โฮเวิร์ด ชูลทส์ (Howard Schultz) CEO สตาร์บัคส์รณรงค์ให้ยื้อเรื่องการบริจาคให้แก่ภาคการเมืองไว้ก่อน จนกว่าหนี้สาธารณะของประเทศ รวมทั้งรายได้ของรัฐ (ภาษี) และรายจ่ายจะได้รับการจัดการอย่างเป็นธรรมจากการตกลงต่อรองของ 2 พรรคใหญ่
โฮเวิร์ด ชูลทส์ ถือเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงแก่เชนสาขากาแฟรายใหญ่ที่ผ่านความเจ็บปวดมาบ้างแต่ก็ประสบผลสำเร็จจากการปรับโครงสร้างองค์กรและหวนกลับสู่วงการจนเจริญเติบโตไปมาก
จดหมายเปิดผนึกของเขาเมื่อวันจันทร์นั้น ถือเป็นการท้าทายจากผู้นำด้านธุรกิจในสหรัฐฯ โดยการว่าจ้างคนงานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติ ขณะที่ Duncan Niederauer CEO ของตลาดหลักทรัพย์รายใหญ่ NYSE Euronext และ Robert Greifeld CEO ของ NasdagOMX ให้คำมั่นในการสนับสนุนแนวคิดนี้เต็มที่ “ผมคิดว่าแนวคิดของโฮเวิร์ดเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง และผมก็เคยบอกเขาแล้วว่าเขาสามารถพึ่งพาผมได้” Greifeld เขียนอีเมล์ถึงผู้นำบริษัท Nasdaq ถึงประเด็นดังกล่าว
ความพยายามของชูลทส์ที่พลิกผันให้เขาได้กลายเป็นนักธุรกิจที่มั่งคั่ง จากนั้นเขาได้ก้าวขึ้นมาท้ายทายนักการเมืองสหรัฐฯ ที่กำลังงัดข้อกันจากการอภิปรายโต้กันไปมาในเรื่องวิกฤตเพดานหนี้สหรัฐฯ ที่เพิ่งเกิดไปเมื่อไม่นานนี้
การแสดงศักยภาพดังกล่าวช่วยส่งสัญญาณไปยังลูกค้าของเขาให้รู้สึกเชื่อมั่นในตัวเขามากขึ้น มากกว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่สหรัฐฯ ยังได้รับการวิพากษ์วิจารณ์หนักเข้าไปอีกเมื่อ S&P ลดเครดิตสหรัฐฯ จาก AAA เป็น AA+ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ด้วย
สัปดาห์นี้ Joe Nocera คอลัมนิสต์แห่งนิวยอร์กไทม์ ได้เขียนงานเกี่ยวกับบทบาทชูลส์ในการรณรงค์ให้คว่ำบาตรการบริจาคทางการเมือง ขณะที่วอร์เร็น บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุนรายใหญ่เรียกร้องให้สหรัฐฯ ขึ้นอัตราภาษีเพื่อกระจายรายได้ในเชิงมหภาค แน่นอน ต้องรวมทั้งการขึ้นภาษีตัวเขาเองด้วย
สาระสำคัญจากจดหมายของชูลส์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2554
ประเทศของเราจะดีกว่านี้
หลายเดือนที่ผ่านมานี้ ผู้แทนที่เราเลือกตั้งเข้ามาบริหารทั้งสองพรรคนั้นประสบความล้มเหลวในการนำพาประเทศให้ก้าวเดินต่อไป พวกเขาเลือกที่จะแบ่งพรรคแบ่งพวกและยึดอุดมการณ์อย่างไร้เดียงสามากกว่าจะคำนึงถึงความกินดีอยู่ดีของประชาชน พวกเขาทำให้ความศรัทธาและความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ เสื่อมลง พวกเขาปลุกเร้าให้เกิดความหวาดกลัวต่อความมุ่งหวังทางเศรษฐกิจ โดยปราศจากการทำสิ่งใดๆ ที่มุ่งแก้ปัญหาจากความหวาดกลัวนั้น พวกเขาได้ใช้จ่ายทรัพยากรที่มีค่ายิ่งกว่าเงินดอลลาร์ นั่นคือ ความมั่นใจร่วมกันของพวกเราที่มีผลต่ออนาคต และศักยภาพของเราในการแก้ปัญหาด้วยกัน
ผู้นำทางธุรกิจนั้น ต่างเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดที่ค่อยๆ เผยออกมาให้เห็นชัดเจนขึ้น แรกเห็นนั้นเรารู้สึกเกิดความสับสน จากนั้นก็ยิ่งขวัญหนีดีฝ่อเหมือนกับที่บรรดาลูกจ้างและลูกค้าทั้งหลายเป็นกัน เราตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นเรื่องที่ทำให้เสื่อมเกียรติ และเป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราขอเสนอว่า ต้องทำอะไรบ้างแล้ว
ประการแรก เรามีเป้าหมายเพื่อผลักดันผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้งมา ให้เผชิญหน้ากับความท้าทายทางการเงินแห่งชาติในระยะยาว อย่างมีอารยธรรม ซื่อสัตย์ และสมัครใจที่จะอุทิศตนเพื่อนำไปสู่การได้รับเลือกตั้งเข้ามาใหม่ หมายความว่า จะต้องบรรลุข้อตกลงเรื่องหนี้ การจัดสรรรายได้ และค่าใช้จ่าย ก่อนกำหนดเส้นตายในฤดูใบไม้ร่วงนี้ จึงจำเป็นต้องพิจารณาจากทุกตัวเลือก โดยเริ่มจากรายจ่ายประเภท Entitlement Program (อาทิ ประกันสังคม ประกันสุขภาพ สวัสดิการทหารผ่านศึก ฯลฯ) ไปจนถึงเรื่องภาษี
นี่ถือเป็นเรื่องคอมมอนเซนส์ของชาวอเมริกันที่ต้องการกันทั้งนั้น ทำไมเราจึงต้องรณรงค์ให้มีการยับยั้งการบริจาคเงินแก่ประธานาธิบดี และสมาชิกสภาคองเกรส จนกว่าจะเกิดความชอบธรรม หรือ เมื่อการต่อรองของสองพรรคใหญ่สัมฤทธิ์ผลได้ ก็จะทำให้ประเทศชาติของเราจะได้มีการเงินที่แข็งแกร่งได้ในระยะยาว ดังนั้น เราจึงเชื้อเชิญให้ผู้นำทางธุรกิจทั้งหลาย และชาวอเมริกันทั้งมวลที่ตระหนักดีถึงปัญหาดังกล่าวร่วมรณรงค์กับเรา
เรายังเชื่ออีกว่าในการนี้จะนำไปสู่หนทางเชิงบวก และเราเชื่อว่า ขณะที่ความท้าทายทางการเงินเป็นเรื่องที่สาหัสเอาการ ยังมีความเจ็บปวดที่ชาวอเมริกันนับล้านรายได้รับผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าวต่อหน้าที่การงานของตนโดยตรง คนจำนวนกว่า 10 ล้านรายมีทั้งประเภทว่างงาน และประเภทที่หันมาทำงานอื่นและได้รับค่าตอบแทนต่ำกว่าทักษะของตนเอง ขณะนี้ เศรษฐกิจของเราถูกแช่แข็งอยู่ในวงจรแห่งความหวาดกลัวและความไม่แน่นอน บริษัทกลัวในการว่าจ้าง ผู้บริโภคกลัวในการใช้จ่าย ธนาคารกลัวการปล่อยเงินกู้ จากสถิติ พบว่า การไหลเวียนของเงินในภาคธุรกิจ มีการนำไปใช้อย่างไร้ประโยชน์ แทนที่จะเอามาใช้เพื่อการปฏิบัติการในการฝึกงานให้แก่แรงงาน หรือการวางเงินประกันในการร่วมทุน รวมถึงการสรรค์สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา
ทางเดียวที่จะหยุดวงจรของความกลัวได้ คือ ยุติมันซะ ทางเดียวที่จะทำให้ระบบไหลเวียนทางเศรษฐกิจดำเนินไปอย่างราบรื่นอีกครั้ง คือการเริ่มรีดเค้น ทอนกำลังของมัน นี่คือประการที่สอง ที่เราจะร่วมรณรงค์กัน บริษัทของพวกเราจะดำเนินการจัดจ้าง เพื่อเร่งให้เกิดการเจริญเติบโต การจ้างงาน และการลงทุน
เราทำเช่นนี้ก็เพียงเพราะว่า เราต้องการส่งออกข้อเสนอของเราขึ้นไปเพื่อปลุกความมั่นใจให้เพิ่มมากขึ้น เราจะไม่เฝ้ารอให้รัฐบาลผุดโครงการขึ้นมาเพื่อปลุกเร้าหรือกระตุ้นเศรษฐกิจ เราจะไม่เฝ้ารอเพื่อให้ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจบอกเราว่า เราปลอดภัยแล้วที่จะกระทำการใดๆ เราจะจ้างงานมากขึ้นนับตั้งแต่ตอนนี้ เราขอเชื้อเชิญให้ผู้นำทางเศรษฐกิจก้าวข้ามวิกฤตประเทศเพื่อร่วมมือกับเราในการร่วมรณรงค์และร่วมพยายามไปพร้อมกับเรา ความเชื่อมั่นจะถูกแพร่กระจายต่อไป สิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้ในตอนนี้คือ แพร่กระจายมัน (แพร่กระจายความเชื่อมั่น ด้วยการสร้างงานเพิ่มขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจโดยให้เพิ่มรายได้แก่ผู้บริโภคมากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ)
ถึงเวลาแล้วที่พลเมืองทั้งหลายต้องร่วมมือกัน โดยปราศจากความกังวลถึงสภาวะแวดล้อมที่กำลังเผชิญอยู่ ถึงเวลาต้องลงมือทำแล้ว เราไม่ต้องเสแสร้งว่าสองสิ่งที่จะเกิดนั้นจะทำได้อย่างรวดเร็ว เราเพียงแต่เชื่อว่า ในห้วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนี้ รัฐบาลมีความต้องการหลากหลาย ประชาชนต้องการทำงาน และผู้นำที่จำเป็นจะต้องนำ
ประเทศของเราจะดีกว่านี้ จงเคลื่อนไปข้างหน้านับจากนี้เถิด
ด้วยความนับถือ
โฮเวิร์ด ชูลทส์
เว็ปไซต์ opensecrets.org ระบุ ฮอเวิร์ด ชูลส์ บริจาคเงินให้แก่ Democratic National Committee ตั้งแต่ปี 1996-2000 ยอดเฉลี่ยจำนวน 70,000 เหรียญสหรัฐ แต่ในช่วง 4 ปีหลังได้บริจาคน้อยลงกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐ ยอดบริจาคส่วนใหญ่เพื่อวุฒิสมาชิกเดโมแครตและประธานาธิบดีบารัค โอบามา

