อินเทอร์เนชั่นแนลไครซิสกรุ๊ป ส่งคำเตือนถึงความขัดแย้งในประเทศไทย
กรุงเทพ/บรัสเซลล์ : ระบบการเมืองไทยอยู่ในภาวะชะงักงัน และดูเหมือนว่าจะไม่สามารถเหนี่ยวรั้งประเทศออกจากขอบเหวแห่งความขัดแย้งที่แพร่หลายไปมากขึ้นได้ การเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดงบนท้องถนนตกอยู่ในสภาพย่ำแย่มากขึ้น และอาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองที่ปราศจากการประกาศแจ้งได้ ความแตกแยกในประเทศทำให้ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนของบุคคลเป็นกลางจากภายนอกประเทศ นี่เป็นเวลาที่ประเทศไทยจะต้องพิจารณาความช่วยเหลือจากเพื่อนๆในระดับนานาชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงจากลื่นไถลลงไปยังความรุนแรงที่มีการขยายตัวกว้างขวางมากขึ้น แม้แต่ประเทศที่มีประชาธิปไตยที่ก้าวหน้ามากก็เคยตอบรับเรื่องนี้
สถานการณ์พื้นฐาน
จนถึงปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 26 รายในการปะทะกันระหว่างกองทัพและคนเสื้อแดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนชนบทและชุมชนเมือง ที่รู้จักกันในชื่อ “แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” หรือ นปช. จำนวนผู้สูญเสียชีวิตอาจเพิ่มมากกว่านี้หากกองทัพยังคงดำเนินการเข้า “ขอพื้นที่คืน” จากกลุ่มคนนับพันๆ ที่กำลังชุมนุมอยู่ ณ ใจกลางของเมืองหลวง กลุ่มคนเสื้อแดงเรียกร้องให้มีการยุบสภาในทันทีและมีการเลือกตั้งใหม่ให้เร็วที่สุด นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปฏิเสธข้อเรียกร้อง และได้มอบอำนาจด้านความมั่นคงให้กับกองทัพ
กรุงเทพกำลังอยู่ในภาวะตึงเครียด กลุ่มคนเสื้อแดงดึงให้ย่านศูนย์การค้าที่เคยคึกคักให้ตกอยู่ในสภาวะเงียบงัน ธุรกิจในย่านนี้ต่างปิดตัวนานนับสัปดาห์ ผู้คนที่อาศัยอยู่แถวนั้นต่างก็โยกย้ายออกจากพื้นที่เพื่อหลีกเลี่ยงการตกอยู่ท่ามกลางการปะทะระหว่างทหารและผู้ประท้วงที่อยู่ห่างจากหน้าบ้านตนไปเพียงไม่กี่เมตร มีระเบิดเกิดขึ้นนับสิบๆครั้งในเมืองโดยผู้ลงมือที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ ในขณะที่มีหลายคนก็กำลังรอคอยอย่างใจจดจ่อให้ทหารปฏิบัติการ “ย้าย” คนเสื้อแดงออกจากพื้นถนน
ความพยายามให้เกิดการเจรจาภายในประเทศได้เกิดความล้มเหลว กลุ่มภาคประชาสังคมได้จัดให้เกิดการพูดคุยระหว่างรัฐบาลและกลุ่มผู้ประท้วง แต่การเจรจานั้นก็ไม่สามารถหาข้อตกลงเรื่องเวลาในการยุบสภาได้ กลุ่มคนเสื้อแดงยื่นข้อเสนอการยุบสภาภายใน 30 วัน แต่นายอภิสิทธิ์ต้องการให้มีการเลือกตั้งภายในเก้าเดือน เกิดรอยปริแยกระหว่างชนชั้นนำ – ซึ่งประกอบไปด้วยข้าราชบริพารระดับสูง, ขุนศึกผู้ทรงอำนาจ และผู้สนับสนุนคนชั้นกลางจำนวนมาก – กับกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งคนเหล่านั้นจำนวนมากยังคงสนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร
ในขณะที่บางคนอาจกล่าวโทษทักษิณที่เป็นเหตุให้เกิดการเผชิญหน้า แต่ผู้ประท้วงได้ก้าวไปไกลกว่าการการควบคุมของเขาไปแล้ว คนไทยจำนวนมากพลันหลุดออกจากภาพลวงตาอย่างแน่นหนาที่สร้างขึ้นโดยกลุ่มชนชั้นนำซึ่งกีดกันพวกเขาออกจากผลประโยชน์การพัฒนาที่เกิดขึ้นนับทศวรรษ แล้วโค่นรัฐบาลที่ได้รับเลือกจากคนชนบทส่วนใหญ่ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่อความรุนแรง กอปรไปด้วยประวัติศาสตร์ การจราจลและระบอบเผด็จการอันนองเลือด — นี่เป็นความจริงแท้ที่คนไทยส่วนมากยากจะยอมรับ ความรุนแรงในกรุงเทพจะแพร่กระจายออกไปหากมีการสลายมวลชนขึ้น
วิกฤติครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อประเทศกำลังเผชิญกับความเป็นไปได้ของ …. ครั้งแรกในรอบหกสิบปี ….
รัฐบาลต้องตระหนักว่าการสลายมวลชนด้วยความรุนแรงมีแต่จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง และนำไปสู่ความขัดแย้งมากขิ่งขึ้น ผู้นำกลุ่มนปช. เองก็ต้องยอมรับว่าเจตนายั่วยุให้เกิดความรุนแรงก็รังแต่จะทำลายความน่าเชื่อถือในการเรียกร้องประชาธิปไตย และยังจะบ่อนเซาะความน่าเชื่อถือในการรณรงค์ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆด้วย
What Should Be Done
ควรมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้อย่างเร่งด่วน
- สร้างกลุ่มอำนวยการระดับสูง ซึ่งประกอบไปด้วยบุคคลในระดับนานาชาติ ประธานาธิบดีโฮเซ่ รามอส แห่งติมอร์เลสเต ซึ่งเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบล ได้เดินทางมาเยือนกรุงเทพด้วยความริเริ่มของตัวเขาเอง และสามารถเข้าร่วมดำเนินการกับบุคคลอื่น ซึ่งอาจคัดเลือกมาจากกลุ่ม The Elders ((The Elders เป็นกลุ่มอิสระจากกลุ่มผู้นำโลกที่มีความโดดเด่นซึ่งถูกชักนำให้มาพบกันโดยอดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา ผู้ซึ่งอุทิศความสามารถและประสบการณ์รวมหมู่ ให้กับการสนับสนุนการสร้างสันติภาพ บ่งชี้สาเหตุความรวดร้าวของมนุษย์ และส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมของมนุษยชาติ ดูข้อมูลของ The Elders ได้จาก http://www.theelders.org/
)) และกลุ่มอดีตผู้นำรัฐบาลอาวุโสที่มีความคุ้นเคยกับประเทศไทยดี - กลุ่มนี้อาจเข้าร่วมกับบุคคลที่เป็นคนไทย และมีความเป็นอิสระในการนำรัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาสู่การเจรจา เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง เช่นการยุติการปฏิบัติการทางทหาร ลดจำนวนผู้ประท้วงให้เล็กลง เหลือเพียงจำนวนที่เป็นสัญลักษณ์เพื่อจะได้ไม่รบกวนวิถีชีวิตของคนในกรุงเทพ และจัดตั้งคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ โดยเลือกผู้คนจากทุกสาขาอาชีพ
- คณะกรรมการชุดนี้ควรเริ่มการเจรจา โดยการอำนวยการจากกลุ่มนานาชาติ เพื่อให้เกิดรัฐบาลชั่วคราวแห่งชาติ และเตรียมการให้มีการเลือกตั้ง แม้ว่านี่อาจทำให้เกิดข้อถกเถียงและไม่ควรเร่งรีบตามข้อเรียกร้อง รัฐบาลนี้ควรมีผู้นำเป็นผู้ได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎร แต่ควรเป็นผู้ที่มีใจเป็นกลาง และได้รับการยอมรับจากทั้งสังคม
- คณะกรรมการนี้จะต้องเตรียมการให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบเหตุปะทะ 10 เมษายน ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มผู้ประท้วงคนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมไปถึงเหตุรุนแรงอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงในปัจจุบันอีกด้วย
เมื่อวิกฤตเฉพาะหน้าเริ่มคลี่คลายแล้ว นิติรัฐก็ได้หวนกลับคืนมา การเจรจาต่อรองทางการเมืองอาจเริ่มขึ้น ต้องมีการสร้างมาตรการสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงการตรวจสอบทั้งสองฝ่ายให้มีการรับผิดเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น การเมืองต้องกลับไปยังรัฐสภา วิถีทางการเมืองไทยจะต้องกลับไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ และอาจจะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนที่ฉบับที่ได้รับอิทธิพลจากกองทัพนี้
ที่มา – Conflict Risk Alert: Thailand
