จากข้อมูลของกระทรวงการคลังของสหรัฐ ระบุว่า ณ เดือนกันยายนปีนี้จีนกลายเป็นผู้ซื้อพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐรายใหญ่ที่สุด ด้วยมูลค่า 5.85 แสนล้านดอลลาร์ แทนที่ญี่ปุ่น ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าไม่ใช่สิ่งที่น่าดีใจเพราะสะท้อนให้เห็นถึงความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลก เพราะจีนมีรายได้ต่อหัวอยู่อันดับที่ 100 ของโลกแต่กลายเป็นผู้ให้กู้ยืมรายใหญ่แก่สหรัฐซึ่งเป็นประเทศรวยที่สุด
นายจาง หมิง นักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันสังคมศาสตร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาของรัฐบาลจีน กล่าวว่า การที่จีนเป็นผู้ซื้อพันธบัตรสหรัฐรายใหญ่ที่สุดในโลกเป็นเพียงภาพลวงตาที่สะท้อนให้เห็นว่าเกิดความไม่สมดุลของเศรษฐกิจเพียงใด และสะท้อนให้เห็นว่าจีนพึ่งพาการส่งออกมากเกินไปแทนที่จะเป็นเครื่องแสดงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีน
นายแบรด เซ็ตเซอร์ นักเศรษฐศาสตร์ของสภาความสัมพันธ์ต่างประเทศในวอชิงตัน กล่าวว่า ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้จีนได้ปรับเปลี่ยนการถือครองชนิดสินทรัพย์ของสหรัฐอย่างกะทันหัน โดยทุ่มซื้อพันธบัตรรัฐบาลถึง 8.11 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่หันไปเทขายพันธบัตรของหน่วยงานอื่นภายใต้รัฐบาล เช่น เฟรดดี้ แม็ค,แฟนนี่ เมย์ เพื่อความปลอดภัยหลังจากทั้งสององค์กรมีปัญหาจากวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์ ขณะที่ไตรมาส 2 จีนซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพียง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์
ขณะที่ญี่ปุ่นซึ่งเคยเป็นผู้ถือพันธบัตรสหรัฐมากที่สุด ได้ขายพันธบัตรออกไป 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ในไตรมาสที่ 3 ทำให้ ณ เดือนกันยายน เหลือการถือครองสินทรัพย์สหรัฐเพียง 5.732 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ในเดือนสิงหาคม 2547 ญี่ปุ่นเคยถือสูงถึง 6.99 แสนล้านดอลลาร์
ที่มา – มติชน
