Practical Report คลินตันหรือทรัมป์ : เลือกคนที่เลวน้อยกว่า (The Lesser of the Two Evils)

สรินณา อารีธรรมศิริกุล
sarinna.aree@gmail.com

ต้องบอกก่อนว่าผู้เขียนไม่ได้กล่าวหาคลินตันหรือทรัมป์ว่าเป็นคนเลว แต่เพราะการเลือกตั้งอเมริกันขณะนี้อยู่ในสภาวะที่เรียกได้ว่าเป็น The Lesser of the Two Evils สำนวนนี้ถ้าขยายความก็หมายความว่า ถ้าเรามีตัวเลือกเพียงสองตัว แต่ทั้งสองตัวเลือกเป็นตัวเลือกที่ไม่ดี คนเลือกก็จะต้องเลือกคนที่เลวหรือแย่น้อยกว่า ที่จริงในการเมืองไทย เราเองก็ได้ยินสำนวนทำนองนี้จากกลุ่มเสื้อเหลืองหรือกลุ่มกปปส.ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา


แม้ว่าการเมืองไทยกับการเมืองอเมริกันจะมีการใช้สำนวนที่คล้ายคลึงกัน แต่ผู้เขียนคิดว่ามันมีนัยยะที่แตกต่างกันอยู่ คือ ในการเมืองไทย สำนวนนี้ถูกแปลตรงตัว โดยคำว่า Evil หมายถึงปีศาจที่เลวร้าย หรือผู้ไร้ซึ่งศีลธรรม โดยมีการยอมรับว่าพรรคการเมืองใหญ่ทั้งสองพรรคมีนักการเมืองที่คอร์รัปชั่น ถ้าต้องเลือกระหว่างสองพรรค ก็จะต้องเลือกพรรคที่เลวน้อยกว่า โดยพยายามวัดความมีศีลธรรมตาม “ขนาดของการคอร์รัปชั่น” (ซึ่งที่จริงก็ไม่มีใครรู้แน่นอนว่าใครหรือพรรคไหนที่คอร์รัปชั่นมากที่สุดตั้งแต่มีการก่อตั้งพรรคมา)

image

ผู้เขียนไม่ได้หมายความว่า คำว่า “Evil” ในการเมืองอเมริกันจะไม่มีนัยยะทางศีลธรรมเอาเสียเลย มีแน่นอน เช่น คนอเมริกันมากมายรับทรัมป์ไม่ได้ เพราะคำพูดเหยียดสีผิวและเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งสะท้อนถึงศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมที่แตกต่างกันระหว่างทรัมป์และผู้ลงคะแนนเสียง ซึ่งคนเหล่านี้ไม่เข้าใจว่าทำไมยังมีคนมากมายที่ชอบทรัมป์และโหวตให้ทรัมป์อยู่ เป็นต้น แต่ในขณะเดียวกัน การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ทำให้ผู้เขียนรู้ว่า Lesser of the Two Evils ในการเมืองอเมริกัน มีอีกหนึ่งนัยยะที่การเมืองไทยไม่มี คือมิติหรือนัยยะทางนโยบาย

“สองปีศาจ” เชิงนโยบาย

นโยบายเป็นมิติที่สำคัญเพราะเป็นปัจจัยส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกประธานาธิบดี คนอเมริกัน (ไม่นับแฟนพันธุ์แท้ของคลินตันและทรัมป์) เห็นว่าทรัมป์มีนโยบายที่ก้าวร้าวเกินไปและผิดหลักรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ เช่น การห้ามคนมุสลิมเข้าประเทศ (ซึ่งแม้ต่อมาจะได้ประกาศลดดีกรีความดุดันลงก็ตาม) นโยบายต่างประเทศทั้งความพยายามเป็นมิตรกับรัสเซีย การกล่าวสบประมาทองค์กรนาโตและประเทศภาคี และการพูดจาแบบไร้ญาติขาดมิตรกับประเทศอื่นๆ เป็นต้น นโยบายเหล่านี้กลายเป็นตัวฉุดคะแนนนิยมของทรัมป์ให้ดึงลงเหว

 

โดนัลด์ ทรัมป์
โดยเฉพาะหลังจาก Never Trump Campaign ได้รับการสนับสนุนจากนักนโยบายและผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศของพรรครีพับลิกัน โดยมีการเซ็นจดหมายเปิดผนึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศในพรรครีพับลิกันจำนวน 50 คน แจ้งว่าทรัมป์ไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้นำประเทศ ซึ่งกลุ่มผู้เชี่ยวชาญกลุ่มนี้เป็นพวกเก๋าๆ ที่เคยทำงานในรัฐบาลที่นำโดยพรรครีพับลิกันในอดีตทั้งนั้น

โดนัลด์ ทรัมป์
ไม่นานหลังจากจดหมายฉบับแรกถูกเปิดเผยกับสาธารณชน ก็มีจดหมายเปิดผนึกอีกฉบับ จากทั้งนักการเมือง ผู้แทนฯ และผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศในพรรครีพับลิกันเซ็นไม่เอาทรัมป์เพิ่มมากขึ้น โดยระบุเป็นข้อๆ เลยว่าเหตุใด พวกเขาถึงโหวตให้ทรัมป์ไม่ได้ เช่น ไม่ให้เกียรติครอบครัวดาวทอง (ครอบครัวที่มีบุตรเสียชีวิตจากการเข้าช่วยเหลือเพื่อนทหารคนอื่น) ไม่เคารพข้อตกลงระหว่างประเทศของกลุ่มนาโตที่สหรัฐฯทำไว้กับกลุ่มประเทศภาคี กระตุ้นให้รัสเซียเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งภายในสหรัฐฯ และไม่เปิดเผยเอกสารการขอคืนภาษี เป็นต้น

 

จดหมายฉบับนี้ยังแนะนำว่าให้คณะกรรมการพรรคฯยุติการสนับสนุนทางการเงินแก่ทรัมป์ แต่ให้เอาเงินไปสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกของพรรคจะดีกว่า หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ถึงกับทำ timeline และนับว่ามีคนในพรรครีพับลิกันคนสำคัญๆ กี่คนแล้วที่จะไม่ลงคะแนนเสียงให้ทรัมป์ ในขณะนี้มีอยู่อย่างน้อย 110 คน ซึ่งคนเหล่านี้น่าจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้ลงคะแนนเสียงในพรรครีพับลิกันและผู้ลงคะแนนเสียงที่ไม่ฝักใฝ่พรรคใด
กลุ่มไม่เอาทรัมป์และคนอเมริกันจำนวนมากเห็นว่าทรัมป์มีนโยบายที่ไม่เหมาะสมหรือถึงขั้นเลวร้าย ซึ่งคนเหล่านี้ระบุชัดว่าถ้ามีสองทางเลือก ก็คงต้องเลือกคลินตัน แม้จะไม่อยากเลือกเธอก็ตาม

 

image
ส่วนคลินตัน เป็นปีศาจเชิงนโยบายสำหรับคนอเมริกันอย่างไร หลายคนเห็นว่า อดีตรมต.คนนี้ไม่มีความโปร่งใสและทำนโยบายล้มเหลวมาในอดีต เช่นมูลนิธิคลินตันรับเงินบริจาคจากต่างประเทศในระหว่างที่เธอยังดำรงตำแหน่งเป็น รมว.ต่างประเทศ ซึ่งพรรครีพับลิกันกล่าวว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนร่วมอยู่ ความล้มเหลวในการจัดการกับเหตุการณ์บุกทำลายและสังหารเอกอัคราชทูตอเมริกันในลิเบีย และการใช้อีเมลส่วนตัวในการส่งและรับข้อมูลลับทางราชการระหว่างอยู่ในตำแหน่งรมต.ต่างประเทศเป็นต้น

 
ในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ แม้คลินตันจะออกมาย้ำสักกี่ครั้ง ว่าจะไม่สนับสนุนเขตการค้าเสรี ถ้าเขตการค้าเสรีนั้นจะส่งผลกระทบทางลบต่อแรงงานอเมริกัน แต่คำถามคือเธอจะทำจริงหรือเมื่อเป็นประธานาธิบดี หลายคนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สนับสนุนเบอร์นี แซนเดอร์สรวมทั้งทรัมป์ ยังเชื่อว่า เป็นแค่ลมปากเท่านั้น ยังไงๆ เธอก็คงสนับสนุนเขตการค้าเสรีอย่างที่เคยสนับสนุนมาในอดีตอย่างแน่นอน

 

Hillary Clinton
จุดอ่อนที่สำคัญที่สุดของคลินตันจากผลการสำรวจของคนอเมริกันคือ “ความไม่น่าไว้ใจ” ซึ่งสะท้อนออกมาจากผลงานในอดีต และหลายคนอาจเห็นว่า ความไม่น่าไว้ใจ ไม่ใช่แค่เรื่องเชิงนโยบายเท่านั้น แต่เป็นเรื่องเชิงศีลธรรมด้วย นอกจากนั้น ยังมีคนที่คิดว่าการเลือกคลินตันก็เหมือนเลือกนักการเมืองแบบเดิมๆ ไม่มีนโยบายอะไรใหม่ที่จะมาเปลี่ยนอเมริกาให้ดีขึ้น แม้ว่าที่จริงแล้วการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะเป็นการเลือกตั้งที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนอเมริกัน ที่จะมีโอกาสได้ประธานาธิบดีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ แต่นโยบายของเธอกลับไม่มีอะไรมากไปกว่าเหล้าเก่าในขวดใหม่

 

ทางเลือกที่สาม?

image

เมื่อตัวแทนของทั้งสองพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้ดูจะไม่ถูกใจคนอเมริกันจำนวนมาก ก็มีกระแสพรรคทางเลือกที่สองและสามเข้ามาแชร์เสียงโหวตกันอย่างน่าสนใจ พรรคทางเลือกที่หลายคนกำลังพูดถึงคือ Libertarian Party ที่ขวากว่าพรรครีพับลิกันในเชิงที่ว่าต้องการให้รัฐมีบทบาทให้เล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นได้และให้อิสระเสรีภาพแก่ประชาชนให้มากที่สุด โดยยอมรับความแตกต่างทางค่านิยมทางสังคมมากกว่ากลุ่มหัวอนุรักษ์นิยมในพรรครีพับลิกัน และอีกพรรคคือ Green Party ที่ถูกจัดให้อยู่ซ้ายกว่าพรรคเดโมเครตในเชิงนโยบายที่ต้องการให้รัฐเข้ามาแทรกแซงทางเศรษฐกิจและมีบทบาทช่วยเหลือให้สวัสดิการแก่ประชาชนในสังคมมากกว่าพรรคเดโมเครต เริ่มมีนักข่าวหลายคนเขียนเชียร์ให้ประชาชนเลือกตามสิ่งที่ตนเห็นว่าดีที่สุด แทนที่จะเลือกเชิงกลยุทธ์ หรือเลือกคนที่เลวน้อยกว่า

image
ขณะนี้ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งสองถูกเปรียบเหมือน evils (ไม่ว่าจะเชิงศีลธรรมหรือนโยบาย) จึงทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่น่าตื่นเต้นเหมือนการเลือกตั้งสองฤดูที่ผ่านมา เพราะแทนที่จะได้เลือกคนที่เราชอบจริงๆ แต่กลับต้องเลือกคนที่เราไม่ชอบน้อยที่สุดแทน คงมีประชาชนไม่น้อยที่กำลังตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองที่สามหรือสี่ และคงต้องรอดูผลการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าหลักการ “เลือกคนที่เลวน้อยกว่า” จะทำให้คลินตันได้คะแนนเสียงแบบถล่มทลายตามผลสำรวจหรือไม่ (คาดการณ์ว่าคลินตันมีโอกาสชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ถึง 89%) และพรรคทางเลือกที่สามและสี่จะได้คะแนนโหวตจากประชาชนสักกี่เปอร์เซ็นต์