เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานข่าวการแถลงของ นายฮอชาลี ม่าเหร็ม ส.ส.สตูล พรรคประชาธิปัตย์ โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสื่อสารและโทรคมนาคมเปิดเผยรายงานผลการพิจารณาศึกษากรณีปัญหาการถือหุ้น การดำเนินกิจการและการถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยคนต่างด้าวที่เกี่ยวข้อง กับการประกอบกิจการโทรคมนาคม ที่มีนายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎรธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานคณะอนุกมธ. ภายหลังที่มีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบการถือครองหุ้นในบริษัทที่ให้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ว่า อนุกมธ. ได้ศึกษาโดยเชิญเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล
อาทิเช่น บริษัททีโอที, บริษัทแคทเทเลคอม, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์, คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) มาให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้น
โดยผลการศึกษาสรุปได้ว่า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (ดีแทค) มีสัดส่วนผู้ถือหุ้น โดยเป็นคนต่างด้าวถือครองหุ้นมากถึงร้อยละ 79.22 และถือหุ้นโดยคนไทยร้อยละ 20.78 ส่วน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยร้อยละ 88 และคนต่างด้าว ร้อยละ 12 ส่วน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)(เอไอเอส) ทางคณะอนุกมธ. ไม่ได้หยิบยกมาพิจารณา เนื่องจากขณะนี้เป็นประเด็นทางกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาโดยศาล
นายฮอชาลี กล่าวถึงประเด็นที่กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)เปิดให้โอเปอเรเตอร์ที่สนใจแสดงความจำนงร่วมประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่น) 3จี จากผลการศึกษาแล้ว สันนิษฐานได้ว่า บริษัทดีแทคไม่ สามารถเข้าร่วมประมูลกิจการของรัฐได้ เพราะมีสัดส่วนผู้ถือครองหุ้นเป็นคนต่างด้าวสูงกว่าผู้ถือหุ้นคนไทย และขัดต่อพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มาตรา 8 ซึ่งรายงานที่คณะอนุกมธ. ศึกษามาดังกล่าวจะนำเสนอให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ กลต., กทช. เพื่อให้พิจารณา
ส่วนการเปิดประมูลไลเซ่น 3จีหรือไม่นั้น ทางอนุกมธ. หรือ กมธ. ไม่สามารถที่จะชี้ให้ผลเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งได้ คงขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“ในความเห็นส่วนตัวผมว่าการเปิดประมูล 3 จีควรจะชะลอออกไปก่อน จนกว่ากฎหมายที่ว่าด้วยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ หรือ กสทช. จะผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนี้ทางรัฐสภาได้บรรจุวาระดังกล่าวไว้ในระเบียบการประชุมเป็นที่เรียบ ร้อยแล้ว และมีความเป็นไปได้ว่าจะผ่านการพิจารณาเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน” นายฮอชาลี กล่าว
ด้านพ.อ. ดร. นที ศุกลรัตน์ หนึ่งในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ส่งข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ ว่าตนรู้สึกงงกับกระแสข่าวที่เกิดขึ้น เพราะการแถลงข่าวในลักษณะดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบกับบริษัทดีแทค ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และตั้งข้อสงสัยว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในกรณีดังกล่าว และเหตุใดจึงต้องมาประกาศในวันนี้ ทั้งนี้ พ.อ. ดร. นที ระบุว่าบริษัทที่เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 3G คือบริษัท DTAC Internet Services ไม่ใช่บริษัท DTAC โดยมีผู้ตรวจคุณสมบัติเบื้องต้น (Pre-Q) ผู้ยื่นขอรับใบอนุญาต คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และนิด้า ซึ่งมีความเป็นอิสระเป็นอย่างยิ่ง และ กทช.เองก็คงทราบผลหลังจากที่มีการรายงานแล้วเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ พ.อ. ดร. นที ได้ระบุว่าบริษัท Win Win NGV ไม่ผ่านเงื่อนไขการประมูลเพราะไม่มีเงินประกันมูลค่า 1,280 ล้านบาท ซึ่งเป็นการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ฯ แห่งวุฒิสภา โดยมีประธานคือ คุณประสิทธิ โพธิสุธน และที่ปรึกษาคือ คุณยุทธนา โพธิสุธน (หลานท่านประธานกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ฯ) ซึ่งเป็นผู้ที่มายื่นเอกสารขอรับใบอนุญาต 3G ในนามบริษัท Win Win 3G ทั้งนี้ พ.อ. ดร. นที ยังแสดงความมั่นใจว่าการประมูลจะยังคงเดินหน้าต่อไป และหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงให้สังคมก้าวสู่สังคมยุคข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้เขายังเตือนด้วยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างความสับสนและให้ระมัดระวังมิให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผลประโยชน์ที่พยายามปล่อยข่าวลือในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย
