Practical Report ความขัดแย้งยังมิได้หายไปไหน

นับเป็นเวลาแปดปีเต็ม หลังจากต้องใช้ชีวิตเป็นฝ่ายค้านอันยาวนาน พรรคประชาธิปัตย์ก็กลับคืนสู่อำนาจอีกครั้ง เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเสียงสนับสนุนจากส.ส. ในสภาจำนวน 235 เสียง เหนือกว่าคู่แข่งชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก จากพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ได้รับเสียงสนับสนุน จาก สส. ในสภาจำนวน 198 เสียง

แม้จะได้รับคะแนนเสียงที่ทิ้งห่างกันอยู่ราว 37 เสียงก็ตาม แต่คนทั้งสองต่างก็มีข้อเหมือนอยู่ประการหนึ่งคือ ต่างจำต้องอาศัยฐานเสียงจากพรรคเพื่อไทย หรือพรรคพลังประชาชนเดิมเป็นฐานขึ้นสู่อำนาจทั้งคู่ กล่าวคือนายอภิสิทธิ์อาศัยฐานเสียงจากกลุ่มเพื่อนเนวิน ผนวกกับเสียงสนับสนุนจากเครือข่าย ส.ส. กลุ่ม 16 เดิม รวม 33 เสียง ด้าน พล.ต.อ. ประชา ก็จำต้องอาศัยเสียง ส.ส. จากพรรคเพื่อไทยที่เหลือ 178 เสียง โดยยังไม่ต้องนับว่าเขาได้เสียงสนับสนุนในพรรคเพื่อแผ่นดินเองเพียง 9 เสียงจาก 21 เสียง

การณ์ที่อุบัติขึ้นก็แทบไม่ต่างจากการขึ้นสู่อำนาจของ นายชวน หลีกภัย เมื่อ 11 ปีก่อน เนื่องเพราะสมาชิกพรรคประชากรไทยจำนวน 12 คนในขณะนั้นขัดมติพรรคและลงคะแนนสนับสนุนให้นายชวนขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และภายหลังกลุ่มการเมืองกลุ่มนี้ก็ถูกตั้งชื่อว่ากลุ่มงูเห่า ในช่วงนั้นเองคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ต่างก็คาดหวังว่านายชวน และพรรคประชาธิปัตย์ จะสามารถกอบกู้บ้านเมืองให้พ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาในภาคการเงินและระบาดไปทั่วเอเชีย ภาพการจัดแถลงข่าวของนายชวน และทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ ที่นำโดยนายธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ และ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เพื่อเตรียมเข้าบริหารงานรัฐบาล สร้างความประทับใจให้กับคนชั้นกลางในเมือง และนักธุรกิจอย่างยิ่ง




การบริหารประเทศภายใต้กรอบไอเอ็มเอฟของพรรคประชาธิปัตย์ กลับไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างที่ตั้งความหวังเอาไว้ เสียงคัดค้านไอเอ็มเอฟเริ่มก่อตัวหนาแน่นขึ้น แน่นอนว่าพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะผู้กุมพังงารัฐนาวาในขณะนั้นย่อมไม่พ้นตกเป็นเป้าของคำวิพากษ์วิจารณ์ ความเคร่งครัดกับหลักนโยบายการเงินของไอเอ็มเอฟและพรรคประชาธิปัตย์ไม่เพียงแต่ไม่สามารถช่วยสร้างความเชื่อมั่นกับต่างชาติให้หันกลับมาลงทุนในประเทศไทยอย่างที่อวดอ้างได้แล้ว กลับยังส่งผลให้มีการขายทอดตลาดทรัพย์สินของคนไทยให้ทุนต่างชาติเข้ามากว้านซื้ออย่างถูกๆ และขายทำกำไรต่ออย่างง่ายดายได้อีกด้วย ในเวลานั้น นายวีรพงษ์ รามางกูร ได้คัดค้านแรงกดดันของวอชิงตัน ผ่านการเยือนของนายโรเบิร์ต รูบิน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ ที่ให้ไทยปฏิบัติตามแผนกอบกู้เศรษฐกิจของไอเอ็มเอฟ ว่าสหรัฐอเมริกาไม่อาจเข้าใจเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง

เมื่อไม่สามารถกอบกู้ปัญหาเศรษฐกิจได้ พรรคฝ่ายค้านจึงเรียกร้องให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อเดือนมกราคม 2542 ในเวลานั้นเองผู้ชมทางบ้านก็ได้รับชมการอภิปรายข้ามคืนของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่วิพากษ์วิจารณ์ นายธารินทร์ รมว. คลังจากพรรคประชาธิปัตย์อย่างเผ็ดร้อน เพราะนอกจากการปิดธนาคารและบริษัทเงินทุนหลายแห่ง ก็ยังมีการยอมให้ทุนต่างประเทศอย่าง จีอีแคปปิตัลเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ถูกเลหลังขายในราคาถูก แล้วขายทำกำไรให้คนไทยในราคาแพงอีกทอดหนึ่ง นั่นหมายถึงรัฐบาลในขณะนั้นละเลยผลประโยชน์ประเทศชาติอย่างจริงจัง

จุดสุดยอดของวิกฤติรัฐบาลชวนเกิดขึ้นเมื่อ หลวงตามหาบัวกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังนำเอาทองและดอลลาร์สหรัฐที่ประชาชนบริจาคออกจากท้องพระคลังเพื่อไปช่วยคนรวย และว่ารัฐบาลกำลังดำเนินนโยบายที่เป็นอันตรายและปล้นประเทศชาติ ความเชื่อถือรัฐบาลชวนร่วงลงจนถึงจุดต่ำสุด จนในที่สุดรัฐบาลประกาศยุบสภาในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2543 และนับจากนั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เคยได้ขึ้นครองอำนาจรัฐอีกเลยจนกระทั่งถึงวานนี้

ต้องขอแสดงความยินดีกับนายอภิสิทธิ์ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แต่ชะตากรรมของเขาจะซ้ำรอยในสมัยรัฐบาลชวนหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของนายอภิสิทธิ์เป็นสำคัญ แต่หากเมื่อพิจารณาถึงอุปสรรคที่รอคอยอยู่เบื้องหน้าแล้ว นี่ไม่ใช่เส้นทางที่โรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบอย่างแน่นอน

วิกฤติเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และประเทศตะวันตกทั้งหลาย จะทำให้ภาคการส่งออกของไทยประสบปัญหาในปีหน้าอย่างมาก แม้เศรษฐกิจในประเทศเกิดใหม่อย่างจีน และอินเดีย ก็ว่ากันว่าไม่อาจรองรับผลการถดถอยจากประเทศเหล่านั้นได้ การปิดสนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยให้ย่ำแย่ลงไปอีก เม็ดเงินเหล่านี้นอกจากจะเป็นเครื่องจักรหลักชิ้นสำคัญในเศรษฐกิจไทยแล้ว ยังเป็นเม็ดเงินที่ส่งถึงคนในระดับล่างๆโดยตรง ผลการชะลอตัวทางเศรษฐกิจจะยิ่งทำให้บริษัทปลดคนงานออก ประชาชนจะเริ่มรัดเข็มขัดและระมัดระวังการใช้จ่าย การกระตุ้นการบริโภคจะทำไม่ได้อย่างเต็มที่

ในด้านการเมือง ความไม่พอใจของประชาชนที่ให้การสนับสนุนพรรคพลังประชาชนเดิม จะยังคงดำรงอยู่และไม่หมดไป การดำเนินการของรัฐบาลใหม่ในทางที่เป็นปฏิปักษ์ หรือแม้แต่การพยายามกดดัน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งก็เริ่มต้นขึ้นแล้วด้วยการยึดพาสปอร์ตการฑูต จะยิ่งสร้างปฏิกริยาสะท้อนกลับ, การพยายามเร่งผลักดันกฎหมายให้มีบทลงโทษอย่างเข้มข้นต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก็ยิ่งขัดแย้งต่อเสรีภาพการแสดงความเห็น อันเป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยสากล, ความไม่พอใจของคนงานที่ถูกปลดจากงาน จะสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาล รวมถึงความขุ่นเคืองของเกษตรกรที่เกิดจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำ

ในด้านภายในของรัฐบาล เห็นได้ชัดว่าการดึงกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ เข้ามาร่วมรัฐบาล เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากที่รัฐบาลใหม่จะมีการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีตามโควต้าของกลุ่มอำนาจต่างๆ ยังไม่นับว่ารัฐบาลจะต้องบริหารความพึงพอใจของขั้วอำนาจต่างๆ ที่เคยเป็นพันธมิตรเพื่อโค่นล้มรัฐบาลก่อนหน้ามาด้วยกัน หากการแบ่งผลประโยชน์เหล่านั้นไม่ลงตัว มีความเป็นไปได้สูงว่าอดีตมิตรก็จะหันกลับมาเป็นศัตรูได้อย่างง่ายๆ ไม่ต้องนับอื่นไกล หัวหอกที่เคยทะลุทะลวง นายธารินทร์ และรัฐบาลชวน ก็คือ “พายัพ วนาสุวรรณ” แห่งค่ายผู้จัดการนั่นเอง

ไม่เพียงแต่เท่านี้ นายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์จะต้องตอบคำถามในเรื่องความชอบธรรมกับการปฏิบัติอย่างแตกต่างต่อ “มวลชนเสื้อเหลือง” และ “มวลชนเสื้อแดง” ด้วย และเพราะเหตุใดจึงไม่มีการดำเนินการใดๆ กับนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ซึ่งเป็น ส.ส. และสมาชิกพรรค เมื่อเขาเข้าไปร่วมดำเนินการกับพันธมิตร แต่กับในกรณีของ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ กลับมีการดำเนินการที่แตกต่างกัน

ไม่ว่าจะเป็นผลสำรวจของโพลล์สำนักใด พ.ต.ท. ทักษิณ ยังเป็นตัวเลือกในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอันดับหนึ่งเสมอ นั่นหมายความว่าหากรัฐบาลใหม่ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหามากเท่าใด นายอภิสิทธิ์ ก็จะถูกเปรียบเทียบกับ พ.ต.ท. ทักษิณ มากขึ้นเท่านั้น เช่นเดียวกับที่ผู้คนยังจดจำความสำเร็จของ พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัน กับนโยบายการเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้า ก่อนที่จะถูกแทนที่โดย พ.ต.ท. ทักษิณ ด้วยนโยบายประชานิยมหลากหลายโครงการในเวลาต่อมา สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ต้องทำคือให้ความสนใจกับการแก้ไขปัญหาของประเทศ และการสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ มากกว่าเพียงการเอาชนะกันในเกมทางการเมืองอย่างที่แล้วมา

นี่จึงนับเป็นความท้าทายของนายอภิสิทธิ์ และรัฐบาลใหม่เป็นอย่างยิ่ง

  • tomoomoo

    เขียนได้ดีมากเลยครับ แยกประเด็นได้ดีมากอ่านเข้าใจง่าย
    ขอบคุณครับ