Practical Report Citizen Journalism : ไลฟ์สไตล์ใหม่แห่งศตวรรษที่ 21

โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ SIU

ไม่เคยมียุคสมัยใด ที่จะให้โอกาสคนธรรมดามากไปกว่าวันเวลาเช่นนี้อีกแล้ว

หลายพันปีก่อน สิทธิ์ในการแสดงออก ตกเป็นของผู้มีชาติกำเนิดสูงส่งเท่านั้น คนธรรมดาย่อมไร้ความหวังหลายร้อยปีก่อน ผู้มีบทบาทยิ่งใหญ่ คือ นายทุนเจ้าของทรัพย์สินมหาศาล คนยากไร้เช่นเราต้องก้มหน้าทำงานเช้าจรดเย็น แม้กระทั่งหลายสิบปีที่ผ่านมา ผู้มีสิทธิ์เสียงกลับกระจุกตัวในแวดวงสื่อสารมวลชน ดารานักแสดง คนหน้าตาธรรมดาอย่างพวกเรา ไม่เคยได้รับการเหลียวแลเลย

แต่โอกาสใหม่กำลังมาเยือน วันเวลาที่คนธรรมดาจะได้มีสิทธิ์เสียงแสดงออกกำลังบ่มเพาะตนเองขึ้นมา โดยความช่วยเหลือของคลื่นปฏิวัติสารสนเทศ ตั้งแต่การถือกำเนิดของ Computer การประดิษฐ์ Software อัจฉริยะ การสื่อสารเชื่อมโยงของหมู่บ้านโลกผ่าน Internet จนมาถึงเทคโนโลยีการสืบค้นสุดล้ำจาก Google ทั้งหมดนี้ได้ช่วยทำให้ “การสื่อสารมวลชน” สามารถเกิดขึ้นได้จากปฏิบัติการของ “คนธรรมดา” เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Citizen Journalism

ท่ามกลางโอกาสท่วมท้น หลายคนกลับผวาหวาดกลัว พร่ำดูถูกตนเองว่าต่ำต้อย ไร้สามารถทางการประพันธ์ขีดเขียน ยิ่งให้พูดต่อหน้าสาธารณชนนับพันยิ่งขมขื่นใจ จึงพึงใจแต่การเสพรับข่าวสารที่ผลิตโดยผู้อื่น ไม่กล้านำเสนอชิ้นงานผ่านสื่อสาธารณะให้โลกหล้าได้ชื่นชม แต่ผมอยากบอกว่า มนุษย์เราควรรู้จักพัฒนาขัดเกลาตนเอง ถ้าไม่อยากถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ดังที่หนังสือ As the future catches you ได้กล่าวเตือนไว้ ในอนาคตนั้น “ความสามารถในการสื่อสารต่อสาธารณชน” จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าของภาคธุรกิจและปัจเจกชน ดังนั้น ทุกคนจึงควรเริ่มต้นฝึกฝนศิลปะนี้ อย่างทุ่มเทจริงจัง



ภาพหนังสือ We The Media ของ Dan Gillmor อ่านฉบับออนไลน์ฟรีทั้งเล่มได้ที่ O’reilly

ในศตวรรษที่ 21 โรคร้ายทางกายภาพไม่ใช่ภัยคุกคามร้ายแรงของมวลมนุษย์อีกต่อไป แต่กลับเป็นความเปลี่ยวเหงาป่วยไข้ทางจิตใจ ที่ได้บั่นทอนทำลายความสุขในยุคสมัยมั่งคั่งรุ่งเรืองทางวัตถุเช่นนี้ หากเราสามารถสื่อสารสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วยภาษาอันไพเราะ ด้วยถ้อยคำเรียบง่ายจริงใจ ผสานศิลปะเข้ากับชีวิตประจำวัน โลกใบนี้จะเบิกบานปานใด การฝึกฝนพัฒนาทักษะและความสามารถในการสื่อสารต่อสาธารณชน จึงมีค่าคู่ควรต่อการลงทุนลงแรง

มนุษย์ไม่ได้ก้าวเดินเพียงลำพัง Citizen Journalism จะดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน ต้องพึ่งพาการเติบโตแข็งแกร่งของ Social Network และที่ผมมาพูดในวันนี้ก็เพื่อเชื่อมโยง Citizen Journalism ให้สอดร้อยกับ Social Network การรวมตัวของมนุษย์นับจากอดีตกาลไม่เคยงดงามถึงเพียงนี้ ชุมชนโบราณต้องการเอกภาพ โดยกดทับความคิดอิสระแตกต่าง ขณะที่ชุมชนทุนนิยมต่างแสวงหาความเป็นปัจเจกชนอย่างสุดขั้ว จนกลายเป็นความเปลี่ยวเหงาว้าเหว่ แต่วันนี้เรากำลังสร้าง Social Network ที่ร้อยเรียงความอิสระเสรีของผู้คนให้เชื่อมร้อยสั่นพ้องด้วยท่วงทำนองเดียวกัน

Social Network จะช่วยปรับแต่งงานเขียนและถ้อยวจีของสมาชิก วิพากษ์วิจารณ์ด้วยความรื่นรมย์ผูกพัน แต่ไม่ใช่ประจบจนลิ้นละลาย การสร้างผลงานดีเลิศสักชิ้น อาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ซึ่งหมายถึงทุนสร้างมหาศาลตามแบบสื่อเก่า แต่ด้วยเครือข่ายที่แข็งแกร่ง เราสามารถแลกเปลี่ยนความชำนาญซึ่งกันและกัน (Barter Trade) เพื่อนคนนั้นถนัดถ่ายภาพ เพื่อนคนนี้ถนัดขีดเขียน แต่อีกคนกลับถนัดจำนรรจา เราสามารถร่วมกันสร้างผลงานคุณภาพด้วยต้นทุนที่ต่ำจนน่าตระหนก

วันนี้เองคือโอกาสอันดีที่เราจะได้สัมผัสตัวตนที่มีเลือดเนื้อของกันและกัน มนุษย์ยังโหยหาความอบอุ่นจากการสัมผัส น้ำเสียง ท่วงท่า รอยยิ้มละไม ซึ่งโลกเสมือนจริงไม่อาจตอบสนองสัมผัสละเอียดอ่อนเช่นนี้ได้ ขณะที่โลกจริงก็มีพื้นที่จำกัด เวลาจำกัด เราจึงต้องยืนหยัดร้อยรัด 2 โลกแห่งความงามนี้เข้าด้วยกัน สร้างชุมชนที่อบอุ่นด้วยไอรัก เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์คุณภาพแห่งผลงาน

ความชื่นชมยกย่อง iPod iPhone จนกลายเป็นกระแส Lifestyle ของยุคสมัย สะท้อนถึงความโหยหาคุณค่าทางศิลปะที่มากไปกว่าประโยชน์ใช้สอยทางวัตถุ แต่การออกแบบที่วิจิตรบรรจงนั้น เราไม่เคยได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ เราเพียงแต่ครอบครองมัน ขณะที่ไลฟสไตล์ซึ่งจะสร้างความภูมิใจพึงใจต่อผู้ครอบครองนั้น คือ สิ่งที่สกัดมาจากหยาดเหงื่อแรงงานและความกล้าหาญในการก้าวเดินเผชิญอุปสรรค เมื่อเริ่มต้นผลิตผลงาน คมความและถ้อยวจีของเรา อาจยังไม่มีคุณสมบัติให้มนุษย์คนใดเหลียวแล แต่ด้วย Social Network ที่คอยช่วยเหลือขัดเกลาประดุจกระดาษทรายที่ปรับแต่งเจียระไนจนผลงานละเลียดประดุจงานศิลป์ ในที่สุดแรงงานแห่งความรักนั้นก็มีค่ามากพอจะจัดแสดงในเครือข่ายกลุ่มเพื่อนที่เราสังกัด หากยังมุ่งมั่นทุ่มเทต่อไป มันอาจจะกลายเป็นสุดยอดประติมากรรมแห่งยุคสมัยที่คนทั่วโลกยกย่อง

Harry Porter ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว

พวกเราได้รับอภิสิทธิ์ในฐานะผู้บุกเบิก แต่หากปล่อยคืนวันดีๆเช่นนี้ผ่านพ้นไป โดยไม่เร่งทำการสิ่งใด สุดท้าย เราอาจต้องลาจากโลกนี้ไป โดยไม่มีมรดกใดเหลือไว้ให้ใครจดจำ และหากพวกเราร่วมแรงร่วมใจกันไม่เต็มร้อย ย่อมมิอาจผลักดันกระแสคลื่นลูกใหม่ Citizen Journalism จนถึงจุดก้าวกระโดดใหญ่ ที่ระบบองค์รวมสามารถหล่อเลี้ยงตัวเองได้อย่างยั่งยืน โศกนาฏกรรมและความล่มสลายของชุมชนที่อบอุ่นนี้ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ มีอารยธรรมมากมายในประวัติศาสตร์ที่บรรลุเขตแดนแห่งความรุ่งโรจน์เกรียงไกร แต่ความยิ่งใหญ่นั้นได้นำมาซึ่งจิตใจหลงระเริง ในที่สุดย่อมพบความเสื่อมและพังทลายลง ผมเชื่อว่าหยาดเหงื่อแห่งความทุ่มเทในการสร้างคุณค่าย่อมไม่มีวันสูญเปล่า หากทุกคนในชุมชนนี้ร่วมใจกันผลักดันด้วยหัวใจร้อนแรงที่เปี่ยมด้วยความหวัง

ขอให้ทุกคนร่วมประดิษฐ์คิดสร้าง Lifestyle สุดยอดชิ้นนี้ ด้วยหยาดเหงื่อและความกล้าหาญในตัวเรา สลักเสลาความคิดและตัวตนให้กลายเป็นประติมากรรมสูงสง่า ประดุจเสียงดุริยทิพย์ที่ขับกล่อมดวงวิญญาณแห่งโลก ความเหนื่อยล้าจะอันตรธานหายไป หลอมกลายเป็นความภูมิใจที่ได้จารึกรอยเท้าไว้บนโลกใบนี้

โชคเข้าข้างผู้กล้าเสมอ อย่ากลัวที่จะเข้าร่วมกับ Citizen Journalism มาช่วยกันบุกเบิกยุคใหม่อันแสนเร้าใจนี้ร่วมกัน

  • http://www.iam.in.th TheInk

    เขียนได้ดีครับ ;)

  • เจริญชัย

    ขอบคุณครับพี่ 555
    โลกกลมจริงๆ ไม่คิดว่าจะมาเจอกันอีกครั้ง
    แถมมาในแวดวง IT ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับที่ผมเรียนมาด้วย

    เดี๋ยวจะเข้าไปเม้นท์ในเวปครับ