ตามที่ หนังสือพิมพ์ the Globe and Mail และ the New York Times รายงานว่าพบเอกสารที่หลงเหลืออยู่ในตริโปลี เมืองหลวงลิเบีย ระบุว่า บริษัทจีนขายอาวุธให้แก่ลิเบีย อาทิ เครื่องยิงจรวด, เครื่องยิงจรวดชนิดต่อต้านรถถัง และอาวุธอื่นๆ ที่อยู่ในกองกำลังของกัดดาฟี แม้จะมีการสั่งห้ามไม่ให้ขายอาวุธแก่ลิเบียก็ตาม
จากแหล่งข่าว ระบุว่าบริษัทจีนขายอาวุธให้ลิเบียมูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ลิเบียกำลังเผชิญกับสถานการณ์โกลาหล “เราพบหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่ามีการทำความตกลงระหว่างจีนและกัดดาฟี และเราได้ตรวจสอบเอกสารดังกล่าวแล้ว” โฆษกทหารฝ่ายต่อต้าน Abdulrahman Busin กล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่บางรายยังคงสงสัยว่าเอกสารดังกล่าวมีความเท็จจริงเพียงใด “นักการทูตใน NATO ณ กรุงบรัสเซลส์ ยังคงไม่แน่ใจนัก และเห็นว่าไม่มีอาวุธใดๆ ที่มีการตกลงกับจีนและเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่าสนใจมากนัก”
ด้านฝ่ายต่อต้านลิเบียที่ตั้งตนเป็นสภาเปลี่ยนผ่านแห่งชาติ (NTC) Mustafa Abdel Jalil กล่าวว่า การที่จีนเลิกอายัดทรัพย์สินของผู้นำลิเบียในต่างประเทศจำนวน 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นท่าทีที่ขัดขวางการทำงานของ NTC แม้ว่าจะเห็นด้วย (ฝ่ายจีนระบุว่า การขึ้นมาของ NTC หากเป็นไปตามความต้องการของประชาชนชาวลิเบีย รัฐบาลจีนก็ไม่ขัดข้อง) ในการขึ้นมามีอำนาจของ NTC เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ทาง Abdulrahman Busin โฆษก NTC ยังคงรายงานว่า “เราพบว่าเอกสารทั้งหลายแสดงให้เห็นถึงการสั่งซื้ออาวุธเป็นจำนวนมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ อาวุธยุทธภัณฑ์ทั้งหลายระบุว่ามาจากจีน แม้ว่ายังมีบางรายการที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าส่งอาวุธไปที่ใด แต่มีหลายอย่างที่อยู่ในรายการปรากฏอยู่ที่นี่ ที่ยังมีอาวุธชิ้นใหม่ที่ยังไม่ได้เปิดกล่องก็ตาม แต่คุณต้องไม่ลืมว่าเรามีเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงอยู่ด้วยหลายราย และเข้าใจระบอบกัดดาฟีได้ดีทีเดียว ทั้งยังรู้อีกว่าอาวุธอะไรที่เขาไม่มี และเรายังรู้ 100 % เลยว่า มีอาวุธยุทโธปกรณ์อีกมากที่ถูกส่งมาให้กัดดาฟีเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทั้งที่มีการคว่ำบาตรแล้วก็ตาม”
ขณะที่ Mohamed Sayeh สมาชิกของสภาเปลี่ยนผ่านแห่งชาติ (NTC) ระบุว่า “ความตกลงนี้ เป็นความตกลงอย่างแท้จริง ทั้งนี้ เรายังพบเอกสารที่เป็นทางการอีกหลายฉบับที่ลงนามโดยเจ้าหน้าที่ของจีน มีทั้งปืน และปืนใหญ่ ที่ส่งผ่านอัลจีเรียเข้ามายังลิเบีย”
อย่างไรก็ตาม ทางการจีนโดย Jiang Yu โฆษกหญิงแห่งกระทรวงต่างประเทศจีนปฏิเสธว่า “บริษัทจีนไม่ได้ลงนามในสัญญาทางการค้าด้านทหารกับลิเบีย”
ทั้งนี้ จีนเคยงดเว้นในการออกเสียงสนับสนุนผ่านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในมติที่ “ให้มีการปกป้องพลเมืองชาวลิเบียด้วยมาตรการใดๆ ก็ตามที่จำเป็น แต่ให้งดเว้นการบุกโจมตีลิเบียโดยทหารราบ” นอกจากนี้ จีน อัลจีเรีย อัฟริกาใต้ยังต่อต้านการทิ้งระเบิดโจมตีของนาโตในลิเบีย และยังเป็นกลุ่มประเทศที่ยังไม่ได้ให้การรับรอง NTC ให้เป็นฝ่ายปกครองประเทศลิเบียอย่างชอบธรรม
“เราจะให้อภัย แต่เราจะไม่ลืม และเราจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง” Sayeh สมาชิกของสภาเปลี่ยนผ่านแห่งชาติ (NTC) กล่าว
อย่างไรก็ตามจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาการส่งออกอาวุธให้มูอัมมาร์ กัดดาฟี ในลิเบีย และย้ำว่า “จีนไม่เคยกระทำการอันใดที่เป็นการฝ่าฝืนมติขององค์การสหประชาชาติ” “บริษัทจีนไม่ได้จัดหาอาวุธให้กับลิเบียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม บริษัทขายอาวุธของจีนไม่ได้ลงนามทำความตกลงในสัญญาซื้อขายเพื่อส่งออกอาวุธไปยังลิเบีย” โฆษกกระทรวงต่างประเทศ นาง Jiang Yu กล่าว
ตามรายงาน ระบุว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของลิเบียเยือนจีนในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อพบปะกับ 3 บริษัทค้าอาวุธของจีนที่มีทั้ง Norinco และ the China Xinxing Import & Export Corp. อย่างไรก็ตาม นางเจียงฯ กล่าวว่า สมาชิกของรัฐบาลในระบอบของกัดดาฟีมาเยือนจีนในเดือนกรกฎาคม และได้พบปะกับตัวแทนบริษัทค้าอาวุธของจีนที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับรัฐบาลจีนเลย
หลังจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาชาติผ่านมติ 1970 ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติของรัฐบาลอย่างเคร่งครัดแล้ว “ฉันเชื่อว่า ตัวแทนบริษัทการค้าอาวุธนั้นไม่ใช่ภัยคุกคามอย่างแน่นอน จึงไม่มีสิ่งใดให้กังวลนัก” เธอกล่าวว่า รัฐบาลจีนมีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งออกอาวุธภายใต้ข้อผูกพันตามหลักสากลและกฎหมายภายในประเทศ การส่งออกอาวุธจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลอย่างเคร่งครัด
ข้อมูล The Telegraph, China Daily, CNN


