เกิดการปฏิวัติดอกมะลิ (Jasmine Revolution) ของกลุ่มเคลื่อนไหวในจีน ทางการจีนได้บล็อคการเข้าถึงเว็ปไซต์และ Social networks ต่างๆ ทั้ง Facebook หรือ Twitter เนื่องจากมีการแพร่กระจายของบางกลุ่มที่พยายามปลุกเร้าให้ชาวจีนรวมตัวกันใน 13 หัวเมืองใหญ่
สถานการณ์ดังกล่าวถูกเรียกว่า การปฏิวัติดอกมะลิของชาวจีน (Chinese Jasmine Revolution) อันเนื่องมาจากการว่างงาน ความต้องการอาหารและที่อยู่อาศัย รวมทั้งความต้องการให้ปฏิรูปการเมืองและการยุติการเซ็นเซอร์สื่อมวลชนหลายต่อหลายครั้งในการใช้อินเตอร์เน็ตของชาวจีนถูกบุคคลนิรนามโจรกรรมข้อมูล
คำว่า “ปฏิวัติดอกมะลิ” (jasmine revolution) ถูกหยิบยืมมาจากการปฏิวัติสำเร็จในตูนิเซีย ได้ถูกทางการบล็อคทั้งใน Twitter และ search engines นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือยังไม่สามารถส่งข้อความไปยังผู้อื่นได้ จากนั้นตำรวจนับร้อยรายได้ตรึงกำลังไว้ในบริเวณย่านการค้า แม้ยังไม่ชัดเจนว่าแกนนำที่แท้จริงเป็นใคร
ความสงสัยเคลือบแคลงถูกก่อตัวขึ้นและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าสัดส่วนในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของชาวจีนจะมีอยู่เป็นจำนวนน้อย และพรรคคอมมิวนิสต์จีนยังคงใช้อำนาจในการเซ็นเซอร์ หรือบล็อคเว็ปไซต์ที่มีเนื้อหาต่อต้านระบอบการปกครอง –Russia Times
ยังไม่มีการรายงานข่าวถึงจำนวนของผู้ประท้วง และการตอบโต้ของรัฐบาลจีน แต่เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลจีนกำลังเป็นกังวลต่อปรากฏการณ์ประท้วงโดยมีเป้าหมายเพื่อล้มล้างระบอบการปกครองแบบเผด็จการของผู้กุมอำนาจรัฐที่แพร่สะพรัดในตะวันออกกลาง
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นักกฎหมายกว่า 10 ราย และกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิได้ชุมนุมกัน จากนั้น นักกฎหมาย 2 ราย นาย Tang Jitian และ นาย Jiang Tianyong ได้หายตัวไป
ผู้คนที่เรียกร้องเพื่อประท้วงต่างพากันตะโกน “เราต้องการอาหาร!! เราต้องการทำงาน!! เราต้องการบ้าน!! เราต้องการความยุติธรรม!!”
เป็นเหตุให้ประธานาธิบดี หู จิ่นเทา ได้เรียกประชุมกลุ่มผู้นำอย่างเร่งด่วน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาและร่วมหารือถึงปัญหาที่ได้เผชิญ ก่อนที่ประเด็นดังกล่าวจะกลายเป็นสิ่งคุกคามเสถียรภาพของประเทศ โดยพยายามตระหนักถึงสิ่งที่จำเป็นทั้งมวลที่จะช่วยขยายและสร้างนวัตกรรมในการจัดการสังคม ด้วยการกระตุ้นและเพิ่มพูนช่องทางที่จะทำให้สังคมจีนมีความกลมเกลียวกัน ขณะเดียวกัน ทางการจีนพยายามลดปัจจัยที่จะทำให้เกิดความแตกแยก –Xinhua
การปกครองของผู้นำประเทศที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน อำนาจดังกล่าวอาจถูกนำมาใช้ได้ผลในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเป็นอำนาจที่ปกครองประชาชนได้อย่างแท้จริง ทุกระยะของการปิดกั้น ย่อมมีคนพยายามแสวงหาทางออก หากจีนต้องเผชิญการปฏิวัติดอกมะลิอย่างเข้มข้น อย่างที่เคยเกิดขึ้นทั้งในตูนิเซียและอียิปต์
ผลของการประท้วงดังกล่าวในขั้นต้น ในยุคเปลี่ยนผ่านที่การประท้วง การปฏิวัติสำเร็จในหลายประเทศ คงทำให้อำนาจของผู้นำประเทศระส่ำระสาย แรงกระทบจากกระแสปฏิวัติอาจส่งผลผู้นำในหลายประเทศที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนต้องตระหนักถึงบทบาท หน้าที่ และนำไปสู่การแก้ไขระบอบการปกครองให้มีความเป็นเสรีและเป็นธรรมขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย


