Practical Report 5 ปี รัฐประหาร 19 กันยาฯ เรามองเห็นอะไรภายใต้ความเจ็บปวด?

5 ปี รัฐประหาร 19 กันยาฯ เรามองเห็นอะไรภายใต้ความเจ็บปวด

19 กันยายน 2549 คุณจำได้ไหมว่าวันนั้นคุณอยู่ที่ไหน?

ตอนนั้นผมพักอาศัยอยู่ที่หอพักบริเวณแถวเทเวศร์ ห่างจากบ้านสี่เสาเทเวศร์เพียงสองแยก ช่วงหัวค่ำวันดังกล่าวหลังจากกำลังเดินกลับจากกินข้าวแถวบางลำพู ผมเห็นรถถังวิ่งบนถนนราชดำเนิน ตรอกข้าวสารที่เคยคึกคักกลับเงียบสงัดและทยอยเก็บร้านรวง

ผมกลับจากห้องและเปิดโทรทัศน์ ภาพสุดท้ายที่ผมเห็นคือภาพ อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร กำลังสั่งการต้านรัฐประหารผ่าน ช่องโมเดิร์นไนน์ ก่อนที่ภาพจะตัดลง ….หลังจากนั้นตลอด 5 ปีเราเห็นอะไรใต้รอยยางของรถหุ้มเกราะที่กลับมาวิ่งบนถนน

 

 

เราเห็นการฟื้นฟูระบบรัฐราชการที่ต้องทรงความศักดิ์สิทธิ์ คุณธรรม แต่ก็เต็มไปด้วยสังคมลำดับขั้น ระบบอุปถัมภ์ และการที่ข้าราชการวางตัวเป็นนายประชาชน หลังจากที่ก่อนหน้านั้นมีการพยายามลดทอนอำนาจข้าราชการให้กลายเป็น “เจ้าหน้าที่รัฐ” ตามความหมายภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Civil Servant หรือข้ารับใช้ประชาชน

ข้าราชการที่ควรรับใช้ประชาชน กลับกลายเป็นข้าราชการที่มีอภิสิทธิ์ชนเหนือประชาชน ทั้งอำนาจ หน้าที่ และสวัสดิการ โดยประชาชนมีหน้าที่เพียงผู้ทำนุบำรุงพวกเขาด้วยเงินภาษี เรียกร้องเมื่อตัวเองถูกโยกย้ายเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลแต่ก็ไม่เคยพูดถึงว่าที่ตัวเองได้ขึ้นมานั้นก็มาจากวาระทางการเมือง และการโยกย้ายข้าราชการที่ไม่สนองนโยบายจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องปรกติของประเทศประชาธิปไตย

เราเห็นการฟื้นฟูอำนาจกองทัพ ที่ประกาศตนว่าเป็นหนึ่งในสถาบันหลักของชาติ เข้ามามีบทบาททางการเมืองมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ถูกลดทอนบทบาทตั้งแต่ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ที่ทหารถูกส่งกลับเข้ากรมกอง เป็นทหารอาชีพ

งบประมาณทหารที่เพิ่มขึ้นทุกๆปี โดยล่าสุด พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่างบประมาณกองทัพควรจะเท่ากับ 2% ของจีดีพีประเทศ ยังไม่รวมการแทรกแซงของกองทัพต่อระบบการเมืองทั้งทางตรงและทางอ้อม  ช่วงปี 2549 มีผู้ชุมนุมต่อต้านทักษิณและมวลชนที่มีส่วนสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหารใช้วาทกรรม “หยุดรัฐตำรวจ” แต่พวกเขาไม่เคยพูดถึงเลยว่าตลอดเวลาประเทศไทยตกอยู่ภายใต้ “รัฐทหาร”

เราเห็นผู้มีบารมีและผู้ทรงภูมิทางสังคม ออกมาพยายามชี้นำสังคม ให้เดินไปบนวิถีพุทธ วิถีจารีต ประเพณีนิยม เศรษฐกิจพอเพียง และความสุขในรูปแบบชุมชนนิยม โดยมีการยกย่องความดีและความสามารถของคนให้มีส่วนเข้ามาบริหารประเทศ

ที่น่าสนใจคือ “คนดี” และ “คนเก่ง” นั้นจำเป็นต้องเป็นคนในรูปแบบเดียวกับท่าน และเป็นคนในเครือข่ายของท่าน โดยเป็นการผูกขาดความดีแต่เพียงฝ่ายเดียว เป็นคนดีที่อำนาจทางสังคมไม่สามารถตรวจสอบได้ เราวนเวียนกับวาทกรรม “สมานฉันท์ – ปรองดอง -ลดความเหลื่อมล้ำ” ที่เล่นซ้ำไปซ้ำมาเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ไม่มีการปรับเชิงโครงสร้าง มีแต่การช่วยเหลือแบบสังคมสงเคราะห์เพื่อให้เกิด “ระบบบุญคุณ” ขึ้น

หลายๆคนเริ่มพูดว่า “5 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ประเทศไทยได้อะไร?” ทั้งที่คำถามจริงๆมันควรจะเป็นว่า “เราสูญเสียอะไรในระยะเวลา 5 ปีหลัง รัฐประหาร 19 กันยาฯ?” มากกว่า

เราเห็นอำนาจนอกระบบล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่า เราเห็นมวลชนที่เคลื่อนไหวต่อต้านการปกครองระบอบประชาธิปไตยและกระทำการที่ขัดแย้งกับกระแสสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เราเห็นการล้อมปราบประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยกลางเมืองหลวง เราเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เราเห็นการแทรกแซงสื่อในรูปแบบการให้ทุนสนับสนุน เราเห็นการปิดกั้นเสรีภาพในด้านต่างๆของประชาชน เราเห็นผู้ที่เข้าสู่อำนาจด้วยการแต่งตั้ง ทั้ง ส.ว. และองค์กรอิสระซึ่งต้องตอบแทนผู้มีพระคุณ เราเห็นความชอบธรรมทางกฏหมายที่วิปริตอันเกิดจากกฏหมายที่มาจากรัฐบาลเผด็จการทหาร

สิ่งที่น่าตั้งคำถามก็คือ “เรามองเห็น มือที่มองไม่เห็นหรือไม่?” หรือ “จริงๆแล้วเราเพียงแต่แกล้งหลับตาข้างหนึ่งเพื่อมองไม่เห็นในสิ่งที่เราไม่กล้าที่จะตั้งคำถาม?”

และที่เจ็บปวดที่สุดเรากำลังมีรัฐบาลที่ประชาชนหนุนหลังมากกว่า 19 ล้านเสียง โดยหวังว่าจะเป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงระบบเก่าที่กัดกร่อนสังคม กับกำลังเข้าสวามิภักดิ์กับอำนาจนอกระบบ และในขณะเดียวกันก็พยายามเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการอัดนโยบายประชานิยมและกระตุ้นเศรษฐกิจ

หากประชาชนท้องอิ่ม แต่ไม่มีอำนาจประชาธิปไตย ความเท่าเทียม และสิทธิเสรีภาพที่แท้จริงแล้ว คงไม่แตกต่างจาก “การกินอาหารที่บำรุงร่างกายแต่ไม่ได้บำรุงสมอง” เท่านั้น!!

ถึงเวลาที่รัฐบาลจำเป็นต้องหมุนเข็มนาฬิกากลับไปอย่างน้อยก็ก่อน เหตุการณ์ 19 กันยาฯ 49 ที่ทหารอยู่ในกรมในกองไม่ใช่ตบเท้าแสดงพลังและความคิดเห็น ที่ศาลและระบบตุลาการภิวัฒน์ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ทางบ้านเมือง องคมนตรี ผู้อาวุโสทางสังคมจะใช้ความจงรักภักดีและหลักคุณธรรมในการอ้างความชอบธรรมในการปกครองประเทศ

ในการรัฐประหารนั้นไม่มี”คนกลางๆ” มีแต่ผู้ต่อต้านการรัฐประหาร และผู้ที่สนับสนุนการรัฐประหาร (การนิ่งรับก็ถือว่าเป็นการสนับสนุนการรัฐประหารทางหนึ่ง) ……..ว่าแต่คนที่เคยออกไปมอบดอกไม้ให้ทหารวันนั้นในวันนี้เขาอยู่ที่ไหน ?

  • กร

    แล้วก่อนรัฐประหาร ประเทศชาติเสียอะไรจากนักการเมือง? ช่วยวิเคราะห์เพิ่มเติมหน่อยได้มั้ยครับ SIU

  • http://www.facebook.com/thainayu Thaina Yu

    แล้วก่อนยุคที่จะมีประชาธิปไตยเต็มใบ จากการรัฐประหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า
    ทหารครองเมือง แทนนักการเมือง วางยาให้นักการเมืองดีๆบริหารไม่ได้
    วางเส้นสายให้นักการเมืองชั่วๆพวกเดียวกันเข้ามาหาผลประโยชน์ เราเราเสียอะไรไปบ้าง?

    เวลาเราเลือกนักการเมืองมา เสียอะไรไปก็เป็นความรับผิดชอบที่ประชาชนเลือกเอง สี่ปีก็ไป จะไล่ก็ได้

    แต่เวลาทหารชั่วรัฐประหารเข้ามา พวกเดียวกันกลุ่มเล็กๆ ส่วนน้อยเชิดชูอวยกันเอง โกงกินซึ่งๆหน้า ตรวจสอบคัดค้านไม่ได้ คนส่วนใหญ่กลายเป็นไม่มีเสียงไม่มีอำนาจต้องจำยอมรับกรรม รัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทำอะไรก็ไม่ผิดทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต

    ก็ยังจะตาบอดกันอยู่ได้

  • http://www.facebook.com/thainayu Thaina Yu

    เป็นโรคมะเร็งสมอง แต่ไม่ยอมรักษา ไปนั่งสนใจแผลในกระเพาะอาหารอยู่ได้

  • กร

     เป็นไรมากป่าว ถามดีๆก็ตอบดีๆ  ประชาธิปไตยไงเนี่ย

  • Poo_ngow

    ไม่เห็นเจ็บปวดเลย แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แต่ถ้าำไม่ทำจะหนักกว่านี้

  • Poo_ngow

    ช่วงนีั้มักมีนักวิชาการที่กากๆ ออกมาเยอะ โดยเฉพาะพวกกากของกาก จำๆ จดๆ งงๆ กันมาแล้วก็พร่ำๆ กันต่อไป คนฟังก็งงๆ กันต่อไป แล้วก็ทำตัวกากๆ เกรียนๆ ต่อไป นั้นเอง

  • Poo_ngow

    เออ ถ้าเรามองกลับกันบ้างอะ นักการเมืองเองไม่ใ่ช่หรอ ที่ไม่ทำให้ประชาชนศรัทธา ถ้าประชาชนศรัทธาเพราะทำงานดี เดี่ยวประชาชนก็ขับไล่ทหารจัญไรออกไปให้นักเมืองดีๆ เอง

  • Anek

    ทำไมคนในสังคมไทยหลายกลุ่มดูเหมือนจะจงใจตัดตอนพูดเฉพาะหลัง 19 กย 49 ทั้งที่จริงๆแล้วเรื่องราวความวุ่นวายมันเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นตั้งหลายปี ไม่ยักมีใครพูดถึง รธน.40 ถูกครอบงำโดยนักการเมืองโลภมากอย่างไงไม่ค่อยเห็นมีใครอยากพูดถึง SIU ช่วยวิเคราะห์หน่อยได้ไหมว่าเพราะอะไร….

  • Odinthefox

    รัฐประหารครั้งนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดี ผมเห็นด้วยกับการทำรัฐประหารครั้งนั้นเพราะทักษิณกำลังจะเอาทุกอย่างไปอยู่ใต้อำนาจของตัวเอง ข้อเสียพวกเสื้อแดงใช้เป็นข้ออ้างในการชุมนุม และเผาบ้านเผาเมือง

  • non

    “เราเห็นมวลชนที่เคลื่อนไหวต่อต้านการปกครองระบอบประชาธิปไตย
    และกระทำการที่ขัดแย้งกับกระแสสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป”

    บรรทัดแรกไม่จริงครับ ผมเชื่อว่ากลุ่มคนนั้นถูกจูงให้เชื่อว่า “สู้กับนักการเมืองคอร์รัปชั่น และแทรกแซงสื่อ” ในจุดแรกเริ่ม และแน่นอนไม่พ้นเรื่องการจูงคนไทยด้วยประเด็นบอบบาง ที่พูดกันตลอดในช่วงนั้น ถ้ามองในมุมมองนักประชาธิปไตยและเชื่อว่า คนที่ทำการแบบนั้นทำเพื่อต่อต้านก็เป็นไปได้ครับ แต่ถ้ามองบริบทโดยรวมผมว่ามันมีปัจจัยเอื้อที่ให้ทำไปโดยไม่ได้คิดจะต่อต้านแต่ผิดพลาดทางตรรกะบางอย่าง — บรรทัดสองก็อย่างที่บอกดูที่ปัจจัยเอื้อ จะดูแถไหมไม่รู้ แต่กลุ่มคนถูกหลอกครับ

    “เราเห็นการล้อมปราบประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยกลางเมืองหลวง เราเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน”
    ส่วนหนึ่งใช่ครับ ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย แบบเข้าใจว่า ประชาธิปไตยคืออะไร บางกลุ่มคนก็เหมือนกลุ่มที่มองหาแต่ ‘คนดี’ (ซึ่งสุดท้ายนักการเมืองทุกคนก็ถูกทำให้เชื่อว่า ไม่ดี ตามวิสัยประชาธิปไตย)  คือจินตภาพเอาเอง

    หลายคนออกมาเพราะมีปัญหาจริงๆ กับการดำเนินการภายหลังรัฐประหาร จึงออกมาเพื่อเรียกร้องหวังให้สังคมฟัง สุดท้ายไม่มีใครฟังและเชื่อว่าคนกลุ่มนี้น่าจะถูกจูงโดยกลุ่มคนอีกกลุ่ม

    เห็นพ้องว่า การกระทำรัฐประหารไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ และผลพวงมันค่อนข้างทำให้ประชาธิปไตยในไทยดูสับสนมากขึ้น แต่ก็ยังเห็นถึงภาพที่หลายคนเริ่มแสดงความเห็นเพื่อส่วนรวมบ้างแล้ว แม้จะค่อนไปทางเพื่อตัวเองอยู่ก็ตาม ถึงอย่างนั้นคนก็ยังถูกหลอกให้เชื่อเรื่องเดิมๆ จนน่าใจหายอีก ตอนนี้คนรู้สึกถึงกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวอย่างใหญ่โตในช่วงหลัง (5-7 ปี) แทบจะหมดความชอบธรรมในภาพรวมไปแล้ว ที่ตั้งคำถามถึงคนให้ดอกไม้กับทหาร

    ก็ต้องถามถึงกับคนที่ไปอยู่บนถนนเช่นกัน ว่า ที่เรียกร้องนั้นจากใจจริงได้ถูกแก้ไหม? หรือถูกหลอกให้เชื่อสุดท้ายปัญหาที่เคยหวังให้แก้ก็ยังมีเหมือนเดิมรึเปล่า? ปัญหาคอร์รัปชั่น, แทรกแซงสื่อ, ปัญหาข้าวยากหมากแพง, ประชาธิปไตยตอบโจทย์รึเปล่า? บางทีผมคิดไปเองว่า คำตอบของปัญหาว่าประชาธิปไตยจะแก้ปัญหาได้มันแปลก ถ้ารัฐประหารแล้วทหารบังเอิญฟลุ๊คทำดีขึ้นมาคนก็ไปเชียร์รึเปล่า 

    “หากประชาชนท้องอิ่ม แต่ไม่มีอำนาจประชาธิปไตย ความเท่าเทียม
    และสิทธิเสรีภาพที่แท้จริงแล้ว คงไม่แตกต่างจาก
    “การกินอาหารที่บำรุงร่างกายแต่ไม่ได้บำรุงสมอง” เท่านั้น!!” — จริงเหรอครับ? ขอตั้งคำถามสงสัยแบบไม่ประชดเลย (กลัวเข้าใจผิด) เห็นหลายคนออกมาเรียกร้องเพื่อ “ปากท้อง” ส่วนเหตุผลเพราะขาดประชาธิปไตย (ที่แท้–แล้วแต่จะมอง) — มาตอนนี้หรือก่อนนี้สังคมเปลี่ยนไปเยอะ แต่ยังคงถูกบั่นทอนสมองเหมือนเดิม..

    คำตอบสุดท้ายของผม คือ 5 ปี เราได้เติบโตท่ามกลางความขัดแย้งทั้งดุเดือด และมีเหตุผล ประชาธิปไตยเดินหน้าไปแบบที่มันเคยเป็นมาตลอด อำนาจทุนนิยมใหม่ก็เริ่มมองหาคำตอบที่นอกจากตัวเองได้แล้ว ยังต้องแบ่งปัจจัยให้กลุ่มเก่าได้ด้วย เพียงแต่ประชาชนเริ่มรับรู้และมีมุมมองตัวเองบางมุมแล้ว (แม้จะเริ่มจากโดนหลอก)  หลายคนอาจต้องรอให้เวลาตกผลึกความคิดอีกกว่าจะรู้ตัวว่าที่ผ่านมาโดนหลอกใช้รึเปล่า? ด่าเพื่อน? ด่าสังคม? ออกตัวแรงไป แล้วมันจริงไหม? อย่างน้อยประชาธิปไตยก็กระเผลกๆ ไปท่ามกลางกลุ่มอำนาจเก่า-ใหม่ ก็เพียงแต่หวังว่า ไม่มีรัฐประหารอีก และประชาชนถูกสอนแบบใหม่บ้าง ให้คิดเองก่อนจะไปหลงอุดมการณ์อันมัวเมา หวังให้เป็นเช่นนั้นครับ :)

  • non

    “เราเห็นมวลชนที่เคลื่อนไหวต่อต้านการปกครองระบอบประชาธิปไตย
    และกระทำการที่ขัดแย้งกับกระแสสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป”

    บรรทัดแรกไม่จริงครับ ผมเชื่อว่ากลุ่มคนนั้นถูกจูงให้เชื่อว่า “สู้กับนักการเมืองคอร์รัปชั่น และแทรกแซงสื่อ” ในจุดแรกเริ่ม และแน่นอนไม่พ้นเรื่องการจูงคนไทยด้วยประเด็นบอบบาง ที่พูดกันตลอดในช่วงนั้น ถ้ามองในมุมมองนักประชาธิปไตยและเชื่อว่า คนที่ทำการแบบนั้นทำเพื่อต่อต้านก็เป็นไปได้ครับ แต่ถ้ามองบริบทโดยรวมผมว่ามันมีปัจจัยเอื้อที่ให้ทำไปโดยไม่ได้คิดจะต่อต้านแต่ผิดพลาดทางตรรกะบางอย่าง — บรรทัดสองก็อย่างที่บอกดูที่ปัจจัยเอื้อ จะดูแถไหมไม่รู้ แต่กลุ่มคนถูกหลอกครับ

    “เราเห็นการล้อมปราบประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยกลางเมืองหลวง เราเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน”
    ส่วนหนึ่งใช่ครับ ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย แบบเข้าใจว่า ประชาธิปไตยคืออะไร บางกลุ่มคนก็เหมือนกลุ่มที่มองหาแต่ ‘คนดี’ (ซึ่งสุดท้ายนักการเมืองทุกคนก็ถูกทำให้เชื่อว่า ไม่ดี ตามวิสัยประชาธิปไตย)  คือจินตภาพเอาเอง

    หลายคนออกมาเพราะมีปัญหาจริงๆ กับการดำเนินการภายหลังรัฐประหาร จึงออกมาเพื่อเรียกร้องหวังให้สังคมฟัง สุดท้ายไม่มีใครฟังและเชื่อว่าคนกลุ่มนี้น่าจะถูกจูงโดยกลุ่มคนอีกกลุ่ม

    เห็นพ้องว่า การกระทำรัฐประหารไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ และผลพวงมันค่อนข้างทำให้ประชาธิปไตยในไทยดูสับสนมากขึ้น แต่ก็ยังเห็นถึงภาพที่หลายคนเริ่มแสดงความเห็นเพื่อส่วนรวมบ้างแล้ว แม้จะค่อนไปทางเพื่อตัวเองอยู่ก็ตาม ถึงอย่างนั้นคนก็ยังถูกหลอกให้เชื่อเรื่องเดิมๆ จนน่าใจหายอีก ตอนนี้คนรู้สึกถึงกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวอย่างใหญ่โตในช่วงหลัง (5-7 ปี) แทบจะหมดความชอบธรรมในภาพรวมไปแล้ว ที่ตั้งคำถามถึงคนให้ดอกไม้กับทหาร

    ก็ต้องถามถึงกับคนที่ไปอยู่บนถนนเช่นกัน ว่า ที่เรียกร้องนั้นจากใจจริงได้ถูกแก้ไหม? หรือถูกหลอกให้เชื่อสุดท้ายปัญหาที่เคยหวังให้แก้ก็ยังมีเหมือนเดิมรึเปล่า? ปัญหาคอร์รัปชั่น, แทรกแซงสื่อ, ปัญหาข้าวยากหมากแพง, ประชาธิปไตยตอบโจทย์รึเปล่า? บางทีผมคิดไปเองว่า คำตอบของปัญหาว่าประชาธิปไตยจะแก้ปัญหาได้มันแปลก ถ้ารัฐประหารแล้วทหารบังเอิญฟลุ๊คทำดีขึ้นมาคนก็ไปเชียร์รึเปล่า 

    “หากประชาชนท้องอิ่ม แต่ไม่มีอำนาจประชาธิปไตย ความเท่าเทียม
    และสิทธิเสรีภาพที่แท้จริงแล้ว คงไม่แตกต่างจาก
    “การกินอาหารที่บำรุงร่างกายแต่ไม่ได้บำรุงสมอง” เท่านั้น!!” — จริงเหรอครับ? ขอตั้งคำถามสงสัยแบบไม่ประชดเลย (กลัวเข้าใจผิด) เห็นหลายคนออกมาเรียกร้องเพื่อ “ปากท้อง” ส่วนเหตุผลเพราะขาดประชาธิปไตย (ที่แท้–แล้วแต่จะมอง) — มาตอนนี้หรือก่อนนี้สังคมเปลี่ยนไปเยอะ แต่ยังคงถูกบั่นทอนสมองเหมือนเดิม..

    คำตอบสุดท้ายของผม คือ 5 ปี เราได้เติบโตท่ามกลางความขัดแย้งทั้งดุเดือด และมีเหตุผล ประชาธิปไตยเดินหน้าไปแบบที่มันเคยเป็นมาตลอด อำนาจทุนนิยมใหม่ก็เริ่มมองหาคำตอบที่นอกจากตัวเองได้แล้ว ยังต้องแบ่งปัจจัยให้กลุ่มเก่าได้ด้วย เพียงแต่ประชาชนเริ่มรับรู้และมีมุมมองตัวเองบางมุมแล้ว (แม้จะเริ่มจากโดนหลอก)  หลายคนอาจต้องรอให้เวลาตกผลึกความคิดอีกกว่าจะรู้ตัวว่าที่ผ่านมาโดนหลอกใช้รึเปล่า? ด่าเพื่อน? ด่าสังคม? ออกตัวแรงไป แล้วมันจริงไหม? อย่างน้อยประชาธิปไตยก็กระเผลกๆ ไปท่ามกลางกลุ่มอำนาจเก่า-ใหม่ ก็เพียงแต่หวังว่า ไม่มีรัฐประหารอีก และประชาชนถูกสอนแบบใหม่บ้าง ให้คิดเองก่อนจะไปหลงอุดมการณ์อันมัวเมา หวังให้เป็นเช่นนั้นครับ :)

  • Ratuai

    อ่านแล้วเข้าใจว่าผู้เขียนบทความนี้ต่อต้านรัฐประหารอย่างเต็มที่และสนับสนุนแบบจัดหนักกับคำว่าประชาธิปไตย ความเท่าเทียม สิทธิเสรีภาพที่แท้จริง…..ขอถามคำถามเดียวว่า…. เรารู้จักมันแค่ไหนไอ้คำว่าประชาธิปไตยน่ะ…..ไอ้ความเท่าเทียมและ….ไอ้สิทธิเสรีภาพที่แท้จริงก็อีก…….อเมริกาใช่มั้ย….อังกฤษ…หรือฝรั่งเศส….ญี่ปุ่น….สิงค์โปร์หรือ…อินโดนีเซีย….เยอรมัน….อิสราเอล…..หรือใครอีก…..ใหญ่กว่านั้น  UN……G7…G20….NATO…..WTO….IMF….World Bank  ทั้งหลายทั้งปวงเนี่ย….ใช่ดำเนินไปบนวิถีประชาธิปไตยอย่างคุณซักกระพีกมั้ย…..ตรองดู 

  • กร

    ขอเสนอด้วยความหวังดีต่อ SIU น่ะครับว่า การจะวิเคราะห์สิ่งใด หากไม่มองบริบทของสังคมที่เป็นไปของประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยมุ่งแต่เอาหลักที่ตัวเองเชื่อและยึดมั่นอย่างแข็งด้าน ไม่มีการทำความเข้าใจและปรับหลักการของตัวเองที่ได้ร่ำเรียนมาให้เข้ากับบริบทของเราเอง SIU จะไม่สามารถก้าวข้ามกับหน่วยความรู้ที่ไร้เดียงสา และจะกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองหนึ่งของผู้มีอำนาจไปเสีย
    ความเป็นประชาธิปไตย เผด็จการ หรือการรัฐประหาร ที่เกิดขึ้นให้บ้านเรา มันมีประเด็นให้เราต้องขบคิดกันหลายๆ้ด้าน ถ้าหากผู้เสนอบทความนี้ ยังเลือกที่จะมองด้านเดียวที่สนับสนุนแนวคิดความเชื่อของตัวเอง มันก็ไม่ได้สร้างคุณประโยชน์อะไรกับสังคมไทย การเลือกที่จะโจมตีสิ่งหนึ่ง เพื่อให้อีกสิ่งหนึ่งได้ความชอบธรรม โดยที่ไม่แม้แต่จะแตะถึงความบกพร่องของสิ่งหลังนั้น มันก็ไม่ทำให้เกิดประกายความคิดของสังคมได้ แ่ต่ที่ได้มันก็แค่การสนองความกระสันของตัวเองและพวกพ้องที่เชื่อแบบเดียวกันเท่านั้น

  • สวัสดีความคิดเห็น

    อะไรคือบ้านเมืองของคุณ  แค่ห้างหรู  แต่สิ่งที่ก่อสร้างที่ถูกเผามันสามารถฟื้นฟูขึ้นมาได้  ดูอย่างการจลาจลที่อังกฤษสิ  มีการใช้กระสุนจริงยิงกันไหม  แต่ชีวิตประชาชนที่สูญเสียไปละครับ  ทำไง  มันไม่สามารถเรียกคืนมาได้  แถมคดีก็ยังฉุดรั้งเตะถ่วงไม่ให้คืบหน้า  ทั้งๆ ที่มีหลักฐานขนาดนั้น  ผมว่า  การใช้เหตุผลของคุณมีปัญหาละ สิ่งก่อสร้าง อิฐ ปูน  มีความสำคัญกว่า  ชีวิตของผู้คนซะอีก

  • สวัสดีความคิดเห็น

    เพราะรธน.40  ร่างมาจากกลุ่มบุคคลหลายภาคส่วน  มีการแสดงความคิดเห็นหลากหลาย  มีความเป็นประชาธิปไตยมากสุด  ถึงบางจุดอาจมีช่องโหว่  เราสามารถเอากฏหมายไปอุดช่องว่างได้  แต่รัฐประหารกลับใช้รถถังมาย่ำยีเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ  กลับใช้อำนาจร่างรัฐธรรมนูญตามอำเภอใจขึ้นมา  แล้วใช้อำนาจสื่อในการโปรโมตว่า รับๆ ไปเหอะ  เดี๋ยวแก้ไข  ถามหน่อยครับ  ปัจจุบัน  แก้ไขได้กี่มาตราแล้ว  แล้วมีการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทหารมากแค่ไหน  GT200 ละ  เอาผิดได้แค่ไหน  งบประมาณทหารที่เพิ่มขึ้นจนน่าตกใจละ  แล้วเรื่องฮ.ที่ตกละ  อื่นๆ อีกมากมาย  คุณเคลียร์ประเด็นให้หน่อยว่า  ถ้าทหารมีการคอรัปชั่น  ถามหน่อย  คุณทำอะไรได้บ้าง  แต่ถ้านักการเมืองคอรัปชั่นบ้างคุณทำอะไรได้บ้าง

  • สวัสดีความคิดเห็น

    ………

  • สวัสดีความคิดเห็น

    จะไล่ได้ไงหรือ  ผมสงสัยหน่อย  ทหารมีปืน รถถัง เฮลิคอปเตอร์  กระสุนจริงไม่มีกระสุนยาง  แล้วคุณจะไล่เค้าไปได้ยังไง  อย่างกรณี GT200 ละ  คุณเอาิดพวกเค้าได้แค่ไหน  ฮ.ที่ตกละ  อื่นๆ    ผมว่าตลกดีนะ  ประชาชนไล่ทหาร  ไม่งั้น  คงไม่มีเหตุการณ์ ตุลา พฤษภาทมิฬ หรือ ล้อมปราบเสื้อแดงหรอก  ฝั่งนึงประชาชน ฝั่งนึงอาวุธสงคราม  คิดเหรอว่า  คุณจะไล่พวกทหารออกไปได้

  • สวัสดีความคิดเห็น

    เห็นด้วยอย่างมากครับ  ประเทศนี้ในโลก  ทุกประเทศ  หากให้ทหารเข้ามามีอำนาจมีส่วนร่วมในการปกครอง  ก็มีปัญหาแบบนี้อยู่ร่ำไป

  • กร

     เห็นแสดงความเห็นมาหลายความเห็น พอมาเจอคำว่า “แค่ห้างหรู” ก็น่าสมเพชละ ถามว่าจะห้างหรู จะบ้านคนจน ถามว่ามีใครหน้าไหนมีสิทธิไปเผาครับ แล้วไอ”ห้างหรู” มันมีคนแค่คนรวยเท่านั้นหรือที่เกี่ยวข้อง
    จะแสดงความเห็นอะไร ก็ให้รอบด้าน ไม่ใช่มองแต่สิ่งที่ตัวเองอยากมอง จะไม่เอาเจ้าก็เปิดเผยตัวออกมาให้ชัด รักที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศ อย่ามัวแต่แอบอยู่ในโลกมืด ประกาศออกมาดังๆ เอาแบบอาจารย์ใจ นายจักรภพไปเลย มาพร่ามในเวบบอร์ดมันไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้หรอก

  • สวัสดีความคิดเห็น

    ก็ไม่มีสิทธิทั้งนั้น  แต่คนส่วนมากในสังคมกลับให้ความสำคัญกับสิ่งก่อสร้างที่สูญเสียไปมากกว่า “ชีวิตของคน”
    ขอเน้นย้ำว่า  “ชีวิตของคน”  หรือ  คุณยังยึดติดว่า  สิ่งก่อสร้างเหล่านั้นคือประเทศไทย  จะให้ใครมาทำอะไรไม่ได้
    แต่ “ชีวิตของคน”  ก็ปล่อยให้ตายๆ ไปเถิดอย่างนั้นรึ  ผมว่าคุณ  น่าสมเพศเสียยิ่งกว่าอีกนะ  คุณดูอย่างอังกฤษ  เกิดการจลาจลทั้งประเทศ  มีการใช้กระสุนจริง  ไล่ยิงผู้ประท้วงอะไรไหม  มีการปล้นสะดมภ์และเกิดเหตุการณ์รุนแรงกว่าเราอีก   ผมว่า  คุณน่าสมเพศจริงๆ  ที่เห็นสิ่งก่อสร้าง สำคัญกว่า “ชีวิตของคน”

    แล้วใครว่าผมไม่มีส่วนร่วม  ผมแค่ไม่ได้ดังอย่างใจ หรือพวกจักรภพ  ก็แค่นั้น  แค่ผู้ชุมนุมและติดตามการประท้วงทั้งสองสี  ลงชื่อคัดค้านการไม่รับรัฐธรรมนูญ 2550 และอื่นๆ   แต่ยังไง  ผมก็เห็นคุณค่า “ชีวิตของคน”  ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นการเมืองแบบไหน

  • กร

     คุณค่าของทุกคนล้วนต้องปกปักรักษาแน่นอน
    แต่จะแสดงความเห็นก็ควรจะมองให้ครบกระบวนการ เหตุการณ์ผู้เสียชีวิตอันเนื่องมาจากกลุ่มคนบางกลุ่มในที่ชุมนุม สำคัญหรือไม่ แล้วไม่ยอมรับเลยหรือว่ามีกลุ่มคนเหล่านี้ที่มีอาวุธอยู่จริงๆ การจะเอาเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ ความวุ่นวายใันอังกฤษ คงไม่เหมือนกันแน่นอน
    ผมพูดจากเหตุการณ์จริงเลยดีกว่า ในวันที่เริ่มมีการปะทะกัน ผมบังเอิญต้องขับรถไปกลับรถใต้ทางด่วนดินแดง สภาพของผู้ชุมนุมตรงนั้น ทั้งเมาทั้งบ้าคลั่ง หลายต่อหลายคนถือขวดเหล้า ตะโกนไปมา แล้วบังคับให้รถยนต์ีที่วิ่งไปทางอนุสาวรีย์ ซึ่งเป็นเวลาประมาณสี่โมงเย็นกว่าๆ ซึ่ง ณ เวลานั้นเริ่มมีการยิงกันแล้ว
    ถามว่าความถ่อยของผู้ชุมนุมที่เอาผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วม ต้องเข้าไปลุยใน killing zone มันเห็นคุณค่าของชีวิตคนหรือไม่ แล้วไม่ใช่ผมเพียงคนเดียวหรอกนะที่โดนบังคับเข้าไปให้เป็นที่กำบัง ผมอยู่คันที่สาม และมีผู้โชคร้ายอื่นๆ ตามมาเป็นขบวน แต่ละคนก็ต้องขับรถขึ้นฟุตบาท ต่างหาทางออกกันเอาเอง

    การจะกล้าเปลี่ยนแปลงอะไร ไม่เกี่ยวกับว่าดังหรือไม่ดัง แต่อยู่ที่ความกล้าหาญและยึดมั่นในอุดมกาณ์ว่ามีมากแค่ไหน จะเก่งแค่ในเวบบอร์ด มันจะทำอะไรได้ เปิดตัวออกมาให้ดังๆ จะเอายังไงกลับประเทศ อย่าแอบ

  • http://www.facebook.com/bm.kong Bm Kong

    ชุดความคิดของกลุ่มอนุรักษ์นิยมตอนนี้หนทางมันเริ่มตีบลงเรื่อยๆ จนถ้ามองจากข้อเขียนแต่ละชุด/คำอ้าง แต่ละคนแทบจะเป็นวิถีคิดแบบเดียวกันมาเลยบางข้อเขียนเคาะบล๊อกมาเลยแค่เปลี่ยนประธาน-กรรม บางคนqouteข้อความจากศาสดามาเลยก็มี สูตรสำเร็จที่ผมพอจะสังเกตได้ต่อไปนี้

    1.อ้างความวุ่นวายของม๊อบเสื้อแดง(สมุมติฐาน)เพื่อดิสเดรดิตฝ่ายก้าวหน้า/ทักษิณ/พรรค พท./ผู้สนับสนุนฝ่ายตรงข้าม/ผู้คัดค้าน รปห. โดยไม่ได้อ้างอิงถึงความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงแต่อย่างไร
    2.ทั้งๆที่เป็นผู้สนับสนุนการรัฐประหาร แต่กลับไม่ยอมแบกรับความรับผิดชอบที่จะตามมาไว้เลยแม้แต่น้อย เมื่อมีใครถามว่า”สนับสนุนการรัฐประหารหรือไม่”พวกนี้จะไม่ตอบตรงๆ กระบิดกระบวนอ้างนู่น นี่ นั่น สุดท้ายก็พูดหาทางลงให้กับ รปห.
    3.เฉพาะกลุ่มไร้ความคิดระดับสาวกชั้นล่างสุดจริงๆ ที่ยังเชื่อว่าก่อน ก่อน รปห. แย่กว่าหลัง รปห. ไปดูระดับมันสมองอนุรักษ์นิยมหรือนักวิชาการทุกวันนี้ไม่มีใครกล้าพูดเต็มปากเต็มคำแล้ว
    4.กลุ่มหนึ่งก็ยังเป็นโรคกลัวทักษิณขึ้นสมอง มีความผิดให้ทักษิณมากมายราวกับทักษิณจะมาล้างประเทศ แต่ภายใต้อำนาจของ รปห และฝ่ายตรงข้ามร่วมห้าปียังพิสูจน์ความผิดทักษิณ แทบไม่ได้เลย
    5.ไม่มีความศรัทธาและไม่ให้เกียรติผู้คิดต่างในฐานะมนุษย์ผู้มีสมองและปัจเจกชน พวกเขาตั้งสมมติฐานไว้เสมอว่าฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าmobs นักวิชาการ นักการเมือง ประชาชน ล้วนไร้อุดมการณ์ มีแต่ความเลว ความโลบเป็นที่ตั้ง ส่วนตัวเองดันเป็นคนดีซะงั้น (เป็นformคิดพื้นฐานของอนุรักษน์นิยม เช่นการล้อมฆ่า นศ.ใน ธรรมศาสตร์)สุดท้ายแล้วคนแบบพวกนี้ก็คือส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนสังคมมาจนถึงทุกวันนี้ แต่วันนี้ปัจจุบันนี้ประเทศไทย พ.ศ.2554กลุ่มคนแบบพวกนี้มันหมดสมัย ล้าหลัง และไม่เป็นที่ยอมรับอีกต่อไปแล้ว ประเทศไทยถึงเวลาเปลี่ยนแปลงและพวกเราพร้อมจะเปลี่ยนแปลงแล้ว นี่คือจุดยืนของผม

  • http://www.facebook.com/bm.kong Bm Kong

    สามารถคุยโว เรื่องประชาธิปไตยหรือสิทธิมนุษยชนได้หรือ ในเมื่อประเทศเรา ไม่มีแม้แต่สิทธมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ปกครองด้วยระบบกึ่งทหาร กึ่งอำนาจนิยม กึ่งเผด็จการ กึ่งสมบูรฯ กึ่งนู่นกึ่งนี่มั่วไไปหมด 

    จะชาตินิยมก็ดูรุ่นบ้าง ว่าประเทศที่เขาไปไกลเรื่องนี้จริงๆมันต่างจากเราแค่ไหน ดีแต่ละเมอเพ้อฝันว่าประเทศเราดีเลิศเลออย่างนั้นอย่างนี้ เบื่อพวกคลั่ง

  • กร

    อย่าได้เบื่อครับ ถ้าคิดจะปรับเปลี่ยนประเทศ มันต้องใช้ความอดทน แต่อย่าลืมว่าคนส่วนหนึ่งของประเทศ ก็ยังคงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดตรงข้ามเท่าไหร่ ดังนั้นถ้าของดีจริง ก็ต้องอดทนครับ

    เพิ่มเติมอีกนิดครับ สิ่งเดิมที่เป็นรากเหง้าของประเทศ มันมีมาช้านาน จะมีดีหรือไม่ดีในตัว ก็เป็นเรื่องปกติ การจะเปลี่ยนสิ่งเดิมที่ฝังรากมานาน จะทำเป็นเด็กวัยรุ่นใจร้อน ก็คงไม่ได้ อย่าได้รำคาญในสิ่งที่เค้ามีอยู่เดิมเพียงเพราะเรารุ่นหลังไม่ชอบใจ

    เอาใจช่วยสำหรับชาวคลั่งประชาธิปไตยทั้งหลาย

    สำหรับผม ไม่เชื่อว่าประชาธิปไตยเป็นระบบที่เลวน้อยที่สุด นี่เป็นแค่วาทะของคนบางกลุ่มเท่านั้น จะดีจะชั่วมันอยู่ที่คน ยังไงก็ว่ากับตามครรลอง อย่าได้ทะลึ่งใช้ความรุนแรงต่อกัน

  • ratuai

    คุณรู้สึกว่าไม่มีสิทธิของความเป็นคนขั้นพื้นฐานเลยหรือ…..ทำไมผมไม่เคยรู้สึกถึงเลยตั้งแต่โตมา….ไม่ว่าบ้านเมืองเราจะปกครองด้วยระบอบอะไรก็ตามแต่จะเรียกจะอุปโลกกัน…..ผมรู้อย่างเดียวว่าผมมีความสุขและทุกข์ตามอัตภาพ…..ไม่เคยมีใครอย่างที่คุณเรียกมาคอยกำกับชี้นิ้วสั่ง…..ที่จำได้ก็มีเพียงพ่อแม่….ปู่และยาย…ลุงป้าน้าอา….ครูอาจารย์…รุ่นพี่….หญิงและเพื่อนฝูงบ้าง……ที่คอยกำกับชักจูงอบรมสั่งและสอนไปในทางที่ถูกที่ควร…..สมัยเด็กๆ อยากไปซนที่ไหนก็ไปตั้งแต่เช้ายันค่ำโดนเฉพาะวันหยุดหรือปิดเทอม…ถ้าไม่ถูกพ่อแม่ด่าก็ยังอีดออด….เข้าวัยรุ่นรักใครชอบใครก็ไปตามจีบ…เคยถูกถีบกลับมาก็หลายหน….โตมาหน่อยจะไปไหนขึ้นเหนือล่องใต้ก็โบกรถบ้าง….ขึ้นรถประจำทางเอาบ้างแล้วแต่กำลังปัจจัย……เข้าวัยทำงานอยากได้อะไรก็ทำงานหาเงินไปซื้อเอาหรือไปจ้างทำเอา….ไม่เห็นจะมีใครมาชี้นิ้วสั่งห้ามทำโน่นนี่….ยกเว้นเจ้านาย…และกรมสรรพากรที่ต้องตามเก็บภาษี…ก็ยินดีจ่ายในฐานะพลเมือง……

    ผมไม่เคยสนใจเลยว่าจะปกครองกันด้วยวิธีไหน….ขอให้การปกครองนั้นทำเพื่อประโยชน์ของชนส่วนใหญ่และเป็นสิ่งที่เข้ากับธรรมะเป็นใช้ได้….ไม่มีโกงกินเป็นดีที่สุด…แต่คงเป็นไปได้ยากก็เพียงให้มันน้อยที่สุด….และต้องจับตัวพวกนี้มาลงโทษให้ได้…..มีชีวิตที่มีสิทธิตามสมควร…ไม่ต้องถึงขนาดกูจะทำอะไรก็ได้….โลกทุกวันนี้มันต้องอยู่แบบกระเบียดกระเสียนกันอยู่แล้ว…อย่ามาคุยเลยไอ้ลัทธิประชาธิปไตยเสรีนิยมทุนนิยม…..ถ้าอยากทำให้ได้อย่างนั้นคุณต้องกำจัดคนบนโลกให้เหลือซักพันสองพันล้านคน…คงพอตอบโจทย์ของคุณได้….ผมอยู่กับความเป็นจริงไม่ใช่เพ้อฝันถึงขอบฟ้าสีทองผ่องอำไพ…..

    ไม่มีหรอกประเทศไหนในโลกทุกวันนี้ที่ดำรงอยู่ด้วยประชาธิปไตยที่แท้จริง (ตามนิยามของคุณ)….ที่คุณเห็นมันก็แค่รูปแบบเท่านั้น….แต่เนื้อแท้แล้วคนละเรื่อง…ทุกคนเอาแต่ประโยชน์ของตัวของชาติตัวเท่านั้น…..คิดดูเอาเอง…ถ้าคิดไม่ออกก็ขอยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเช่น…การบุกอิรัคของอเมริกานั่นงัย….หรือการเข้าข้างอิสราเอลของอเมริกานั่นก็อีกตัวอย่าง….

    ขอให้ก้าวข้ามรูปแบบครับแล้วคุณจะพบทางสว่าง…อย่าไปยึดติดกับรูปแบบ….สุดท้ายคุณชอบสิงค์โปร์มั้ย…ประเทศที่มีมาตรฐานการครองชีพที่สูงสุดแห่งนึงของโลก…ใครๆไปเที่ยวแล้วบอกกันเสมอว่าอยากให้เมืองไทยเป็นอย่างนั้นบ้างจัง…ผมจะอ้วกแตก 

  • กร

     ลองอ่านหลักคิดของท่านพุทธทาสดูครับ
    “เราไม่ค่อยรู้แน่ว่า คำนี้ที่เป็นภาษาต่างประเทศนั้น
    มันมีความหมายอย่างไร  แต่ที่เป็นภาษาไทยแล้ว เราก็จะรู้ความหมาย 
    เช่นคำว่า ประชาธิปไตย นี้ มันก็หมายถึงว่า มีประชาชนนี้เป็นใหญ่
    หรือเป็นผู้ใช้อำนาจ  แต่แล้วมันก็มีปัญหาอยู่ที่ว่า ใช้อำนาจนั้น
    มันถูกธรรมะ หรือไม่ถูกธรรมะ  ถ้าคนแต่ละคนมันไม่มีธรรมะ
    มันก็ใช้อำนาจที่เป็นอธรรมะ  มันก็ถึงความวินาศกันตรงนี้เอง
    เพราะประชาธิปไตยนั่นแหละ”

    “ประชาธิปไตย นี้ ถ้ากล่าวตามความจริงแล้ว มันเหมาะสำหรับคนที่มีธรรมะ 
    พอไม่มีธรรมะ ประชาธิปไตยนี้ ก็เป็นเครื่องทำลายโลก  ฉะนั้นจึงอยากจะถือว่า
    มันเลวร้ายที่สุด สำหรับพวกที่ไม่มีธรรมะ  พวกที่ไม่มีธรรมะแล้ว
    ระบบเผด็จการยังดีเสียกว่า  คือมันยังควบคุมกันได้บ้าง
    หรือได้ตามที่จะนำไป  แต่ระบบประชาธิปไตยนี้มันคุมกันไม่ได้ 
    มันจึงมีผลอย่างที่เห็นๆ กัน อยู่ในโลกนี้”

    คิดซะว่าเป็นอีกมุมมองนึงว่า การปกครองด้วยระบบอะไรก็ตาม จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ปกครองจำเป็นต้องมีธรรมะ

    และผมเห็นด้วยกับคุณ Ratuai ในประเด็นที่ว่า ประชาธิปไตยในโลกนี้มันมีหลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิหลังของคนในที่นั้นๆว่าเป็นอย่างไร

    ระบบที่ผ่านมา จะดีจะชั่ว มันก็ทำให้สังคมไทยเดินมาได้เรื่อยๆ จะก้าวหน้าจะถอยหลัง มันก็ยังเดินต่อไปได้ ถ้าหากจะเปลี่ยนแปลงสังคม การจะมาพูดเอาแต่ได้ว่าของเก่ามันไม่ได้เรื่อง จะเอาแต่ของใหม่ ผมเห็นว่ามันมีแต่จะสร้างความเดือดร้อน ความเสียหายขึ้นมามากกว่า

  • กร

     ลองอ่านหลักคิดของท่านพุทธทาสดูครับ
    “เราไม่ค่อยรู้แน่ว่า คำนี้ที่เป็นภาษาต่างประเทศนั้น
    มันมีความหมายอย่างไร  แต่ที่เป็นภาษาไทยแล้ว เราก็จะรู้ความหมาย 
    เช่นคำว่า ประชาธิปไตย นี้ มันก็หมายถึงว่า มีประชาชนนี้เป็นใหญ่
    หรือเป็นผู้ใช้อำนาจ  แต่แล้วมันก็มีปัญหาอยู่ที่ว่า ใช้อำนาจนั้น
    มันถูกธรรมะ หรือไม่ถูกธรรมะ  ถ้าคนแต่ละคนมันไม่มีธรรมะ
    มันก็ใช้อำนาจที่เป็นอธรรมะ  มันก็ถึงความวินาศกันตรงนี้เอง
    เพราะประชาธิปไตยนั่นแหละ”

    “ประชาธิปไตย นี้ ถ้ากล่าวตามความจริงแล้ว มันเหมาะสำหรับคนที่มีธรรมะ 
    พอไม่มีธรรมะ ประชาธิปไตยนี้ ก็เป็นเครื่องทำลายโลก  ฉะนั้นจึงอยากจะถือว่า
    มันเลวร้ายที่สุด สำหรับพวกที่ไม่มีธรรมะ  พวกที่ไม่มีธรรมะแล้ว
    ระบบเผด็จการยังดีเสียกว่า  คือมันยังควบคุมกันได้บ้าง
    หรือได้ตามที่จะนำไป  แต่ระบบประชาธิปไตยนี้มันคุมกันไม่ได้ 
    มันจึงมีผลอย่างที่เห็นๆ กัน อยู่ในโลกนี้”

    คิดซะว่าเป็นอีกมุมมองนึงว่า การปกครองด้วยระบบอะไรก็ตาม จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ปกครองจำเป็นต้องมีธรรมะ

    และผมเห็นด้วยกับคุณ Ratuai ในประเด็นที่ว่า ประชาธิปไตยในโลกนี้มันมีหลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิหลังของคนในที่นั้นๆว่าเป็นอย่างไร

    ระบบที่ผ่านมา จะดีจะชั่ว มันก็ทำให้สังคมไทยเดินมาได้เรื่อยๆ จะก้าวหน้าจะถอยหลัง มันก็ยังเดินต่อไปได้ ถ้าหากจะเปลี่ยนแปลงสังคม การจะมาพูดเอาแต่ได้ว่าของเก่ามันไม่ได้เรื่อง จะเอาแต่ของใหม่ ผมเห็นว่ามันมีแต่จะสร้างความเดือดร้อน ความเสียหายขึ้นมามากกว่า

  • ratuai

    เห็นด้วยกับคุณกรครับ…..ไม่ใช่ว่าผมเกลียดระบบประชาธิปไตย….หรือนิยมระบบรัฐประหาร….หรือคลั่งชาติ…..แต่สิ่งแรกที่ต้องคิดถึงคือความเป็นธรรม….ให้ธรรมนำ…แล้วระบบตาม….ซึ่งแน่นอนถ้าเป็นไปตามนี้…..ระบบประชาธิปไตยดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด…..เพราะมีการตรวจสอบถ่วงดุลย์….แบ่งและกระจายอำนาจอย่างเท่าเทียม….ไม่รวมศูนย์ ณ ที่ใดที่หนึ่ง…

    ถ้าหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้….และไม่ต้องการให้เกิดสงครามกลางเมืองในอนาคตอันใกล้นี้….บางทีเราทั้งหลายอาจต้องจำเป็นแบ่งการปกครองออกเป็นสหพันธรัฐ…ประกอบด้วยรัฐย่อยสี่ถึงห้ารัฐ…..ไม่แน่อาจจะขจัดปัญหาได้

  • http://www.facebook.com/thainayu Thaina Yu

    แล้วธรรมที่ว่ามันคือธรรมของใครครับ?
    ของศาสนาพุทธใช่หรือไม่? ของท่านพุทธทาสใช่หรือไม่?

    ถ้าธรรมของศาสนาอื่นหรือของคนอื่นไม่เหมือนกับธรรมของท่านพุทธทาส ผิดหรือไม่?
    แล้วธรรมของพวกที่ทำรัฐประหาร ขนอาวุธจริงมาปราบประชาชน เป็นธรรมเดียวกับของท่านพุทธทาสหรือไม่?

    ผมเห็นการสั่งสอนเรื่องธรรมของท่านพุทธทาส ไม่ใช่ให้ธรรมนำ แต่ให้ธรรมตาม คือไม่ว่าจะใช้หลักการปกครองแบบไหน ก็ควรจะเสริมธรรมไปด้วย
    แค่เพื่อไม่ให้หลงลืมว่า ต่อให้เป็นประชาธิปไตยก็ต้องมีธรรม แค่นั้น

    ท่านพุทธทาสเพียงแต่ไม่ได้กล่าวถึง ระบบเผด็จการที่ไม่มีธรรม
    เพราะมันไม่ต้องพูดถึงเลย มันแย่กว่ามาก ถ้าเพียงแค่คนๆเดียวไม่มีธรรม ก็จะมีอำนาจกำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง  ต่อให้คนทั้งชาติมีธรรมก็ทำอะไรไม่ได้
    แต่ในประชาธิปไตย ถ้ามีคนที่มีธรรมมากกว่า ก็จะทำให้บ้านเมืองมีธรรมไปด้วย และถ้าบ้านเมืองไหนมีคนที่มีธรรมน้อย ก็เป็นเรื่องกรรมของสัตว์โลกเท่านั้น

    ที่ผ่านมาระบบชั่วไม่ทำให้บ้านเมืองก้าวหน้า แต่ถ่วงความเจริญให้บ้านเมืองถอยหลัง ก้าวหน้าก้าวหลังก็หยุดกับที่ไม่ไปไหน คุณเข้าใจอะไรผิดแล้ว ภาษาไทยเขาเรียกถอยหลังลงคลอง มีคนตาย บ้านเมืองเจ็บปวด คนไทยฆ่ากันเองมาแล้วกี่ครั้ง เพราะรัฐประหารเผด็จการที่หวงอำนาจทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจ และคนที่ไม่ยอม ลุกขึ้นสู้ ก็โดนฆ่าตาย หนีไปต่างประเทศ พยายามสู้เพื่อให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตยด้วยวิธีการต่างๆ

    แต่คุณกลับมาเพ้อเจ้อว่าพวกประชาธิปไตยมีธรรม
    งั้นผมถามหน่อย พวกเผด็จการบ้านเรา เคยมีธรรมตรงไหน?

  • กร

    งงว่าผมเพ้อเจ้อตรงไหน งงว่าผมชอบความเป็นเผด็จการตรงไหน แล้วงงว่าผมบอกตรงไหนว่าต้องเป็นธรรมะของพุทธตรงไหน

    ประเด็นเรื่องการชุมนุมเพื่อเรียกร้องปชต. ผมว่าคนเค้าเข้าใจได้นะครับ เพียงแต่มันมีกระบวนการบางอย่างที่อยู่ร่วมกับการชุมนุม จึงทำให้คนอีกส่วนหนึ่งเค้ารับไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเค้าสนับสนุนเผด็จการหรอกครับ

    ส่วนความเป็น”เผด็จการ” ผมว่ามันก็มีอยู่ในรูปแบบปชต.เหมือนกันนะ แสดงว่าคุณ Thaina ก็ไม่โอเคกับเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งเหมือนกันหรือเปล่า

  • http://www.facebook.com/thainayu Thaina Yu

    คุณเพ้อเจ้อตรงที่หาเรื่องตีรวนว่า ประชาธิปไตยต้องมีธรรม
    แล้วไหนคือประชาธิปไตยที่ไม่มีธรรม? ทำไมต้องพูดเรื่องมีหรือไม่มีธรรม? ตอนไหนของประชาธิปไตยที่ไม่มีธรรม? แล้วธรรมนี้คือธรรมของใคร? เทียบกับอะไร? แล้วแน่ใจได้รึเปล่าว่าสิ่งที่คุณเชื่อมั่นว่ามันคือธรรม มันคือธรรมที่ถูกต้องแท้จริง? ใครเป็นคนตัดสิน?

    การที่คุณอยู่ๆก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมันก็ชัดเจนว่าคุณกำลังกล่าวหา ว่ามี “ประชาธิปไตยที่ไม่มีธรรม” “คนส่วนใหญ่อาจไม่มีธรรม” ไม่งั้นอยู่ๆคุณจะพูดทำไม แล้วคุณคือคนส่วนใหญ่รึเปล่า? หรือคุณเป็นคนส่วนน้อยถึงได้ชอบระบอบที่ให้คนส่วนน้อยตัดสิน?

    ผมเห็นคุณชอบเผด็จการ เพราะคุณพยายามยกเอาคำพูดที่สนับสนุนเผด็จการมาสนับสนุนคำพูดของตัวคุณเอง คำพูดทำนองว่าคุณเห็นเผด็จการก็ดีเท่ากับหรือมากกว่าประชาธิปไตย ทั้งที่มนุษยชาติควรจะรักเสรีภาพของตัวเอง รักอิสระภาพในการที่จะกำหนดชีวิตตัวเอง และรังเกียจระบอบเผด็จการที่ต้องมีชนชั้นปกครองควบคุมชีวิตของชนชั้นถูกปกครอง ก็แปลว่าคุณชอบเผด็จการ อาจเพราะคุณอยากเป็นทาสมากกว่าคน ไม่ก็เพราะคุณเป็นชนชั้นปกครอง จึงได้ชื่นชอบและยินยอมให้มีระบอบเผด็จการได้

    ส่วนความคิดที่ว่า เผด็จการมีอยู่ในระบอบประชาธิปไตย นั่นก็เป็นการให้ความหมายของคำว่าเผด็จการของคุณเอง และเป็นแค่ “ผมว่า” ของคุณเองเท่านั้น เหมือนกลุ่มนักวิชาเกินในประเทศเราที่ตั้งคำว่าเผด็จการเสียงข้างมากมาเล่นงานกันทางการเมือง ทั้งที่ในโลกนี้เขาเรียกระบอบเผด็จการต่อเมื่อเสียงส่วนน้อย หนึ่งคนหรือกลุ่มคน มีอำนาจบังคับโดยที่เสียงส่วนใหญ่ไม่ยินยอม

    และการมีอำนาจบังคับจากเสียงส่วนใหญ่ ก็เป็น “กติกา” ที่เป็นสากล ว่าเมื่อมนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน ก็ต้องตัดสินใจจากเสียงส่วนใหญ่เป็นอันดับแรก
    แม้แต่กติกาที่ว่าด้วยการไม่ละเมิดเสียงส่วนน้อย ก็เกิดมาจากเสียงส่วนใหญ่ก่อนว่า ทุกคนมีโอกาสเป็นเสียงส่วนน้อย เสียงส่วนใหญ่จึงไม่ควรละเมิด

    ระบอบเผด็จการเกิดจากการที่มีคนยึดเอาความถูกต้องไปจากคนอื่น ต่างกับประชาธิปไตยที่เป็นกติกาที่คนส่วนใหญ่ยอมรับว่าทำได้

  • กร

     จากคำที่พิมพ์ลงมา ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นได้ว่าคุณThaina มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างไร
    ความหมายที่สื่อออกมาว่า “ทำไม” ไม่ได้เป็นคำถาม แต่เป็นการบังคับในเชิงเผด็จการ
    ลองย้อนดูตัวเองด้วยครับ

  • Red_wine_2009

    I love thailand but i really hope one day in th future thai people love thailand and i think after that thailand country go to be happy