ไอเอ็มเอฟชี้ประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการส่งออกต้องเสริมตลาดภายในประเทศ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (The International Monetary Fund หรือ IMF) ออกรายงานฉบับใหม่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับภูมิภาคเอเชียใหม่ลงเหลือ 1.3% ในปีนี้ จากที่ก่อนหน้านี้ยังประเมินอยู่ที่ 2.7% ส่วนการประมาณการในปีหน้าก็ปรับลดลงเหลือเพียง 4.3% จากที่เคยประมาณการไว้ที่ 5.1% ทั้งนี้ไอเอ็มเอฟมองว่า ตัวการส่งออกจากท่าเรือทั่วเอเชียกำลังหดตัวลงอย่างมาก อันเนื่องมาจากความต้องการสินค้าโลกอ่อนตัวลง ดังนั้นประเทศเอเชียซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่เน้นการพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักจะต้องปรับเศรษฐกิจให้มาเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น เพื่อชดเชยการส่งออกที่หดหายไป
Leader : วาระใหม่เอเชีย
การประชุมผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม และประเทศเกิดใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 20 ประเทศ หรือ จี-20 ได้กำหนดให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ เป็นกลไกหลักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก โดยนอกจากการเพิ่มวงเงินกู้ของไอเอ็มเอฟขึ้นเป็นสามเท่าสู่ระดับ 7.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา (26.25 ล้านล้านบาท) แล้ว กลุ่ม-20 ยังได้สนับสนุนเงินทุนลงในสินทรัพย์สำรองของไอเอ็มเอฟ หรือ Special Drawing Rights (SDR) อีก 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา (8.75 ล้านล้านบาท) นี่เป็นส่วนหนึ่งของวงเงินอัดฉีดเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกจำนวน 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา (38.5 ล้านล้านบาท) ความเอาจริงเอาจังจากที่ประชุมกลุ่ม-20 เริ่มสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก หลายประเทศในโลกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวทางเศรษฐกิจขึ้นมาบ้างแล้ว การฟื้นตัวครั้งนี้จะเป็นไปอย่างยั่งยืนจริงหรือไม่ยังคงต้องติดตามกันต่อไป


