Practical Report แรงคุกคามจากเงินเฟ้อต่อทิศทางเศรษฐกิจไทย

โดย วิมล ปั้นคง
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา

การบริหารเศรษฐกิจมีเป้าหมายขั้นกลางสำคัญสองประการ ประการแรก คือ การรักษาระดับการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน ประการที่สอง คือ การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การบรรลุเป้าหมายขั้นกลางทั้ง 2 ประการจะนำไปสู่เป้าหมายสุดท้าย คือ ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประเทศชาติมีความสงบมั่นคง ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้รับการจัดสรรให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน

ภายใต้บริบทเศรษฐกิจของไทย ในปี 2554 การบริหารเศรษฐกิจมีแนวโน้มบรรลุเป้าหมายขั้นกลางข้อแรก คือ เศรษฐกิจขยายตัวในอัตราที่เหมาะสม สำนักวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมทั้งหน่วยงานภาครัฐคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปีจะขยายตัวประมาณร้อยละ 4 -5 ซึ่งถือเป็นอัตราการขยายตัวที่เหมาะสมเมื่อพิจารณาเทียบกับสภาพแวดล้อมทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายด้านการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจยังมีความน่ากังวลมาก เพราะอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง กรมการค้าภายในเปิดเผยว่าอัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนอยู่ที่ร้อยละ 4.06 ทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจากเดือนพฤษภาคมที่อยู่ระดับร้อยละ 4.19 กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากผู้บริโภคต้องจ่ายเงินซื้อกลุ่มสินค้าที่จำเป็นต่อการยังชีพเป็นมูลค่า 100 บาท ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ในปีนี้ผู้บริโภคต้องจ่ายเงินซื้อสินค้าจำนวนเท่าเดิมด้วยเงิน 104.06 บาท สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาอาหารและเครื่องดื่ม จากการสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในอีก 12 เดือนข้างหน้าจะอยู่ที่ร้อยละ 4.5-6.5 จากการประมวลข่าวและบทความด้านเศรษฐกิจของผู้เขียนพบว่านับตั้งแต่ช่วงหลังไตรมาส 1 ปี 2554 นักวิชาการ นักการธนาคาร รวมทั้งนักธุรกิจได้แสดงความกังวลว่าภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยในอนาคต หากไม่มีมาตรการหรือนโยบายรับมือที่มีพลังเพียงพอ

เงินเฟ้อกำลังมาแรงทั่วโลก

มิใช่เพียงประเทศไทยเท่านั้นที่เริ่มเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ แต่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) กองทุนการเงินระหว่างประเทศคาดการณ์ว่าปี 2554 อัตราเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่จะปรับตัวสูงขึ้นถึงระดับร้อยละ 7 สูงกว่าประเทศพัฒนาแล้ว 3 เท่าเนื่องจากราคาน้ำมันและอาหารปรับตัวสูงขึ้น ในจีน ปัญหาเงินเฟ้อมีแนวโน้มรุนแรง เนื่องจากค่าจ้างแรงงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าสินค้าที่ผลิตในจีนซึ่งส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลกราคาจะสูงขึ้น จีนจะกลายเป็นประเทศส่งออกเงินเฟ้อไปยังประเทศคู่ค้า จากเดิมที่เคยส่งออกเงินฝืด เนื่องจากผลิตสินค้าด้วยค่าแรงราคาถูก ในอินเดีย ประชาชนผู้มีรายได้น้อยนับล้านคนรวมตัวประท้วงรัฐบาลให้เร่งจัดการกับภาวะราคาอาหารที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเวียดนาม เมื่อเดือนพฤษภาคม ธนาคารกลางประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาอยู่ระดับร้อยละ 14 เพื่อควบคุมอัตราเงินที่สูงถึงระดับร้อยละ 19.8 ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements: BIS) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ธนาคารกลางของประเทศตลาดเกิดใหม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยลดการขยายตัวของสินเชื่อเพื่อควบคุมมิให้อุปสงค์ปรับตัวสูง จึงอาจสรุปได้ว่าภาวะเงินเฟ้อกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก (Global Inflation)

เงินเฟ้อเกิดจากต้นทุนและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นเกินสมดุล

ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ดั้งเดิมอธิบายสาเหตุเงินเฟ้อหรือภาวะที่ระดับราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว่าเกิดจาก 2 สาเหตุ สาเหตุแรก เกิดจากการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการ (Cost Push Inflation) ซึ่งอาจเกิดจากการปรับตัวสูงขึ้นของค่าจ้างแรงงาน ราคาน้ำมัน และราคาปัจจัยการผลิต รวมทั้งการพยายามรักษาระดับกำไรของผู้ประกอบการ สาเหตุประการที่ 2 เกิดจากความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นจนระบบการผลิตไม่สามารถตอบสนองได้ ส่งผลให้ระดับราคาปรับตัวสูงขึ้น (Demand Pull Inflation)

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์สำนักการเงินนิยม ศาสตราจารย์มิลตัน ฟรีดแมน ได้เคยกล่าวไว้ว่า เงินเฟ้อนั้นเป็นปรากฏการณ์ทางการเงิน (Inflation is everywhere monetary phenomenon) เพราะต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อมาจากการที่ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมีมากเกินไปจน“เฟ้อ”

ปริมาณเงินหมุนเวียนเกิดอาการเฟ้อขึ้นได้นั้น เพราะปริมาณของมันมีมากเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณสินค้าและบริการที่ผลิตมาให้ผู้บริโภคจับจ่าย ผลที่ตามมาคือเงินปริมาณมากไล่ซื้อสินค้าที่มีน้อย กลไกราคาในตลาดจึงเกิดการปรับตัว เพื่อให้อุปสงค์ได้ดุลกับอุปทานในระบบ นั่นคือราคาสินค้าจะปรับสูงขึ้นตามปริมาณเงินหมุนเวียนในที่สุด

ภาวะเงินเฟ้อส่งกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้มีรายได้น้อยมากกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากประชาชนกลุ่มนี้มีสัดส่วนการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคอุปโภคสูงเมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมด การปรับตัวสูงขึ้นของระดับราคาจะทำให้อำนาจซื้อของประชาชนลดลงและจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในที่สุด การแก้ปัญหาเงินส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจเนื่องจากเมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้น ธนาคารกลางมักแก้ปัญหาด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยซึ่งส่งผลกระทบต่อครัวเรือนกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อยหรือปานกลางที่มีภาระเงินกู้ซึ่งส่วนใหญ่กู้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์และรถยนต์ การขึ้นดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ส่งผลให้โอกาสในการเติบโตลดลง แต่ทางกลับกัน การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ผู้ฝากเงินซึ่งเป็นคนส่วนน้อยที่มีฐานะดีอยู่แล้วได้รับประโยชน์จากรายได้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น การแก้ปัญหาเงินเฟ้อโดยนโยบายการคลังทั้งการขึ้นภาษีและการลดการใช้จ่ายของภาครัฐก็จะส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อยมากกว่ากลุ่มอื่นๆ

อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัว

อัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในระบบเศรษฐกิจไทยเกิดจากปัจจัยด้านต้นทุนและปัจจัยด้านอุปสงค์ ด้านปัจจัยต้นทุน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นเกิดจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมัน ไทยเป็นประเทศที่มีมูลค่าการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 10.2 ของมูลค่าผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ขณะที่สัดส่วนตัวเลขดังกล่าวนี้ของประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอยู่ที่เฉลี่ยเพียงร้อยละ 4 เท่านั้น ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยรุนแรงกว่าประเทศอื่นๆ แม้เดือนมิถุนายน 2554 ราคาน้ำมันโลกจะปรับตัวลดลง แต่เมื่อวิเคราะห์จากปัจจัยกำหนดราคาน้ำมันในตลาดโลกทั้งจากปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนขึ้น รวมทั้งการประกาศไม่เพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของประเทศสมาชิกโอเปก จึงประมาณการณ์ได้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกน่าจะอยู่ที่ 105-115 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตจะยังคงเป็นปัจจัยกดกันภาวะเงินเฟ้อต่อไป

นอกจากราคาน้ำมันซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกแล้ว นโยบายการคลังของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยจะเป็นปัจจัยกดดันให้ภาวะเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น พรรคเพื่อไทยได้ให้คำมั่นสัญญาช่วงหาเสียงทั้งการประกันราคาข้าว การเพิ่มวงเงินกองทุนหมู่บ้าน การแจกแท็บเล็ตนักเรียน นโยบายเหล่านี้รัฐบาลต้องเพิ่มวงเงินขาดดุลงบประมาณปี 2555 จากที่กำหนดไว้เดิม 350,000 ล้านบาท การดำเนินนโยบายการคลังแบบขาดดุลจะกระตุ้นกำลังซื้อกดดันให้เงินเฟ้อสูงเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้นพรรคเพื่อไทยยังให้คำมั่นสัญญาปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำให้อยู่ในระดับ 300 บาทต่อวัน ปรับเพิ่มฐานเงินเดือนนักศึกษาปริญญาตรีจบใหม่ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน คำมั่นสัญญาเหล่านี้จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นซึ่งหลีกเหลี่ยงไม่ได้ที่ผู้ประกอบการจะผลักภาระต้นทุนเหล่านี้ให้แก่ผู้บริโภคเพื่อรักษาระดับกำไร นอกจากนั้นมาตรการดังกล่าวนี้มีผลกระทบทางจิตวิทยา พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการมักปรับขึ้นราคาสินค้าล่วงหน้าทุกครั้งที่มีข่าวว่าจะมีการปรับเพิ่มเงินเดือนหรือค่าแรง กลุ่มประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในข่ายได้รับประโยชน์จากมาตรการเหล่านี้ต้องพลอยได้รับผลกระทบจากราคาที่สูงไปไปด้วย

นโยบายการเงินและการคลังไม่สอดคล้องกัน ประชาชนถูกลงโทษ

การแก้ปัญหาเงินเฟ้อต้องอาศัยนโยบายการเงินและนโยบายการคลังที่สอดประสานไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือ ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องควบคุมสินเชื่อให้ขยายตัวในระดับที่เหมาะสม เครื่องมือที่ใช้คือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงหรือดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดเพื่อส่งสัญญาณให้ธนาคารพาณิชย์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ภาครัฐบาลต้องลดการใช้จ่ายหรือดำเนินนโยบายการคลังแบบเกินดุล เพิ่มอัตราภาษี เพื่อลดการขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศ

ธนาคารแห่งประเทศไทยตระหนักถึงปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่กำลังก่อตัว คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (อัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตรอายุ 1 วัน) ในเดือนมิถุนายนปรับเพิ่มเป็นร้อยละ 3.00 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 2 ปี 8 เดือน คาดว่าสิ้นปี 2554 อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงจะปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 4.25 ขณะที่นโยบายการคลังยังส่งสัญญาณในทิศทางที่ตรงข้ามกันเนื่องจากรัฐบาลต้องทำตามคำมั่นสัญญาที่ได้ประกาศไว้

การดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยสูงของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นการส่งสัญญาณที่ถูกต้อง แต่การปรับขึ้นดอกเบี้ยก็ส่งผลกระทบต่อผู้กู้เงินซึ่งประกอบด้วยภาคธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่จำเป็นต้องพึ่งพิงเงินกู้จากธนาคารเพื่อการลงทุนและขยายธุรกิจ ภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่งผลต่อโอกาสการเติบโตและขยายธุรกิจ บริษัทขนาดใหญ่มีเงินทุนสูงไม่ได้รับผลกระทบ ถ้าจำเป็นต้องระดมทุนก็สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในรูปแบบอื่น เช่น การออกพันธบัตรที่มีต้นทุนทางการเงินต่ำกว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อภาคครัวเรือนที่มีหนี้สินเนื่องจากจำเป็นต้องกู้ยืมเพื่อซื้อปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต กลุ่มประชาชนได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยเงินฝากที่เพิ่มขึ้นเป็นกลุ่มผู้มีเงินออมซึ่งมีวงเงินฝากในระบบธนาคารพาณิชย์รวม 511,301 ล้านบาท โดยที่ร้อยละ 70 ของเงินฝากเป็นบัญชีที่มีวงเงินมากกว่า 1 ล้านบาท (จำนวนบัญชีที่มีเงินฝากเกินกว่า 1 ล้านบาทมีสัดส่วนร้อยละ 1.5 ของจำนวนบัญชีทั้งหมด แต่มีมูลค่าเงินฝากร้อยละ 70 ของมูลค่าเงินฝากทั้งหมด) สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนผู้เป็นเจ้าของเงินฝากซึ่งได้รับประโยชน์จากการขึ้นดอกเบี้ยเป็นผู้มีความมั่งคั่งอยู่แล้ว การแก้ปัญหาเงินเฟ้อด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจึงเป็นการลงโทษผู้มีรายได้น้อยที่ต้องพึ่งพาเงินกู้ทั้งนี้ไม่ได้ทำอะไรผิด

แก้ปัญหาเงินเฟ้อทางเลือกที่เจ็บปวดของประชาชน

แม้รัฐบาลเพิ่มรายได้ประชาชนโดยการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำและประกันราคาสินค้าเกษตร แต่รายได้ที่เพิ่มขึ้นในรูปตัวเงินอาจเป็นแค่เพียงภาพลวงตา เพราะอำนาจซื้อไม่ได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากผลกระทบจากเงินเฟ้อ นอกจากนั้นแล้วยังมีประชาชนคนไทยจำนวนถึงกว่าร้อยละ 70 ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการจ้างงานที่ได้รับประโยชน์จากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ การดำเนินนโยบายประชานิยมที่เน้นความพึงพอใจของประชาชนระยะสั้นจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว สุดท้ายแล้วหากนโยบายการเงินและการคลังไม่สอดคล้องประสานกันเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระยะยาวจะถูกปั่นทอนลงซึ่งต้องแก้ปัญหาโดยการลดการใช้จ่ายภาครัฐและขึ้นภาษีซึ่งประชาชนทุกคนจะได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเหลี่ยงได้

การรับมือกับเงินเฟ้อ ผู้กำหนดนโยบายทางการเงินและนโยบายการคลังต้องกำหนดท่าทีร่วมกัน ภาครัฐต้องควบคุมวงเงินค่าใช้จ่ายโดยคำนึงถึงเสถียรภาพทางการคลังระยะยาวและต้องส่งสัญญาให้ชัดเจนตั้งแต่เนิ่นๆ ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดอย่างระมัดระวังไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่เป็นหนี้เพราะกู้ซื้อปัจจัยสี่เพื่อดำรงชีวิต มิใช่ฟุ่มเฟีอยโดยเฉพาะหนี้ที่ได้ก่อผูกพันระยะยาวไว้แล้ว ภาคเอกชนต้องหาหนทางลดต้นทุนการผลิตเพื่อมิให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นมากเกินไป ประชาชนทั่วไปต้องประหยัด รวมทั้งต้องตระหนักว่าปัญหาเงินเฟ้อเป็นปัญหาระดับโลกที่ไม่มีวิธีการแก้ปัญหาใดที่ประชาชนไม่เจ็บปวด แต่อยู่ที่จะเลือกว่าจะมีความสุขวันนี้มากๆ เพื่อทุกข์หนักๆ ในวันหน้า หรือจะสุขอย่างพอดีๆ ในวันนี้เพื่อจะไม่ต้องทุกข์มากเกินไปในอนาคตข้างหน้า

  • ryuken

    ก็จริงนะครับ แต่ผมไม่เห็นด้วยใน 2 จุดก็คือ

    1. นโยบายการเงิน ที่ขึ้น ดบ.เพื่อสกัดเงินเฟ้อ นี่ไม่เห็นด้วยเลย ในความเป็นจริงโลกเราต้อนนี้ เงินเฟ้อเกิดจากต้นทุนสูงขึ้นเป็นหลักอยู่แล้ว… การขึ้น อดบ.ยิ่งซ้ำเติมให้ต้นทุนการผลิตของ SME สูงขึ้น ต้นทุนดบ.เงินกู้ของผู้บริโภคก็สูงขึ้นด้วย มันมีแต่เป็นตัวเร่งให้เงินเฟ้อสูงขึ้นไปอีก เงินชัดๆ ในกรณีของ อินเดีย เวียดนาม จีน ซึ่งขึ้น อดบ.หลายครั้ง แต่เงินเฟ้อยังคงสูงมาก

    2. นโยบายการคลัง รัฐบาลอาจขาดดุลมากขึ้น แต่ช่วยสกัดเงินเฟ้อได้ เช่น การลดภาษีสรรพสามิตต่างๆ เพื่อให้สินค้าราคาถูกลง เช่น ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เป็นต้น หรือ การส่งเงินอุดหนุนวัตถุดิบใช้ผลิตอาหาร เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง อาหารสัตว์ ก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง ราคาอาหารต่ำลงได้เช่นกันครับ

    นี่เป็นมุมมองที่แตกต่างจากมุมมองแบบเดิมๆ ที่คิดว่า การขึ้น ดบ.สกัดเงินเฟ้อ และ รัฐบาลควรัดเข็มขัดเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ความจริงแล้วมุมมองในด้านต้นทุนต่างหากที่สำคัญกว่ามาก ในการต่อสู้เงินเฟ้อยุคนี้ครับ