จีนประกาศจะเพิ่มงบประมาณกระทรวงกลาโหมในปี 2011 ท่ามกลางความหวาดระแวงของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่ขัดแย้งกับจีนในประเด็นข้อพิพาทดินแดนหมู่เกาะทะเลจีนใต้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
BBC ระบุว่า โฆษกรัฐบาลจีนกล่าว จะเพิ่มงบประมาณขึ้นอีก 12.7% ในปี 2011 จำนวน 6.01 แสนล้านหยวน (9.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5.6 หมื่นล้านปอนด์) งบสูงขึ้นจากเดิม 5.3 แสนล้านหยวน
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตัวเลขจริงของงบประมาณทหารจีนอาจจะสูงกว่านี้ การประกาศเกิดขึ้นภายหลังการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ เพื่อวางแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 12 งบประมาณกระทรวงกลาโหมจะเพิ่มขึ้นอีก 7.5% ในปี 2010
ตัวเลขของงบเพิ่มขึ้น 2 หลักจากปีที่ผ่านมา นายหลี่ กล่าวว่า “จีนใช้งบกระทรวงกลาโหมที่ต่ำกว่ามาตรฐานโลก ซึ่งจีนได้พยายามควบคุมงบดังกล่าวอยู่เสมอ” ทั้งยังกล่าวอีกว่า “จีนใช้งบประมาณด้านการทหารน้อยกว่าสหรัฐฯ”
เลขาระดับสูงคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายยูคิโอะ เอดาโนะ กล่าวว่า “ความทันสมัยของจีน โดยการเพิ่มงบและกิจกรรมทางทหารนั้น ขาดความโปร่งใส และทำให้ทุกฝ่ายเป็นกังวลต่อท่าทีดังกล่าวของจีน”
อย่างไรก็ตาม แผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 12 ของจีน ประกอบด้วย 2 ประเด็นสำคัญ คือ
ประการแรก เพื่อถ่วงดุลเศรษฐกิจจีนและพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน รัฐบาลต้องการขยายการส่งออกและการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศ และมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาคุณภาพเศรษฐกิจให้ดีขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่าตั้งเป้าว่าจะให้ระดับเศรษฐกิจขยายตัวถึง 7% ต่อปี ซึ่งถือว่าต่ำกว่าในปี 2010
ประการที่สอง ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมและการลงทุนใน อุตสาหกรรม 7 ประเภทตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ เป้าหมายของยุทธศาสตร์ดังกล่าวก็คือ การพัฒนาอุตสาหกรรมสู่ความทันสมัย การพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจ และการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าในอุตสาหกรรมของจีน
การพัฒนาตามเป้าหมาย 2 ประการดังกล่าว เพื่อให้เกิดการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในส่วนของระบบการเงิน อัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ โดยวัตถุประสงค์ระยะกลางไปสู่ระยะยาวของแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 12 คือการคลี่คลายปัญหาที่ประชาชนต้องประสบทั้งเรื่องของปัญหาภาวะเงินเฟ้อ รวมทั้งราคาบ้านพักที่สูงขึ้น การคอร์รัปชั่น และการจ้างงาน
ขณะเดียวกัน Financial Times รายงานว่า จีนวางแผนจะซื้อเครื่องบิน 45 ลำ

