Practical Report สหรัฐคลายการควบคุมอุตสาหกรรมการบินอวกาศ

บริษัทธุรกิจขนส่งอวกาศรุ่นใหม่ในสหรัฐที่ชื่อ Bigelow Aerospace ประสบความสำเร็จจากการขอยื่นตีความกฎหมาย ให้มีการผ่อนคลายการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีอวกาศของสหรัฐที่ยื่นไว้ตั้งแต่ปี 2550 ว่าการขนส่งผู้โดยสารต่างชาติเพื่อเดินทางท่องเที่ยวในยานอวกาศ หรือสถานีอวกาศ ไม่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดเทคโนโลยี

แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าทางการสหรัฐได้ผ่อนคลายการควบคุมนี้อย่างไร แต่ไมค์ โกลด์ หัวหน้าสำนักงานของ Begelow ในวอชิงตันได้กล่าวว่า “เขาได้ทุกสิ่งตามที่ต้องการแล้ว” โดยมีการผ่อนคลายเรื่องการควบคุมและงานด้านพิธีการเอกสารสำหรับนักเดินทางอวกาศ แต่ทางการสหรัฐ ยังคงห้ามผู้โดยสารจากประเทศ “ต้องห้ามสำหรับการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี” อาทิเช่น ประเทศ ซูดาน, อิหร่าน, เกาหลีเหนือ และ จีน เป็นต้น



เที่ยวบินทดสอบของ The Goddard จาก Blue Origin ของเจฟฟ์ เบซอส

ที่ผ่านมาเนื่องจากการควบคุมอย่างเข้มงวดของสหรัฐ ด้วยเหตุผลความมั่นคงและความลับทางทหาร ทำให้บริษัทที่อยู่รอดในธุรกิจการบินอวกาศนี้ได้ มักเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีลักษณะผูกขาดอุตสาหกรรม โดยผ่านการสร้างสายสัมพันธ์กับกองทัพสหรัฐ อย่างเช่นบริษัทล็อคฮีด มาร์ติน หรือไม่ก็บริษัทโบอิ้ง เป็นต้น ด้วยธรรมชาติเช่นนี้ของอุตสาหกรรมทำให้ยากที่จะทำให้เกิดบริษัทรุ่นใหม่ ที่มีความคล่องตัวและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ารายย่อย มากกว่าการทำงานตามโครงการของรัฐเพียงอย่างเดียว ยากจะสร้างธุรกิจให้เติบโตได้ ทั้งนี้กฎหมายการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีอวกาศสหรัฐ เป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมการขนส่งอาวุธนานาชาติ (International Traffic in Arms Regulations – ITAR) ซึ่งในช่วงการหาเสียงของการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของโอบามา เคยให้สัญญาว่าเขาจะ “ทบทวน” กฎหมายข้อนี้



โรเบิร์ต บิเกโลว์ กับฝันจะสำรวจอวกาศตั้งแต่เมื่อวัย 15 ปี ขณะนี้กำลังเข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกขณะ, ที่มา – The Red Pill

Bigelow Aerospace ก็เป็นหนึ่งในบริษัทเล็กๆ รุ่นใหม่ที่ ทุ่มอนาคตทางธุรกิจของตนกับธุรกิจการบินอวกาศแห่งนี้ ปัจจุบัน Bigelow ได้สร้างและปล่อยโมดูล สถานีอวกาศแบบพองตัวได้ให้กับโครงการสถานีอวกาศ และปัจจุบันกำลังทำงานอยู่ในวงโคจร สองโมดูลนี้อยู่ในชั้น Genesis Pathfinder มีชื่อว่า Genesis I (ปล่อยขึ้นวงโคจรปี 2549) และ Genesis II (ปล่อยขึ้นวงโครจรปี 2550) ตามลำดับ Bigelow ยังมีโครงการที่จะปล่อยโมดูลสถานีอวกาศรุ่นใหม่อย่าง BA 330 ในอีก 3 ปีข้างหน้าด้วย



หุ่นจำลองของ BA 330 ที่ Bigelow มีแผนจะปล่อยในอวกาศอีก 3 ปีข้างหน้า, ที่มา – วิกิพีเดีย

สำหรับ โรเบิร์ต บิเกโลว์ เจ้าของ Bigelow Aerospace เป็นนักธุรกิจวัย 64 ปี เขาเคยทำธุรกิจเชนโรงแรมที่ชื่อ Budget Suites of America มาก่อน เขาตั้งใจที่จะใช้เงินจำนวน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ (1.75 หมื่นล้านบาท) เพื่อเติมเต็มความฝันในการสร้างธุรกิจ การเดินทางท่องเที่ยวอวกาศภายในปี พ.ศ. 2558 การผ่อนคลายการควบคุมอุตสาหกรรมอวกาศของสหรัฐครั้งนี้ ไม่เพียงจะทำให้บิเกโลว์ ขยายฐานธุรกิจไปยังการท่องเที่ยวอวกาศดังที่ได้ฝันไว้แต่แรก แต่นั่นยังหมายถึงการเปิดโอกาสให้บริษัทอวกาศหน้าใหม่ ที่กำลังตั้งไข่หลายบริษัททำธุรกิจที่สามารถให้บริการลูกค้าอย่างกว้างขวางมากขึ้นอีกด้วย



สามอภิมหาเศรษฐีสหรัฐที่มาเกี่ยวข้องกับธุรกิจการเดินอวกาศ, ที่มา – spacemonitor

นอกเหนือจาก โรเบิร์ต บิเกโลว์แล้ว อุตสาหกรรมอวกาศกำลังได้รับเม็ดเงินจากนักลงทุนที่เป็นอภิมหาเศรษฐีหลายรายด้วยกัน สามรายในจำนวนนั้นคือ พอล อัลเลน อดีตหุ้นส่วนบิล เกตส์ ที่มีทรัพย์สินสุทธิมูลค่า 2.2 หมื่นล้านเหรียญ (7.7 แสนล้านบาท) เขาได้ให้ทุนสนับสนุนกับ เบิร์ท รูทาน ซึ่งออกแบบยานอวกาศ SpaceShipOne ที่ชนะรางวัล Ansari X-prize รายต่อมาคือ เจฟฟ์ เบซอส เจ้าพ่อร้านขายหนังสือออนไลน์รายใหญ่ของโลกอย่างอเมซอนดอทคอม เขาลงทุนในบริษัทเกิดใหม่ที่ชื่อ Blue Origin อย่างเงียบๆ และกำลังพัฒนาโครงการจรวดขนส่งยานอวกาศ แบบวงโครจรต่ำที่ชื่อว่า New Shepard ส่วนอีกรายก็คือเจ้าพ่อเวอร์จิน — ริชาร์ด แบรนสัน เขาลงทุนในบริษัทที่ชื่อ เวอร์จิน กาแล็คติค โดยตั้งใจจะสร้างกองยานอวกาศแบบวงโคจรต่ำ เพื่อบรรทุกผู้โดยสาร 500 คน โดยมีค่าใช้จ่ายเพียงที่นั่งละ 200,000 เหรียญ (7 ล้านบาท) เท่านั้น

นอกจากนี้ กูเกิ้ลเองก็มีโครงการอย่าง Google Lunar X Prize ที่มีเป้าหมาย จะมอบเงินรางวัลจำนวน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (700 ล้านบาท) ให้กับกลุ่มใดก็ได้ในโลก ที่สามารถส่งหุ่นยนต์ไปลงดวงจันทร์ได้อย่างปลอดภัย และสามารถเคลื่อนที่บนผิวดวงจันทร์ได้เป็นระยะทาง 500 เมตร ขณะนี้มีทีมเตรียมเข้าแข่งขันทั้งสิ้น 17 ทีม จากทั่วโลก

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

  • มนตรา–ตรีเมฆ—หมู–นนทบุรี

    สวัสดีครับ–นักท่องเที่ยวอวกาศ–