8220;ช่วงนี้เดินทางเยอกมาก ปีที่แล้วผมไป 15 ประเทศ เราเดินทางไปค้นหาปรัชญาความคิดที่เป็นแก่นของคนในประเทศนั้น มันไม่ใช่รายการสารคดีท่องเที่ยว พอเราไปเห็นเราจะพบจุดที่เชื่อมพวกเราบนโลกนี้เข้าด้วยกัน คนเราในโลกนี้ในสังคมต่างๆมี 2 สิ่งที่เหมือนกันเสมอ คือ &#8220;พื้นที่แห่งความสุข&#8221; และ &#8220;พื้นที่แห่งความถูกต้อง&#8221; ไม่ว่าจะโลกตะวันออกหรือตะวันตก เราต้องการแค่นี้นอกจากปัจจัยพื้นฐาน&#8221;</p>
<p>	“เราจะเห็นว่ามนุษย์ทุกคนต้องการ 2 สิ่งนี้เหมือนกัน แต่ไม่มีใครที่สามารถได้มันแบบร้อยเปอร์เซนต์ ทุกศาสนามีไว้ให้คนยึดเหนี่ยวเสมอเพื่อความมั่นคงทางจิตใจ แต่ก่อนผมคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่มีศาสนา แต่จริงๆเราก็มีศรัทธาในเหตุและผล ซึ่งเหตุผลและผลนี่ก็เป็นสิ่งที่เรายึด การเดินทางครั้งนี้มันทำให้เรากลับมาคิดว่าจริงๆเหตุและผลมันเพียงพอสำหรับการอยู่บนโลกนี้หรือไม่ เราจึงพบว่ามันมีเรื่องที่เหนือกว่าเหตุผลแต่อธิบายได้ลำบาก คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ&#8221; ภาพของหนุ่มนักแสวงหานี้ดูเหมือนจะเย็นลงตามวัยที่มากขึ้นของเขา </p>
<p>	สิงห์เล่าให้ฟังถึงพ่อของเขาที่ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ติดตามผลงานของเขา “อย่างพ่อ (เสกสรรค์ ประเสริฐกุล) เขาผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาเยอะ จนถึงช่วงคลี่คลาย เขาก็เป็นแฟนรายการผม เขาก็ยังตั้งคำถามกับผมเรื่อยๆในเรื่องของความรู้สึกแท้จริง กับสิ่งที่เราต้องทำ อย่างบางทีในรายการผมก็ต้องพูดในสิ่งที่บางครั้งผมอาจจะไม่เห็นด้วยทั้งหมด&#8221;</p>
<p>	ลองลงลึกไปในรายละเอียด เขาอธิบายสิ่งที่เขากำลังสนใจว่า &#8220;จริงๆมนุษย์มีปัญญาหลายระดับ เหตุและผลอาจจะเป็นส่วนที่เราเข้าถึงมันได้ ตัวอย่าง เช่น สัญชาตญาณบางอย่าง เช่น เมื่อแมลงวันบินเข้ามาใกล้ๆเรา เราก็ยกมือปัดโดยไม่รู้ตัว ซึ่งก็อธิบายไม่ได้โดยเหตุผล หรือเรื่องการหายใจที่เรามองว่าเป็นเรื่องปรกติ พอผมศึกษาศาสนาพุทธมากขึ้นเราได้ลองศึกษาลมหายใจ มันทำให้เราเกิดปัญญาที่มาจากการรู้ตัว เรื่องแบบนี้เหตุผลก็อธิบายไม่ได้แล้ว&#8221;</p>
<p>	“สมัยก่อนผมเห็นแต่ศาสนาพุทธประเทศไทยในมุมของพิธีกรรม เรารู้สึกว่าเรารู้น้อยมากพอผมได้ไปสัมผัสศาสนาพุทธอย่างแท้จริง มันทำให้เราเปิดใจกว้างขึ้น เรามีการเปิดใจกว้างขึ้น พุทธในแง่ความเข้าใจของผมก็คือการเข้าใจธรรมชาติของตัวเองและสิ่งต่างๆในแบบที่มันเป็น แทนที่เราจะมานั่งคิดว่ามันเป็นแบบไหน เหมือนเราพยายามวาดรูปสิ่งเหล่านั้น แทนที่จะทำความเข้าใจว่าสิ่งเหล่านั้นมันเป็นอยู่อย่างไร?” สิงห์สะท้อนมุมมองความเป็นพุทธได้อย่างน่าสนใจ</p>
<p>	สิ่งที่ดูท้าทายความเชื่อของคนทั่วไป สิงห์บอกเราว่าเรื่องบางเรื่องเราไม่สามารถหาคำอธิบายได้แท้จริง “คำว่าพุทธจริงๆมันอาจจะเป็นเกี่ยวกับการปฏิบัติ ผมกำลังสนใจเรื่องนี้แต่ยังไม่มีเวลาแต่วันหนึ่งผมคงจะศึกษามันจริงจังกว่านี้ ผมว่าเรื่องบางเรื่องเราอย่าไปพยายามใส่คำอธิบายเลย คำอธิบายมันเกิดขึ้นทีหลังกับปรากฏการณ์ที่มันเกิดขึ้นแล้ว อย่างพระพุทธเจ้าท่านปรินิพพานก่อนคนที่จะสืบต่อศาสนาพุทธเสียอีก&#8221;</p>
<p>	การทำรายการได้นำพาสิงห์ไปพบกับบุคคลน่าสนใจหลากหลายท่าน สิงห์เล่าประสบการณ์ครั้งที่ได้เข้าพบ องค์ดะไล ลามะ ว่า“ผมมีโอกาสสัมภาษณ์ท่าน ดะไล ลามะ ท่านพูดว่าท่านไม่ได้กำลังเผยแพร่ศาสนาพุทธอยู่ แต่ท่านกำลังเผยแพร่ความคิดแบบมนุษยนิยมอยู่ ท่านยังบอกว่าวิทยาศาสตร์ก็เปลี่ยนไปตามเวลา วิถีคนก็เปลี่ยนไปตามเวลา แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนั่นก็คือ ความทุกข์ เราก็ต้องหาวิธีดับทุกข์ต่อไป&#8221;</p>
<p>	ในฐานะต้นแบบของคนรุ่นใหม่หลายๆคน สิงห์จะถ่ายทอดสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ให้กับคนเหล่านั้นได้อย่างไร ? “ผมไม่พยายามสั่งสอนพวกเขาแต่เราร่วมเรียนรู้ไปด้วยกัน ถ้าสิ่งไหนที่ผมไม่รู้เรื่องผมก็จะไม่ทำความเข้าใจเป็นรู้เรื่อง จะไม่ทำตัวฉลาดกว่าคนดู มันเป็นเรื่องยากเพราะมีน้อยคนสามารถไปบำเพ็ญตนได้ระดับนั้น แต่ผมก็จะไม่ต่อว่าว่าเป็นเพราะวิทยาการสมัยใหม่ทำให้คนเราห่างไกลธรรมชาติมากขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้ก็มีข้อดีในด้านอื่นๆต่อชีวิตเรา&#8221;</p>
<p>	เขาบอกว่าวิถีชีวิตของเขาทุกวันนี้เปลี่ยนไปมาก &#8220;สมัยก่อนเวลาที่ผมทำอะไรเราจะมุ่งมั่นทำให้ได้ในขณะนั้นๆ ต้องทนนอดนดึก กินกาแฟเพื่อที่จะเอาชนะมัน แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อผมรู้สึกว่าผมตัน ผมเลือกที่จะพักผ่อนไม่ไปฝืนตัวเองอีกแล้ว&#8221;</p>
<p>	สิ่งที่เขาจะช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมคือะไร? “สมัยก่อนผมอาจจะคิดว่าผมไม่มีส่วนในการช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมเลย ผมทำเพราะเริ่มจากสิ่งที่ผมชอบ แต่พอทีนี้มามองย้อนไปว่าการกระทำเรามีผลกระทบต่อใคร มีอิทธิพลต่อความคิดของใคร เราก็จะเริ่มมองเห็นคุณค่าของตัวเองผ่านผู้อื่น&#8221;</p>
<p>	วรรณสิงห์ ในวันนี้ดูเปลี่ยนไปมากจากวันที่เรารู้จักของตอนแรก ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มแสวงหาอีกครั้งหนึ่ง ร่วมติดตามเส้นทางของเขาไปพร้อมๆกัน</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/wannasingh-prasertkul/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
<enclosure url="http://media.blubrry.com/practicalradio/transform.in.th/wp-content/media/podcast/new-think-50_Wannasingh.mp3" length="10234250" type="audio/mpeg" />
			<itunes:keywords>new think,นักร้อง,นักเขียน,ปฏิรูปประเทศไทย,พื้นที่ชีวิต,พุทธ,วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล,ศิลปิน,เจาะใจ</itunes:keywords>
		<itunes:subtitle>วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล บุรุษหนุ่มที่เต็มไปด้วยประสบการณ์หลากล้น ตั้งแต่การเป็นนักดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟ นักพัฒนาเอกชนเพื่อสังคม ไปจนกระทั่งถึงนักจัดรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับปรัชญาและความคิดอันลึกซึ้งทั้งหลายทั้งปวงบนโลกใบนี้</itunes:subtitle>
		<itunes:summary>วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล บุรุษหนุ่มที่เต็มไปด้วยประสบการณ์หลากล้น ตั้งแต่การเป็นนักดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟ นักพัฒนาเอกชนเพื่อสังคม ไปจนกระทั่งถึงนักจัดรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับปรัชญาและความคิดอันลึกซึ้งทั้งหลายทั้งปวงบนโลกใบนี้</itunes:summary>
		<itunes:author>Siam Intelligence</itunes:author>
		<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
		<itunes:duration>21:19</itunes:duration>
	</item>
		<item>
		<title>New Think ตอนที่ 20 สัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ &#8220;อาทิตย์ โกวิทวรางกูร&#8221;</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/artit-gowitwarangkul/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/artit-gowitwarangkul/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Sep 2011 11:34:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>big</dc:creator>
				<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Practical Radio]]></category>
		<category><![CDATA[คำถาม]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรัชญา]]></category>
		<category><![CDATA[อาทิตย์ โกวิทวรางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐศาสตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=21892</guid>
		<description><![CDATA[อาทิตย์ โกวิทวรางกูร ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ ผู้ตั้งคำถามเชิงปรัชญาถึงที่มาที่ไปและคุณค่าของวิชาเศรษฐศาสตร์ ที่อาจารย์ไทยจำนวนมากละเลยที่จะเชื่อมโยงให้เห็นถึงความหมายและภาพรวม จึงทำให้ห้องเรียนเศรษฐศาสตร์เต็มไปด้วยความน่าเบื่อของตัวเลขสมการที่ไม่เห็นความเกี่ยวพันกับวิถีเศรษฐกิจในชีวิตประจำวัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อาทิตย์ โกวิทวรางกูร ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ ผู้ตั้งคำถามเชิงปรัชญาถึงที่มาที่ไปและคุณค่าของวิชาเศรษฐศาสตร์ ที่อาจารย์ไทยจำนวนมากละเลยที่จะเชื่อมโยงให้เห็นถึงความหมายและภาพรวม จึงทำให้ห้องเรียนเศรษฐศาสตร์เต็มไปด้วยความน่าเบื่อของตัวเลขสมการที่ไม่เห็นความเกี่ยวพันกับวิถีเศรษฐกิจในชีวิตประจำวัน</p>
<p><img src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/09/48.อาทิตย์-620x465.jpg" alt="" title="48.อาทิตย์" width="620" height="465" class="aligncenter size-medium wp-image-21893" /></p>
<p>&#8220;บูรณาการ&#8221; เป็นคำตอบแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งไม่ใช่การยัดเยียดความรู้ในหลากหลายสาขามาให้กับผู้เรียน หากทว่าเป็นการเชื่อมโยงให้เห็นถึงโยงใยที่เกี่ยวพันซับซ้อนขององค์ความรู้ในแต่ละแขนง ที่จะทำให้มนุษย์เข้าอกเข้าใจชีวิตได้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่มองเห็นเพียงส่วนเสี้ยวที่ลดทอนคุณค่าความหมายของความเป็นคนให้เหลือเพียงวัตถุและนามธรรมที่ว่างเปล่า</p>
<p>การปฏิรูปประเทศไทย คือ ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สลับซับซ้อน หากทว่าประชาชนที่อ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะการเริ่มต้นจาก &#8220;ความชำนาญเฉพาะตัว&#8221; ที่สามารถพลิกแพลงไปเชื่อมโยงกับความสามารถของผู้อื่นได้ โดยผ่านช่องทางการสื่อสารที่มีราคาถูกดังเช่น Facebook หรือเว็บไซด์ ผสานกับการพบปะในโลกจริง เพื่อสร้างเครือข่ายแห่งคุณค่าใหม่ที่จะมารองรับในห้วงยามที่คุณค่าและโครงสร้างเก่าผุกร่อนพังทลายลง</p>
<p><strong>บทถอดเทป</strong></p>
<p>อาทิตย์ โกวิทวรางกูร</p>
<p>โลกจะเปลี่ยน เมื่อเรา​&#8221;ตั้งคำถาม&#8221;</p>
<p>	หลายๆคนอาจจะคุ้นกับเสียง อาทิตย์ โกวิทวรางกูล นักจัดรายการวิทยุคลื่น 96.5MHz Modern Radioที่จัดรายการคู่กับยอดเซียนการตลาดอย่าง ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย เขาคือชายหนุ่มผู้มีภูมิหลังด้านเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เขาบอกว่าด้วยโชคชะตาพาให้เขามาเจอกับศาสตร์ดังกล่าว จนทำให้มีความคิดที่นอกกรอบจากนักเศรษฐศาสตร์โดยทั่วไป</p>
<p>	“จุดเริ่มต้นของผมค่อนข้างแปลกผมเลือกเศรษฐศาสตร์เพราะผมไม่ชอบศิลปะ ก็เลยเลือกตามๆเขาไป ผมว่านี่เป็นปัญหาหนึ่งของระบบการศึกษาสังคมไทยที่ทำให้เด็กไม่สามารถหาตัวเองได้เจอ ระบบอาจารย์แนะแนวมันก็ไม่ได้ตอบตัวตนของเด็กแต่ละคน แต่ในความเป็นจริงเขาเพียงจะแนะนำว่าถ้าเรียนเก่งคุณก็ควรไปเป็นวิศวกร สถาปนิก&#8221; ฟังเผินๆอาจมองเป็นเรื่องขำๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าปัญหาหนึ่งของตลาดแรงงานไทยคือการมีแรงงานที่ไม่สามารถเข้าสู่ระบบตลาดได้</p>
<p>	สิ่งที่ทำให้เขามาถึง&#8221;จุดเปลี่ยน&#8221;ก็คือการเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง และแสวงหาคำตอบกับสิ่งที่เขาจะต้องอยู่กับมันตลอด4ปี “จนมาอยู่ปี2ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมร้องต้องเรียนกราฟเต็มไปหมด หรือเขียนโมเดลเต็มไปหมด ผมก็เลยรู้สึกหมดไฟกับการเรียนวิชานี้เหมือนมีวิกฤตศรัทธา ผมก็เลยกลับไปเริ่มที่จุดเริ่มต้นว่าโลกนี้ทำไมต้องมีวิชาเศรษฐศาสตร์ ผมจึงไปศึกษาปรัชญาและที่มาของวิชาเศรษฐศาสตร์&#8221;</p>
<p>	ระบบการศึกษาของอุดมศึกษาเรานั้นไม่ได้สอนให้เรารู้จัก &#8220;การทำแบบนักคิด และการคิดแบบนักทำ&#8221; หลายๆอย่างถูกทำให้เป็นหน้าที่แม้กระทั่งการสอนหนังสือ “เวลาผมเรียนผมไม่ค่อยสนใจเกรดหรือการวัดผล ผมรู้สึกว่าหลายๆคนไม่กล้าตั้งคำถามเพราะกลัวอาจารย์จะว่าและได้คะแนนไม่ดี บางทีผมก็เลือกที่จะเข้าห้องสมุดหาคำตอบที่อยากรู้ ดีกว่าที่จะต้องนั่งฟังกับอาจารย์บางท่านที่สอนแบบไม่ปะติดปะต่อและเชื่อมโยงไม่ได้ว่ามันจะนำไปใช้อะไรได้&#8221;</p>
<p>	“การทำงานที่ดีต้องมีทั้งสองสิ่งคือ การทำเพื่อทำ และ การทำเพื่อรู้ เวลาเราทำเราควรจะศึกษาสิ่งใหม่ๆเพิ่มเพื่อที่เราจะนำเทคนิค ความรู้ใหม่ๆเพื่อมาพัฒนาในงานที่เราทำ&#8221; อาทิตย์คิดว่านี่คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์ก้าวข้ามขีดความสามารถของตัวเองอยู่เสมอ</p>
<p>	ปัญหาเหล่านี้ทำให้เขาอดแสดงความเป็นห่วงกับอนาคตของชาติที่จะก้าวมาเป็นคนรุ่นหลังเปลี่ยนผ่านไม่ได้ &#8220;ผมเห็นว่าความรู้ความเข้าใจในพัฒนาการของเด็ก เราต้องดูว่าเขามีความสุขในการทำอะไรและส่งเสริมให้มีพัฒนาอย่างระเบียบวินัยเราจะได้คนที่ดีกว่าการที่เราจะไปยัดเยียดให้เด็กเรียนหนักๆรียนไปทุกศาสตร์ทุกวิชาเลยแต่เด็กไม่ชอบและรู้สึกกดดัน&#8221; อาทิตย์พูดจนเราเห็นภาพของเด็กสมัยนี้ที่เริ่มเรียนพิเศษตั้งแต่อนุบาล เพราะเชื่อว่าชีวิตคือการแข่งขัน</p>
<p>	อาทิตย์ยกอมตะวาทะ ของ สตีฟ จ๊อบส์ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ Apple ที่เขาคิดว่าน่าจะเปลี่ยนโลกของใครหลายๆคนว่า &#8220;เราไม่รู้หรอกว่าถ้าหากชีวิตเราเป็นจุด เราไม่รู้หรอกว่าจุดๆนี้จะลากไปเป็นรูปอะไร แต่ถ้าเราไม่มีอะไรในหัว และคิดว่าเป็นเรื่องของการทำนายซึ่งผมเชื่อว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยถ้าเราลากจุดไปยังจุดที่เรารักและมีความสุขกับมัน มันน่าจะพาเราไปในเส้นทางที่ดี เมื่อเรามองย้อนกลับไปเราจะรู้สึกว่าเราเลือกได้ถูกต้อง&#8221;</p>
<p>	“ผมอยากพูดในฐานะของคนเป็นลูก ผมขอฝากคำพูดนี้กลับไปยังพ่อแม่ว่าชีวิตของลูกๆไม่ได้เป็นของพ่อแม่ทั้งหมด ถึงแม้มันจะมีความเชื่อมโยงกันอยู่บ้าง ผมเชื่อว่าการเลี้ยงลูกมันจะต้องค่อยๆสนับสนุนและเรียนรู้ไปพร้อมกับเขา ต้องยอมเสี่ยงให้เขาได้เราทำในสิ่งที่รัก เรามองข้ามไปว่าการเสี่ยงจะมีส่วนในพัฒนาการของเด็ก เราต้องเลือกที่จะดุและเลือกที่จะปล่อยในตามโอกาส&#8221; อาทิตย์ สะท้อนว่าการปฏิรูปประเทศนั้นเริ่มจากหน่วยย่อยๆเล็กๆที่เรียกว่า &#8220;ครอบครัว&#8221;</p>
<p>	การเปลี่ยนแปลงของอาทิตย์เขาเชื่อว่า คนธรรมดาแบบเราคือฟันเฟืองเล็กๆที่สามารถเปลี่ยนสังคมได้ “บางทีเราไปตั้งความหวังที่มันไกลตัวเรา เรามองข้ามศักยภาพของตัวเองและสิ่งใกล้ๆตัว จริงๆมันใกล้ตัวกว่าที่เราคิด ในขณะที่เราดำรงชีวิตมันก็คือสังคมแล้ว เช่น สมมุติผมเห็นขยะที่พื้นแล้วผมหยิบไปทิ้ง นี่ก็ช่วยให้สังคมดีขึ้นแล้ว ดังนั้นเราควรจะรักษาสังคมเล็กๆให้ดำรงอยู่แล้วสังคมใหญ่ๆมันจะเปลี่ยนภาพรวมเอง&#8221;</p>
<p>	“ความชื่นชอบและความชำนาญเฉพาะตัว&#8221; ดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสังคมในครั้งนี้ อยู่ที่เราเลือกว่าเราจะเลือกกุญแจดอกไหนเพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว สิ่งเหล่านี้ต้องฝากคำถามกลับไปที่คุณผู้อ่านอีกครั้งเพื่อเปรียบเทียบกุญแจที่เหมาะสมที่สุดในการไขปัญหาดังกล่าว</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/artit-gowitwarangkul/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://media.blubrry.com/practicalradio/transform.in.th/wp-content/media/podcast/new-think-28_artit.mp3" length="42638839" type="audio/mpeg" />
			<itunes:keywords>คำถาม,ชีวิต,ปฏิรูปประเทศ,ปรัชญา,อาทิตย์ โกวิทวรางกูร,เศรษฐศาสตร์</itunes:keywords>
		<itunes:subtitle>อาทิตย์ โกวิทวรางกูร ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ ผู้ตั้งคำถามเชิงปรัชญาถึงที่มาที่ไปและคุณค่าของวิชาเศรษฐศาสตร์ ที่อาจารย์ไทยจำนวนมากละเลยที่จะเชื่อมโยงให้เห็นถึงความหมายและภาพรวม จึงทำให้ห้องเรียนเศรษฐศาสตร์เต็มไปด้วยความน่าเบื่อของตัวเลขสมการที่ไม่เห็นความเ...</itunes:subtitle>
		<itunes:summary>อาทิตย์ โกวิทวรางกูร ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ ผู้ตั้งคำถามเชิงปรัชญาถึงที่มาที่ไปและคุณค่าของวิชาเศรษฐศาสตร์ ที่อาจารย์ไทยจำนวนมากละเลยที่จะเชื่อมโยงให้เห็นถึงความหมายและภาพรวม จึงทำให้ห้องเรียนเศรษฐศาสตร์เต็มไปด้วยความน่าเบื่อของตัวเลขสมการที่ไม่เห็นความเกี่ยวพันกับวิถีเศรษฐกิจในชีวิตประจำวัน</itunes:summary>
		<itunes:author>Siam Intelligence</itunes:author>
		<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
		<itunes:duration>1:28:50</itunes:duration>
	</item>
		<item>
		<title>Practical Radio ตอนที่ 45 สัมภาษณ์คุณ &#8220;จรัญ หอมเทียนทอง&#8221; สำนักพิมพ์แสงดาว</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/practical-radio-45/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/practical-radio-45/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Sep 2011 07:43:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>big</dc:creator>
				<category><![CDATA[Practical Radio]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[จรัญ หอมเทียนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสิ่งพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=21761</guid>
		<description><![CDATA["จรัญ หอมเทียนทอง" หลงใหลโลกหนังสือตั้งแต่ยุค 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเสรีภาพในการอ่านและคิดยังถูกปิดกั้นโดยรัฐบาลเผด็จการ จวบจนปัจจุบันได้ก่อตั้งสำนักพิมพ์แสงดาว เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักอ่านในเมืองไทย ที่ต้องการลิ้มรสทางปัญญาที่หลากหลายลุ่มลึก ทั้งสำหรับความรื่นรมย์ส่วนตัวและการต่อสู้แข่งขันเอาตัวรอดอย่างมีความสุขในศตวรรษที่ 21]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;จรัญ หอมเทียนทอง&#8221; หลงใหลโลกหนังสือตั้งแต่ยุค 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเสรีภาพในการอ่านและคิดยังถูกปิดกั้นโดยรัฐบาลเผด็จการ จวบจนปัจจุบันได้ก่อตั้งสำนักพิมพ์แสงดาว เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักอ่านในเมืองไทย ที่ต้องการลิ้มรสทางปัญญาที่หลากหลายลุ่มลึก ทั้งสำหรับความรื่นรมย์ส่วนตัวและการต่อสู้แข่งขันเอาตัวรอดอย่างมีความสุขในศตวรรษที่ 21</p>
<p><img src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/09/IMG_0217-620x465.jpg" alt="" title="IMG_0217" width="620" height="465" class="aligncenter size-medium wp-image-21762" /></p>
<p>สำนักพิมพ์ ย่อมไม่ใช่ธุรกิจที่สร้างความร่ำรวยได้เป็นกอบเป็นกำในประเทศไทย หากทว่าก็ไม่ใช่ธุรกิจที่ต้องกินแกลบหรือควักเนื้อเสมอไป สิ่งสำคัญคือ การรู้จักพลิกแพลงความรักหนังสือให้กลมกล่อมเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ต้องขัดแย้งและไม่ยอมอยู่ร่วมฟ้ากันเสมอไป ตัวอย่างเช่น การสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวเอง การรู้จักแสวงหาช่องทางจำหน่ายที่ไม่อิงกับร้านหนังสือใหญ่ การกระจายความเสี่ยงด้วยการพิมพ์หนังสือที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งหมดนี้ย่อมเป็นความท้าทายและเสน่ห์ของผู้ประกอบการด้านหนังสือในประเทศไทย</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/practical-radio-45/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
<enclosure url="http://media.blubrry.com/practicalradio/www.siamintelligence.com/files/podcast/practical-radio-45_charan.mp3" length="21063052" type="audio/mpeg" />
			<itunes:keywords>จรัญ หอมเทียนทอง,ธุรกิจสิ่งพิมพ์,ผู้นำ,ร้านหนังสือ,สำนักพิมพ์,ห้องสมุด</itunes:keywords>
		<itunes:subtitle>&quot;จรัญ หอมเทียนทอง&quot; หลงใหลโลกหนังสือตั้งแต่ยุค 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเสรีภาพในการอ่านและคิดยังถูกปิดกั้นโดยรัฐบาลเผด็จการ จวบจนปัจจุบันได้ก่อตั้งสำนักพิมพ์แสงดาว เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักอ่านในเมืองไทย ที่ต้องการลิ้มรสทางปัญญาที่หลากหลายลุ่มลึก ทั้งส...</itunes:subtitle>
		<itunes:summary>&quot;จรัญ หอมเทียนทอง&quot; หลงใหลโลกหนังสือตั้งแต่ยุค 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเสรีภาพในการอ่านและคิดยังถูกปิดกั้นโดยรัฐบาลเผด็จการ จวบจนปัจจุบันได้ก่อตั้งสำนักพิมพ์แสงดาว เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักอ่านในเมืองไทย ที่ต้องการลิ้มรสทางปัญญาที่หลากหลายลุ่มลึก ทั้งสำหรับความรื่นรมย์ส่วนตัวและการต่อสู้แข่งขันเอาตัวรอดอย่างมีความสุขในศตวรรษที่ 21</itunes:summary>
		<itunes:author>Siam Intelligence</itunes:author>
		<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
		<itunes:duration>43:53</itunes:duration>
	</item>
		<item>
		<title>New Think ตอนที่ 19 สัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ &#8220;วาวไพลิน ช่อวิเชียร&#8221;</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/vowpailin-chovichien/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/vowpailin-chovichien/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Sep 2011 04:36:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>big</dc:creator>
				<category><![CDATA[Practical Radio]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[new think]]></category>
		<category><![CDATA[social media]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[วาวไพลิน ช่อวิเชียร]]></category>
		<category><![CDATA[เดินชิดขวา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=21604</guid>
		<description><![CDATA[วาวไพลิน ช่อวิเชียร นักกฎหมายแห่งกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ปรารถนาจะเห็นเมืองไทยงดงามขึ้นได้จากภายในจิตใจ โดยเฉพาะยุคสมัย Social Media ที่สามารถระดมผู้คนและทรัพยากรเพื่อการณรงค์ทางสังคมได้เป็นอย่างดี การบังคับใช้กฎหมายควรเป็นทางออกสุดท้ายในการจัดระเบียบสังคม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วาวไพลิน ช่อวิเชียร นักกฎหมายแห่งกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ปรารถนาจะเห็นเมืองไทยงดงามขึ้นได้จากภายในจิตใจ โดยเฉพาะยุคสมัย Social Media ที่สามารถระดมผู้คนและทรัพยากรเพื่อการณรงค์ทางสังคมได้เป็นอย่างดี การบังคับใช้กฎหมายควรเป็นทางออกสุดท้ายในการจัดระเบียบสังคม</p>
<p><img src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/09/31.วาวไพลิน-480x640.jpg" alt="" title="vowpailin" width="480" height="640" class="aligncenter size-medium wp-image-21606" /></p>
<p>กฎหมายไม่ใช่เรื่องของความเข้มงวดตายตัว หากเป็นการประยุกต์ใช้ตรรกะเหตุผลมาแปลความหมายของสรรพสิ่งรอบตัว โดยผสมผสานความรอบรู้หลากสาขาเพื่อนำมาสู่บทสรุปว่า &#8220;สิ่งที่กำลังพิจารณาอยู่นี้ มีความน่าจะเป็นของความถูกต้องมากหรือน้อยกว่าความผิดพลาด&#8221; เพราะในโลกความจริงไม่ได้เป็นขาวดำ ไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบ</p>
<p>กฎหมายที่ดีจึงไม่ได้เป็นเพราะความชัดเจนแจ่มแจ้งไร้ข้อโต้แย้งเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องเป็นกฎหมายที่มีรากฐานอยู่บน &#8220;ความยินยอมพร้อมใจ&#8221; ของสมาชิกในสังคม แน่นอนว่า บางเรื่องเป็นนิสัยเคยชินที่ไม่ดีของประชาชน หากแต่กฎหมายที่ดีก็จะสามารถทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ยินดีที่จะเสียสละเสรีภาพส่วนบุคคล เพื่อแลกกับผลประโยชน์โดยรวมที่ตนเองและสังคมจะได้รับ</p>
<p>กฎหมายจึงเป็นเรื่องของการประนีประนอมที่ละเอียดอ่อนระหว่าง &#8220;ตัวเรา&#8221; ที่ปรารถนาเสรีภาพและความสุขส่วนบุคคลกับ &#8220;ตัวเรา&#8221; ที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ที่อยากจะเห็นผู้อื่นมีความสุข และอยากจะให้ความสุขนั้นย้อนกลับมาที่ตัวเรา</p>
<p><strong>บทถอดเทป</strong></p>
<p>วาวไพลิน  ช่อวิเชียร</p>
<p>กฏหมาย การเชื่อมโยง สามัญสำนึก: กลไกเปลี่ยนแปลงสังคม</p>
<p>	พลังแห่งการเชื่อมโยงของ Social Mediaนั้นจะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างคาดไม่ถึง วาวไพลิน ช่อวิเชียร นักกฎหมายแห่งกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตในประเทศอังกฤษ สะท้อนถือการจัดระเบียบสังคมใหม่ด้วยกฏหมายที่เหมาะสม โดยมีเครื่องมือเทคโนโลยีในการสร้างสำนึกใหม่ที่ดี เช่น การระดมทรัพยากรเมื่อเกิดภาวะวิกฤต ก็เป็นช่องทางที่ทำให้คนได้แสดงความเป็นพลเมืองที่ดีที่รับผิดชอบต่อสังคมออกมา</p>
<p>	“การเรียนกฏหมายถูกเข้าใจผิดมาตลอดว่าจะต้องเข้มงวดและถูกตีความไปตัวหนังสือ จริงๆแล้วมันคือการสอนการใช้ตรรกะในการประเมินว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่ถูกและสิ่งใดเป็นสิ่งที่ผิด โลกใบนี้ไม่มีอะไรเป็นสีขาว – ดำ มันกำลังพูดถึงเรื่องควรหรือไม่ควรกระทำ ถ้าหากอันไหนมันเกินเลยกฏหมายก็จำเป็นต้องเข้าไปควบคุม&#8221; วาว เริ่มอธิบายนิยามของกฏหมายในรูปแบบที่เธอเข้าใจ เพื่อให้การสนทนาในวันนั้นดำเนินไปบนพื้นฐานความคิดนี้</p>
<p>	มุมมองคนรุ่นใหม่อย่างวาวต่อระบบงานราชการเป็นอย่างไร? เธอเล่าถึงงานที่เธอได้ทำว่า “ส่วนใหญ่ก็จะดูแลด้านกฏหมายตอนนี้ทำด้านนิวเคลียร์ ก่อนหน้านั้นทำด้านทรัพย์สินทางปัญญา ก่อนหน้านั้นเราก็มองเหมือนคนอื่นว่าระบบราชการว่าล่าช้า คอร์รัปชั่นสูง แต่พอเราเข้ามาได้ใช้ทุนเราเห็นว่าพอเข้ามาหน่วยราชการเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ เช่น ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมของสหประชาชาติก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี&#8221;</p>
<p>	นอกจากกลไกราชการที่ขับเคลื่อนสังคมภาพรวมแล้ว การเปลี่ยนแปลงสังคมอาจทำได้จากจุดเล็กๆเริ่มได้ที่ตัวเราเอง เป็นต้นกำเนิดของแคมเปญรณรงค์ให้ &#8220;ขึ้นบันไดชิดขวา&#8221;ที่เธอร่วมกับเพื่อนทางsocial network รณรงค์     &#8220;บางคนคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่จริงๆมันเป็นหลักปฏิบัติสากล เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่เร่งรีบเขาได้เดินไปได้ นี่เป็นเรื่องง่ายๆในการที่คุณจะเริ่มเคารพสิทธิของผู้อื่น&#8221; facebook ที่เธอสร้างขึ้นในวันแรกมีคนกด like เห็นด้วยถึง 300คน</p>
<p>	“พอเริ่มมีคนเห็นด้วยกับเรา สื่อกระแสหลักก็นำเสนออกไปได้มีโอกาสออกวิทยุและโทรทัศน์ก็ทำให้คนที่เริ่มเห็นด้วยเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งมันก็สะท้อนได้ว่าหากคนตัวเล็กๆได้รวมกลุ่มจัดการปัญหา โดยไม่ใช่แค่มัวเรียกร้องจากรัฐหรือหน่วยงานเอกชนก็สามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องรอบๆตัวได้&#8221; พลังแห่งการเชื่อมโยง ทำให้มนุษย์ตระหนักในพลังอำนาจของการรวมหมู่เฉกเช่นกับภาษิตโบราณที่ว่า &#8216;หลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว&#8217; เพียงแต่สมัยนี้มีการเชื่อมโยงผ่านโลกออนไลน์ทำให้หลายๆอย่างดูง่ายขึ้น</p>
<p>	ตอนนี้เธอกำลังเริ่มแคมเปญใหม่ง่ายๆอย่าง เช่น การรณรงค์ไม่ใช่ถุงพลาสติก &#8220;จริงๆเรื่องนี้มีการรณรงค์มานาน คือเราสังเกตว่าทุกคนมีถุงผ้าแต่มีคนละ10กว่าใบกลายเป็นปัญหาใหม่ เวลาเรานำถุงผ้าไปซื้อของก็ชอบเอาถุงพลาสติกที่ใส่ของมาใส่ถุงผ้าอีกที ซึ่งมันไม่ได้แก้ปัญหาเลย เรื่องที่เรารณรงค์อาจไม่ใช่เรื่องใหม่แต่เราจะพยายามมีวิธีนำเสนอและให้แง่คิดใหม่ๆ เพื่อให้คนเริ่มหันไปปรับพฤติกรรมของตัวเอง&#8221;</p>
<p>	สังคมไทยที่เธออยากเห็นในวันข้างหน้าเป็นอย่างไร ? “การเปลี่ยนทางสังคมจะต้องเปลี่ยนแปลงในระยะยาว วาวมองในเรื่องของการเปลี่ยนทัศนคติของคนไทยที่ต้องเปลี่ยนแปลง เช่น เรื่องของการดูถูกเหยียดหยามกันเองและผู้อื่น เราเลือกจะจัดประเภทคนแบบเหมารวมซึ่งเป็นทัศนคติที่น่ากลัว&#8221; </p>
<p>	แต่สิ่งที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือสังคมไทยปัจจุบันไม่มีพื้นที่ให้กับ &#8216;การคิดต่าง&#8217; วาวไพลิน แสดงความเห็นว่า &#8220;เรื่องนี้น่ากลัวกว่าเรามักจะมีกฏหมายบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องมี เพื่อเข้ามาควบคุมสังคมมากเกินไป ในบางเรื่องเราปล่อยให้ประชาชนได้ตัดสินใจเองบ้าง เช่น ในเรื่องการกำหนดเวลาการขายแอลกอฮอลล์ จริงๆอาจจะไม่ได้ลดปัญหาคนก็ไปซื้อตุนมาดื่มนอกเวลา แทนที่จะให้คนเราตัดสินใจด้วยสามัญสำนึกของตัวเองว่าเขาควรจะดื่มหรือไม่ควรดื่มเวลาไหน&#8221;</p>
<p>	เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจในฐานะนักกฏหมายที่น่าจะเชื่อในเรื่องของการบังคับใช้กฏหมายที่มีประสิทธิภาพ วาวกลับเชื่อในเรื่องของเสรีภาพของบุคคลว่า “วาวว่าไม่จำเป็นทุกอย่างในโลกจะต้องมีกฏหมายมาผูกมัดเสมอ เราต้องปล่อยให้มนุษย์มีตัวเลือกในการตัดสินใจ และดูความสมดุลระหว่างเสรีภาพของบุคคลและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม ต้องไปควบคู่กันไป&#8221;</p>
<p>	ทางออกหลังจากยุคที่กฏหมายในปัจจุบันถูกลดความศักดิ์สิทธิ์ลง ด้วยข้อครหา &#8216;สองมาตรฐาน&#8217; กฏหมายที่เหมาะสมควรจะเป็นอย่างไร “กฏหมายที่เป็นที่ยอมรับของคนเพียงครึ่งเดียวในสังคม แล้วคนไม่ปฏิบัติตามมันก็ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าเป็นกฏหมายที่มีคนเห็นด้วยแล้วปฏิบัติตาม แบบนั้นจะมีประโยชน์มากกว่า ดังนั้นร่างกฏหมายส่วนหนึ่งควรจะมาจากรากฐานความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง&#8221;</p>
<p>	เพราะในบางครั้งอำนาจการควบคุมที่ดีที่สุด คือ การที่มนุษย์เริ่มควบคุมพฤฒิกรรมของตัวเองได้ซึ่งย่อมได้ผลกว่าการบังคับใช้ให้ทุนให้โทษทางกฏหมายเสียอีก</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/vowpailin-chovichien/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
<enclosure url="http://media.blubrry.com/practicalradio/transform.in.th/wp-content/media/podcast/new-think-34_vowpailin.mp3" length="7791241" type="audio/mpeg" />
			<itunes:keywords>new think,social media,กฎหมาย,วาวไพลิน ช่อวิเชียร,เดินชิดขวา</itunes:keywords>
		<itunes:subtitle>วาวไพลิน ช่อวิเชียร นักกฎหมายแห่งกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ปรารถนาจะเห็นเมืองไทยงดงามขึ้นได้จากภายในจิตใจ โดยเฉพาะยุคสมัย Social Media ที่สามารถระดมผู้คนและทรัพยากรเพื่อการณรงค์ทางสังคมได้เป็นอย่างดี การบังคับใช้กฎหมายควรเป็นทางออกสุดท้ายในการจัดระเบียบส...</itunes:subtitle>
		<itunes:summary>วาวไพลิน ช่อวิเชียร นักกฎหมายแห่งกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ปรารถนาจะเห็นเมืองไทยงดงามขึ้นได้จากภายในจิตใจ โดยเฉพาะยุคสมัย Social Media ที่สามารถระดมผู้คนและทรัพยากรเพื่อการณรงค์ทางสังคมได้เป็นอย่างดี การบังคับใช้กฎหมายควรเป็นทางออกสุดท้ายในการจัดระเบียบสังคม</itunes:summary>
		<itunes:author>Siam Intelligence</itunes:author>
		<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
		<itunes:duration>16:14</itunes:duration>
	</item>
	</channel>
</rss>

