Practical Report จีนเสนอไต้หวัน “สานเสวนา”

ประธานาธิบดีหูจิ่นเทากล่าวถึงความคิดในการ “สานเสวนา” ระหว่างการแถลงในที่ประชุมผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนในกรุงปักกิ่งว่า “ทั้งสองฝ่ายควรจะเข้าร่วมในการติดต่อ และการสื่อสารเกี่ยวกับกรณีทางทหารเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และถกเถียงต่อการสร้างกลไกความไว้ใจในความปลอดภัยทางทหาร”



ประธานาธิบดีหูจิ่นเทา, ที่มา – วิกิพีเดีย

“เราต้องการให้ทั้งสองฝ่ายเจรจา เพื่อยุติความเป็นปฏิปักษ์ซึ่งกันและกัน และบรรลุถึงข้อตกลงในเรื่องหลักการ “จีนเดียว’” ประธานาธิบดีหูกล่าว เขายังเสริมด้วยว่าสำหรับกิจกรรมของไต้หวันต่อสถานการณ์ในระดับนานาชาตินั้น “ควรจะเป็นไปภายใต้กรอบการเจรจา ‘ปฏิบัติได้จริง’ (pragmatic) ในเงื่อนไขทั้งที่ไม่ใช่ ‘สองจีน’ หรือ ‘หนึ่งจีน และหนึ่งไต้หวัน’”

ประธานาธิบดีหูยังกล่าวถึงท่าทีของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party : DPP) พรรคฝ่ายค้านของไต้หวัน ของอดีตประธานาธิบดีเฉินสุ่ยเปียน ซึ่งมีท่าทีสนับสนุนการแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวันยิ่งกว่า พรรคก๊กมินตั๋ง (Nationalist Kuomingtang party : KMT) ของประธานาธิบดี หม่าหยิงเจียว ว่าถ้าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าจะละทิ้งแนวทาง “แยกตัว” และ “เปลี่ยนท่าทีเสียใหม่” จะเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวก ของความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ



ภาพประธานาธิบดีหม่าหยิงเจียว, ที่มา – วิกิพีเดีย

พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าปฏิเสธให้ความเห็นต่อถ้อยแถลงของประธานาธิบดีหู แต่สมาชิกสภานิติบัญญัติอาวุโสของพรรค นายไช่หวงหลาง กล่าวกับรอยเตอร์ว่า “จีนคอมมิวนิสต์ต้องการกำจัดพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า เราจะไม่ยกเลิกอิสรภาพของไต้หวัน อธิปไตยและอิสรภาพของไต้หวันเป็นคุณค่าหลักของพรรคเรา”

ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบไต้หวันของทั้งสองประเทศจะเริ่มเป็นไปในทางบวกยิ่งขึ้น เมื่อพรรคก๊กมินตั๋งกลับคืนสู่อำนาจในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเมื่อประธานาธิบดีหม่าขึ้นสู่อำนาจเขาก็ได้รับของขวัญเป็นแพนด้าสองตัวจากรัฐบาลจีน



ภาพอดีตประธานาธิบดีเฉินสุ่ยเปียน, ที่มา – วิกิพีเดีย

ความเห็น SIU : จีนแผ่นดินใหญ่ยังคงดำเนินแผนการกระชับไต้หวันเข้าสู่เงื้อมมือของจีน อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ด้วยท่าทีอย่างที่จีนเองเรียกว่า “อำนาจอ่อน” (soft power) คือการใช้นโยบายการฑูต และการเจรจา กับรัฐบาลไต้หวันที่มีท่าทีประนีประนอมอย่างรัฐบาลของประธานาธิบดีหม่าหยิงเจียว แต่สำหรับรัฐบาลแข็งกร้าวอย่างอดีตประธานาธิบดีเฉินสุ่ยเปียนแล้ว จีนใช้ท่าทีแข็งกร้าวด้วยการใช้กำลังทหารกดดันผ่านการซ้อมรบ และการสาธิตการยิงขีปนาวุธข้ามช่องแคบมาโดยตลอด

หลังจากอดีตประธานาธิบดีเฉินสุ่ยเปียนต้องพ้นจากตำแหน่งไปตามวาระ ทั้งที่เขายังได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย เขาก็ถูกดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกง เป็นเรื่องพูดยากว่ามีเบื้องหลังทางการเมืองอยู่ภายใต้เรื่องนี้หรือไม่ แต่ภาพที่อดีตประธานาธิบดีเฉินอดอาหารประท้วงถึงหกวันในห้องขังจนสลบไป ก็แสดงถึงจิตใจไม่ยอมแพ้ของเขา คล้ายๆกับในกรณีของเมืองไทย ดูเหมือนว่าข้อต่อสู้ทางการเมืองเรื่อง “อธิปไตย และเสรีภาพของไต้หวัน” จะกลายเป็นประเด็นการต่อสู้ทางการเมืองหลักในไต้หวันระหว่างสองพรรคใหญ่ไปแล้ว



View Larger Map

ที่น่าขันอย่างขมขื่น (ironically) คือ พรรคก๊กมินตั๋งภายใต้การนำของเจียงไคเช็ค เองนั่นแหละที่เคยเชิดชูประเด็นนี้ และเป็นพรรคที่ต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในช่วงสงครามกลางเมืองของจีน แต่ในที่สุดพ่ายแพ้จนกระทั่งต้องอพยพไปอยู่ที่ไต้หวันปัจจุบัน แต่ดูเหมือนว่าพรรคการเมืองพรรคนี้จะมีท่าทีประนีประนอมกับรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่าในอดีตมาก ไม่ว่าทางการเมืองจะเป็นอย่างไรก็ตามแต่ความสัมพันธ์ด้านธุรกิจของทั้งสองประเทศนั้นผูกพันจนแทบเป็นอันหนึ่งอันเดียวอยู่แล้ว

ในด้านภูมิรัฐศาสตร์หากจีนสามารถรวมไต้หวันเข้ามาได้จริง นี่จะเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของจีนและเป็นไปตามความตั้งใจก่อนที่อดีตประธานเหมาเจ๋อตุงจะเสียชีวิตอีกด้วย ในขณะที่สหรัฐอเมริกาเอง จะสูญเสียแนวปิดล้อมจีนที่สำคัญ ลงไปอีกแห่ง แต่ในช่วงอีกสองสามปีข้างหน้าสหรัฐฯ คงไม่มีเวลามาสนใจแนวปิดล้อมทางยุทธศาสตร์ด้านนี้มากเท่ากับการแก้ปัญหาในบ้านตัวเอง และสมรภูมิที่ยังไม่เสร็จสิ้นในแถบตะวันออกกลางอีกแล้ว

ที่มา – BBC

  • http://www.modernpublishing.co.th รับแปลเอกสาร

    ผมว่านายเฉินสุยเปี่ยน ที่พยายามยกประเด็นแยกตัว แท้จริงก็เพื่อสร้างกระแสทางการเมืองให้กับตัวเอง แต่ไม่ได้เคยคิดถึงเลยว่าจะทำให้ประเทศและประชาชนวุ่นวายขนาดไหน