<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
xmlns:rawvoice="http://www.rawvoice.com/rawvoiceRssModule/"
>

<channel>
	<title>Siam Intelligence &#187; กลยุทธ์ธุรกิจ</title>
	<atom:link href="http://www.siamintelligence.com/category/strategy/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.siamintelligence.com</link>
	<description>Dare to Think</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Feb 2012 10:16:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
<!-- podcast_generator="Blubrry PowerPress/2.0.4" -->
	<itunes:summary>Dare to Think</itunes:summary>
	<itunes:author>Siam Intelligence</itunes:author>
	<itunes:explicit>no</itunes:explicit>
	<itunes:image href="http://www.siamintelligence.com/wp-content/plugins/powerpress/itunes_default.jpg" />
	<itunes:subtitle>Dare to Think</itunes:subtitle>
	<image>
		<title>Siam Intelligence &#187; กลยุทธ์ธุรกิจ</title>
		<url>http://www.siamintelligence.com/wp-content/plugins/powerpress/rss_default.jpg</url>
		<link>http://www.siamintelligence.com/category/practical-report/strategy/</link>
	</image>
		<item>
		<title>“ฝรั่งเศส”: ประวัติศาสตร์การสร้างชาติและอัตลักษณ์</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/french-identity/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/french-identity/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 05 Feb 2012 13:07:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>big</dc:creator>
				<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การสร้างชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนิยม]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่งเศส]]></category>
		<category><![CDATA[อัตลักษณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=24279</guid>
		<description><![CDATA[การสร้างชาติย่อมไม่ใช่ภารกิจที่สำเร็จได้ในชั่วคนเดียว หากต้องใช้เวลายาวนานหลายร้อยปี อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่ “นักสร้างชาติ” ของฝรั่งเศสทุกรุ่นต้องเผชิญร่วมกัน ก็คือ ปัญหาการคมนาคมขนส่งระหว่างพื้นที่อันกว้างใหญ่ที่หลอมรวมกันเป็นประเทศฝรั่งเศส เราจะทำอย่างไรไม่ให้ดินแดนที่ห่างไกลและเต็มไปด้วยความหลากหลาย รู้สึกถึงความเหินห่างและปรารถนาแยกตัวจากไป]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>	มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐที่มีจินตนาการกว้างไกลไร้ขอบเขต หากสิ่งที่มนุษย์สามารถกระทำได้จริง ย่อมขึ้นอยู่กับขีดจำกัดของสภาพแวดล้อมและบริบทแห่งยุคสมัย เราจึงไม่อาจใช้มุมมองในยุคสมัยของเรา ไปตัดสินชี้ขาดการกระทำของบรรพบุรุษได้ทั้งหมด หากต้องรู้จักมองให้ลึกไปถึง “ห้วงขณะ” ที่มนุษย์ในยุคสมัยนั้นกำลังทำการตัดสินใจด้วย</p>
<p>	พลังงานและกำลังทรัพย์สินของแต่ละยุคสมัยย่อมมีขีดจำกัด พวกเขาไม่สามารถกระทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ดั่งใจปรารถนา หากต้องเลือกที่จะทำในสิ่งที่คิดว่าสำคัญที่สุด แล้วจึงส่งต่อภารกิจที่เหลือให้ลูกหลานในยุคถัดไปได้ต่อยอด</p>
<p>	การสร้างชาติก็เป็นผลผลิตของยุคสมัยหนึ่ง ถึงแม้มนุษย์ในวันนี้จะเดินทางข้ามรัฐข้ามชาติกันเป็นว่าเล่น แต่กระนั้นความรู้สึกร่วมในการเป็น “เพื่อนร่วมชาติ” ก็ยังไม่จางหายไปทั้งหมด นี่คือ ผลผลิตที่บรรพบุรุษได้ส่งต่อให้เรา ในขณะเดียวกันเราก็เริ่มรู้สึกว่าชาติเป็นสิ่งที่กำลังจะพ้นสมัยไป นั่นก็เพราะเราได้ช่วงใช้ประโยชน์จากการเป็นชาติเดียวกันมาหลายร้อยปี จนกระทั่งเราพร้อมที่จะก้าวไปสู่เขตแดนใหม่ ซึ่งก็คือ พลเมืองโลก (Global Citizen)</p>
<p>	การเรียนรู้ว่าบรรพบุรุษของเราสร้างชาติอย่างไรจึงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง เพื่อที่จะได้นำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างความเป็นพลเมืองโลกของเรา ที่สำคัญ เรายังสามารถเข้าใจทั้งจุดดีและจุดเสียของความเป็นชาติในยุคสมัยเรา เพื่อที่จะได้ใช้ประโยชน์จากความเป็นชาติที่กำลังล้าสมัยเป็นครั้งสุดท้าย สั่งสมเป็นทุนรอนในการสร้างโลกใหม่ของเรา</p>
<p>	“ฝรั่งเศส” เป็นประเทศหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์การสร้างชาติซึ่งน่าสนใจศึกษายิ่ง โดยเฉพาะการพิชิตชัยเหนือคาบสมุทรอิตาลีที่มีความมั่งคั่งและระดับอารยธรรมสูงส่งกว่า ก็เป็นผลผลิตหนึ่งของการสร้างชาติ เพราะพลังของรัฐชาติย่อมสามารถระดมทรัพยากรและไพร่พลได้ดียิ่งกว่านครรัฐที่แตกแยกขัดแย้ง </p>
<p>	ชัยชนะในสงครามต่อต้านราชวงศ์แฮปเบิร์กที่ครอบครองดินแดนกว้างใหญ่กว่าหลายเท่า ก็เป็นการสะท้อนความแข็งแกร่งในการสร้างชาติของฝรั่งเศสที่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากกว่านั่นเอง</p>
<p>	การปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ในปี 1789 ก็เป็นการปรับตัวของกระบวนการสร้างชาติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หากทว่าความพ่ายแพ้สงครามนโปเลียนในปี 1815 ก็เป็นขีดจำกัดของการสร้างชาติ ที่ต้องยอมรับว่าด้อยกว่าพลังแห่งการสร้างชาติแบบรัฐสภาของประเทศอังกฤษ</p>
<p>	การสร้างชาติย่อมไม่ใช่ภารกิจที่สำเร็จได้ในชั่วคนเดียว หากต้องใช้เวลายาวนานหลายร้อยปี อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่ “นักสร้างชาติ” ของฝรั่งเศสทุกรุ่นต้องเผชิญร่วมกัน ก็คือ ปัญหาการคมนาคมขนส่งระหว่างพื้นที่อันกว้างใหญ่ที่หลอมรวมกันเป็นประเทศฝรั่งเศส เราจะทำอย่างไรไม่ให้ดินแดนที่ห่างไกลและเต็มไปด้วยความหลากหลาย รู้สึกถึงความเหินห่างและปรารถนาแยกตัวจากไป</p>
<p>	ชนชั้นปกครองในยุคนั้น อาจไม่ได้คิดว่าตนเองกำลังสร้างชาติ หากทว่าการต่อสู้ดิ้นรนของกลุ่มผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกัน ก็ย่อมปรับตัวไปสู่กระบวนการสร้างชาติ เพราะนั่นคือ แนวโน้มแห่งยุคสมัยที่กำลังเกิดขึ้น</p>
<p>	ผู้ที่ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้ดีกว่า ย่อมเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด</p>
<p>	ในสังคมเกษตรกรรมที่ความมั่งคั่งส่วนใหญ่ติดอยู่ที่ผืนดิน การสร้างชาติอาจไม่มีประโยชน์คุณค่ามากมายนัก เพราะผลผลิตที่เกิดขึ้นก็เพียงใช้บริโภคกันภายในท้องถิ่น ที่เหลือก็ขนส่งเข้าเมืองหลวงเป็นภาษีอากรและค่าคุ้มครอง บางส่วนก็แบ่งปันให้ช่างฝีมือและศิลปินได้ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ไว้รับใช้ระบบการปกครองของชนชั้นสูงเพียงหยิบมือเดียว</p>
<p>	เมื่อยุโรปเริ่มมีการเฟื่องฟูทางการค้าในศตวรรษที่ 11 ผลผลิตที่สร้างได้ในท้องถิ่นหนึ่ง จึงไม่จำเป็นต้องจำกัดการบริโภคไว้เพียงภายในบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น หากยังสามารถเคลื่อนย้ายไปค้าขายในดินแดนที่ห่างไกลได้อีกด้วย นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการสร้างชาติในประเทศยุโรปตะวันตก ซึ่งแตกต่างจากการสร้างจักรวรดิของอารยธรรมโบราณทั้งมวล</p>
<p>	นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 11-14 การเกิดขึ้นของ “เมืองอิสระ(Bourg)” จำนวนมากในยุโรปตะวันตก ที่มุ่งเน้นสร้างความมั่งคั่งผ่านการค้าขายระหว่างกัน จึงย่อมเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างชาติในเวลาต่อมา โดยเฉพาะอังกฤษและฝรั่งเศสนับว่ามีปัจจัยที่เอื้ออำนวยที่สุด ในขณะที่ขีดจำกัดบางประการของอิตาลีและเยอรมันกลับทำให้กระบวนการสร้างชาติของสองประเทศหลังนี้ต้องล่าช้าออกไปถึงปลายศตวรรษที่ 19</p>
<p>	กษัตริย์ฝรั่งเศสในช่วงรัชสมัยก่อนหน้าการเกิดขึ้นของเมืองอิสระในศตวรรษที่ 11 จึงแทบไม่มีอำนาจทางการเมืองที่แท้จริงเลย พระองค์ทรงมีสิทธิขาดเฉพาะบริเวณรอบกรุงปารีสเท่านั้น ส่วนดินแดนที่เหลือของฝรั่งเศสกว้างใหญ่ กลับอยู่ในการครอบครองของผู้มีอำนาจตัวจริงนั่นคือ อัศวินและขุนนางแห่งระบอบฟิวดัล ที่เต็มไปด้วยขีดจำกัดของแนวคิดแบบท้องถิ่นนิยม มุ่งเน้นทำสงครามรบพุ่งระหว่างกัน ซึ่งย่อมเป็นภัยต่อการเติบโตของการค้าในระยะยาว</p>
<p><img src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/02/Philippe-Auguste.jpg" alt="" title="Philippe-Auguste" width="317" height="400" class="aligncenter size-full wp-image-24280" /></p>
<p>	รัชสมัยของพระเจ้าฟิลิป ออกัสตัส (1165 – 1223) พระองค์สามารถขยายเขตแดนของกษัตริย์ฝรั่งเศสจากรอบบริเวณปารีสไปครอบคลุมพื้นที่ 1 ใน 3 ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จนี้ย่อมมีการเฟื่องฟูทางการค้าและการเติบโตของชนชั้นนายทุนจากเมืองอิสระเข้ามาเป็นปัจจัยสนับสนุน</p>
<p>	การได้รับและสูญเสียดินแดนของโลกยุคโบราณเป็นเรื่องที่พลิกผันไปมาได้เสมอ หากทว่าสิ่งสำคัญคือ การพัฒนาระบบบริหารจัดการดินแดนที่ได้รับมาให้มีความจงรักภักดี การใช้อำนาจมากเกินไปย่อมนำไปสู่การต่อต้าน การปล่อยให้ปกครองกันเองก็เป็นอิสระและพร้อมจะหลุดลอยไปได้ทุกเมื่อ</p>
<p>	การสร้างระบบราชการที่มีชนชั้นกลางซึ่งได้รับเงินเดือนจากกษัตริย์เป็นผู้ช่วยปกครอง จึงเป็นสิ่งที่พระเจ้าฟิลิปได้เริ่มต้นพัฒนาขึ้นมา เพื่อปกครองดินแดนที่ยึดได้มาอย่างมีประสิทธิภาพเหนือกว่าระบบการปกครองแบบเดิม โดยข้าราชการเหล่านี้จะมีความจงรักภักดีมากกว่าขุนนางท้องถิ่น เพราะมีผลประโยชน์ผูกพันกับกษัตริย์ที่ส่วนกลาง ยิ่งกว่านั้น นโยบายของกษัตริย์ยังไม่เน้นการแทรกแซงระเบียบประเพณีของท้องถิ่นมากเกินไป หากทว่าปล่อยให้ประชาชนในท้องถิ่นได้มีอิสระในการดำเนินชีวิตตามแบบของตน ที่สำคัญยังมีการจัดตั้งศาลของกษัตริย์ขึ้นมาเป็นคู่แข่งกับศาลของขุนนาง ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการได้รับความเป็นธรรมเพิ่มขึ้นอีกด้วย</p>
<p>	การเติบโตของเมืองและการค้าขาย จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างชาติผ่านระบบราชการ เพราะกษัตริย์ที่ร่ำรวยย่อมสามารถจ่ายเงินเดือนและผลประโยชน์ให้ข้าราชการได้อย่างเพียงพอ ซึ่งนำไปสู่แรงจูงใจในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้น เมื่อประชาชนได้รับความเป็นธรรมและระบบการปกครองที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่า ก็ย่อมทำมาหากินได้ดี มีเงินมาจ่ายภาษีให้กษัตริย์ได้มากยิ่งขึ้น</p>
<p>	นับจากนี้เป็นต้นไป ไม่ว่ากษัตริย์ที่ขึ้นมาจะเข้มแข็งหรืออ่อนแออย่างไร ชนชั้นขุนนางก็ไม่สามารถขัดขวางการรวมชาติได้อีกต่อไป เพราะชนชั้นกลางที่สนับสนุนการค้าขายระหว่างกันล้วนเป็นพันธมิตรโดยธรรมชาติของกษัตริย์ฝรั่งเศส แน่นอนว่ามีหลายครั้งที่ดูเหมือนว่าจะกลับไปสู่ยุคของระบบฟิวดัลอีกครั้ง โดยเฉพาะสงครามศาสนาในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 และกบฎฟรองด์ (Fronde) ที่นำโดยข้าราชการและขุนนางระดับสูง ในกลางศตวรรษที่ 17 หากทว่าฝรั่งเศสก็ยังเดินหน้าที่จะรวมชาติกันอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในยุคสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14</p>
<p>	แม้ว่าจะเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี 1789 การเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐในปี 1870 ประเทศฝรั่งเศสก็ยังคงรวมเป็นชาติเดียวกันตราบจนกระทั่งปัจจุบัน</p>
<p>	เนื่องจากขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ การคมนาคมภายในไม่สะดวกสบายเทียบเท่ากับอังกฤษที่มีสภาพเป็นเกาะ หากทว่าบริเวณตะวันตกติดมหาสมุทรแอตแลนติค ทางตอนเหนือติดช่องแคบอังกฤษและทะเลเหนือ ทางตะวันออกเฉียงใต้ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จึงทำให้ฝรั่งเศสยังสามารถติดต่อค้าขายกันภายในได้ดีกว่าเยอรมันซึ่งมีพื้นที่ติดทะเลน้อยกว่า สุดท้ายจึงทำให้การสร้างชาติฝรั่งเศสมีความยุ่งยากมากมายกว่าอังกฤษ หากทว่าก็สะดวกสบายกว่าเยอรมัน</p>
<p>	นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ระบบรัฐสภาไม่สามารถมีบทบาทสำคัญในการสร้างชาติ เนื่องจากชนชั้นนำในแต่ละเขตแดนที่ห่างไกลไม่ปรารถนาจะเข้ามามีบทบาทในการปกครองประเทศเหมือนในอังกฤษ จึงเหลือทางเลือกเพียงหนึ่งเดียวคือ กษัตริย์จากปารีสจะต้องส่งอำนาจจากส่วนกลางเข้าไปเชื่อมต่อกับท้องถิ่น</p>
<p>	วันใดที่อำนาจจากส่วนกลางอ่อนแอลง วันนั้นประเทศก็สุ่มเสี่ยงต่อการล่มสลาย แต่เนื่องจากพลังที่เติบโตขึ้นตลอดเวลาของชนชั้นนายทุนแห่งเมืองอิสระ จึงทำให้ภารกิจสร้างชาติบรรลุเป้าหมายในที่สุด</p>
<p>	สิ่งที่ชนชั้นกลางและพ่อค้าในเมืองอิสระต้องการจากกษัตริย์ฝรั่งเศสในช่วงเวลาแห่งการรวมชาติระหว่างศตวรรษที่ 13-17 จึงไม่ใช่เทคโนโลยีชั้นสูงหรือนวัตกรรมล้ำเลิศในการเพิ่มผลผลิตเหมือนดั่งกรณีของเยอรมันซึ่งกระบวนการและความสำเร็จในการรวมชาติเกิดขึ้นภายหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรมในปลายศตวรรษที่ 18 ไปแล้ว หากเป็นเพียงกฎหมายที่เป็นธรรมและสันติภาพที่ยืนยาว แน่นอนว่ากษัตริย์ฝรั่งเศสไม่สามารถให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยังมีชนชั้นอภิสิทธิ์ที่ไม่ต้องเสียภาษ๊ ยังมีสงครามทั้งในและนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง หากกระนั้นภายใต้การปกครองของกษัตริย์ฝรั่งเศสก็ยังสามารถทำมาค้าขายได้ดีกว่าในสมัยปกครองด้วยขุนนางในระบบฟิวดัล (Feudalism)</p>
<p>	ความลักลั่นย้อนแย้งของการรวมชาติฝรั่งเศสก็คือ ในขณะที่ชนชั้นกลางและพ่อค้าในเมืองต้องการระบบกษัตริย์เพื่อจะสนับสนุนการทำมาค้าขายของตน แต่เนื่องจากกรุงปารีสที่เป็นศูนย์กลางการปกครองไม่ได้เป็นเมืองท่าแบบลอนดอน ทำให้กษัตริย์ฝรั่งเศสไม่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบทุนนิยมได้ ภาษีทั้งหลายที่ได้รับมาจึงถูกนำไปสร้างพระราชวังที่หรูหราและการสงครามเพื่อเกียรติยศที่สิ้นเปลืองมากกว่าจะนำไปใช้ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมและการค้าอย่างจริงจังเหมือนในประเทศอังกฤษ</p>
<p>	ชนชั้นกลาง พ่อค้า และนายทุนของฝรั่งเศส จึงต้องปรับตัวและแสวงหาความมั่งคั่งแบบใหม่ โดยการนำเงินทองที่ได้จากการทำมาหากินมาใช้ลงทุนซื้อตำแหน่งขุนนางเพื่อแสวงหาประโยชน์ในระบบราชการ แทนที่จะนำเงินไปลงทุนในการพัฒนาการค้าและอุตสาหกรรม</p>
<p>	ทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่ความผิดของใครในการพัฒนาประเทศ หากทว่าสภาพแวดล้อมโดยรวมของประเทศได้กำหนดให้แต่ละคนในสังคมต้องปรับตัวคล้อยตาม และแสวงหาทางเลือกที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในแบบอุดมคติหรือตามแบบประเทศเพื่อนบ้านที่ก้าวหน้ากว่า</p>
<p>	แม้ว่าฝรั่งเศสจะมีความอ่อนแอในการพัฒนาระบบทุนนิยมอย่างไร พลังของการรวมชาติที่เอื้ออำนวยให้เกิดการค้าขายระหว่างดินแดนภายในประเทศ การรวบรวบทรัพยากรในการทำสงครามเพื่อแย่งชิงดินแดนและการค้า ก็ย่อมทำให้ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มั่งคั่งและรุ่มรวยด้วยอารยธรรม ซึ่งสุดท้ายแม้จะพ่ายแพ้ให้อังกฤษ แต่ก็ยังครอบครองความเป็นมหาอำนาจชั้นแนวหน้าของประเทศยุโรป ที่แม้แต่ประเทศฮอลแลนด์ที่มีระบบการค้าขายซึ่งมีประสิทธิภาพกว่าก็ไม่สามารถเปรียบเทียบได้ เนื่องจากขีดจำกัดของขนาดประเทศและทรัพยากร</p>
<p>	ภายใต้ขีดจำกัดของพื้นที่และการคมนาคมในสมัยโบราณ การสร้างชาติและพัฒนาระบบทุนนิยมโดยผ่านสถาบันกษัตริย์ที่มีชนชั้นกลางและระบบราชการเป็นเครื่องมือ จึงเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพที่สุดในบริบทของประเทศฝรั่งเศส เพราะถ้าปล่อยให้แต่ละท้องถิ่นได้เติบโตตามลำพัง ถึงแม้จะสามารถเอาชนะอัศวินและขุนนางในท้องถิ่นได้ แต่ก็เพียงเปลี่ยนตัวผู้ปกครองกลุ่มใหม่และกลับไปรบพุ่งกันภายในเหมือนเดิม ซึ่งย่อมเป็นอุปสรรคต่อการค้าขาย การยอมให้กษัตริย์ได้ปกครองจึงเป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายเพื่อการพัฒนา</p>
<p>	ฝรั่งเศสอาจไม่ใช่ประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกต่อไป หากทว่า ผลประโยชน์จากการรวมชาติได้ก่อนประเทศอื่น ก็ยังทำให้มีสถานภาพและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป ยังไม่นับประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายที่แม้จะดีวันดีคืน แต่ก็ยังต้องรอเวลาอีกหลายสิบปีกว่าจะเทียบชั้นได้</p>
<p><strong>อัตลักษณ์ของฝรั่งเศส</strong></p>
<p>	I think therefore I am นับเป็นคำกล่าวที่สะท้อนความเป็นฝรั่งเศสมากที่สุด หากทว่าปัจจัยใดที่ทำให้ฝรั่งเศสเป็นชนชาติที่ชอบขบคิดและตั้งคำถามเป็นที่สุด</p>
<p>	ภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาลและการคมนาคมที่ไม่สะดวกเทียบเท่าอังกฤษ ทำให้ประชาชนฝรั่งเศสส่วนใหญ่ แทบไม่เคยมีสิทธิ์มีเสียงในการปกครองประเทศเลย จึงมีเพียงข้าหลวงที่นำ “ความคิด” จากศูนย์กลางของแผ่นดินที่กรุงปารีสมาบอกกล่าวและบังคับใช้เท่านั้น</p>
<p>	ประชาชนทั่วฝรั่งเศส จึงได้แต่คิดสนับสนุนหรือคิดคัดต้านไปตามแต่ประสบการณ์และความนึกฝันส่วนตนเท่านั้น เพราะไม่เคยเห็นของจริง ไม่เคยได้ปฏิบัติหรือมีส่วนร่วมเลย</p>
<p>	วอลแตร์ รุสโซ และมองเตสกิเออ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นต้นธารความคิดของการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี 1789 ก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในการร่วมปกครองประเทศ จึงอาศัยเพียงสิ่งที่ได้พบเห็นจากระบบการปกครองของประเทศอื่นซึ่งตนเองคิดว่าดีกว่า ผสมผสานกับความสามารถทางปัญญาและจินตนาการส่วนตัว เพื่อกลั่นกรองเป็นบทนิพนธ์ปรัชญาการเมืองที่สามารถปลุกเร้าใจประชาชน</p>
<p>	ที่น่าเศร้าก็คือ มหาปราชญ์ทั้งสามกลับไม่มีชีวิตยืนนานพอจะเห็นการปฏิวัติฝรั่งเศสเกิดขึ้นจริง จึงไม่สามารถให้คำแนะนำกับชนรุ่นหลังได้ว่าความคิดของท่านนั้นถูกหรือผิดเพียงใด ต้องปรับปรุงแก้ไขตรงจุดใดบ้าง</p>
<p>	ดังนั้น ความคิดของคนฝรั่งเศสจึงเต็มไปด้วยตรรกะเหตุผล (C&#8217;est logique)  เพราะไม่ค่อยมีใครได้สัมผัสกับความเป็นจริงของประเทศที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยความหลากหลาย ยิ่งกว่านั้นยังต้องมีความเป็นระบบและกระจ่างชัดเจน เพื่อจะได้สื่อสารไปให้คนอื่นในประเทศได้ร่วมรับรู้และถกเถียงกันได้</p>
<p>	“ความหรูหรา” ของราชสำนักฝรั่งเศส จึงไม่ใช่เพียงความกระหายอยากฟุ่มเฟือยของราชวงศ์เท่านั้น หากทว่าเป็นการสื่อสารความคิดแบบหนึ่งให้กับคนฝรั่งเศสทั้งชาติ ทางหนึ่งก็เป็นการสร้างความชอบธรรมและความเหนือกว่าให้กับชนชั้นสูงในการปกครองประเทศ อีกทางหนึ่งก็เป็นการสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ให้กับประชาชนทั้งหลายที่ไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสชาติของการมีส่วนร่วมเลย</p>
<p>	จิตวิญญาณของฝรั่งเศส ที่แสดงออกผ่านทางศิลปะและวัฒนธรรม จึงย่อมปรารถนาความสูงส่งและความกระจ่างชัด (Luxury and Logic) ซึ่งแตกต่างจากอังกฤษที่เน้นความสมจริงสมจังมากกว่า ไม่เหมือนอิตาลีที่เข้าถึงทุกชนชั้นไม่แบ่งแยกสูงต่ำ ยิ่งไม่ละม้ายเยอรมันที่เน้นความคลุมเครือลี้ลับ</p>
<p>	สิ่งที่ทำให้ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของฝรั่งเศสล่มสลายลง จึงไม่ใช่ความหรูหราฟุ่มเฟือยของราชสำนัก เพราะนั่นเป็นสิ่งจำเป็นในการรวมชาติ หากทว่ากลับเป็น ความไร้ระเบียบในระบบราชการแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่ขุนนางในทุกระดับชั้นต่างก็เล่นการเมืองและถ่วงดุลอำนาจไปมา จนกระทั่งทำให้การพัฒนาประเทศไม่สามารถเดินหน้าไปได้ เพราะแม้แต่องค์กษัตริย์เองก็ไม่สามารถสั่งการผ่านระบบราชการที่ขัดแข้งขัดขาไปมาเช่นนี้ ไม่ว่าจะปฏิรูปอะไรก็จะมีกลุ่มผลประโยชน์ที่มีอำนาจต่อรองเข้ามาขัดแย้งขัดขวาง</p>
<p>	ในที่สุดเมื่อนโปเลียนก้าวจากสามัญชนขึ้นสู่ตำแหน่งจักรพรรดิ ก็ได้ปฏิรูประบบกฎหมายและการบริหารประเทศให้มีประสิทธิภาพ เปิดโอกาสให้คนดีมีฝีมือสามารถเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจได้มากขึ้น โดยไม่ต้องติดขัดด้วยขีดจำกัดของชนชั้นอภิสิทธิ์เหมือนในระบบกษัตริย์แบบเก่า(Ancien Régime)</p>
<p>	การปฏิวัติฝรั่งเศส จึงไม่ได้ต้องการความเท่าเทียมอย่างที่กล่าวอ้างกัน หากแต่ปรารถนาระบบการปกครองที่มีประสิทธิภาพ ในการทำให้กลุ่มคนที่แตกต่างหลากหลายสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่แยกตัวไปเป็นเขตปกครองอิสระ ขณะเดียวกันก็มีเสรีภาพในการจัดการท้องถิ่นของตน ตราบใดที่ยังยอมรับการปกครองจากส่วนกลาง</p>
<p>	ประเทศฝรั่งเศส จึงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องปกครองโดยชนชั้นสูงเพียงหยิบมือ (Elite) เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายที่นำไปสู่การแยกตัวเป็นอิสระของแต่ละท้องถิ่น หากทว่า การปกครองก็ไม่ควรลงลึกในระดับปฏิบัติการเพราะจะทำให้ท้องถิ่นไม่มีอิสระและความเป็นตัวของตัวเองในการสร้างสรรค์ ประชาชนฝรั่งเศสจึงพร้อมใจกันยอมรับความคิดสูงส่งที่เป็นนามธรรม (Luxury Idea) เพื่อให้แต่ละท้องถิ่นได้มีอิสรภาพในการปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทที่แตกต่างของตนเอง</p>
<p>	ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อลือชาของฝรั่งเศส จึงย่อมหนีไม่พ้นสินค้าหรูหรา (Luxury Product) ซึ่งมีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่เข้าถึง หากทว่าก็ยังจำกัดในสินค้าที่ไม่เน้นประโยชน์ใช้สอย ไม่ใช่ว่าคนฝรั่งเศสไม่มีความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้น แต่คนฝรั่งเศสไม่ถนัดในการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของตลาดที่มีความอ่อนไหวแปรผันง่าย ซึ่งคนอังกฤษ เยอรมัน และอิตาลี ล้วนแต่ทำได้ดีกว่า</p>
<p><img src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/02/foie-gras.jpg" alt="" title="foie gras" width="345" height="277" class="aligncenter size-full wp-image-24281" /></p>
<p>	ในกรณีของอาหารฝรั่งเศสยิ่งชัดเจน เพราะไม่ได้เน้นที่คุณประโยชน์ ปริมาณ และสุขภาพ หากแต่เป็นรสนิยมและความเอร็ดอร่อย แม้ว่าบางครั้งจะมีรสชาติไม่ถูกลิ้นคนส่วนใหญ่ไปบ้าง แต่ก็ยังต้องฝืนรับประทานเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีวัฒนธรรม</p>
<p>	นี่คือ เสน่ห์แห่งความเป็นฝรั่งเศสที่คนทั่วโลกโหยหาและปรารถนา</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/french-identity/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>GE มองอนาคต &#8216;พลังงานสะอาด-สาธารณสุข&#8217; เล็งบุกพม่าเมื่อโอกาสเปิด</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/ge-clean-energy-healthcare/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/ge-clean-energy-healthcare/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 05:47:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>isriya</dc:creator>
				<category><![CDATA[headline]]></category>
		<category><![CDATA[headline1]]></category>
		<category><![CDATA[Practical Report]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[GE]]></category>
		<category><![CDATA[General Electric]]></category>
		<category><![CDATA[จีอี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณูปโภคพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[แถลงผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[โกวิทย์ คันธาภัสสะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=23929</guid>
		<description><![CDATA[GE ประเทศไทย แถลงผลประกอบการอาเซียน 3 พันล้านดอลลาร์ ยุทธศาสตร์ใหม่เน้นพลังงานสะอาด-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ พร้อมลงทุนในพม่าถ้ารัฐบาลสหรัฐเลิกแซงค์ชัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>GE ประเทศไทย แถลงผลประกอบการทั่วทั้งอาเซียน 3 พันล้านดอลลาร์ เผยยุทธศาสตร์เปลี่ยนจากอุตสาหกรรมแบบเดิมมาเน้นพลังงานสะอาด-แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ และพร้อมลงทุนทำธุรกิจในพม่าถ้ารัฐบาลสหรัฐยกเลิกการแซงค์ชัน</p>
<p>นายโกวิทย์ คันธาภัสสะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จีอี ประเทศไทย แถลงข่าวว่าในปี 2554 จีอีสามารถสร้างยอดการเติบโตในประเทศไทยได้ 40% และในปี 2555 ตั้งเป้าการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-23936" title="GE Logo" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/02/ge-logo.jpg" alt="" width="521" height="300" /></p>
<h2>รู้จักกับ GE</h2>
<p>GE หรือชื่อเต็มคือ General Electric เป็นบริษัทอุตสาหกรรมหนักรายใหญ่ของโลก ซึ่งก่อตั้งโดยนักประดิษฐ์ โธมัส อัลวา เอดิสัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1890 (นับถึงปัจจุบันก่อตั้งมาประมาณ 130 ปี) ปัจจุบันมีพนักงาน 300,000 คน ดำเนินธุรกิจใน 100 ประเทศ</p>
<p>เดิมที GE มีธุรกิจอยู่ในด้านพลังงาน การบิน การขนส่ง การขุดเจาะเหมือง-แหล่งน้ำมันดิบ และเครื่องมือด้านสาธารณสุข นอกจากนี้ยังมีบริษัทร่วมทุน GE Capital ที่ให้บริการในภาคการเงิน</p>
<p>สายธุรกิจของ GE แบ่งได้เป็น 2 ส่วนดังนี้</p>
<ul>
<li>ด้านสาธารณูปโภคและอุตสาหกรรม (infrastructure &amp; industry) เดิมทีมีสัดส่วนรายได้ของ GE บริษัทแม่ประมาณ 50% แต่หลังจากปี 2008 ที่เกิดปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้บริษัทหันมาโฟกัสด้านนี้มากขึ้น ปัจจุบันมีรายได้จากธุรกิจส่วนนี้ประมาณ 100 พันล้านดอลลาร์ต่อปี คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2 ใน 3 ของรายได้บริษัท</li>
<li>ด้านการเงิน (financial service) ทำรายได้ประมาณ 50 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ในงานแถลงครั้งนี้จะไม่พูดถึงส่วนของภาคการเงิน ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนในไทย</li>
</ul>
<h2>ธุรกิจด้านสาธารณูปโภคและอุตสาหกรรม</h2>
<p>สำหรับสายธุรกิจด้านสาธารณูปโภคและอุตสาหกรรม แบ่งเป็นงานด้านต่างๆ ดังนี้</p>
<h3>พลังงาน (GE Energy)</h3>
<p>เดิมทำ GE ทำธุรกิจด้านกังหันก๊าซ (gas turbine) เป็นหลัก โดยทำธุรกิจนี้อย่างเดียวจนถึงปี 2001 แต่ภายหลังหันมาทำธุรกิจอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับพลังงานมากขึ้น เช่น พลังงานลม สมาร์ทกริด โดยเริ่มยุทธศาสตร์นี้ในปี 2009 และล่าสุดในปี 2011 ก็เริ่มขยายธุรกิจผ่านการซื้อกิจการเข้ามาเสริม เช่น ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ การขุดเจาะ สรุปว่ามีรูปแบบธุรกิจที่เปลี่ยนไปเยอะในรอบ 10 ปีให้หลังนี้</p>
<p>ธุรกิจด้านพลังงานของ GE มีแนวทางใหม่ๆ 3 ส่วน ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>พลังงานทดแทน (renewable energy)</strong>
<ul>
<li>GE เริ่มเข้ามาในธุรกิจพลังงานลม ซึ่งซื้อส่วนนี้มาจากบริษัท Enron ตอนที่มีปัญหาล้มละลายช่วงประมาณปี 2002 ตอนนี้ถือเป็นเบอร์สองของโลกในเรื่องนี้</li>
<li>ส่วนพลังงานแสงอาทิตย์ GE มองว่าการผลิตเซลล์พลังงานด้วยซิลิคอนไม่ใช่อนาคต แต่เป็นเทคโนโลยีด้าน thin film น่าจะไปได้ดีกว่า เลยซื้อบริษัทด้านนี้มาเป็นบริษัทลูก ปัจจุบันประสิทธิภาพของฟิล์มของ GE อยู่ที่อัตราการดูดซับพลังงาน 13% เยอะกว่าค่าเฉลี่ยในท้องตลาดที่ประมาณ 10% แต่ GE ตั้งเป้าว่าต้องได้ 14% อีกสักพักจะเริ่มผลิตเทคโนโลยีนี้ออกมาทำตลาด</li>
</ul>
</li>
<li><strong>น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (oil &amp; gas)</strong> GE มีเทคโนโลยีครบถ้วนทั้งวงจร นับตั้งแต่การขุดเจาะ ไปถึงโรงแยก-โรงกลั่นน้ำมัน</li>
<li><strong>การจัดการพลังงาน (energy management)</strong> เป็นเซ็กเตอร์ใหม่ที่ GE เพิ่งเริ่ม เน้นไปที่โครงข่าย smartgrid ให้นำส่งไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พลังงานรั่วไหลน้อยลง บริษัทลูกในธุรกิจนี้ได้แก่ LINEAGE POWER และ Converteam</li>
</ul>
<div id="attachment_23933" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img class="size-full wp-image-23933" title="GE Healthymagination" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/02/ge-health.jpg" alt="" width="500" height="350" /><p class="wp-caption-text">GE Healthymagination (ภาพประกอบจากเว็บไซต์ GE)</p></div>
<h3>สาธารณสุข (GE Healthcare)</h3>
<p>คนทั่วไปมักไม่รู้ว่า GE ทำธุรกิจด้านนี้ด้วย แต่ทำรายได้ให้บริษัทมากถึง 18 พันล้านดอลลาร์</p>
<p>ธุรกิจสายสุขภาพและการสาธารณสุข แบ่งได้เป็น 3 ส่วนเช่นกัน</p>
<ul>
<li><strong>Diagnostic &amp; Clinical Equipment</strong> อุปกรณ์ที่ใช้ในโรงพยาบาล GE มีเกือบครบทุกอย่าง ในที่นี้รวมเทคโนโลยีด้านการฉายภาพ (imaging) เช่น เครื่องเอกซ์เรย์ MRI CT-Scan</li>
<li><strong>Information &amp; Tech Services</strong> ระบบจัดการฐานข้อมูลในโรงพยาบาล ไม่ใช่เฉพาะข้อมูลคนไข้แต่รวมไปถึง image storage หรือการเก็บข้อมูลภาพถ่ายจากเครื่องมือต่างๆ และการซ่อมบำรุงอุปกรณ์</li>
<li><strong>Molecular Medicine</strong> ธุรกิจเกิดใหม่ด้าน lifescience เกี่ยวกับชีวภาพและเซลล์ เช่น bio process, cell science</li>
</ul>
<h3>ธุรกิจการบิน (GE Aviation)</h3>
<p><strong></strong>ปัจจุบัน GE เป็น 1 ใน 2 รายใหญ่ด้านเครื่องยนต์เครื่องบิน (คู่แข่งสำคัญคือ Rolls-Royce และ Pratt &amp; Whitney) ลูกค้าสำคัญคือบริษัทผลิตเครื่องบินอย่าง Boeing และ Airbus แต่ก็ให้บริการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์กับสายการบินต่างๆ ทั่วโลกด้วย ล่าสุดเพิ่งเซ็นสัญญากับ Air Asia มูลค่ามหาศาลไป ถือเป็นสัญญาซ่อมบำรุงก้อนใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้</p>
<p>นอกจากลูกค้าที่เป็นสายการบินพาณิชย์แล้ว ยังมีธุรกิจการบินที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ เช่น เครื่องบินทหาร, ด้านระบบการนำทาง และล่าสุดกำลังจับมือกับ Honda ทำเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่ใช้ในเครื่องบินส่วนตัว (private jet) น่าจะเริ่มเห็นผลในปีหน้า ธุรกิจด้านการบินของ GE คิดเป็นมูลค่า 17-18 พันล้านดอลลาร์</p>
<h3>ธุรกิจขนส่งและคมนาคม (Transportation)</h3>
<p>ปัจจุบัน GE เป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์หัวรถจักรรถไฟที่ใช้ดีเซล อันดับหนึ่งของโลก แต่ในอนาคตกำลังจะทำเครื่องยนต์รถไฟแบบใหม่ที่เป็นไฮบริด เสร็จในปี 2015-2016</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีธุรกิจด้านระบบส่งสัญญาณของรางรถไฟและถนน รวมถึงการขุดเจาะเหมือง น้ำมัน และท้องทะเล</p>
<h3>ธุรกิจด้านหลอดไฟ (Lighting)</h3>
<p>GE เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีหลอดไฟแบบ LED ที่บริษัทเชื่อว่าจะเป็นอนาคต เพราะกินไฟน้อยกว่าหลอดไฟในปัจจุบัน 30-40% โดยผลิตภัณฑ์ของ GE จะจับตลาดไปทางไฮเอนด์ ถึงแม้จะแข่งเรื่องราคากับบริษัทจีนไม่ได้ แต่บริษัทเชื่อว่าคุณภาพผลิตภัณฑ์ดีกว่า โดยหลอด GE มีอายุการใช้งาน 25,000 ชั่วโมง ถ้าใช้งานปกติน่าจะอยู่ได้ 20 ปี</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีไฟเฉพาะทางอื่นๆ เช่น ไฟอุตสาหกรรม หรือ ไฟถนน ลูกค้าในระดับโลกที่เพิ่งดำเนินธุรกิจกันไปคือ Starbucks ที่เปลี่ยนระบบไฟในร้านเป็น LED ทั้งหมดเพื่ออนุรักษ์พลังงาน และใช้หลอดของ GE</p>
<div id="attachment_23934" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><img class="size-full wp-image-23934" title="ge-eco" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/02/ge-eco.jpg" alt="" width="600" height="338" /><p class="wp-caption-text">GE Ecomagination</p></div>
<h2>แนวโน้มธุรกิจในอนาคต</h2>
<p>เดิมที GE เน้นธุรกิจขนาดใหญ่ แต่แนวโน้มของโลกในปัจจุบันเปลี่ยนไป ปัญหาประชากรเพิ่มขึ้น การแย่งทรัพยากรเยอะขึ้น นี่จึงเป็นความท้าทายใหม่ของบริษัทในการ “แก้ปัญหายากๆ ของโลก” เช่น พลังงาน สิ่งแวดล้อม ทำอย่างไรจึงจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น การแชร์ทรัพยากรทำได้มากขึ้น</p>
<p>ธีมหลักของ GE ในอนาคตแบ่งเป็น 2 อย่างคือ</p>
<ul>
<li><strong>Ecomagination</strong> ใช้พลังงานอย่างมีคุณค่า โดยปัจจุบัน GE เป็นผู้ลงทุนในพลังงานสะอาดรายใหญ่ของโลก  และรายได้จาก ecoproduct มูลค่า 85 พันล้านดอลลาร์ บริษัทลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเครื่อง Co2 capture, smart grid, wind turbine ให้มีขนาดเล็กลง เพื่อติดตั้งได้สะดวกขึ้น, เทคโนโลยีการขุดเจาะน้ำมันใน deep sea มากขึ้น, การใช้น้ำซ้ำในภาคอุตสาหกรรม 100% reuse</li>
<li><strong>Healthymagination</strong> เพิ่มคุณภาพชีวิตด้านสาธารณสุขด้วยเทคโนโลยี เช่น ออกแบบเครื่อง MRI, X-ray ให้ทำงานได้ดีขึ้น ธุรกิจนี้มีมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์ โดยเริ่มลงทุนมาตั้งแต่ปี 2008</li>
</ul>
<p>เทคโนโลยีของ GE ในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า (appliance) ถึงแม้จะมีส่วนแบ่งตลาดในเมืองไทยน้อย แต่ในภาพรวมจะมุ่งไปในทิศ smart appliance ที่เหมาะกับ smartgrid เช่น ตู้เย็นที่ไม่ต้องทำงานในตอนกลางวันที่ไม่มีคนอยู่บ้าน ดังนั้นแบ่งเอาไฟไฟ้าไปใช้ในอุตสาหกรรมแทน</p>
<p>ส่วนพาร์ทเนอร์ในเมืองไทยก็เน้นบริษัทรายใหญ่ เช่น การบินไทย, ปตท. และ ปตท.สผ., ไทยออยล์, กฟผ. เป็นต้น โดย GE จะใช้เทคโนโลยีพลังงานของตัวเองช่วยพาร์ทเนอร์ให้ลดมลภาวะ</p>
<h2>ยุทธศาสตร์การลงทุนในไทยและอาเซียน</h2>
<p>เป้าหมายของการดำเนินธุรกิจในไทย ปี 2555 จะเน้นการเติบโตระดับ double digit แต่ฟันธงเป็นตัวเลขยาก เพราะ GE เน้นขายลูกค้าโครงการใหญ่ๆ เป็นพันล้าน ถ้าได้โครงการมาก็จะเติบโตสูงมาก ถ้าไม่ได้ก็อาจจะน้อยกว่าที่หวัง</p>
<p>ส่วนความสัมพันธ์กับรัฐบาลไทยจะมองเป็นระดับสถาบัน เพราะ GE เองเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก จึงมองตัวเองเป็นสถาบัน และให้ความช่วยเหลือ-ความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในระดับเดียวกัน นอกจากนี้ในเรื่องของแบรนด์จะพยายามรวบรวมแบรนด์ที่เคยกระจัดกระจาย เข้ามาอยู่ใต้ธง GE หลักอันเดียว ตามยุทธศาสตร์ One GE</p>
<p>ผลประกอบการของ GE ประเทศไทยไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะ GE เป็นบริษัทลูกของ GE ใหญ่ที่สหรัฐ แต่บอกได้ว่ายอดรวมของทั้งอาเซียนอยู่ที่ 3 พันล้านดอลลาร์ โดยเมืองไทยมีอัตราการเติบโต 40% ถือว่ามากแต่ยังไม่ได้มากที่สุดในอาเซียน</p>
<p>โครงการที่เป็นธุรกิจหลักของ GE จะยังเป็นเรื่องพลังงาน โดยนายโกวิทย์มองว่าส่วนของพลังงานทดแทนนั้น รัฐไทยควรเน้นพลังงานลมมากกว่าพลังงานแสงอาทิตย์ เพราะการผลิตพลังงานลม 1 เมกะวัตต์ใช้พื้นที่เพียง 1 ไร่ แต่พลังงานแสงอาทิตย์ต้องใช้ 15 ไร่ ถือเป็นการใช้งานที่ดินอย่างไม่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม พลังงานลมในไทยยังขาดความชัดเจนด้านโยบายภาครัฐอยู่มาก โดยเฉพาะเรื่องการใช้ที่ดิน ทำให้การลงทุนเรื่องนี้ยังต่ำ</p>
<p>ธุรกิจด้านการบินขึ้นกับสายการบินในไทยว่ามีฝูงบินใหม่เข้ามา และ GE ได้สัญญาซ่อมบำรุงหรือไม่ ถ้าปีนั้นมีสัญญาใหม่ก็จะได้อัตราการเติบโตที่สูง ส่วนธุรกิจแสงสว่างกำลังขายโครงการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปลี่ยนไฟถนนเป็น LED จำนวน 5 แสนหลอดทั่วประเทศไทย เพื่อลดอัตราการกินไฟของไฟถนนลง ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทดสอบการใช้งาน</p>
<p>ส่วนธุรกิจด้าน healthcare ขายปลีกเยอะอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งงานโครงการใหญ่ๆ มากนัก ธุรกิจด้าน healthcare กำลังเริ่มบุกไปในตลาดพม่าด้วย เพราะ GE เป็นบริษัทสหรัฐ และดำเนินนโยบายแซงก์ชันพม่าตามรัฐบาลสหรัฐ ทำให้ไม่สามารถทำธุรกิจในพม่าในส่วนของสาธารณูปโภคและอุตสาหกรรมได้เลย ทำได้เพียงธุรกิจสุขภาพที่มองว่าเป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ GE เริ่มเซ็นสัญญากับบริษัทพม่าด้านการขายเครื่องมือการแพทย์แล้ว และถ้าสหรัฐเลิกแซงค์ชันพม่าเมื่อใด GE ก็พร้อมจะไปลงทุนในพม่าทันที</p>
<p>GE มองว่าตลาดอาเซียนยังสดใสเพราะยุโรปและสหรัฐยังไม่ฟื้น และอาเซียนยังต้องการลงทุนเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐานอีกมาก ซึ่ง GE ในฐานะธุรกิจรายใหญ่ด้านวัตถุดิบ-อุปกรณ์ในการสร้างสาธารณูปโภค มองว่านี่เป็นโอกาสสำคัญทางธุรกิจ</p>
<p>ผลประกอบการของ GE ทั้งโลกตลอดปี 2011 อยู่ที่ 147.3 พันล้านดอลลาร์</p>
<p>ข้อมูลเพิ่มเติม <a href="http://www.genewscenter.com/content/detailEmail.aspx?NewsAreaID=2&amp;ReleaseID=13867&amp;AddPreview=False">จีอี ประเทศไทย ประกาศกลยุทธ์ผลักดันกลุ่มธุรกิจพลังงาน การบิน สุขภาพ และอุปกรณ์แสงสว่าง เจาะตลาดไทยปี 2555 </a></p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/ge-clean-energy-healthcare/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิกฤตศรัทธา dtac &#8211; เมื่อลูกค้าเริ่มไม่ feel good อีกต่อไป</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/dtac-not-feel-good-anymore/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/dtac-not-feel-good-anymore/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Jan 2012 06:42:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>isriya</dc:creator>
				<category><![CDATA[headline5]]></category>
		<category><![CDATA[Practical Report]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[dtac]]></category>
		<category><![CDATA[Emotional Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ดีแทค]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพลักษณ์องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[โทรคมนาคม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=23470</guid>
		<description><![CDATA[วิเคราะห์ปัญหา dtac หลังระบบเครือข่ายล่มติดกันสองครั้ง อาจส่งผลสะเทือนต่อ core competency ขององค์กร เพราะลูกค้าที่จงรักภักดีเริ่มไม่รู้สึกดีต่อบริษัทอีกต่อไป]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2554 เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขสองของไทย dtac ก็ประสบปัญหาระบบเครือข่ายล่มเนื่องจากความขัดข้องทางเทคนิคในการย้ายอุปกรณ์เครือข่าย ทำให้ผู้ใช้ dtac จำนวนมาก (ไม่ใช่ทั้งหมด) ไม่สามารถติดต่อสื่อสารด้วยโทรศัพท์ได้ เหตุการณ์นี้เป็นข่าวใหญ่ในหน้าสื่อมวลชนไทยทุกแขนง และหน่วยงานกำกับดูแลด้านกิจการโทรคมนาคมอย่าง กสทช. ต้องออกมา &#8220;สั่งการ&#8221; ให้ dtac แก้ปัญหาระบบเครือข่ายโดยเร็ว และออกมาตรการเยียวยาแก่ผู้บริโภคภายในเวลาที่ กสทช. ระบุ (รายละเอียดดูได้จาก<a href="http://www.nbtc.go.th/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=662:-dtac-&amp;catid=19:public&amp;Itemid=27">เว็บไซต์ กสทช.</a>)</p>
<p><iframe id="doc_27550" src="http://www.scribd.com/embeds/77231215/content?start_page=1&amp;view_mode=list&amp;access_key=key-yijedjtfq7oudo0du7y" frameborder="0" scrolling="no" width="100%" height="600" data-auto-height="true" data-aspect-ratio="0.707514450867052"></iframe><script type="text/javascript">// <![CDATA[
 (function() { var scribd = document.createElement("script"); scribd.type = "text/javascript"; scribd.async = true; scribd.src = "http://www.scribd.com/javascripts/embed_code/inject.js"; var s = document.getElementsByTagName("script")[0]; s.parentNode.insertBefore(scribd, s); })();
// ]]&gt;</script></p>
<p>แน่นอนว่าลูกค้า dtac กลุ่มที่ได้รับผลกระทบย่อมไม่พอใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น และก็มีลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่รับกับเหตุการณ์ไม่ได้ และหามาตรการอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา เช่น ย้ายค่ายมือถือ หรือซื้อซิมการ์ดของค่ายอื่นเป็นเบอร์ที่สอง อย่างไรก็ตาม การย้ายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือยังมีความยุ่งยากไม่น้อย ต้องใช้เวลาเดินเรื่องพอสมควร ทำให้กลุ่มลูกค้า dtac ส่วนใหญ่ยังใช้งานต่อไปถึงแม้ว่าจะเผชิญกับปัญหา</p>
<h2>เครือข่าย dtac ล่มซ้ำสองในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนจากครั้งก่อน</h2>
<p>อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 5 มกราคม 2555 ช่วงบ่าย ก็มีรายงานจากผู้ใช้ dtac ว่าระบบเครือข่ายเกิดอาการล่มอีกครั้ง โดยมีลักษณะคล้ายๆ กับปัญหาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม นั่นคือสัญญาณหาย ขึ้นข้อความ No Service หรือมีสัญญาณแต่โทรออกไม่ได้ ซึ่งปัญหานี้จะเกิดขึ้นกับบางเลขหมายเช่นเดียวกับครั้งก่อน</p>
<p>ในโลกออนไลน์ที่ &#8220;กระแสบ่น&#8221; สามารถจับต้องได้ผ่านข้อความในกระทู้ต่างๆ และแน่นอนว่า dtac ได้รับเสียงบ่นจำนวนมาก (อีกครั้ง) ตัวอย่างเช่นเว็บไซต์ Pantip.com ห้องมาบุญครอง ซึ่งเป็นศูนย์รวมผู้ใช้โทรศัพท์มือถือขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย ก็เต็มไปด้วยกระทู้ที่เกี่ยวข้องกับ dtac</p>
<div id="attachment_23471" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><a href="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/dtac-pantip.png"><img class="size-medium wp-image-23471" title="dtac-pantip" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/dtac-pantip-620x622.png" alt="" width="620" height="622" /></a><p class="wp-caption-text">รวมกระทู้ใน Pantip.com ห้องมาบุญครอง วันที่ 5 ม.ค. 55 ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น</p></div>
<p>นอกจาก Pantip.com แล้ว ปฏิกริยาในโลก social network ก็ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อลองดูของความเห็นจากผู้ใช้ Twitter ที่ทวีตข้อความเกี่ยวข้องกับ dtac ในช่วง 21.00 น. ด้วยระบบ Twitter Search ก็จะได้รับข้อความถึง dtac เป็นจำนวนมาก ส่วนทิศทางของความเห็นก็หลากหลาย ตั้งแต่รู้สึกเฉยๆ ไม่พอใจ ไปจนถึงประกาศว่าจะย้ายค่าย แต่ก็ยังมีผู้ใช้บางกลุ่มที่ประกาศว่าจะยังใช้งาน dtac ต่อไปถึงแม้จะเจอปัญหาเครือข่ายล่มเป็นครั้งที่สอง</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-23472" title="dtac-mention" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/dtac-mention.png" alt="" width="519" height="879" /></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-23473" title="dtac-mention2" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/dtac-mention2.png" alt="" width="517" height="844" /></p>
<p>ทาง dtac เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น และรีบแจ้งข้อมูลผ่านเว็บไซต์ ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊กในช่วงหัวค่ำของวันที่ 5 ม.ค. 2555 โดยข้อมูลของ dtac ระบุว่าเกิดปัญหาใน 7 จังหวัดของภาคใต้ตอนบน แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อลูกค้าในส่วนอื่นของประเทศด้วย</p>
<div id="attachment_23474" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><a href="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/dtac-sorry.png"><img class="size-medium wp-image-23474" title="ข้อความขออภัยของ DTAC" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/dtac-sorry-620x265.png" alt="ข้อความขอโทษของดีแทค (5 ม.ค. 2555 - 20.00 น.)" width="620" height="265" /></a><p class="wp-caption-text">ข้อความขอโทษของดีแทค (5 ม.ค. 2555 - 20.00 น.) จากหน้าเว็บไซต์ DTAC.co.th</p></div>
<p>ในส่วนของ Twitter/Facebook ก็มีปฏิกริยาจากผู้ใช้ dtac ต่อประกาศขอโทษที่มีลักษณะคล้ายๆ กัน นั่นคือ มีทั้งเสียงบ่น คำถาม และกำลังใจ</p>
<div id="attachment_23475" class="wp-caption aligncenter" style="width: 523px"><img class="size-full wp-image-23475" title="ปฏิกริยาของลูกค้า DTAC บน Twitter" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/dtac-twitter.png" alt="ปฏิกริยาของลูกค้าดีแทคบน Twitter" width="513" height="650" /><p class="wp-caption-text">ปฏิกริยาของลูกค้า DTAC บน Twitter</p></div>
<div id="attachment_23476" class="wp-caption aligncenter" style="width: 489px"><img class="size-full wp-image-23476" title="ปฏิกริยาของลูกค้า dtac บน Facebook" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/dtac-facebook.png" alt="ปฏิกริยาของลูกค้า dtac บน Facebook" width="479" height="857" /><p class="wp-caption-text">ปฏิกริยาของลูกค้า dtac บน Facebook</p></div>
<p>ในช่วงเวลาประมาณ 21.30 น ทาง dtac ก็ประกาศข่าวบนหน้าเว็บและบน social network ว่าสามารถแก้ไขปัญหาระบบเครือข่ายได้แล้ว (รายละเอียดของปัญหาเครือข่ายสามารถดูได้จาก<a href="http://mxphone.com/update/12358/2">เว็บไซต์ MXPhone</a>)</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-23482" title="dtac-sorry2" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/dtac-sorry2-620x265.png" alt="" width="620" height="265" /></p>
<p>แน่นอนว่าปัญหาแบบที่เกิดขึ้นกับเครือข่าย dtac ย่อมไม่มีใครอยากให้เกิด ถึงแม้ว่าปัญหาเครือข่ายล่มบางจุดจะเป็นเรื่องปกติของวงการโทรคมนาคม แต่การล่มเป็นวงกว้างแบบของ dtac ย่อมถือว่าไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ</p>
<p>งานนี้ยังถือว่า dtac รับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ค่อนข้างดี นั่นคือขึ้นประกาศบนเว็บไซต์และเครือข่ายสังคมต่างๆ ในเวลาที่ไม่ห่างจากช่วงเกิดเหตุมากนัก และใช้ข้อความชุดเดียวกันทั้งหมดเพื่อป้องกันความสับสน อย่างไรก็ตามนี่เป็นการรับมือปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น ซึ่งก็ช่วยแค่บรรเทาความสับสนของลูกค้าในช่วงที่ระบบมีปัญหาไปได้ในระดับหนึ่ง</p>
<p>แต่สุดท้ายแล้ว ปัญหาเครือข่ายล่มของ dtac จะเป็นสิ่งที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของตัวองค์กรในระยะยาว เนื่องจากว่าจุดขายหลักขององค์กร (core competency) มาจากความไว้เนื้อเชื่อใจและภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่สั่งสมมานาน ซึ่งกำลังจะพังทลายลงไปเนื่องจากปัญหาเครือข่ายล่มซ้ำซ้อนนั่นเอง</p>
<h2>ย้อนดูยุทธศาสตร์ feel good สุดยอดการตลาดอีโมชันแนล (Emotional Marketing)</h2>
<p>การจะอธิบายปัญหาของ dtac ในครั้งนี้ ต้องย้อนความถึงที่มาที่ไปของยุทธศาสตร์ที่ dtac เลือกใช้มาตลอดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา</p>
<p>ในประเทศไทยปัจจุบันมีผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 3 รายหลักคือ AIS, dtac และ TRUE ซึ่งแต่ละรายก็พยายามหาจุดยืนทางภาพลักษณ์ของแบรนด์ (brand positioning) ที่แตกต่างกันไป เพื่อแย่งลูกค้าที่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน</p>
<div id="attachment_23484" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><img class="size-medium wp-image-23484" title="AIS Banner" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/ais-banner-620x217.png" alt="" width="620" height="217" /><p class="wp-caption-text">ภาพลักษณ์ของ AIS ที่ปรากฎในโฆษณาจะมีความหรูหรา พรีเมียม สมาร์ท แฝงอยู่</p></div>
<p>ผู้ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งอย่าง<strong> AIS</strong> เคยประสบความสำเร็จกับจุดขาย &#8220;สัญญาณชัดทั่วไทย&#8221; ด้วยสถานีเครือข่ายที่ครอบคลุมกว่า ทำให้เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ นอกกรุงเทพมหานคร และภายหลัง AIS ก็ยกระดับแบรนด์ของตัวเองโดยต่อยอดจากภาพลักษณ์ &#8220;สัญญาณคมชัด&#8221; มาเป็นแบรนด์เกรดพรีเมียม เน้นความหรูหรา ความเป็นผู้บริหารระดับสูง ความทันสมัย ความเป็นนานาชาติ (อ่านบทความเรื่อง<a href="http://www.siamintelligence.com/ais-new-logo-intouch/">การรีแบรนด์ AIS ประกอบ</a>)</p>
<div id="attachment_23485" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><img class="size-medium wp-image-23485" title="TRUE Banner" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/true-banner-620x305.png" alt="ภาพลักษณ์ของ TRUE ช่วงหลังจะเน้นเครือข่าย 3G และสมาร์ทโฟน" width="620" height="305" /><p class="wp-caption-text">ภาพลักษณ์ของ TRUE ช่วงหลังจะเน้นเครือข่าย 3G และสมาร์ทโฟน</p></div>
<p>ในขณะที่ <strong>TRUE</strong> ในฐานะผู้เล่นอันดับสามของตลาด บุกเข้ามายังตลาดด้วยภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ กล้าคิดกล้าทำ ใช้สีสันสดใส (ตามแบรนด์ Orange ในขณะนั้น) ภายหลังเมื่อรีแบรนด์พร้อมกับกลุ่ม TRUE ก็ขยับมาเน้นภาพลักษณ์ด้านมัลติมีเดีย ด้านคอนเทนต์ และการผสานกับบริการอื่นๆ ในเครือ TRUE เข้าด้วยกัน (โดยเฉพาะ TRUE Visions) นอกจากนี้ในช่วง 2-3 ปีหลัง TRUE ยังพยายามสร้างภาพลักษณ์ &#8220;ไฮเทค&#8221; ขึ้นมาอีกทางหนึ่ง เริ่มจากการขาย iPhone เป็นรายแรกในไทย ผลักดันการพัฒนาแอพบนมือถือ และความพยายามล่าสุดกับเครือข่ายทันสมัย TRUEMOVE H ที่มาจากการซื้อกิจการ Hutch ก็ช่วยสร้างภาพความเป็นผู้นำด้าน 3G ได้พอสมควร</p>
<div id="attachment_23486" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><a href="http://web.archive.org/web/20030612165543/http://www.dtac.co.th/"><img class="size-medium wp-image-23486" title="dtac web 2003" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/dtac-web-620x396.png" alt="" width="620" height="396" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพลักษณ์ของ dtac ในปี 2003 ยังขาดจุดเด่นและเอกลักษณ์ของตัวเองอยู่มาก (จาก Internet Archive)</p></div>
<p>ส่วน dtac ในฐานะผู้เล่นอันดับสอง ก็ถูกบีบจากทั้งด้านบนด้านล่าง เพราะไม่สามารถแข่งขันเรื่องพื้นที่บริการและความเป็นพรีเมียมกับ AIS ได้ ในขณะเดียวกันก็โดน TRUE ตีในสงครามราคา อย่างไรก็ตาม สุดท้าย dtac สามารถหาจุดยืนที่เหมาะสมของตัวเองจนเจอ และสุดท้ายกลายเป็นจุดแข็งขององค์กรในเวลาต่อมา</p>
<p>เดิมที dtac (ในช่วงที่รีแบรนด์จาก TAC เป็น DTAC ใหม่ๆ) ยังหาจุดยืนทางการตลาดที่เหมาะกับตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อระดมสมองจนสามารถพลิกแบรนด์เติมเงิน Dprompt มาเป็น Happyที่เน้นความสดใส เข้าถึงง่าย ใจดี ก็จับกระแสตลาดติด (รายละเอียดอ่านได้จาก<a href="http://www.naiin.com/(A(_MLk0pc8zAEkAAAANjc1MzM5MDMtMDk5Zi00NTYzLWJmY2MtZGJkNjg2YTdlNWU2S7Oy_4lc18F2WDLZfBL-h3KSV9o1)S(0tum4hqp1bfrcr55vhikfe3o))/ProductDetail.aspx?sku=BK174411849599385&amp;AspxAutoDetectCookieSupport=1">หนังสือ Happy คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน</a> ของธนา เธียรอัจฉริยะ อดีตผู้บริหารของ dtac) และได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น</p>
<p><iframe width="640" height="480" src="http://www.youtube.com/embed/Wh3gADmQi-4?fs=1&#038;feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>dtac ยิงกลยุทธ &#8220;ใจดี&#8221; โดยลงลึกถึงขนาดตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ตระกูล &#8220;ใจดี&#8221; ออกมามากมาย เช่น ใจดีแบ่งให้ ใจดีให้ยืม ฯลฯ และตัวผลิตภัณฑ์เองก็มีความสดใหม่ เช่น ให้ยืมเงินกรณีที่เงินหมด หรือ สามารถแบ่งเงินหรือวันให้เพื่อนหรือคนรู้จักได้ ถือเป็นการเซ็ตเทร็นด์ของตลาดที่คู่แข่งต้องเล่นเกมตามอยู่พักใหญ่</p>
<div id="attachment_23487" class="wp-caption aligncenter" style="width: 430px"><a href="http://www.gotomanager.com/photos/collection.aspx?id=4010&amp;pid=31454"><img class="size-full wp-image-23487" title="sigve" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/sigve.jpg" alt="ซิคเว่ เบรกเก้" width="420" height="265" /></a><p class="wp-caption-text">การตลาดแบบถึงลูกถึงคนของ &quot;ซิคเว่ เบรกเก้&quot; อดีตซีอีโอ มีผลต่อภาพลักษณ์ของ dtac อย่างมาก ทั้งลุย ร้อง เต้น เขาทำมาหมดทุกอย่างแล้ว (ภาพจากนิตยสารผู้จัดการ)</p></div>
<p>นอกจากนี้ dtac ยังสามารถใช้ &#8220;ภาพลักษณ์&#8221; และ &#8220;จุดยืนทางการตลาด&#8221; ที่ค้นพบใหม่นี้ สร้างเกราะป้องกันความเป็นบริษัทต่างชาติ (Telenor จากนอร์เวย์ถือหุ้นทั้งหมด) โดยใช้การตลาดที่มี &#8220;ซิคเว่ เบรกเก้&#8221; อดีตซีอีโอชาวนอร์เวย์ลงมาลุยสร้างภาพ &#8220;ฝรั่งหัวใจไทย&#8221; ครองใจคนไทยทั่วประเทศได้ และช่วยลดกระแสต้านทาน &#8220;ทุนต่างชาติ&#8221; ได้เป็นอย่างดี (ในขณะที่ AIS ซึ่งขายหุ้นให้กับ Temasek จากสิงคโปร์ กลับเผชิญกับแรงต่อต้านเรื่องทุนข้ามชาติ)</p>
<p>ภายหลัง dtac ก็ต่อยอดความสำเร็จโดยพัฒนาเป็นแบรนด์ &#8220;<strong>Feel Good</strong>&#8221; หรือ &#8220;ใช้แล้วรู้สึกดี&#8221; จริงใจ อ่อนน้อม มีความเป็นเพื่อน เป็นครอบครัว ไม่เอาเปรียบกัน สุจริต ตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นบุคลิกของแบรนด์ที่จับใจคนไทยอย่างมาก ทำให้ dtac เป็นแบรนด์หนึ่งที่คนเลือกใช้เพราะ &#8220;รู้สึกดีกับแบรนด์&#8221; เป็นจำนวนมาก ต่างไปจาก AIS ที่เลือกใช้เพราะคุณภาพของผลิตภัณฑ์ หรือ TRUE ในช่วงแรกๆ ที่เลือกใช้เพราะราคาเป็นหลัก</p>
<div id="attachment_23483" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><img class="size-medium wp-image-23483" title="dtac-feel-good" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/dtac-feel-good-620x380.png" alt="" width="620" height="380" /><p class="wp-caption-text">โฆษณาของ dtac ในปัจจุบัน สังเกตคำว่า &quot;สบายใจ&quot; &quot;ความรู้สึกดีๆ&quot; และ &quot;feel goood&quot;</p></div>
<p>dtac เองก็รู้จักจุดเด่นของตัวเองเป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากการผลักดันสโลแกน <strong>Feel Goood</strong>(สะกดด้วยตัว o สามตัว) มาแทนสโลแกนเก่า Make It Easy เมื่อ พ.ศ. 2550 (อ่าน <a href="http://www.se-ed.com/Technology/ViewContent.aspx?IDtopic=591">DTAC เปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ลูกค้ารู้สึก Feel Good ด้วยโลโก้ใบพัดสีฟ้า</a>) เพื่อยกระดับ &#8220;ความรู้สึกดีๆ&#8221; ที่จับต้องได้มากกว่า &#8220;ความง่าย&#8221; มาเป็นอาวุธแนวหน้าของบริษัท นอกจากนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรายังเห็นโฆษณาสารพัดชนิดใต้ยุทธศาสตร์ Feel Good ตามมาอีกเป็นจำนวนมาก</p>
<p><iframe width="640" height="480" src="http://www.youtube.com/embed/z440ik_zF1Y?fs=1&#038;feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>โฆษณาสองชิ้นล่าสุดที่สร้างปรากฎการณ์ &#8220;ทอล์คออฟเดอะทาวน์&#8221; ของ dtac ก็คือโฆษณา Disconnect-to-Connect ที่สอนให้ใช้งานมือถือให้พอเหมาะพอดี และโฆษณา 3G ที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว ก็ยังไม่ทิ้งลายเซ็น &#8220;Feel Goood&#8221; ที่ฝังลงอยู่ในดีเอ็นเอของบริษัทไปเรียบร้อยแล้ว</p>
<p><iframe width="640" height="480" src="http://www.youtube.com/embed/17ZrK2NryuQ?fs=1&#038;feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p><iframe width="640" height="360" src="http://www.youtube.com/embed/XrtWVby-F3E?fs=1&#038;feature=oembed" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>การตลาดของ dtac ที่ผ่านมาถือว่าใช้ยุทธศาสตร์ &#8220;อีโมชันแนล มาร์เก็ตติ้ง&#8221; หรือการตลาดแบบเร้าอารมณ์ของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพและทรงพลังเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย โดย dtac สามารถจับลักษณะเฉพาะของคนไทยที่ชอบความมีน้ำใจ ความอ่อนน้อมถ่อมตัว ความเป็นมิตรภาพ และสร้างแบรนด์อิมเมจของตัวเองออกมาได้อย่างโดดเด่น (ตัวอย่างอื่นๆ ที่โดดเด่นในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาก็คือ <strong>ไทยประกันชีวิต</strong> ที่เน้นคุณธรรม การเสียสละ ความผูกพันของครอบครัว และคาแรกเตอร์ของ <strong>ตัน ภาสกรนที</strong> ที่เน้นความสนุก กล้าแหกกรอบ กล้าคิดต่าง แต่ก็ยังมีความเสียสละและการอุทิศตนเพื่อสังคม)</p>
<h2>เมื่อ Feel Good เริ่มเปลี่ยนเป็น Feel Bad</h2>
<p>อย่างไรก็ตาม ในรอบไม่กี่ปีให้หลัง ภาพลักษณ์ Feel Good ของ dtac ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ โดยเฉพาะหลังการเปลี่ยนตัวซีอีโอจากซิกเว่ เบรกเก้ ที่ถูกดันขึ้นไปคุมธุรกิจของเครือเทเลนอร์ในระดับเอเชีย และซีอีโอคนใหม่ที่มาแทน (<a href="http://www.siamintelligence.com/dtac-ceo-change/">ทั้งสองคนคือ &#8220;ทอเร่ จอห์นเซ่น&#8221; และ &#8220;จอห์น เอ็ดดี้ อับดุลลาร์&#8221;</a>) ก็ไม่ได้ลงมาคลุกคลีทำตลาดแบบ &#8220;ฝรั่งหัวใจไทย&#8221; แบบที่คนไทยคุ้นเคยและคาดหวัง</p>
<p>ส่วน<a href="http://www.siamintelligence.com/tana-dtac-resign/">ธนา เธียรอัจฉริยะ เจ้าของแบรนด์ Happy ก็โบกมือลาบริษัท</a>ในเวลาถัดมา โดยให้เหตุผลว่าอิ่มตัวกับงานที่บริษัทแล้ว หลังจากอยู่กับบริษัทมานานถึง 14 ปี</p>
<p>ถึงแม้ dtac จะเสียผู้บริหารระดับสูงที่เป็นหัวหอกสร้างแบรนด์ Feel Good ไป แต่บริษัทก็ยังคงยุทธศาสตร์ Feel Good ในภาพรวมอยู่ เพียงแต่ลูกค้า dtac กลับเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไปในดีเอ็นเอของบริษัทที่เขาเคยรู้สึกดีๆ ด้วย</p>
<div id="attachment_23488" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><img class="size-full wp-image-23488" title="Feel Good" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/feel-good.jpg" alt="" width="620" height="369" /><p class="wp-caption-text">Feel Good</p></div>
<p>ในแง่ของการตลาดและประชาสัมพันธ์ dtac ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องด้วยโฆษณาที่แฝงความรู้สึก Feel Good แต่การตลาดเพื่อสร้างภาพเพียงลำพังอย่างเดียว ย่อมไม่เพียงพอต่อการสร้างฐานแบรนด์ที่เข้มแข็ง เพราะต้องทำควบคู่ไปกับตัวผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและคุณลักษณะไปในทิศทางเดียวกันด้วย ซึ่งคุณภาพเครือข่าย dtac ในช่วงหลังประสบปัญหาบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเครือข่าย data ที่มักใช้งานไม่ค่อยได้ ผนวกกับปัญหาของ dtac ในการผลักดันเครือข่าย 3G บนคลื่นเดิมที่มีปัญหากับเจ้าของสัมปทานอย่าง CAT Telecom จนโดนคู่แข่งอย่าง TRUE (ที่ร่วมคู่สัมปทานกับ CAT เหมือนกัน) ทิ้งห่างไปไกล ทำให้ผู้บริโภคเริ่มลังเลที่จะใช้งาน dtac ต่อไป</p>
<p>ปัญหาเรื่องคุณภาพของเครือข่าย และคุณภาพของศูนย์บริการ-คอลล์เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ &#8220;ลูกค้าเก่า&#8221; ต้องสัมผัสด้วยมากที่สุด กลับกลายเป็นจุดตายที่กัดกร่อนภาพลักษณ์ Feel Good อันโดดเด่นที่สั่งสมมาหลายปี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เรื่องคุณภาพของเครือข่ายเป็นสิ่งที่ยังอยู่ในระดับ &#8220;พอทนได้&#8221; และอาจจะแปรผันตามสภาพพื้นที่-เลขหมายของผู้ใช้ และยังไม่แสดงผลต่อยอดลูกค้าของ dtac อย่างชัดเจนนัก แต่การล่มของระบบเครือข่ายในวงกว้าง 2 ครั้งติดกัน อาจถือเป็นจุด tipping point ที่ทำให้ความอดทนของผู้ใช้ dtac เดิม (ซึ่งจำนวนมากภักดีต่อแบรนด์มายาวนาน) ต้องขาดผึงลง และตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้บริการของคู่แข่งแทนในที่สุด</p>
<div id="attachment_23489" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><a href="http://www.kafaak.com/2012/01/06/blogger-to-dtac/"><img class="size-medium wp-image-23489" title="kafaak-blog" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/kafaak-blog-620x470.png" alt="" width="620" height="470" /></a><p class="wp-caption-text">บล็อกของ @kafaak บ่นปัญหาที่พบใน dtac</p></div>
<p>ตัวอย่างผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าของ dtac ที่ &#8220;ทนไม่ไหว&#8221; และประกาศตัวย้ายออก ได้แก่ <a href="http://www.kafaak.com/2012/01/06/blogger-to-dtac/">บล็อกเกอร์ด้านไอที @kafaak ที่เขียนบล็อกเปิดผนึกถึง dtac</a> ในฐานะลูกค้าใช้มานาน 10 ปี เล่าปัญหาที่พบกับ dtac ก่อนจะสรุปว่า dtac feel no longer good แล้วล่ะครับ</p>
<blockquote><p>ขอเขียนต่ออีกหน่อย … ล่าสุด 19:43 ผมตัดสินใจกดโทรไป Call Center ของ dtac อีกรอบ ต้องใช้ความพยายามในการ Re-dial นิดหน่อย เพราะระบบยังดูรวนๆ แต่ในที่สุดก็สามารถติดต่อกับ Call Center ได้ครับ แอบเหน็บหน่อยว่าผมรอโทรศัพท์จาก Call Center 4 ชั่วโมง ไม่มีใครโทรมา จนต้องโทรมาเอง และก็ต้องมาเจอกับการโอนสายไม่ได้อีก เพราะสายไม่ว่าง … ทาง Call Center บอกจะติดต่อกลับไปอีกที ผมเริ่มฉุนขาดเพราะรอมา 4 ชั่วโมงแล้ว เลยบอกว่า ติดต่อกลับทันวันนี้ไหม? ไม่เอาห้าทุ่มเที่ยงคืนนะ ขอไม่เกินสามทุ่ม เท่านั้นแหละ Call Center บอกรอแป๊บนึง และ 1 นาทีผ่านไปผมก็ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ที่เปลี่ยนแพ็กเกจได้ และเปลี่ยนเสร็จในเวลาไม่ถึง 5 นาที</p>
<p>dtac feel no longer good แล้วละครับ</p></blockquote>
<p>ตัวอย่างของ @kafaak เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง เป็นเพียงลูกค้าไม่กี่รายของ dtac ที่ออกมา &#8220;ส่งเสียง&#8221; ผ่านช่องทางของตัวเอง ซึ่งในกรณีนี้กลับเป็นเรื่องดีต่อ dtac ด้วยซ้ำ เพราะลูกค้าสะท้อนปัญหาออกมาอย่างตรงไปตรงมา มีหลักฐานอ้างอิงได้ชัดเจน และสามารถตามไปแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่ากลับเป็น &#8220;ลูกค้าตีจากแบบเงียบๆ&#8221; โดยไม่ส่งเสียงบ่นในที่สาธารณะ ซึ่งบริษัทไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจากไปเพราะเหตุใด และลูกค้ากลุ่มนี้ย่อมมีจำนวนเยอะกว่าที่ลูกค้าที่ออกมาส่งเสียงมาก</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-23490" title="DTAC Unhappy" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/happy-logo.png" alt="DTAC Unhappy" width="532" height="287" /></p>
<h2>วิกฤตศรัทธา dtac เมื่อ &#8220;รักมาก&#8221; ย่อม &#8220;เกลียดมาก&#8221;</h2>
<p>นโยบาย Number Portability หรือ &#8220;เปลี่ยนค่าย เบอร์เดิม&#8221; ของ กสทช. ที่บังคับใช้ในปีที่แล้ว ย่อมทำให้อุปสรรคในการย้ายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือลดลงไปมาก ถึงแม้ยังจะต้องใช้เวลาเดินเรื่องเพื่อขอย้ายค่ายเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่เมื่อผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสามารนำหมายเลขของตัวเองไปใช้กับเครือข่ายใดก็ได้ ย่อมทำให้ผู้ใช้เหล่านี้สะดวกใจต่อการย้ายหนีจากผู้ให้บริการที่ตัวเองพบปัญหาได้ง่ายขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้พฤติกรรมการใช้งานโทรศัพท์มือถือของผู้บริโภคเอง ในช่วงหลังยังนิยมพกพาซิมการ์ดมากกว่าหนึ่งซิม โดยมักเลือกเครือข่ายที่ต่างกัน ด้วยเหตุผลด้านราคาค่าโทรที่ถูกที่สุดในโอกาส-เงื่อนไขที่แตกต่างกัน รวมไปถึงการพกพาโทรศัพท์มากกว่าหนึ่งเครื่อง และอุปกรณ์ชนิดใหม่ๆ อย่างแท็บเล็ตและแอร์การ์ด ผู้บริโภคเหล่านี้อาจจะยังเลือกใช้เครือข่าย dtac ต่อไป แต่ลดความสำคัญลงเป็นเบอร์รองแทนเบอร์หลัก ซึ่งไม่ว่าในทางใดย่อมไม่ส่งผลดีต่อ dtac แน่นอน</p>
<p>ลูกค้าของ dtac ถือเป็นกลุ่มที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์สูง และมีความเป็น &#8220;อีโมชันแนล&#8221; หรือตัดสินใจเลือกสินค้าตามอารมณ์ ดังนั้นอาจเข้าทำนอง &#8220;รักมากย่อมเกลียดมาก&#8221; เพราะรู้สึกว่าองค์กรที่ตัวเองเคยรักและไว้ใจนั้นเปลี่ยนไป จากที่เคยเอาใจใส่ลูกค้าก็เปลี่ยนมาทอดทิ้ง บางคนอาจรู้สึกว่าโดนหักหลังหรือทรยศด้วยซ้ำ ดังนั้นผู้ใช้กลุ่มนี้ซึ่งในอดีตเคยแนะนำให้คนรอบตัวใช้งาน dtac ก็มีสิทธิจะเปลี่ยนมาเป็นกระจายข้อมูลแบบปากต่อปากว่า dtac มีปัญหาอย่างไรได้เช่นกัน</p>
<p>ในโลกยุคที่ผู้บริโภคเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างเสรีเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับ dtac เลย เพราะยุทธศาสตร์หลักของ dtac มาจากความรู้สึก ความไว้ใจ ความภักดีต่อองค์กร และถ้าเกิดว่าสินค้าและบริการของ dtac กลับทำลาย &#8220;คุณค่า&#8221; (value) เหล่านี้ลงไป คำถามก็คือ dtac จะแข่งขันต่อไปในระยะยาวได้อย่างไร?</p>
<p>วงการโทรคมนาคมเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก ทำให้มีผู้เล่นน้อยราย และมักมีลักษณะกึ่งผูกขาดโดยผู้เล่นรายเดิมๆ ดังนั้นถ้าเกิด dtac มีความสามารถในการแข่งขันน้อยลง ก็เป็นโอกาสที่คู่แข่งอีกสองรายจะชิงส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น ซึ่งก็ไม่เป็นผลดีต่อสภาพการแข่งขันในตลาดและผู้บริโภคมากเท่าใดนัก</p>
<p>สิ่งที่ dtac ต้องรีบทำก็คือป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีก และหามาตรการเร่งด่วนมา &#8220;ซื้อใจ&#8221; ลูกค้าชั้นดีที่กำลังจะเปลี่ยนใจไปโดยเร็ว</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/dtac-not-feel-good-anymore/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>10 แหล่งท่องเที่ยว Top Ten ของไทยที่ไม่ควรพลาด</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/top-ten-thai-travel-place/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/top-ten-thai-travel-place/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Jan 2012 06:13:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>parichat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Practical Report]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[10 อันดับท่องเที่ยวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งท่องเที่ยวที่นิยมของไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=23412</guid>
		<description><![CDATA[นักท่องเที่ยวได้ติดต่อสอบถามมายัง call center ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นจำนวนมาก จึงนำมาสู่การทำโพลสำรวจ เพื่อใช้ศึกษาแหล่งที่ผู้คนประทับใจและนิยมไปเยือน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>10 แหล่งท่องเที่ยวของไทยที่ไม่ควรพลาดนี้ กรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 ใน 10 แห่งของไทยที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนในปี 2011 สถิติดังกล่าวถูกจัดอันดับโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ได้บันทึกไว้หลังให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลเพื่อการท่องเที่ยว</p>
<p><span id="more-23412"></span>อีก 9 แห่งที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กรุงเทพฯ ประกอบด้วย ชลบุรี ภูเก็ต อยุธยา กาญจนบุรี เชียงใหม่ ระยอง สงขลา นครราชสีมา และกระบี่ &#8220;การจัดอันดับแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้แต่ละจังหวัดพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของตน&#8221; สุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าว</p>
<p>นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศได้ติดต่อสอบถามมายัง call center ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นจำนวนมาก จึงนำมาสู่การทำโพลสำรวจ เพื่อใช้ศึกษาแหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนประทับใจและนิยมไปเยือน &#8220;เราต้องการเห็นแต่ละจังหวัดพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของตนให้มีทั้งความสวยงาม และความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวที่อาจเป็นการสนับสนุนทางการตลาด และส่งเสริมให้มีการกระจายรายได้ไปในแต่ละจังหวัดมากขึ้น&#8221; นายสุวัตรฯ กล่าว</p>
<div id="attachment_23417" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><a href="http://www.visit-thailand.net/Destinations/SouthWestCoastal/Phuket.aspx"><img class="size-medium wp-image-23417" title="ท่องเที่ยวไทย" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2012/01/ท่องเที่ยวไทย-620x388.jpg" alt="" width="620" height="388" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพจาก Visit Thailand</p></div>
<p>สำหรับการจัดอันดับแหล่งท่องเที่ยวของไทยในปีถัดไป จะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการชุดใหม่ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากภาคเอกชน และตัวแทนจากภาคการท่องเที่ยวลงไปสำรวจ และจัดเรตติ้งเพื่อช่วยแบ่งประเภทแหล่งท่องเที่ยว ทั้งเชิงธรรมชาติ เชิงวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์จัดสร้างขึ้น</p>
<p>เกณฑ์การตัดสินดังกล่าว จะพิจารณาจากหลายปัจจัยด้วยกัน อาทิ ความสวยงาม การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดังกล่าว การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้หลักธรรมาภิบาลที่ดี โดยปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาจะอยู่ภายใต้การจัดการของการบริหารส่วนท้องถิ่น</p>
<p>ภาคเอกชนสามารถใช้การวัดระดับคะแนนดังกล่าวเพื่อสนับสนุนด้านการตลาดต่อไปได้ ทั้งนี้ 4 จังหวัดในภาคใต้ยังคงมีความปลอดภัยที่ยังสามารถท่องเที่ยวได้ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไปเยือนอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่ติดอันดับแหล่งน่าเที่ยวลำดับที่ 17 ในปี 2011 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกว่า 100,000 ราย ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงมีจำนวนน้อย</p>
<p><a href="http://www.ftnnews.com/other-news/15095-top-10-tourist-destinations-in-thailand.html?utm_medium=twitter&amp;utm_source=twitterfeed">Focus on Travel News</a></p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/top-ten-thai-travel-place/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดตัวเว็บไซต์ 3 ภาษา เพิ่มช่องทางตลาดส่งออกผลไม้ไทย</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/trilingual-website-for-encourage-export-thai-fruits-to-china/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/trilingual-website-for-encourage-export-thai-fruits-to-china/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Dec 2011 02:29:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>parichat</dc:creator>
				<category><![CDATA[Practical Report]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[จีนนำเข้าผลไม้ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้ส่งออกไทยสู่จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลไม้ไทยที่จีนนำเข้า]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกผลไม้ไทยไปจีน]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บ 3 ภาษา thaifruitsonline.com]]></category>
		<category><![CDATA[เว็บส่งเสริมเกษตรไทย 3 ภาษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=23313</guid>
		<description><![CDATA[ปี 2011 นับจากมกราคม - ตุลาคม ไทยส่งออกสินค้าสู่จีน มูลค่ารวม 707,477 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2010 ถึง 27% ขณะที่สินค้าเกษตรส่งออกของไทยสู่จีนอยู่ที่ 192, 706 ล้านบาท]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพิ่มช่องทางการค้า ขยายโอกาสส่งออกผลไม้ไทยในจีนมากขึ้น โดยสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง จีน มีการเปิดตัวเว็บไซต์ 3 ภาษา ไทย จีน อังกฤษ www.thaifruitsonline.com เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงผลไม้ไทยได้มากขึ้น</p>
<p><span id="more-23313"></span>หลังจากผลไม้ไทยได้รับการตอบรับในจีนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะช่วยผลักดันให้มีการนำเข้าเพิ่มขึ้น และสามารถขยายตลาดผลไม้ไทยให้เติบโตมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีในการเจาะตลาดจีนที่มีผู้บริโภคจำนวนมากกว่า 1.3 พันล้านคน</p>
<div id="attachment_23314" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><a href="http://www.siamintelligence.com/trilingual-website-for-encourage-export-thai-fruits-to-china/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c-3-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2-www-thaifruitsonline-com-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4/" rel="attachment wp-att-23314"><img class="size-full wp-image-23314" title="เว็บไซต์ 3 ภาษา www.thaifruitsonline.com ส่งเสริมนำเข้าผลไม้ไทยสู่จีน" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/เว็บไซต์-3-ภาษา-www.thaifruitsonline.com-ส่งเสริมนำเข้าผลไม้ไทยสู่จีน.jpg" alt="" width="620" height="413" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพงานเปิดตัวเว็บไซต์ 3 ภาษา ส่งออกผลไม้ไทยไปจีน</p></div>
<p>เป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลของเว็บไซต์ www.thaifruitsonline.com นี้ เพื่อให้ผู้บริโภค ผู้ประกอบการค้า ผู้นำเข้าผลไม้ไทยในจีน สามารถรับรู้ข้อมูลในการคัดสรรผลไม้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เนื้อหาในเว็บไซต์จะบรรจุด้วยข้อมูลชนิดของผลไม้ หลักการเลือกผลไม้ ฤดูกาลที่ระบุว่าจะมีผลผลิตของผลไม้ชนิดใดบ้าง ตลอดจนคุณค่าทางโภคชนาการจากผลไม้</p>
<p>นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังเต็มไปด้วยเนื้อหาในการส่งเสริมการส่งออก เช่น ขั้นตอน กฎ/ ระเบียบในการส่งออก เส้นทาง ต้นทุน การขนส่ง รายชื่อผู้ส่งออกไทย รายชื่อผู้นำเข้าจีน และราคาผลไม้ไทยในตลาดจีน</p>
<div id="attachment_23315" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><a href="http://www.siamintelligence.com/trilingual-website-for-encourage-export-thai-fruits-to-china/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c-3-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b9%88/" rel="attachment wp-att-23315"><img class="size-full wp-image-23315" title="เปิดตัวเว็บไซต์ 3 ภาษา ส่งเสริมส่งออกผลไม้ไทยสู่จีน" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/เปิดตัวเว็บไซต์-3-ภาษา-ส่งเสริมส่งออกผลไม้ไทยสู่จีน.jpg" alt="" width="620" height="413" /></a><p class="wp-caption-text">งานเปิดตัว www.thaifruitsonline.com</p></div>
<p>ทั้งนี้ ยังสนับสนุนให้มีการติดต่อค้าขายได้โดยตรง ระหว่างเกษตรกร สถาบันเกษตรกรไทย ผู้ประกอบการค้าที่นำเข้าผลไม้ไทยในจีน ผ่านเว็บไซต์ที่ช่วยแปลภาษาให้ถึง 3 ภาษา ถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถและขยายโอกาสทางธุรกิจส่งออกผลไม้ไทยด้วย</p>
<ul>
<li>ปี 2011 นับจากมกราคม &#8211; ตุลาคม ไทยส่งออกสินค้าสู่จีน มูลค่ารวม 707,477 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2010 ถึง 27%</li>
</ul>
<ul>
<li>สินค้าหลักคือสินค้าเกษตร อาทิ ยางพารา มันสำปะหลัง น้ำตาลทราย ข้าวคุณภาพดี ผลไม้สดและแปรรูป รวมถึงสัตว์น้ำ ฯลฯ มูลค่าการส่งออกของไทยสู่จีนอยู่ที่ 192, 706 ล้านบาท นับจากปี 2010 สูงขึ้นถึง 41%</li>
</ul>
<p><strong>นายธรรมรัต  หวั่งหลี</strong>  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่<wbr>าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า จากศักยภาพและโอกาสในการขยายตั<wbr>วของตลาดผลไม้ไทยในจีนจึงได้<wbr>ดำเนินโครงการพัฒนาเว็บไซต์ส่<wbr>งเสริมการค้าผลไม้<wbr>ไทยในสาธารณประชาชนจีนขึ้น โดยเว็บไซต์ <a href="http://www.thaifruitsonline.com/" target="_blank">www.thaifruitsonline.com</a> เหมาะสำหรับ กลุ่มผู้ซื้อผลไม้ไทย เช่น กลุ่มผู้ซื้อ ผู้นำเข้าผลไม้ในประเทศจีน   กลุ่มห้างค้าปลีกรายใหญ่ (Modern Trade)  กลุ่มผู้ส่งออกรายใหญ่  สมาคมผู้ค้าและผู้ส่งออกผลไม้<wbr>ไทย รวมถึง กลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ผู้ขายผลไม้ไทย  บุคคลทั่วไปที่สนใจธุรกิจส่<wbr>งออก/ นำเข้าผลไม้ไทยสู่ประเทศจี<wbr>น</wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/trilingual-website-for-encourage-export-thai-fruits-to-china/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดกลยุทธ์ธนาคารอาเซียน: การกดเอทีเอ็มข้ามประเทศฟรีของ CIMB และ UOB</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/asean-bank-cimb-uob-free-atm-fee/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/asean-bank-cimb-uob-free-atm-fee/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2011 07:50:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>isriya</dc:creator>
				<category><![CDATA[ASEAN Observer]]></category>
		<category><![CDATA[headline]]></category>
		<category><![CDATA[headline2]]></category>
		<category><![CDATA[Practical Report]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB]]></category>
		<category><![CDATA[DBS]]></category>
		<category><![CDATA[Maybank]]></category>
		<category><![CDATA[UOB]]></category>
		<category><![CDATA[ซีไอเอ็มบี]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารในอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[ยูโอบี]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=23258</guid>
		<description><![CDATA[วิเคราะห์กลยุทธ์ของทุนธนาคารในอาเซียนที่บุกเข้ามาประเทศไทย และวิเคราะห์ความพร้อมของกลุ่มทุนธนาคารไทยที่จะต้องเผชิญหน้ากับการแข่งขันในอนาคตอันใกล้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ภาคการธนาคารไทยเป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมากหลังวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 โดยเฉพาะในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาซึ่งธนาคารไทยถูกเปลี่ยนเจ้าของไปพอสมควร ธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กเริ่มถูกควบรวมโดยธนาคารจากต่างประเทศ ซึ่งมาพร้อมกับการเปิดเสรีภาคการเงินของประเทศไทยที่ดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว</p>
<p>กิจการธนาคารจากต่างประเทศที่รุกเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย มีทั้งธนาคารจากฝั่งยุโรปอย่าง ING ที่เข้ามาถือหุ้นใหญ่ของธนาคารทหารไทย (TMB) หรือธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์จากอังกฤษ ซึ่งเปิดกิจการในไทยมานานพอสมควรแล้ว นอกจากนี้ยังมีธนาคารธนชาติที่ถือหุ้นโดยธนาคารแห่งโนวาสโกเทีย/สโกเทียแบงค์จากแคนาดา และกลุ่มซิติแบงค์จากสหรัฐอเมริกา เป็นต้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม กลุ่มทุนธนาคารที่น่าสนใจที่สุดกลับเป็นธนาคารจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนสองราย ได้แก่ กลุ่ม CIMB จากมาเลเซีย ซึ่งเข้าซื้อกิจการของไทธนาคารเดิม และกลุ่ม UOB จากสิงคโปร์ที่เริ่มมาจากการซื้อธนาคารัตนสินทร์ และควบรวมกับธนาคารเอเชียในภายหลัง กลายเป็นธนาคารยูโอบีในปัจจุบัน</p>
<p>กลุ่มทุนทั้งสองกลุ่มถือเป็นทุนธนาคารขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย นอกจากการลงทุนในประเทศไทยแล้ว ยังมีสาขาในภูมิภาคอื่นๆ ด้วย ซึ่งทุนธนาคารทั้งสองนี้ก็ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายที่กว้างขวางของตัวเอง สร้างสรรค์บริการใหม่ๆ ที่น่าสนใจและเกิดขึ้นได้ยากในธนาคารยุคก่อน อย่างเช่นการให้บริการทางการเงินข้ามประเทศ (แต่อยู่ในเครือธนาคารเดียวกัน) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</p>
<h2>CIMB Thai กับการปั้นแบรนด์ &#8220;ธนาคารอาเซียน&#8221;</h2>
<p>กลยุทธ์ของ CIMB ถือว่าน่าสนใจและทำตลาดได้หวือหวาที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่กระแส &#8220;ประชาคมอาเซียน&#8221; กำลังมาแรงอย่างไม่หยุดยั้ง</p>
<p>CIMB ถือเป็นกลุ่มทุนธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของประเทศมาเลเซีย (อันดับหนึ่งคือ Maybank) ปัจจุบัน CIMB Group ให้บริการใต้แบรนด์ CIMB ในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา และยังขยายมาให้บริการในอินโดนีเซียใต้แบรนด์ CIMB Niaga ส่วนของประเทศไทยหลังควบกิจการกับไทธนาคารแล้วก็ใช้ชื่อว่า CIMB Thai  นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ CIMB Islamic ที่ให้บริการธนาคารภายใต้กฎของศาสนาอิสลามด้วย (อ่านรายละเอียดที่<a href="http://www.cimbthai.com/CIMB/about_us/">เว็บไซต์ CIMB Thai</a>)</p>
<p><img class="aligncenter" title="CIMB Group" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/cimb-group.png" alt="" width="599" height="388" /></p>
<p>จุดเด่นของ CIMB คือเครือข่ายที่ครอบคลุมกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจสูง ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ รวมถึงสาขาในประเทศที่มีศักยภาพอย่างกัมพูชา การที่มีเครือข่ายใน 5 ประเทศของอาเซียน (แถมยังเป็นประเทศที่มีพรมแดนใกล้ชิดกันคืออยู่ในคาบสมุทรแหลมทอง-ช่องแคบมะละกา) ทำให้ CIMB ใช้จุดเด่นนี้สร้างแบรนด์ &#8220;ธนาคารแห่งอาเซียน&#8221; ขึ้นมาใต้สโลแกน ASEAN for You ดังจะเห็นได้จากโฆษณาหลายชิ้นของบริษัทที่สื่อสารข้อความนี้ออกมาโดยตลอดในช่วงหลัง</p>
<p><img class="aligncenter" title="CIMB ASEAN" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/cimb-asean1-620x221.jpg" alt="" width="620" height="221" /></p>
<p><img class="aligncenter" title="ASEAN for You" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/asean-for-you-620x149.jpg" alt="asean-for-you" width="620" height="149" /></p>
<p>ส่วนกลยุทธทางการให้บริการที่จับต้องได้และน่าสนใจ คือการอาศัยประโยชน์ของเครือข่ายธนาคารในภูมิภาค สร้างจุดเด่นเหนือธนาคารคู่แข่งอื่นๆ โดยเปิดให้กดเงินสดจากตู้ ATM ข้ามกันโดยไม่คิดค่าธรรมเนียม</p>
<p>บริการนี้เริ่มเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2553 โดย ผู้ถือบัตรเอทีเอ็มของกลุ่มธนาคาร ซีไอเอ็มบี ในการทำธุรกรรม ถอนเงินสดสกุลเงินต่างประเทศ ข้ามพรมแดน ใน 4 ประเทศ คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม และภายหลังได้เพิ่มประเทศกัมพูชาเข้ามาอีกประเทศหนึ่ง</p>
<blockquote><p>นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในขณะนี้กลุ่มธนาคาร ซีไอเอ็มบี ได้เปิดให้บริการ CIMB ATM Regional Link ซึ่งเป็นบริการถอนเงินสดข้ามประเทศ ตลอดจนการเช็คสอบยอดบัญชีคงเหลือ โดยผู้ถือบัตรเอทีเอ็มของกลุ่มธนาคารซีไอเอ็มบี สามารถทำธุรกรรมทางการเงินข้ามพรมแดนได้ผ่านเครื่องเอทีเอ็ม 3,750 เครื่อง ใน 4 ประเทศของเครือข่ายสมาชิกกลุ่มธนาคาร ซีไอเอ็มบี ซึ่งประกอบด้วย ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และประเทศไทย โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ</p></blockquote>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-23290" title="cimb-atm" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/cimb-atm.jpg" alt="" width="432" height="576" /></p>
<p>ยุทธศาสตร์ของ CIMB นั้นชัดเจนว่าต้องการจับกลุ่มนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางบ่อยๆ ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วสอดรับการเปิดเสรีอาเซียน นอกจากการกดเงินสดข้ามประเทศที่จับต้องได้แล้ว CIMB ยังพยายามผลักดันโครงการระดับภูมิภาคอื่นๆ เช่น</p>
<ul>
<li><a href="http://www.cimbthai.com/CIMB/news/press_release/2588/">เปิดอบรมด้านการลงทุนในมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ให้กับนักธุรกิจชาวไทย</a></li>
<li><a href="http://www.cimbthai.com/CIMB/news/press_release/cimb_group_to_invest_rm1.1_billion_in_1platform/">การสร้างระบบ Core Banking ร่วมกันของธนาคาร CIMB ในแต่ละประเทศ</a> รวมถึง<a href="http://www.cimbthai.com/CIMB/news/press_release/cimb_group_integrates_transaction_banking_regionally/">ระบบธนาคารออนไลน์ระบบเดียวกันในแต่ละประเทศ</a></li>
<li><a href="http://www.cimbthai.com/CIMB/news/press_release/cimb_group_establishes_cimb_asean_research_institute_%28cari%29/">การก่อตั้งสถาบันวิจัย CIMB ASEAN หรือ CARI โดยมีสำนักงานใหญ่ที่จาการ์ตา</a></li>
<li><a href="http://www.cimbthai.com/CIMB/news/press_release/cimb_group_rewards_regional_talents_with_full_scholarships_at_world_class_universities._thai_national_will_be_pursuing_a_masters_of_law_%28ll.m.%29_in_environmental_law_%2526_policy_at_university_college_london%2C_united_kingdom./">การให้ทุนการศึกษากับนักศึกษาใน 5 ประเทศ ที่ CIMB ดำเนินธุรกิจอยู่</a></li>
</ul>
<p>ตัวอย่างยุทธศาสตร์ของ CIMB นั้นชัดเจนว่าต้องการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายธุรกิจข้ามชาติของตัวเอง ซึ่งจะคล้ายๆ กับกลุ่มทุนโทรคมนาคมข้ามชาติ ที่เปิดให้โทรศัพท์ข้ามประเทศ (แต่ยังอยู่ในเครือข่ายของตัวเอง) โดยไม่ต้องเสียค่าโรมมิ่ง เพื่อสร้างจุดเด่นในสายตาผู้บริโภค</p>
<p>นอกจากนี้ CIMB ยังใช้ประโยชน์จากการเกาะกระแสประชาคมอาเซียนที่เห็นได้เด่นชัดว่าจะมาแรงในอนาคต ช่วงชิงภาพลักษณ์ของความเป็นธนาคารที่เน้นภูมิภาคอาเซียนก่อนคู่แข่ง และยังพยายามใช้ประโยชน์จากการประหยัดโดยขนาด (economy of scale) โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานทางไอทีร่วมกัน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและลดความซับซ้อนของระบบไอทีในระยะยาวอีกด้วย</p>
<p><img class="aligncenter" title="uob-banner" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/uob-banner.jpg" alt="" width="514" height="370" /></p>
<h2>UOB กับภาพกว้าง &#8220;เอเชียแปซิฟิก&#8221;</h2>
<p>กลุ่มธนาคาร UOB หรือ United Overseas Bank เป็นกลุ่มทุนธนาคารที่กำเนิดในประเทศสิงคโปร์ ปัจจุบันให้บริการใน 19 ประเทศ โดยตลาดหลักๆ นอกสิงคโปร์อยู่ที่มาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จีน นอกจากนี้ยังมีสาขาในไต้หวันและญี่ปุ่นอีกด้วย</p>
<p>สำหรับธนาคารยูโอบีในประเทศไทย มีที่มาจากการควบรวมธนาคารรัตนสินทร์ (หรือยูโอบีรัตนสินทร์) และธนาคารเอเชียเข้าด้วยกันในปี 2548</p>
<p>ธนาคารยูโอบีนั้นมีสาขาและประเทศที่ให้บริการมากกว่า CIMB แถมยังก้าวไปถึงกลุ่มประเทศนอกอาเซียนอย่างจีนอีกด้วย ทำให้เครือ UOB พยายามสร้างแบรนด์ตัวเองว่าเป็นธนาคารระดับ &#8220;เอเชียแปซิฟิก&#8221; มากกว่าจะเจาะไปที่ธนาคารระดับอาเซียนอย่าง CIMB</p>
<p><img class="aligncenter" title="UOB Asia-Pacific" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/uob-bank-620x161.jpg" alt="" width="620" height="161" /></p>
<p>UOB ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายธนาคารในหลายๆ ประเทศ ให้บริการกด ATM ข้ามประเทศโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเช่นเดียวกับ CIMB (แต่ UOB กลับไม่โปรโมทเรื่องนี้ มีเพียงข้อความเล็กๆ บนเว็บไซต์ของ UOB เท่านั้น) โดยประเทศที่เข้าร่วมโครงการได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพียง 4 ประเทศ (แต่ก็ใกล้เคียงกับคู่แข่งอย่าง CIMB)</p>
<p><a href="http://www.uob.co.th/personal/card-atm_th.htm#5.3"><img class="aligncenter" title="UOB ATM Regional Switch" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/uob-atm-pool.png" alt="" width="480" height="145" /></a></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ของ UOB จะเน้นที่ความเข้มแข็งทางการเงินของบริษัทแม่ นั่นคือ UOB Group ของประเทศสิงคโปร์ ที่ได้เรตติ้งระดับ AAA จากสถาบันจัดอันดับฟิทช์ ทำให้ UOB ในประเทศไทยนำมาเป็นจุดขายในแคมเปญทางการตลาด ว่าเงินฝากที่ UOB ย่อมน่าเชื่อถือกว่าธนาคารคู่แข่งอื่นๆ</p>
<p><img class="aligncenter" title="UOB AAA Rating" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/uob-aaa.jpg" alt="" width="507" height="635" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ด้านภูมิภาคนิยมของธนาคาร UOB ในประเทศไทยยังไม่ชัดเจนนักเมื่อเทียบกับ CIMB ที่เชื่อมร้อยเครือข่ายของตัวเองเข้าด้วยกัน ทำให้ UOB สาขาประเทศไทยยังเลือกโฟกัสไปที่กลุ่มลูกค้าคนไทยมากกว่าลูกค้าในภูมิภาค ซึ่งเบื้องหลังของยุทธศาสตร์นี้อาจเป็น &#8220;ราก&#8221; ของตัวธนาคาร UOB ในประเทศไทยเอง ที่มาจากการควบรวมธนาคารไทย 2 แห่งก็เป็นได้</p>
<p>ในเว็บไซต์ของ UOB Group ระบุว่าต้องการให้รายได้ 40% มาจากสาขานอกประเทศสิงคโปร์ และพยายามจะเป็นธนาคารระดับสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในแถลงการณ์ของบริษัทก็ประกาศว่าจะเพิ่มปริมาณเงินกู้ข้ามพรมแดน (cross-border business lending) ให้เพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าตัวภายใน 3 ปี</p>
<p>กลยุทธอื่นๆ ของบริษัทได้แก่การรุกเข้าไปในอินเดีย โดยจับมือกับธนาคารคู่ค้าในอินเดียสำหรับการโอนเงินรูปีข้ามประเทศ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นเงินหยวนเพื่อรุกตลาดประเทศจีน</p>
<h2>โอกาสของธนาคารไทย</h2>
<p>นอกจากการรุกตลาดของ CIMB และ UOB เข้ามายังประเทศไทยแล้ว เรายังเห็นการแผ่ขยายสาขาของกลุ่มทุนธนาคารขนาดใหญ่อื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกไม่น้อย เช่น กลุ่ม Maybank ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย บุกไปยังสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม บรูไน ปากีสถาน และล่าสุดเข้าซื้อหุ้น 44% ของหลักทรัพย์กิมเอ็งแห่งสิงคโปร์แล้ว</p>
<p>ส่วนกลุ่ม DBS จากสิงคโปร์ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกิจการในจีน ฮ่องกง ไต้หวัน อินโดนีเซีย เวียดนาม และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ส่วนในประเทศไทยเข้ามาดำเนินธุรกิจผ่านการถือหุ้นในธนาคารทหารไทย (จากการควบรวมธนาคารดีบีเอส ไทยธนุในปี 2547)</p>
<p>สำหรับธนาคารพันธุ์ไทย กลับยังมีความเคลื่อนไหวออกไปทำตลาดนอกประเทศไทย (โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน) ไม่เยอะนัก ที่ผ่านมายังเป็นการตั้งสาขาในต่างประเทศเพื่อให้บริการแก่ธุรกิจไทยในต่างแดนมากกว่า เช่น ธนาคารกรุงเทพ ให้บริการใน 7 ประเทศทั่วอาเซียน แต่ส่วนใหญ่มีประเทศละ 1 สาขา (มีประเทศมาเลเซีย 6 สาขา) ส่วนธนาคารไทยพาณิชย์ บุกไปในลาว กัมพูชา สิงคโปร์ เวียดนาม โดยมีสาขาในเวียดนามเยอะที่สุดคือ 9 สาขา นอกจากนี้ยังมีธนาคารกรุงไทย ที่ไปเปิดสาขาในลาว สิงค์โปร์ กัมพูชา เป็นต้น</p>
<p>เอาเข้าจริงแล้ว ธนาคารไทยเคยพยายามรุกเข้าไปเปิดธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้านมารอบหนึ่งแล้ว แต่หลังจากเกิดวิกฤตภาคการเงินในปี 2540 ทำให้ธนาคารเหล่านี้ต้องถอนตัว ปิดสาขาในต่างประเทศเพื่อลดต้นทุน อย่างไรก็ตาม ภาคธนาคารไทยหลังปรับโครงสร้างจากวิกฤตต้มยำกุ้งกลับมาแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มสูงว่าจะเกาะกระแสอาเซียน ขยายตัวไปยังตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคอีกครั้ง</p>
<p>ปัญหาของทุนธนาคารไทยที่จะบุกไปยังประเทศอาเซียน คงไม่ต่างจากกลุ่มทุนไทยในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องการขยายตลาด เพราะจะเจอกับปัญหาคล้ายๆ กัน เช่น ความเข้าใจในภาษาและวัฒนธรรมอันหลากหลายของกลุ่มประเทศอาเซียนที่แตกต่างกันมาก การเผชิญหน้ากับธนาคารคู่แข่งจากมาเลเซียและสิงคโปร์ที่อาศัยเครือข่ายจักรภพอังกฤษ พัฒนาตลาดการเงินของตัวเองไปได้เยอะกว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องกฎระเบียบในประเทศอาเซียนเองที่ยังเป็นกำแพง และขนาดของธุรกิจ-เงินทุนในการขยายกิจการ เป็นต้น</p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/asean-bank-cimb-uob-free-atm-fee/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;คุณแดง&#8221; สุรางค์ เปรมปรีด์ พ้นวาระการดำรงตำแหน่ง&#8221;กรรมการผู้จัดการ&#8221; ช่อง 7 สีหลังปีใหม่</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/ch7-change/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/ch7-change/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2011 07:44:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chatechenko</dc:creator>
				<category><![CDATA[Practical Report]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7]]></category>
		<category><![CDATA[สุรางค์ เปรมปรีด์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=23259</guid>
		<description><![CDATA[การเปลี่ยนแปงครั้งใหญ่ในวงการโทรทัศน์ประเทศไทย เมื่อ คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีด์ กำลังจะพ้นตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ช่อง 7 ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์วิทยุ จำกัด มีคำสั่งเรื่อง&#8221;แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง&#8221; ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2554 ลงนามโดย นาย กฤตย์ รัตนรักษ์ ประธานกรรมการ มีคำสั่งโดยมีรายละเอียด 2 ข้อดังนี้</p>
<div id="attachment_23263" class="wp-caption aligncenter" style="width: 360px"><img class="size-full wp-image-23263" title="คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีด์ กำลังจะพ้นตำแหน่ง" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/resize_jpg.php_.jpg" alt="คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีด์ กำลังจะพ้นตำแหน่ง" width="350" height="383" /><p class="wp-caption-text">คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีด์ กำลังจะพ้นตำแหน่ง</p></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>1. แต่งตั้งนาย ศรัณย์  วิรุตมวงศ์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ ดำรงตำแหน่งรักษาการกรรมการผู้จัดการ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555</p>
<p>2. ให้นางสุรางค์ เปรมปรีด์ ซึ่งจะพ้นวาระการดำรงตำแหน่งด้วยเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้าง มีผลนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 ส่งมอบงานให้กับนาย ศรัณย์ วิรุตมวงศ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการคนใหม่ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2554</p>
<p>&nbsp;</p>
<div id="attachment_23260" class="wp-caption aligncenter" style="width: 487px"><img class="size-medium wp-image-23260" title="หนังสือฉบับดังกล่าว - ภาพจาก facebook" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/379467_274498665932661_100001175905537_720332_1208725985_n-477x640.jpg" alt="หนังสือฉบับดังกล่าว - ภาพจาก facebook" width="477" height="640" /><p class="wp-caption-text">หนังสือฉบับดังกล่าว - ภาพจาก facebook</p></div>
<p>แต่อย่างไรก็ดี สุรางค์ เปรมปรีด์ ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นในองค์กรดังกล่าว สำหรับ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินการบริหารสถานีโทรทัศน์สีแห่งแรกของประเทศไทย ที่รู้จักกันในนามช่อง 7 สีปัจจุบัน ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมวิทยุและโทรทัศน์ของกองทัพบก ยุคจอมพลประภาส จารุเสถียร เป็นผู้บัญชาการทหารบก โดยนางเรวดี เทียนประภาส ผู้ก่อตั้ง ได้ยื่นขอจดทะเบียนบริษัทเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2510 ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท แบ่งเป็น 1,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 หมื่นบาท</p>
<p>เกือบจะเรียกได้ว่า จอมพลประภาสตั้งสถานีโทรทัศน์ให้เป็นสมบัติของฝ่ายภรรยาก็ได้ เพราะนอกจากนางเรวดีแล้ว ผู้ริเริ่มบริษัทคนอื่นประกอบด้วย คุณหญิงไสว จารุเสถียร (ภรรยาจอมพลประภาส ซึ่งเป็นพี่สาวของเรวดี) ร.อ.ชูศักดิ์ บุณยกะลิน นายเฑียร์ กรรณสูต (น้องสามีของเรวดี คือสุชาติ กรรณสูตที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2501) นายชาติเชื้อ กรรณสูต (บุตรชายคนโต) ร.ท.ชายชาญ กรรณสูต (บุตรชายคนที่สองที่เปลี่ยนมาใช้นามสกุลเทียนประภาสของแม่เมื่อปี 2517) และนางสุรางค์ เปรมปรีดิ์ (บุตรสาวคนเล็ก) โดยมอบให้นายสมภพ (ชื่อขณะนั้น) ศรีสมวงศ์ เป็นผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิกับกรมทะเบียน ต้องดูว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งดังกล่าวจะส่งผลกระทบอะไรกับสถานีแห่งนี้ (ดูประวัติ <a href="http://politicalbase.in.th/index.php/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94">ที่นี่</a>)</p>
<p>ข่าวเก่าที่เกี่ยวข้อง: <a href="http://www.siamintelligence.com/khun-daeng-to-say-good-bye-on-channel-7/">หรือคุณแดงจะโบกมือลาช่อง 7 สี ทีวีเพื่อใคร?</a>, <a href="http://www.siamintelligence.com/chalot-sign-out-7-channel/">ชาลอต แถลงลาออกจากช่อง 7 ตั้งบริษัทเอง</a></p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/ch7-change/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Coca-Cola ยังครองแชมป์ &#8216;แบรนด์&#8217; มูลค่ามากที่สุดในโลกประจำปี 2011</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/coca-cola-most-value-brand-2011/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/coca-cola-most-value-brand-2011/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Dec 2011 02:11:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>isriya</dc:creator>
				<category><![CDATA[headline]]></category>
		<category><![CDATA[headline5]]></category>
		<category><![CDATA[Practical Report]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[2011]]></category>
		<category><![CDATA[Coca-Cola]]></category>
		<category><![CDATA[Interbrand]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลสำรวจมูลค่าแบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[โค้ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=23117</guid>
		<description><![CDATA[ผลสำรวจมูลค่าของ "แบรนด์" ประจำปี 2011 จากบริษัท Interbrand พบว่า "โค้ก" หรือ Coca-Cola ยังครองแชมป์อีกปี ตีมูลค่าของแบรนด์ออกมาเป็นตัวเลขที่ 71 พันล้านดอลลาร์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผลสำรวจมูลค่าของ &#8220;แบรนด์&#8221; สินค้าและบริการต่างๆ ประจำปี 2011 จากบริษัท Interbrand พบว่า &#8220;โค้ก&#8221; หรือ Coca-Cola ยังครองแชมป์เป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งอีกปี ตีมูลค่าของแบรนด์ออกมาเป็นตัวเลขที่ 71 พันล้านดอลลาร์</p>
<div id="attachment_23118" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><img class="size-medium wp-image-23118" title="Coca-Cola" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/coke-car-620x413.jpg" alt="Coca-Cola" width="620" height="413" /><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบจาก Facebook ของ Coca-Cola</p></div>
<p>แบรนด์ใน 10 อันดับแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงมีเพียงอันดับเดียว คือ &#8220;แอปเปิล&#8221; ที่ก้าวพรวดจากอันดับ 17 ในปีที่แล้วขึ้นมาติดอันดับ 8 ในปีนี้ แต่ก็ยังตามหลังแบรนด์ไอทีอย่างไอบีเอ็ม ไมโครซอฟท์และกูเกิล ส่วนยักษ์มือถือ &#8220;โนเกีย&#8221; ตกจากอันดับ 8 ลงมาอยู่อันดับ 14 ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายอย่างยิ่งยวดของยักษ์จากฟินแลนด์</p>
<p>วิธีการประเมินมูลค่าของแบรนด์จะใช้ปัจจัยหลักๆ 3 อย่างคือ ผลประกอบการทางการเงิน, บทบาทของแบรนด์ที่มีผลต่อสินค้าและบริการ และความเข้มแข็งของแบรนด์ที่วัดจากองค์ประกอบย่อยต่างๆ</p>
<p>แบรนด์ 10 อันดับแรกที่มีมูลค่าสูงสุด</p>
<ol>
<li>Coca-Cola มูลค่าแบรนด์เพิ่ม 2%</li>
<li>IBM มูลค่าแบรนด์เพิ่ม 8%</li>
<li>Microsoft มูลค่าแบรนด์ลดลง 3%</li>
<li>Google มูลค่าแบรนด์เพิ่ม 27%</li>
<li>GE มูลค่าแบรนด์คงเดิม</li>
<li>McDonald&#8217;s มูลค่าแบรนด์เพิ่ม 6%</li>
<li>Intel มูลค่าแบรนด์เพิ่ม 10%</li>
<li>Apple มูลค่าแบรนด์เพิ่ม 58%</li>
<li>Disney มูลค่าแบรนด์เพิ่ม 1%</li>
<li>HP มูลค่าแบรนด์เพิ่ม 6%</li>
</ol>
<div id="attachment_23120" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><a href="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/brand-rank-chart.jpg"><img class="size-medium wp-image-23120" title="brand-rank-chart" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/brand-rank-chart-620x360.jpg" alt="" width="620" height="360" /></a><p class="wp-caption-text">กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของแบรนด์ดังใน 10 ปีล่าสุด สังเกตการไต่ขึ้นของ Google และ Apple ที่ชัดเจน</p></div>
<p>การจัดอันดับแบรนด์ในครั้งนี้ยังมีปรากฎการณ์ &#8220;10 อันดับแรก&#8221; เป็นบริษัทในสหรัฐทั้งหมด ส่วนอันดับ 11 เป็นของ Toyota จากญี่ปุ่น และอันดับ 12 คือ Mercedes-Benz จากเยอรมนี</p>
<p>อันดับอื่นๆ ที่น่าสนใจ</p>
<ul>
<li>Pepsi คู่แข่งสำคัญของโค้ก อยู่อันดับ 22</li>
<li>แบรนด์จากฝรั่งเศสที่ประสบความสำเร็จที่สุดคือ Luis Vuitton อันดับ 18</li>
<li>Samsung เป็นแบรนด์เกาหลีที่ประสบความสำเร็จสูงสุด อันดับ 17 ส่วน Sony อยู่อันดับ 35</li>
<li>สวีเดนมีแบรนด์ติดอันดับต้นๆ คือ H&amp;M ร้านขายเสื้อผ้า อันดับ 21 และ IKEA ร้านเฟอร์นิเจอร์ อันดับ 31</li>
<li>แบรนด์ฝั่งอังกฤษที่ติดอันดับสูงสุดคือ ธนาคาร HSBC อันดับ 32</li>
<li>นอกจากแบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลีแล้ว แบรนด์จากเอเชียเพิ่งมี HTC ผู้ผลิตมือถือจากไต้หวัน เข้ามาติดชาร์ทเป็นครั้งแรกในอันดับ 98</li>
</ul>
<div id="attachment_23119" class="wp-caption aligncenter" style="width: 630px"><a href="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/interbrand-map.jpg"><img class="size-medium wp-image-23119" title="interbrand-map" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/interbrand-map-620x511.jpg" alt="" width="620" height="511" /></a><p class="wp-caption-text">แผนที่แสดงประเทศแหล่งที่มาของแบรนด์ 100 อันดับแรก</p></div>
<p>โดยรวมแล้ว แบรนด์จากสหรัฐอเมริกายังครองแชมป์มีมูลค่ารวมสูงสุด ตามด้วยแบรนด์จากเยอมรนี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนแบรนด์ที่ติด 100 อันดับแรกมาจาก 3 ทวีปคือ อเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียเท่านั้น</p>
<p>อันดับแบรนด์ทั้งหมดดูได้จาก <a href="http://www.interbrand.com/en/best-global-brands/best-global-brands-2008/best-global-brands-2011.aspx">Interbreand Best Global Brands 2011</a></p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/coca-cola-most-value-brand-2011/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แกรมมี่เปิดตัวช่องข่าวใหม่ &#8220;The News&#8221; พร้อมดึงภิญโญมาเป็นผอ.</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/grammy-ready-open-the-news/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/grammy-ready-open-the-news/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Dec 2011 16:54:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chaismart</dc:creator>
				<category><![CDATA[headline1]]></category>
		<category><![CDATA[Practical Report]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[The News]]></category>
		<category><![CDATA[ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา]]></category>
		<category><![CDATA[อากู๋]]></category>
		<category><![CDATA[แกรมมมี่]]></category>
		<category><![CDATA[โทรทัศน์ดาวเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=23075</guid>
		<description><![CDATA[นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ว่า ได้เตรียมงบลงทุน 300 ล้านบาท เพื่อเปิดสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องข่าว The News ในเดือนพ.ค.2555 ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย &#8220;กรุงเทพธุรกิจออนไลน์&#8221; ว่า ได้เตรียมงบลงทุน 300 ล้านบาท เพื่อเปิดสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องข่าว The News ในเดือนพ.ค.2555  ซึ่งเลื่อนจากช่วงไตรมาสแรกปีหน้า จากสถานการณ์น้ำท่วม  ช่องเดอะ นิวส์ จะเป็นช่องข่าวที่แตกต่างจากสถานีข่าวในปัจจุบัน ด้วยรูปแบบ &#8220;เรียลลิตี้ นิวส์&#8221; หรือเป็นเหมือนสภากาแฟ ที่เปิดให้ทุกฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีอรรถรส</p>
<div id="attachment_23076" class="wp-caption aligncenter" style="width: 280px"><img class="size-full wp-image-23079 " title="ภิญโญ" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B9%82%E0%B8%8D1.jpg" alt="" width="270" height="300" /><p class="wp-caption-text">ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา กับบทบาทใหม่ - ขอขอบคุณภาพจากนิตยสาร GM</p></div>
<p>ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงการเตรียมทีมบุคลากรที่จะเข้ามาดูแลช่องข่าว เดอะนิวส์  โดยมี &#8220;ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา&#8221; ผู้ดำเนินรายการตอบโจทย์ ทางช่องไทยพีบีเอส เข้ามาร่วมงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 1ธ.ค.ที่ผ่านมา ในฐานะผู้อำนวยการ โครงการสถานีทีวี &#8220;เดอะนิวส์&#8221;  และเป็นครีเอทีฟวางคอนเซ็ปต์ร่วมกับผู้บริหารอื่นๆ</p>
<p>&#8220;ผมรู้จักคุณภิญโญ มานานแล้วตั้งแต่ครั้งมาสัมภาษณ์ผมลงแมกกาซีน และเห็นว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดครีเอทีฟในการทำงาน จึงเชิญมาร่วมงานที่ช่องเดอะนิวส์ แต่ยังให้อิสระกับคุณภิญโญ ในการทำงานที่ช่องไทยพีบีเอส และแมกกาซีนเหมือนเดิม&#8221; นายไพบูลย์ กล่าว</p>
<div id="attachment_23080" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img class="size-full wp-image-23080" title="อากู๋ กับธุรกิจดาวเทียมอย่างเป็นทางการ" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/img_9861.jpg" alt="อากู๋ กับธุรกิจดาวเทียมอย่างเป็นทางการ" width="500" height="350" /><p class="wp-caption-text">อากู๋ กับธุรกิจดาวเทียมอย่างเป็นทางการ - ขอบคุณภาพจาก สยามรัฐ</p></div>
<p>การพัฒนาช่องเดอะนิวส์ จะมีทั้งคนรุ่นใหม่มาร่วมให้ไอเดียการพัฒนาช่อง ไม่ว่าจะเป็น &#8220;ธนา เธียรอัจฉริยะ&#8221; ที่เข้ามานั่งเป็นที่ปรึกษาให้แกรมมี่ในขณะนี้  ,โหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ แห่งอะเดย์ ,เต็ด ยุทธนา บุญอ้อม และนักวิชาชีพสื่อที่เป็นเพื่อนๆ ในวงการ เข้ามาร่วมให้แนวคิดการทำช่องเดอะนิวส์ ให้แตกต่างจากช่องข่าวในปัจจุบัน</p>
<p>&#8220;ช่องข่าวเป็นความใฝ่ฝันของผมที่ต้องการทำข่าว เพราะเรียนจบมาทางด้าน journalist  และที่ผ่านมาแกรมมี่ มีคอนเทนท์ บันเทิงที่แข็งแกร่ง และจะเริ่มขยายด้านกีฬาในปีหน้า จากลิขสิทธิ์ยูโร 2012  จึงต้องการทำช่องข่าว เพื่อให้ครบทั้ง บันเทิง กีฬา และข่าว&#8221; ไพบูลย์ กล่าว</p>
<p>นอกจากช่องเดอะนิวส์ ที่จะเปิดตัวในเดือนพ.ค.2555 แล้ว  แกรมมี่ยังเข้าไปร่วมพัฒนาทีวีดาวเทียมช่องข่าวของ&#8221;บางกอกโพสต์&#8221;  ที่จะดำเนินการในปีหน้าเช่นเดียวกัน โดยจะดูแลด้านการขยายแพลตฟอร์ม และกลยุทธ์การตลาด ที่แกรมมี่เชี่ยวชาญ ขณะที่การผลิตคอนเทนท์ข่าวทีมบรรณาธิการบางกอกโพสต์จะเป็นผู้ดูแล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/marketing/20111202/422726/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7The-News%E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B9%82%E0%B8%8D%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%AD..html#.Ttj8BEloC6w.facebook">กรุงเทพธุรกิจ </a></p>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/grammy-ready-open-the-news/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศึกอาหารญี่ปุ่นระอุ! เสี่ยตันรุกคืบเปิดร้านหวังชนแคมเปญกินฟรีของโออิชิ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/japanese-restaurant-war/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/japanese-restaurant-war/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Dec 2011 03:40:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>chatechenko</dc:creator>
				<category><![CDATA[headline]]></category>
		<category><![CDATA[headline3]]></category>
		<category><![CDATA[Practical Report]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ตัน ภาสกรนที]]></category>
		<category><![CDATA[อิชิตัน อิซากายะ]]></category>
		<category><![CDATA[โออิชิ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=23066</guid>
		<description><![CDATA[โออิชิ รับน้องร้านอาหารญี่ปุ่น "อิชิตัน อิซากายะ" ด้วยการจัดให้กินฟรีในวันที่ 11 ธันวาคมนี้!!]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กลายเป็นตลาดที่แข่งกันอย่างดุเดือดแล้วหลังจากซีรีส์สงครามราคาชาเขียวที่ SIU เคยนำเสนอมาอย่างต่อเนื่อง เกิดความตื่นตัวหลังจาก ตัน ภาสกรนที กระโดดกลับมาทำแบรนด์ชาเขียวในนาม &#8220;อิชิตัน&#8221; ทำให้แบรนด์อื่นๆต้องปรับตัวสู้อย่างเต็มที่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ล่าสุด เสี่ยตัน ได้ลั่นกลองรบอย่างเป็นทางการกับแบรนด์ &#8220;โออิชิ&#8221; ที่ตัวเองเคยสร้างขึ้นมากับมือ ด้วยการเปิดไลน์สินค้าใหม่ ร้านอาหารญี่ปุ่นในนาม &#8220;อิชิตัน อิซากายะ&#8221; ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์บุฟเฟต์ ซึ่งสนนราคาหัวละ 499 บาท ในเวลา 2 ชั่วโมง โดยมีให้เลือกทั้ง ซาชิมิ ซูชิ ทาโกะยากิ เทปันยากิ นาเบยากิ เทมปุระ พิซซ่าญี่ปุ่น โดยเป็นสาขาแรกที่ส่งตรงจากโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น</p>
<div id="attachment_23067" class="wp-caption alignnone" style="width: 256px"><img class="size-medium wp-image-23067" title="อิชิตัน อิซากายะ แบรนด์ใหม่ของคุณตัน - ภาพจาก facebook" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/333707_184382571648581_183474968406008_370040_285226255_o-246x640.jpg" alt="อิชิตัน อิซากายะ แบรนด์ใหม่ของคุณตัน - ภาพจาก facebook" width="246" height="640" /><p class="wp-caption-text">อิชิตัน อิซากายะ แบรนด์ใหม่ของคุณตัน - ภาพจาก facebook</p></div>
<p>ตัน หมายมั่นกับแบรนด์นี้ถึงกับเปิดพร้อมกันทีเดียว 2 สาขา คือที่ ลพบุรี และทองหล่อ และนอกจากอาหารญี่ปุ่นที่มีแบบบุฟเฟต์แล้ว ยังมีโปรโมชั่นขวัญใจนักดื่มกับเบียร์แบบบุฟเฟต์หัวละ 149 บาท+ อีกด้วย ดูรายละเอียดได้ <a href="http://www.facebook.com/ichitanizakaya">ที่นี่</a></p>
<p>โออิชิก็มาแรงไม่แพ้กัน สั่งเปิดโครงการ &#8220;ให้ &#8230;โออิชิ คืนความสุขให้คนไทย&#8221; เพื่อเป็นการคืนความสุขให้คนไทยหลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วม และเฉลิมฉลองในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งความสุข โดยให้นำบัตรประชาชนมาลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิในการรับประทานโออิชิฟรีล่วงหน้าในวันที่ 10 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 11.00-15.00 น.ที่สกายไดน์นิ่ง ชั้น 6 สยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ เพื่อรับสิทธิทานฟรีและเลือกสาขาที่จะแวะไปรับประทานในวันรุ่งขึ้น</p>
<div id="attachment_23068" class="wp-caption alignnone" style="width: 394px"><img class="size-full wp-image-23068" title="การรับน้องของโออิชิ ที่เปิดให้กินฟรี!" src="http://www.siamintelligence.com/wp-content/uploads/2011/12/promotion-oishi-buffet-free-day1.jpg" alt="การรับน้องของโออิชิ ที่เปิดให้กินฟรี!" width="384" height="345" /><p class="wp-caption-text">การรับน้องของโออิชิ ที่เปิดให้กินฟรี!</p></div>
<p>โดยในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ จะมีการเปิดให้ผู้ที่สนใจมารับประทานอาหารได้ที่ร้านโออิชิบุฟเฟ่ต์ พหลโยธิน, สาทร- นราธิวาส, และโออิชิเอ็กซ์เพรส สาขาซีคอนสแควร์, เพียวเพลส สุขาภิบาล 3, แฟชั่นไอส์แลนด์, เมเจอร์ รัชโยธิน, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, ไอทีสแควร์, เมเจอร์เพชรเกษม, เดอะมาร์เก็ต บางโพ, เมเจอร์ปิ่นเกล้า, และเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ตลอดวัน จำนวน 5 รอบ รอบละ 1 ชั่วโมง คือ 11.00 น., 13.00 น., 15.00 น., 17.00 น., และ 19.00 น.</p>
<p>ถือว่าเป็นการรับน้องที่ทำให้แบรนด์อิชิตัน ต้องคิดกลยุทธ์มาสู้ในตลาดอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟต์ และต้องจับตาว่าแบรนด์อาหารญี่ปุ่นอื่นๆ จะมีการปรับตัวหลังจากการมาถึงของ &#8220;อิชิตัน อิซากายะ&#8221;อย่างไรบ้าง? หลังจากที่เซ็นทรัลกรุ๊ป เทกโอเวอร์โอโตยะไปก่อนหน้านี้และมีแพลนขยายร้านไปยังเซ็นทรัลทุกสาขา ตอนนี้ตลาดอาหารญี่ปุ่นได้กลายเป็น Red Ocean สมบูรณ์แบบแล้ว!</p>
<h6 data-ft="{&quot;type&quot;:1}"></h6>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/japanese-restaurant-war/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

