โดย พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ
ช่วงนี้สถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะไม่ปรกติ แต่ผมก็ยังมีโอกาสไปชมภาพยนตร์ Robin Hood นำแสดงโดย รัสเซล โครว์ จาก Gladiator ซึ่งในภาคนี้มีความแตกต่างจากเวอร์ชั่นของ เควิน คอสเนอร์ ค่อนข้างมาก
โดยเวอร์ชั่นนี้เน้นเล่าเรื่องความเป็นมาก่อนที่จะเป็นโรบินฮู้ด ที่ปล้นคนรวยช่วยคนจนตามตำนานเล่าขาน ตั้งแต่สงครามครูเสดในสมัยพระเจ้าริชาร์ดใจสิงห์ ละจบลงด้วยการเปิดตำนานความเป็นโรบินฮู้ด สะท้อนภาพความกดขี่และขูดรีดของกษัตริย์และศาสนจักรในยุคอัศวิน ที่รีดภาษีจากชาวบ้านอย่างโหดร้ายและใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม และนำไปสู่การลุกขึ้นสู้ (แต่ภาคนี้สอดแทรกประเด็นการรัก “ชาติ”ในความหมายใหม่และพยายามจะพูดถึงความสามัคคีของคนในชาติ จนนึกว่ากำลังดูวิชาสังคมศึกษาสมัยมัธยม)
บทเรียนที่น่าจดจำจากภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือพูดที่ว่า “rise and rise again until lamb be come lion” หรือ “จงยืนหยัดต่อสู้แม้ว่าจะล้มลงสักกี่ครั้ง จนกว่าความแข็งแกร่งจะหล่อหลอมให้เราจากลูกแกะกลายเป็นราชสีห์” หรือถ้าแปลแบบง่ายๆคือ “ขอจงอย่ายอมแพ้ ลุกขึ้นสู้”
ประเด็นที่น่าสนใจคือทำไมตัวละครที่มีความเป็น “ขบถ”ถึงได้ถูกนำมาถ่ายทอดเล่าขานกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมได้ดูโรบิ้นฮู้ดทั้ง3เวอร์ชั่นรวมเวอร์ชั่นการ์ตูนของ วอลท์ ดิสนีย์ หรือโยน ออฟ อาร์ก ผู้หญิงที่ทำเสียงเรียกร้องของพระเจ้าออกไปสู่สนามรบที่จำกัดไว้เฉพาะผู้ชาย ด้วยความเก่งกาจทำให้ถูกสงสัยว่าเป็นแม่มด และสุดท้ายเป็นเหยื่อของลัทธิล่าแม่มดของศาสนจักร
แต่สุดท้าย ศาสนจักรได้มีจดหมายขอโทษหลังจากเธอตายไปหลายร้อยปี และมีการแต่งตั้งให้เธอเป็น “นักบุญ โยน ออฟ อาร์ก” โดยไม่ได้ถามว่าเธออยากได้รับเกียรตินั่นหรือไม่ และสิ่งที่ศาสนจักรทำกับเธอยุติธรรมหรือเปล่า!!?
หรือ Sophie Scholl:The Final Days(ได้รับรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมจากออสการ์ปี 2005) หนังชีวประวัติของ Sophie Scholl หนึ่งในผู้นำของกลุ่มกุหลาบขาวที่ทำปฏิบัติการต่อต้านจอมเผด็จการอย่าง อดอลฟ์ ฮิตเลอร์ ในยุคสงครามโลกครั้งที่2และถูกจับได้เธอถูกทรมานให้รับสารภาพในฐานะผู้ทรยศต่อชาติและให้สืบสาวความลับของกลุ่มกุหลาบขาว แต่ด้วยความทรนงเธอไม่ปริปากและปล่อยให้ความลับตายไปกับตัว
หลังจาก “อาณาจักรไรซ์ที่3″ ของเยอรมันล่มสลายพร้อมกับสงครามโลกครั้งที่2 ฮิตเลอร์ ผู้เคยได้รับการยกย่องจากชาวอารยันด้วยกันกลับถูกตราหน้าว่า “อาชญากรของโลก” ตรงกันข้าม โซเฟีย ได้รับการยกย่องในฐานะ “วีรสตรีเยอรมัน”คนหนึ่ง มีการจัดงานรำลึกถึงวันที่เธอถูกสังหาร มีการผลิตแสตมป์รูปใบหน้าเธอ รูปปั้น และการเล่าสรรเสริญเธอในสังคมเยอรมันสืบจนทุกวันนี้
ยังไม่นับ เช เกวาร่า ที่ตำนานของเขาถูกเล่าวนเวียนในโลกภาพยนตร์หลายเวอร์ชั่น และล่าสุด ดีเอโก้ มาราโดน่า ศิลปินลูกหนังของโลกผู้เป็น “เทวาและซาตาน”ในคนเดียวกันก็มีผลงานเกี่ยวกับชีวิตของเขาออกมาสองเรื่อง
พี่หมู สุภาพ หริมเทพาธิป จากนิตยสารBioscopeเคยให้ความเห็นว่า “ตัวละครที่เป็นพระเอกเพียวๆ หรือผู้ร้ายเห็นๆมันแบน ไม่มีมิติ เป็นพวกเมโลดราม่า คือพอโผล่ออกมาพูดประโยคเดียวก็รู้เลยว่า ตัวละครตัวนี้เป็นพระเอก ท่าเดินแบบนี้เป็นผู้ร้าย ซึ่งมันน่าเบื่อ”
ก่อนไปชมภาพยนตร์โรบินฮู้ด ผมพึ่งดูข่าวเกี่ยวกับการลอบสังหาร พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ “เสธ.แดง” ผู้นำของการ์ดนปช. ในสายตาคนทั่วไป เสธ.แดง คือทหารนอกรีต มีความบ้าดีเดือด และอารมณ์ขันอยู่ในตัวเองสูง แต่ก็ได้รับการยอมรับจากการ์ด นปช. ซึ่งถ้าไปถามเหล่าบรรดาการ์ดว่าเขาเชื่อฟังและไว้ใจใครมากกว่าระหว่าง “สามเกลอ”กับ”เสธ.แดง” การ์ดเกือบทั้งหมดก็ต้องตอบว่า “เสธ.แดง”
วันที่เสธ.แดง ถูกลอบสังหารและส่งไปยังโรงพยาบาลหัวเฉียว ผมจึงไม่แปลกใจว่าทำไมมีคนไปรุมล้อมและร่ำไห้กับเขาอย่างมากมายขนาดนั้น
ผมไม่อาจนำเสธ.แดงไปเทียบกับโรบินฮู้ด เพราะเสธ.แดงมีแง่มุมที่เป็นข้อถกเถียงถึงความประพฤติอย่างมากมาย เช่นการใช้ความรุนแรง การไม่เคารพผู้บังคับบัญชา ผมได้อ่านบทความที่ “ใบตองแห้ง”เขียนเปรียบเทียบเสธ.แดง กับ เสธ.เปา พ.อ. ร่มเกล้า ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์10 เมษายน ในประชาไท (ดู ที่นี่ http://www.prachatai.info/journal/2010/05/29445) เขาวิเคราะห์ได้น่าสนใจ
ใบตองแห้งเลือกจะพูดถึง เสธ.เปา ในมุมมองของสุภาพบุรุษทหารที่อยู่ในสถาบันอันแข็งแกร่ง แต่เป็นปรปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย และพูดถึงเสธ.แดงในมุมของ ทหารนอกรีต ผู้นำกองกำลังต่อต้าน รัฐที่มีทหารหนุนหลังในการปกครอง และทิ้งท้ายบทความอย่างคมคายว่า
“ผมจึงเข้าใจได้ว่าทำไมมวลชนแห่กันไปร่ำไห้รุมล้อมหน้าโรงพยาบาล นี่คือความแตกต่าง หลังสถานการณ์นี้ คนดีๆ อย่าง “พี่ร่มเกล้า” ก็จะเปรียบเหมือนอนุสาวรีย์ ขณะที่เสธแดงไม่ใช่วีรบุรุษแน่นอน แต่จะกลายเป็น “ตำนานนอกคอก” ที่อยู่นอกสารบบของ “สถาบันกองทัพ”
อนุสาวรีย์ คือผู้ที่ได้รับการยกย่องอย่างเป็นทางการในเชิงองค์กรสถาบัน
แต่ตำนาน คือเรื่องเล่าขานอยู่ในหัวใจคนที่เป็นเบี้ยล่างทั้งมวล
ผมอาจจะแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า อนุสาวรีย์แตกต่างกับตำนานตรงที่ อนุสาวรีย์ตั้งสูงตระหง่านเพียงใด นกพิราบบินผ่านก็ขี้รดใส่ได้ แม้ว่าบุคคลนั้นจะมีเกียรติประวัติสูงส่งเพียงใด เพราะนกมันไม่รับรู้ว่าใครได้ทำคุณงามความดีอะไรไว้
แต่ตำนาน คือเรื่องเล่าจากปากต่อปาก รุ่นสู่รุ่น และไม่มีนกพิราบตัวใดขี้รดได้
ผมไม่ได้กำลังบอกว่าเสธ.แดงเป็นคนดี และเสธ.เปาเป็นคนไม่ดี ทั้งสองคนมีแง่มุมที่ทำให้ผู้ชื่นชอบในตัวเขาจดจำในวีรกรรม แต่ผมกำลังบอกว่าชีวิตของ เสธ.แดง หากนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ย่อมมีความสนุกและมีหลายแง่มุมของที่ให้ถ่ายทอดผ่านตัวละครมากกว่าอย่างแน่นอน!!
แต่มีตัวละครประเภทหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ตัวละครแบบ “วิญญูชนจอมปลอม” หรือผู้อวดอ้างคุณธรรมล้นฟ้าแต่แท้จริงแล้วมีความชั่วช้าอยู่ในจิตใจ ประเภทปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ เช่น ครูใหญ่ ในเรื่อง “ไอ้ฟัก” หรือที่เป็นต้นแบบของตัวละครวิญญูชนจอมปลอมอย่าง “งักปุกคุ้ง”ใน “กระบี่เย้ยยุทธจักร”
สังคมที่เต็มไปด้วยความหน้าไหว้หลังหลอกของเรา ต้องการตัวละครแบบไหนมากกว่า “โรบินฮู้ด” ผู้มีความเป็นขบถต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือ “งักปุกคุ้ง” ผู้สูงส่งด้วยคุณธรรมจอมปลอม?
แบบไหนล่ะ?
