หากไม่ผ่านความเหน็บหนาว ไยจะได้ยลเหมยงาม (Revised Version)
โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ การสร้างสรรค์ ความสวยงาม และคุณภาพสุดยอด ไม่อาจได้มาโดยง่ายดาย บางครั้งต้องผ่านความเจ็บปวด ความผิดหวัง ความเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่หากเราอดทนจนถึงที่สุด ทุ่มเทกำลังเคี่ยวกรำรีดเค้นความสามารถอย่างไม่ย่อท้อ ผลสุดท้ายย่อมหอมหวาน คนที่เคยผ่านเส้นทางนี้ จะรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างดี แรงบันดาลใจของบทความนี้ เริ่มต้นมาจากความสะท้อนใจของผมต่อเรื่องราวของเด็กหญิงคนหนึ่ง ซึ่งน้องผมได้ไปสอนพิเศษ และได้ร่วมรับรู้เรื่องราวเสี้ยวหนึ่งในชีวิตของเธอ น้องคนนี้อายุเพียง 7 ปี ได้อุทานอย่างบริสุทธิ์แต่เจ็บปวดว่า “พี่ขา พี่ขา อย่าพูดถึงอยุธยา หนูคิดถึงพ่อ หนูเคยไปเที่ยวที่นั่นด้วยกัน” สิ่งที่ผมสะท้อนใจก็คือ คนไทยกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างใหญ่หลวงในช่วงเวลาเพียงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา
ศิลปะปัญญาลุ่มลึกของนิยายกำลังภายในจีน : อดีต ปัจจุบัน อนาคต (ตอนจบ)
โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ สำหรับ “ศิลปะการเขียนตัวอักษร” ซึ่งแทนที่จะถือเป็นเพียงเครื่องมือการสื่อสารของคนทั่วไปหรือสัญลักษณ์ที่นำไปสู่ความงามของศิลปะการประพันธ์อันสูงส่งของยอดนักเขียนและมหากวี แต่ตัวอักษรจีนกลับกลายเป็นความงามในตัวมันเอง และไม่ใช่เพียงความงามธรรมดาดาษดื่น แต่กลับเป็นความงาม 1 ใน 4 สุดยอดของศิลปะจีน ที่ซ่อนความอ่อนช้อยทรงพลังสงบงามและความเปลี่ยนแปลงไร้ที่สุด
ศิลปะปัญญาลุ่มลึกของนิยายกำลังภายในจีน : อดีต ปัจจุบัน อนาคต (ตอนที่ 4)
3.เสน่ห์งามในการประสานท่วงทำนอง ในโลกปัจจุบันที่สรรพสิ่งถูกแบ่งแยกจัดประเภท จนมองไม่เห็นความเชื่อมประสานสอดคล้อง ผู้คนย่อมเกิดความรู้สึกอึดอัดขัดข้อง แต่ในความจริงแล้ว “สรรพสิ่งล้วนกำเนิดจากความเป็นหนึ่ง” โดยเฉพาะ “อารยธรรมจีน” ซึ่งมีความเชื่อมประสานร้อยรัดกันอย่างน่าตกใจ “คัมภีร์พิชัยสงครามซุนวู” ยอดตำรากลยุทธ์ที่สูงส่งเลอเลิศเล่มหนึ่งของโลก ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การใช้กำลังเพื่อเอาชนะคะคานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสอนให้เอาชนะสงครามโดยไม่ต้องรบ ซึ่งขัดแย้งกับความรู้สึกของคนทั่วไปที่อยู่บนโลกการแข่งขันอันโหดร้าย โดยเฉพาะเมื่อตำรากลยุทธ์ทางธุรกิจถูกพัฒนามาจากโลกตะวันตก ซึ่งเน้นการบุกตะลุยมากกว่าตั้งรับพลิกแพลง ที่เป็นเช่นนี้ส่วนหนึ่งเพราะรากเหง้าของอารยธรรมจีนล้วนได้รับการพัฒนามาจากคัมภีร์ “อี้จิง” คัมภีร์โบราณล้ำลึกที่ว่าด้วย “ความเปลี่ยนแปลง” ของสรรพสิ่ง และแน่นอนขึ้นชื่อว่าวัตถุธาตุย่อมมีทั้งความรุ่งเรืองและเสื่อมโทรม ความแข็งกร้าวและอ่อนนุ่มหมุนเวียนสลับกันไป ดังนั้น การวางแผนเพื่อชิงชัยในทุกสมรภูมิ จึงต้องกำหนดให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ทั้งฝ่ายศัตรูและฝ่ายของเรา การรุกอย่างเดียวโดยไม่หลบหลีกพลิกแพลงจึงเป็นเรื่องโฉดเขลาอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับการตั้งรับโดยไม่ตีโต้เมื่อจังหวะเหมาะสม ย่อมเป็นการประพฤติตัวไม่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง
ศิลปะปัญญาลุ่มลึกของนิยายกำลังภายในจีน : อดีต ปัจจุบัน อนาคต (ตอนที่ 3)
บททดลองเสนอ : การเชื่อมร้อยประวัติศาสตร์กับนิยายกำลังภายใน แม้น “ตระกูลสุมา” จะปรีชาสามารถชาญฉลาดล้ำเลิศเพียงใด แต่พวกเขาไม่ควรแย่งยึดผลผลิตซึ่งตนไม่ได้ลงแรงก่อร่างขึ้นมา ทั้งจาก “ตระกูลโจ” ซึ่งได้อุ้มชูชุบเลี้ยงตนเอง ผนวกกับ “ตระกูลเล่า” ซึ่งสร้างตัวด้วยเมตตาคุณธรรม รวมถึง “ตระกูลซุน” ซึ่งบริหารผืนดินอุดมสมบูรณ์จนสามารถอำนวยความสงบสุขมั่งคั่งให้กับประชาชนได้พึ่งพาอาศัยร่มเย็น แต่นั่นคือ จุดจบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของ 1 ใน 4 สุดยอดนวนิยายจีน “3 ก๊ก” จนผู้อ่านรู้สึกถูกทรยศหักหลัง แต่ความจริงอันปวดร้าวย่อมมิอาจบิดเบือน
ศิลปะปัญญาลุ่มลึกของนิยายกำลังภายในจีน : อดีต ปัจจุบัน อนาคต (ตอนที่ 2)
โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ 2. ร้อยมาลัยประวัติศาสตร์เสริมเสน่หาวรรณกรรม นิยายกำลังภายในดูเหมือนจะถึงจุดตีบตันตั้งแต่ “กิมย้ง” ได้รังสรรค์ผลงานชิ้นสุดท้าย ประกาศถอนตัวล้างมือในอ่างทองคำ แต่ใครจะคาดคิดว่า “โกวเล้ง” ได้มาสานฝันของแฟนนักอ่านที่ลุ่มหลงได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว แต่ยิ่งสูงยิ่งหนาวเหน็บ ทายาทผู้สืบทอดยิ่งนานวันยิ่งจางหาย โลกกำลังภายในเงียบเหงาไปเกือบ 10 ปี จนกระทั่ง “หวงอี้” ได้เจิดจรัสแสงขึ้นมา แต่ช่วงรอยต่ออันอ้างว้างกว่า 10 ปี ได้สะท้อนสัญญาณเลวร้ายของยุทธจักรนิยายกำลังภายใน ยิ่งภายหลัง “มังกรคู่สู้สิบทิศ” ที่เป็นประกายทะยานสูงสุดของหวงอี้ แฟนนักอ่านย่อมใจหายยิ่งนัก เพราะนั่นอาจหมายถึง “จุดจบ” ที่ใกล้มาเยือน แต่แล้วแฟนพันธุ์แท้ก็ได้รับความสุขสมกลับคืนมาเมื่อหวงอี้ทุ่มเทกำลังทั้งมวลผลักดันนิยายกำลังภายใน ให้เข้าสู่จุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง ในยอดมหากาพย์ยิ่งใหญ่ “จอมคนแผ่นดินเดือด” แต่ยิ่งตระหนักถึงจุดสูงสุดใหม่ก็ยิ่งตระหนกถึง “จุดจบใหม่” ที่แสนเศร้าสร้อยยิ่งกว่าเดิม
การเสพสุขของชนชั้นสูง (อวสาน)
3.เติมเต็มความสุข ด้วยการเสพทุกข์ ปัญหาที่นักวิชาการเผชิญคือ การไม่ยอมปฏิบัติ แต่ปัญหาที่คนเจ้าสำราญอย่างเราพบคือ การไม่ยอมทนทุกข์ หลีกเลี่ยงที่จะเจอมัน โดยหารู้ไม่ว่า “ยิ่งหลีกหนีความทุกข์ตรมมากเพียงไร มันยิ่งถั่งและโถมโหมแรงไฟ” ดังนั้นทนๆมันหน่อยเถิดนะ แล้วเราจะทุกข์น้อยที่สุด ซึ่งเป็นทางที่คนเจ้าสำราญอย่างเราชอบอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ
