Practical Report เศรษฐศาสตร์สามัญสำนึก: จากหนองงูเห่าสู่ที่ราบสูง

กานดา นาคน้อย
3 พฤศจิกายน 2554

วิกฤตอุทกภัยไทยปีนี้โด่งดังในระดับนานาชาติ   เพราะสื่อมวลชนต่างชาติแพร่ภาพนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่งจมน้ำไปทั่วโลก   คนไทยได้เรียนวิชาภูมิศาสตร์นอกหลักสูตรกระทรวงศึกษาฯพร้อมกับชาวต่างชาติผ่าน   สื่อมวลชน   ได้รู้ว่าไทยมีนิคมฯในพื้นที่เสี่ยงต่ออุทกภัยมากมาย   ได้เห็นภาพน้ำท่วมถึงท้องเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง   ทำให้ต้องลุ้นกันว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะจมน้ำไหม?

กำเนิดสนามบินสุวรรณภูมิและนิคมอุตสาหกรรม

โครงการสนามบินสุวรรณภูมิเริ่มต้นเมื่อ 50 ปีที่แล้วในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ [1]   กระทรวงคมนาคมเริ่มเวนคืนที่ดินในบริเวณที่เรียกกันว่า “หนองงูเห่า” ตั้งแต่ยุครัฐบาลสฤษดิ์   สนามบินแห่งใหม่จึงได้ชื่อว่า “สนามบินหนองงูเห่า”  หลังเวนคืนและการก่อสร้างระยะแรกก็มีการทบทวนว่าจะสร้างสนามบินหนองงูเห่ากันจริงๆ หรือไม่  ในที่สุดการก่อสร้างจริงจังก็เริ่มต้นในยุครัฐบาลอานันท์ 1 หรือรัฐบาลรสช. ซึ่งเป็นรัฐบาลชั่วคราว หลังคณะรสช.ทำรัฐประหารล้มรัฐบาลชาติชาย   การก่อสร้างแล้วเสร็จในยุครัฐบาลทักษิณ 1   เมื่อต้นรัฐบาลทักษิณ 2 สนามบินใหม่ได้รับพระราชทานชื่อทางการว่า “สนามบินสุวรรณภูมิ”   สนามบินใหม่เปิดบริการเต็มรูปแบบเพียง 9 วันหลังจากที่รัฐบาลทักษิณ 2 โดนรัฐประหาร

ภูมิศาสตร์ของหนองงูเห่าคือแอ่งน้ำ   ความหมายของ “หนอง” อ้างอิงได้จากสุภาษิตที่ว่า “เรือล่มในหนองทองจะไปไหน” [2]   แม้จะถมที่ดินก่อนสร้างสนามบินแล้ว    สนามบินใหม่ยังเสี่ยงต่ออุทกภัยถ้าไม่ทำกำแพงกั้นน้ำสูงๆ ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก   เพราะที่ดินรอบสนามบินเป็นที่ต่ำซึ่งรองรับน้ำตามธรรมชาติ   ทำให้เกิดคำถามว่าในอดีตบรรดาสถาปนิกไทยไม่ต่อต้านโครงการสนามบินใหม่กันหรือ?    ดิฉันคิดว่าสถาปนิกจำนวนมากไม่น่าจะเห็นด้วยกับโครงการสนามบินหนองงูเห่า แต่ไม่กล้าต่อต้านเพราะหวาดกลัวอำนาจของรัฐบาลทหาร

ไม่ว่าภูมิศาสตร์ของสนามบินใหม่เป็นอย่างไร   โครงการสนามบินใหม่เป็นจุดขายสำคัญของผู้พัฒนานิคมฯตั้งแต่ยังไม่เริ่มสร้างสนามบิน   ด้วยเหตุนี้นิคมฯ ยุคแรกจึงอยู่ไม่ไกลจากหนองงูเห่า   ผู้พัฒนานิคมฯ คือบริษัทเอกชนและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลถนอม    นิคมฯ แห่งแรกของไทยคือ นิคมฯ นวนครของเอกชนในจ.ปทุมธานี (เปิดปี2514) [3]   นิคมฯต่อมาเป็นนิคมฯของกนอ.  กล่าวคือ  นิคมฯบางชันที่เขตคันนายาวและมีนบุรี (เปิดปี 2515)   นิคมฯบางปูทีจ.สมุทรปราการ (เปิดปี 2520)   ส่วนนิคมฯภาคตะวันออกเริ่มจากนิคมฯแหลมฉบัง (เปิดปี 2525) ซึ่งพัฒนาควบคู่กับท่าเรือแหลมฉบังในจ.ชลบุรี [4]

นโยบายที่ส่งเสริมการพัฒนานิคมฯที่สุดคือสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนจากบีโอไอ (BOI) หรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนซึ่งถือกำเนิดในรัฐบาลสฤษดิ์  อาทิ นโยบายยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล   นโยบายยกเว้นหรือลดหน่อยอากรขอเข้าสำหรับเครื่องจักร ฯลฯ [5]   ความสำเร็จของนิคมฯ รุ่นแรกทำให้ราคาที่ดินใกล้นิคมฯ รุ่นแรกปรับตัวสูงขึ้นและผลักดันให้นิคมฯรุ่นหลังห่างไกลจากหนองงูเห่ามากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีนิคมฯในหลายจังหวัดจากเหนือลงใต้ดังต่อไปนี้ ลำพูน พิจิตร อยุธยา นครราชสีมา สระบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี  กรุงเทพฯ ชลบุรี  ราชบุรี  ระยอง  สมุทรปราการ  สมุทรสาคร  สงขลา และปัตตานี   มีทั้งนิคมฯ ที่พัฒนาโดย กนอ.  นิคมฯ เอกชน  และนิคมฯ ที่ กนอ.พัฒนาร่วมกับเอกชน

สุวรรณภูมิ

สนามบินสุวรรณภูมิ (ภาพจาก ทอท.)

นิคมอุตสาหกรรมในภาคอีสาน

ปัจจุบันภาคอีสานมีนิคมฯ แห่งเดียวคือนิคมฯ สุรนารีที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นนิคมฯเอกชน  ในอดีต กนอ. เคยพัฒนานิคมฯ ที่ จ.ขอนแก่น ร่วมกับเอกชนแต่ กนอ. ถอนตัวไปเพราะขาดทุน   เอกชนทำนิคมฯต่อไปแต่กลายเป็นนิคมฯร้าง   โครงการนิคมฯของ กนอ. มักโดนเอ็นจีโอต่อต้านด้วย 2 เหตุผล   หนึ่งคือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม   สองคือเรียกร้องให้คนท้องถิ่นมีส่วนร่วมตัดสินใจ   ดิฉันเห็นด้วยกับเหตุผลที่สอง   ส่วนเหตุผลแรกนั้นดิฉันคิดว่าเอ็นจีโอตัดสินใจแทนคนท้องถิ่นไม่ได้   ผลดีจากนิคมฯที่ชัดเจนคือการสร้างงาน   ถ้านิคมฯขอนแก่นประสบความสำเร็จก็อาจจะทำให้คนขอนแก่นบางกลุ่มเลิกเห็น “เขยฝรั่ง” เป็นบันไดไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต [6] [7]

ดิฉันไม่ทราบว่านิคมฯ (ร้าง) ที่ขอนแก่นจมน้ำเหมือนนิคมฯ โรจนะและนิคมฯ นวนครหรือไม่   แต่ขอนแก่นก็ไม่ได้รอดพ้นจากอุทกภัยครั้งนี้   จังหวัดอื่นในภาคอีสานที่รอดพ้นจากวิกฤตอุทกภัยน่าจะเหมาะต่อการสร้างนิคมฯมากกว่า  เช่น  สกลนคร และจังหวัดบนที่สูงระหว่างภาคอีสานและภาคเหนืออย่างเลยหรือเพชรบูรณ์  ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากต่อความสำเร็จของนิคมฯ คือระบบขนส่งสินค้า   ขอนแก่นได้เปรียบสกลนคร เลย และเพชรบูรณ์ตรงที่สนามบินมีเทียวบินมากกว่า   แต่ดิฉันคิดว่าไม่ควรใช้สนามบินเป็นจุดขายของนิคมฯเพราะขนาดของไทยไม่ใหญ่โตแบบสหรัฐฯและการขนส่งสินค้าด้วยเครื่องบินราคาแพง   รถไฟฟ้ารางคู่แบบญี่ปุ่นเหมาะสมต่อการขนส่งสินค้าบนบกมากกว่าเครื่องบินและจะช่วยสร้างชุมชนด้วย   ปัจจุบันสหรัฐฯ อาศัยทั้งเครือข่ายรถไฟฟ้าและรถบรรทุกเพื่อขนถ่ายสินค้าจากท่าเรือ   นอกจากนี้จีนซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับสหรัฐฯก็พัฒนาระบบขนส่งระหว่างภูมิภาคด้วยรถไฟฟ้าเช่นกัน   ทั้งรัฐบาลจีนและรัฐบาลญี่ปุ่นสนใจสนับสนุนด้านทุนถ้าไทยหันมาพัฒนาเครือข่ายรถไฟฟ้าระหว่างภูมิภาคอย่างจริงจัง

อิทธิพลของสงครามต่อภูมิศาสตร์การพัฒนา

กองทัพญี่ปุ่นสร้างทางรถไฟที่กาญจนบุรีเพื่อลำเลียงทหารและอาวุธไปตีพม่าในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ฉันใด   รัฐไทยก็สร้างทางรถไฟและทางหลวงแผ่นดินสู่ภาคอีสานเพื่อรวมศูนย์อำนาจการเมืองฉันนั้น   ไม่ว่าจะเป็นการสร้างทางรถไฟไปโคราชหลังเซ็นสนธิสัญญาเบาวริง   หรือการสร้างทางหลวงแผ่นดินสู่ภาคอีสานในยุคสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนามร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ   สนามบินมากมาย (ซึ่งปัจจุบันหลายแห่งกลายเป็นสนามบินพาณิชย์แต่บางแห่งก็กลายเป็นสนามบินร้าง) ถือกำเนิดในยุคสงครามเย็นเพื่อลำเลียงปัจจัยให้กองทัพสหรัฐฯ    แต่ในยุคสงครามเย็นสกลนคร  เลยและเพชรบูรณ์ไม่มีบทบาททางเศรษฐกิจมากเพราะมีเขตที่จัดเป็น “พื่นที่สีแดง”ทำให้มีความเสี่ยงสูงและไม่ดึงดูดการลงทุนทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน

สงครามเย็นจบลงตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว   แต่รัฐไทยโดยเฉพาะกองทัพไทยยังไม่ปรับตัวเข้ากับสมดุลใหม่ของระบบเศรษฐกิจโลก   การก่อสร้างสนามบินใหม่ที่หนองงูเห่าซึ่งเป็นมรดกจากรัฐบาลเผด็จการทหารในอดีตและหยุดไประยะหนึ่งได้เริ่มต้นอีกครั้งด้วยมติครม.รัฐบาลอานันท์ 1 หรือรัฐบาลรสช.ซึ่งเป็นรัฐบาลชั่วคราวหลังรัฐประหาร   ปัจจุบันทหารอากาศยังร่วมบริหารสนามบินสุวรรณภูมิในลักษณะที่คล้ายคลึงกับการบริหารสนามบินดอนเมือง    การบริหารดังกล่าวแตกต่างจากการบริหารสนามบินพาณิชย์ในประเทศที่พัฒนาแล้ว    เพราะกองทัพในประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ร่วมบริหารสนามบินพาณิชย์

มาสายดีกว่าไม่มา (Better late than never.)

บทบาทของกองทัพในการประสานงานกับรัฐบาลให้ทหารเกณฑ์และพลทหารระดับนายสิบช่วยบรรเทาวิกฤตอุทกภัยนั้นเป็นนิมิตหมายที่ดี   แต่นั่นเป็นเพียงก้าวเล็กๆสู่การปรับตัวของกองทัพในยุคหลังสงครามเย็นที่จบไปตั้ง 20 ปีแล้ว    ปัจจุบันกองทัพยังไม่มีท่าทีว่าจะเลิกใช้ทหารเกณฑ์ต่อรองผลประโยชน์จากกระทรวงการคลัง   สัปดาห์นี้กองทัพบกเพิ่งเสนอให้กระทรวงการคลังขึ้นเบี้ยเลี้ยงรายวันของทหารเกณฑ์ที่ปฎิบัติการบรรเทาวิกฤตอุทกภัย [7]   โปรดสังเกตว่ากองทัพไม่พยายามลดงบประมาณซื้ออาวุธเพื่อขึ้นเบี้ยเลี้ยงให้ทหารเกณฑ์    และกองทัพไม่มีท่าทีว่าจะยกเลิกระบบทหารเกณฑ์เพราะทหารเกณฑ์เป็นฐานอำนาจต่อรองที่สำคัญ   (ดิฉันจะอธิบายถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจของระบบทหารเกณฑ์แบบไทยๆในโอกาสหน้า)

สงครามเย็นจบไปแล้วดังนั้นไทยไม่จำเป็นต้องรวมศูนย์ทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ   ไม่สายเกินไปที่ไทยจะเลิกนโยบาย “กรุงเทพฯคือประเทศไทย” ด้วยการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้ารางคู่เพื่อเชื่อมภาคอีสานกับท่าเรือแหลมฉบังในภาคตะวันออก   โครงการดังกล่าวสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายขนส่งสินค้าจากภาคเหนือและประเทศลาว(ซึ่งเชื่อมต่อกับจีน)ในอนาคต   ปัจจุบันสนามบินเชียงใหม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างเชียงใหม่และเกาหลีใต้    เกาหลีใต้เป็นศูนย์กลางการบินนานาชาติที่ไม่น้อยหน้าญี่ปุ่นโดยเฉพาะเที่ยวบินเข้าทวีปอเมริกา   การขยายสนามบินเชียงใหม่ควบคู่กับการสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมภาคเหนือ  ภาคอีสานและภาคตะวันออกน่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้มากกว่าสนามบินสุวรรณภูมิ   ถ้าไทยจะขุดคอคอดกระในอนาคตก็ใช้เรือเชื่อมท่าเรือแหลมฉบังกับคอคอดกระได้    นอกจากนี้การพัฒนาระบบขนส่งภาคอีสานจะช่วยถ่ายเทพลเมืองและความแออัดออกจากกรุงเทพฯและปริมณฑล

ที่สำคัญที่สุด   บีโอไอควรเลิกสนับสนุนการลงทุนเพิ่มในพื้นที่เสี่ยงต่ออุทกภัยโดยเฉพาะพื้นที่รอบๆสนามบินสุวรรณภูมิ   พื้นที่ตามลุ่มน้ำเจ้าพระยา   และพื้นที่ใต้เขื่อนขนาดใหญ่   บีโอไอน่าจะหันมาให้สิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการลงทุนโครงการรถไฟฟ้ารางคู่เพื่อเชื่อมภาคอีสานกับท่าเรือที่ภาคตะวันออก   และให้สิทธิประโยชน์เพื่อการพัฒนานิคมฯที่จังหวัดทีมีพื้นที่สีแดงในอดีตแต่มีภูมิศาสตร์เหมาะสม   ดิฉันไม่สนับสนุนให้ทั้งกนอ.และเอ็นจีโอเป็นผู้ตัดสินใจสร้างหรือไม่สร้างนิคมฯ    พลเมืองในแต่ละจังหวัดควรมีสิทธิพิจารณาข้อเสนอจากกนอ.และตัดสินใจกันเอง

เราย้าย “มรดกเจ้าคุณปู่” อย่างสนามบินสุวรรณภูมิและนิคมฯในเขตอุทกภัยไปที่อื่นไม่ได้   ทำได้อย่างมากแค่ป้องกันอุทกภัยเพื่อทำกำไรจากสนามบินสุวรรณภูมิและนิคมฯให้นานพอที่จะคุ้มทุน   ต้องคำนวณว่าค่าป้องกันอุทกภัยเท่าไรและต้องทำกำไรจาก“มรดกเจ้าคุณปู่”อีกกี่ปีถึงจะคุ้มทุน   ส่วนนิคมฯเก่าที่คุ้มทุนแล้วบีโอไอควรให้สิทธิประโยชน์เพื่อสนับสนุนให้บริษัทในนิคมฯย้ายไปนิคมฯอื่นที่ปลอดอุทกภัย

หมายเหตุ

(เผยแพร่ครั้งแรกที่ประชาไทออนไลน์ 3 พฤศจิกายน 2553)

  • http://www.facebook.com/eakachaisujitra เอกชัย สุจิตรา เอาวชีวิน

    ประเทศไทยมีชัยภูมิที่ดี มีทรัพยกรบุคคลที่พัฒนาได้ แต่ระบบการเมืองไทยที่ไม่เหมือนใครในโลก!! ทำให้การพัฒนามันผิดส่วน น่าแปลกนะครับเราพยามที่จะปฏิรูประบบการศึกษาให้ดีกว่าที่เป็นอยุ่ แต่ยิ่งพัฒนาเท่าไร..ประเทศเพื่อนบ้านก็แซงหน้าเรามากขึ้นเท่านั้น

  • http://wegrass.com Nutrawee

    เป็นบทความที่ดีมีสาระ ทำให้เห็นแง่มุมใหม่ๆ ขอบคุณมากครับ

  • np

    รถไฟเป็นอะไรที่ดีมากๆ อยากให้รัฐบาลไทยพิจารณาบ้างค่ะ ขณะนี้ทางลาววางผังรถไฟไปทั่วประเทศแล้ว น่ายินดีแทนพวกเขาจริงๆค่ะ