Practical Report สรุปยึดทรัพย์ทักษิณบางส่วน 4 หมื่น 6 พันล้าน!

องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจำนวน 9 คน มีคำวินิจฉัยยึดทรัพย์ที่ได้จากเงินค่าขายหุ้นและเงินปันผลซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่สมควร สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ตกเป็นของแผ่นดินโดยให้ยึดเฉพาะเงินค่าขาย หุ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นหลังจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเงินปันผล จำนวน 46,373,687,454.74 บาท

โดยศาลได้พิจารณาทั้งคำร้องของอัยการสูงสุดนฐานะผู้ร้องและคำคัดค้านของ พ.ต.ท.ทักษิณและผู้คัดค้านทั้ง 22 คนแล้ว ศาลฎีกาฯได้เริ่มวินิจฉัยประเด็นในข้อกฎหมายต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • คดีนี้อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลฯ
  • การแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เป็นไปโดยชอบและมีอำนาจดำเนินการต่อจาก คตส.
  • คำร้องของผู้ร้องแจ้งชัดและไม่เคลือบคลุม
  • พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเจ้าของหุ้นบริษัทชินคอร์ปที่แท้จริงในระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2 สมัย
  • การ ออกพระราชกำหนดแปลงค่าสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นค่าภาษีสรรพสามิต เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทชินคอร์ปและบริษัทในเครือ ทำให้รัฐเสียหายกว่า 60,000 ล้านบาท
  • พ.ต.ท.ทักษิณมีส่วนในการ แก้ไข สัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ปรับลดอัตราส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์ เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า (PREPAID CARD)เอื้อประโยชน์ให้ แก่บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส (เอไอเอส )
  • พ.ต.ท. ทักษิณมีส่วนในแก้ไขสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่ออนุญาตให้ใช้เครือข่ายร่วม (ROAMING) และกรณีการปรับลดอัตราค่าใช้เครือข่ายรวม เป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัทเอไอเอส แต่ผู้ได้รับประโยชน์เป็นกลุ่มเทมาเส็ก
  • การ อนุมัติโครงการดาวเทียม IP STAR, การอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทาน ครั้งที่ 5 วันที่ 27 ตุลาคม 2547 ลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทชินคอร์ปฯ ในบริษัท ชินแซทเทิลไลท์ ที่เป็นผู้ขออนุมัติสร้างและส่งดาวเทียมไทยคม และการอนุมัติให้ใช้เงินค่าสินไหมทดแทนของดาวเทียมไทยคม 3 จำนวน 6.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปเช่าช่อสัญญาณต่างประเทศอันเป็นการเอื้อประโยชน์กับบริษัท ชินคอร์ปฯ และบริษัท ชินแซทฯ
  • การอนุมัติให้รัฐบาลสหภาพพม่ากู้เงินจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่ง ประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เพื่อนำไปซื้อสินค้าและบริการของบริษัท ชินแซทฯ โดยเฉพาะ ซึ่งครั้งแรกผู้ถูกกล่าวหาได้สั่งการเห็นชอบให้เอ็กซิมแบงก์ให้วงเงิน 3,000 ล้านบาทแก่รัฐบาลสหภาพพม่า แล้วต่อมาได้สั่งการเห็นชอบเพิ่มวงเงินกู้อีก 1,000 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 4,000 ล้านบาท สำหรับโครงการพัฒนาระบบโทรคมนาคมของสหภาพพม่า โดยให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าต้นทุน รวมทั้งให้ขยายระยะเวลาปลอดการชำระหนี้ การจ่ายเงินต้นจาก 2 ปี เป็น 5 ปี เพื่อประโยชน์ของบริษัท ชินแซทฯ ที่ผู้ถูกกล่าวหาและครอบครัวชินวัตรกับพวกมีผลประโยชน์ถือหุ้นอยู่ ในการให้ได้รับงานจ้างพัฒนาระบบโทรคมนาคมจากรัฐบาลสหภาพพม่า
  • พ.ต.ท. ทักษิณใช้อำนาจหน้าที่ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเอื้อประโยชน์ให้แก่ บริษัทชินคอร์ป เอไอเอส และชินแซทฯโดยตรง อันมีผลทำให้มูลค่าหุ้นของบริษัทชินคอร์ปสูงขึ้น รวมทั้งได้เงินปันผลจำนวนดังกล่าว

ทักษิณแต่งดำไว้ทุกข์
ภายหลังคำตัดสินของศาลฯ “เมื่อ ฟังศาลอ่านรู้สึกเหมือนครั้งพรรคไทยรักไทยถูกยุบ ตั้งแต่ก่อนปฏิวัติเล็กน้อย ศาลถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยผู้พิพากษามีกลุ่มที่เล่นการเมือง แต่วันนี้เล่นการเมือง100% เป็นการกล่าวหาผม” อดีตนายกฯ กล่าว

อดีตนายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวานทำใจว่าโดนแน่ แต่จะโดนอย่างไร สรุปแล้วตนเป็นนายกฯ ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นไม่เห็นได้แบ่ง แต่บริษัทครอบครัวธุรกิจดีขึ้น มาบอกว่าตนโกงต้องยึดทรัพย์ มาบอกว่าตนเป็นนายกฯ มาโกงให้บริษัทตัวเอง แล้วหุ้นที่เหลือไม่ขึ้นหรือ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นแบงก์กรุงเทพฯ ยูคอม ทีพีไอ ยูคอม ไม่ขึ้นหรือ

“วันนี้ผมแต่งชุดดำผูกไทดำไว้ทุกข์ให้กับความดื้อของตัวเอง ทั้งที่คุณหญิงพจมาน (ดามาพงศ์ อดีตภริยา) กับลูกค้านไม่ให้เข้าการเมือง เขาบอกว่าชีวิตการเมืองวุ่น ให้ใช้ชีวิตเศรษฐีดีกว่า แต่ด้วยความเป็นนักเรียนนายร้อย แต่ลาออกมาประกอบธุรกิจ ก็มีความรู้สึกอยากทดแทนแผ่นดิน พ่อขอโทษด้วยนะลูกที่ดื้อ ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน ผมเดือดร้อนคนเดียวไม่เป็นไร”

ที่มา – มติชน1, มติชน2