The Reader : แบบทดสอบทางศีลธรรม และทางเลือกของการยอมจำนน
The Reader (1995) หรือในชื่อภาษาเยอรมัน Der Vorleser เป็นนวนิยายของเบอร์นาร์ด ชลิงค์ ตั้งคำถามถึงความหมายในประเด็นทางศีลธรรม และรบกวนจิตใจมากเหลือเกิน ชลิงค์ทำให้ประเด็นทางศีลธรรมในเรื่องส่วนบุคคลอย่าง ความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวระหว่าง ไมเคิล แบร์ก วัย 15 ปี และ ฟราว ฮันนา ชมิทช์ วัย 36 ปี เป็นเรื่องเล็กไปเลย (สำหรับสังคมสมัยใหม่ การมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะถือเป็นความผิดทางกฎหมายอาญา สำหรับในประเทศไทย มีกรณีใกล้เคียงกันอย่างเรื่องครูสาวที่ถูกข่มขู่จากนักเรียนของเธอว่าจะเปิดเผยความลับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เพื่อให้ครูมีความสัมพันธ์ทางเพศด้วยกันอีก แต่เธอปฏิเสธ เรื่องจึงถึงผู้ปกครอง และศาลในที่สุด) เมื่อเทียบกับเรื่องราวในลำดับถัดมา ไมเคิลในช่วงวัยรุ่นขณะเขากำลังเรียนด้านกฎหมาย และเผอิญว่าเขาได้เข้าร่วมการสัมมนาในคดีค่ายกักกันของนาซีในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ได้พบฮันนาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอตกเป็นจำเลยในฐานะผู้คุมของนาซี ที่มีหน้าที่ (หรืออย่างน้อยก็รับรู้) ในการคัดเลือกนักโทษส่วนหนึ่งไป สับเปลี่ยนที่ค่ายเอาท์ซวิตช์ ซึ่งแท้จริงแล้วคือการส่งนักโทษยิวไปประหารในห้องรมแก๊ซพิษนั่นเอง
Xerox แต่งตั้ง CEO สตรีผิวดำคนแรกในวงการธุรกิจขนาดใหญ่
Xerox ประกาศเปลี่ยนตัว CEO จากเดิม Anne Mulcahy ซึ่งเป็นสตรีผิวขาว มาเป็น Ursula Burns สตรีผิวดำวัย 50 ปี Burns ถือเป็นสตรีผิวดำคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่ง CEO ในบริษัทขนาดยักษ์ของสหรัฐ ทั้ง Mulcahy และ Burns นั้นเป็นลูกหม้อของ Xerox มานาน เธอจบการศึกษาด้านวิศวกรรมเคมีและมีผลงานใน Xerox มากมาย โดยเฉพาะงานด้าน supply chain และการผลิต ซึ่งน่าจะมีส่วนช่วยได้มากในการบริหารงาน Xerox ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ก่อนหน้านี้ในปี 2007 เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานบริษัท และรอคิวรับตำแหน่ง CEO จากรุ่นพี่ของเธอคือ Mulcahy ซึ่งเป็นซีอีโอหญิงคนแรกของ Xerox ตั้งแต่ปี 2001 โดย Mulcahy จะเกษียณอายุในการบริหาร แต่ยังรับตำแหน่งประธานบอร์ดอยู่ ปัจจุบันนี้ในหมู่บริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐ เริ่มมีสตรีที่ไม่ใช่เชื้อสายแองโกลแซกซอนเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดกันมากขึ้น ตัวอย่างที่ดีคือ ซีอีโอหญิงของ PepsiCo Indra [...]
บทความปฏิกิริยาต่อข้อเขียนของ “ประสงค์ วิสุทธิ์” : แค่พ่ายศึก แต่ยังไม่แพ้สงคราม โดยอภิชาติ สถิตนิรามัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผมเห็นด้วยกับบทความชื่อข้างต้นของพี่ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ซึ่งตีพิมพ์ในมติชนรายวันฉบับวันที่ 18 เมษายน 2552 พี่ประสงค์สรุปว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในช่วงสงการณ์เลือดนั้น “นับ เป็นการพ่ายแพ้ในทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง แต่การยอมยุติการชุมนุมครั้งนี้เป็นเพียงการพ่ายศึก แต่ยังไม่แพ้สงคราม เพราะ “รากเหง้า” ของปัญหายังคงดำรงอยู่ กลุ่มเสื้อแดงเพียงแต่ถอยเพื่อปรับกลยุทธ์การต่อสู้ สะสมกำลังรอเวลาที่จะเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้งหนึ่ง” และกล่าวต่อไปว่า “แน่นอนว่าในกลุ่มคนเสื้อแดงอาจมีบางพวกที่มีวาระซ่อนเร้นต้องการใช้ความ รุนแรงเพื่อบรรลุเป้าหมาย แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดงมีหลากหลายความคิด เช่น พวกที่เป็นผู้สนับสนุนและได้รับผลประโยชน์จาก พ.ต.ท.ทักษิณโดยตรง พวกที่ไม่ชอบกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พวกที่ต้องการประชาธิปไตยและต่อต้านการรัฐประหารอย่างแท้จริง พวกที่ต่อต้านสถาบัน พวกที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ [พวกที่]เห็นว่า การโค่นล้ม พ.ต.ท.ทักษิณไม่เป็นธรรม ฯลฯ ดังนั้น แม้จะพ่ายศึก แต่ความรู้สึกของผู้ชุมนุมบางส่วนว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมยังคงฝังแน่นก็พร้อมที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมและโอกาสอำนวยให้” ความเห็นด้วยกับบทความนี้ของผมสิ้นสุดลงเพียงแค่ย่อหน้านี้เท่านั้น ผมเห็นด้วยว่าเสื้อแดงเพียงแค่พ่ายศึก แต่ยังไม่แพ้สงคราม เพราะตราบใดที่ปัญหา “รากเหง้า” ยังไม่ได้รับการแก้ไข ตราบนั้นปัญหารากเหง้าเหล่านี้จะเป็นเชื้อไฟอย่างดีให้กับการเคลื่อนไหว ทางการเมืองทั้งที่ชอบธรรมและไม่ชอบธรรมได้ต่อไป (เสียดายที่พี่ประสงค์ไม่ระบุให้ชัดเจนว่ามันคืออะไรบ้าง!)
จากถนนพิษณุโลก : 19.05.2009 แนวทางการบริหารจัดการองค์กรมหาชน และการดำเนินงานโครงการนำร่องการประกันภัยพืชผลโดยใช้ดัชนีภูมิอากาศ
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2552 เมื่อเวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี จากนั้น นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศุภรักษ์ ควรหา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี SIU สรุปมติครม. ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
กำหนดการเปิดตัวห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ และเว็บไซต์ปรีดี-พูนศุข พนมยงค์
กำหนดการเปิดตัว โครงการห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ปรีดี-พูนศุข พนมยงค์ (Pridi-Phoonsuk Banomyong E-Library) และเว็บไซต์ปรีดี-พูนศุข พนมยงค์ (www.pridi-phoonsuk.org) ณ ห้องประชุม 101 คณะเศรษฐศาสตร์ มธ.ท่าพระจันทร์ วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2552 เวลา 13.00 – 16.30 น. 13.00 – 13.20 กล่าวแนะนำโครงการ โดยดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ประธานคณะทำงาน Pridi-Phoonsuk E-Library กรรมการอำนวยการจัดงาน 110 ปี รัฐบุรุษอาวุโสปรีดี พนมยงค์ 2443- 2543 13.20 – 14.00 แนะนำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์และเว็บไซต์ปรีดี-พูนศุข พนมยงค์ (www.pridi-phoonsuk.org ) โดย นายธนาพล อิ๋วสกุล และนายวินย์ เมฆไตรภพ 14.00– 14.20 แนะนำการสืบค้นข้อมูล [...]
ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนออกแถลงการณ์เรียกร้องปล่อยตัวอองซานซูจี
วันนี้ (19 พ.ค.) เมื่อเวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนต่อกรณีของพม่า ว่า ตนได้ออกแถลงการณ์ในนามของประธานอาเซียน โดยยึดหลักท่าทีหรือจุดยืนของอาเซียนเดิมที่อ้างอิงเอาไว้ในเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับการปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านในพม่า และเน้นในเรื่องของการดำเนินการที่คำนึงถึงหลักมนุษยชนและสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่ง ที่ตนได้พูดไว้ก่อนหน้านี้คือ เราต้องการที่จะเห็นพม่าสามารถดำเนินการตามแผนของเขาในเรื่องของการ ปรับปรุงระบบการเมืองต่างๆ ตามแผนที่พม่าวางไว้ แต่พอเกิดเหตุอย่างนี้ก็ย่อมเป็นคำถาม ข้อสงสัย และทำให้เกิดความห่วงใยในประชาคม เพราะฉะนั้น เราจึงอยากให้พม่าสามารถคลี่คลายปัญหาดังกล่าวได้ และในฐานะที่อาเซียนต้องการที่จะทำงานร่วมกัน อาเซียนก็พร้อมที่จะมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้
นักสร้างสรรค์เรื่องเล่า (Story Teller) : บุคคลสำคัญในโลกธุรกิจแห่งศตวรรษที่ 21
โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ ปัญหาสำคัญของโลกธุรกิจในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่การผลิตสินค้าอีกต่อไป เนื่องเพราะเทคโนโลยีสามารถลอกเลียนแบบกันได้อย่างรวดเร็ว เงินทุนมีให้หยิบยืมกันได้ทั่วทุกหนแห่ง ดังนั้น สิ่งเดียวที่นักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่จะต้องเอาใจใส่ จึงมีเพียง “การเล่าเรื่อง” อย่างมีชั้นเชิงและศิลปะ เพื่อที่จะกระตุกให้ผู้บริโภค “สะดุดตา” ในสินค้าของเรา ท่ามกลางกองสินค้านับร้อยนับพันชิ้นที่มีรูปร่าง คุณภาพ สีสัน แทบไม่แตกต่างกันเลย อย่างไรก็ตาม “การเล่าเรื่อง” ถือเป็น “ศิลปะ” ขั้นสูง หากกระทำอย่างหยาบกระด้างผิวเผิน ย่อมไม่อาจดึงดูดผู้คนให้สนใจติดตามได้ เรื่องเล่าที่เลว จึงยิ่งทำให้สินค้าที่น่าเบื่ออยู่แล้ว กลับเพิ่มพูนความน่าเบื่อยิ่งขึ้น ในที่สุดผู้บริโภคจึงเดินจากไป โดยไม่สนใจแม้แต่จะตำหนิติติง ทิ้งไว้เพียงความเฉยชาที่เงียบงัน
ศรีลังกา : จากสงครามแบบแผน สู่สงครามการก่อการร้าย
การประกาศชัยชนะของประธานาธิบดีมหินทา ราชปักษาในเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เหนือขบวนการปลดปล่อยพยัคฆ์ทมิฬอีแลม (Liberation Tigers of Tamil Eelam หรือ LTTE) รวมถึงการประกาศสังหารนายเวฬุพิลัย ประภาการัน ผู้นำกลุ่มกบฏพยัคฆ์ทมิฬอีแลม วัย 54 ปี (และนายชาเรด แอนโธนี บุตรชายวัย 24 ปี) ถือเป็นการยุติการสู้รบตามแบบแผน (conventional warfare) นาน 25 ปี ของรัฐบาลสิงหลที่เป็นชนเชื้อสายส่วนใหญ่ในศรีลังกา ต่อความพยายามแบ่งแยกดินแดนของกบฏชาวทมิฬ ซึ่งมีเขตอิทธิพลในพื้นที่ทางตอนเหนือ และชายฝั่งแถบตะวันออกของศรีลังกา

