Practical Report โฆษกศาลฯชี้แจงเหตุ 5 ข้อคดีอากง หลังกระแสสังคมแรง

วันนี้ (14 ธ.ค.) นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรมได้ออกบทความเพื่อกล่าวถึงในคดีอากงซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และตามความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 เนื่องจากกระแสสังคมเรียกร้องในการแก้ไขปรับปรุงรวมทั้งยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

นายสิทธิศักดิ์ได้กล่าวว่า “ศาลและกระบวนการยุติธรรมไม่เคยขัดขวางการแสดงความคิดเห็นของบุคคลใดๆ ขอเพียงการแสดงออกตั้งอยู่บนฐานคติที่ปราศจากอคติ ภายใต้หลักวิชาการ หลักกฎหมาย หลักนิติธรรม หลักเหตุผล  หรือหลักความเชื่อส่วนตนที่สุจริตมีข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ดูเหมือนหลายคนที่วิจารณ์ผลคดีข้างต้นในทางลบยังมิได้รู้เห็นพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงในสำนวนความอย่างถ่องแท้ ซึ่งการนิ่งเฉยของศาลและกระบวนยุติธรรมมิได้มีค่าเป็นตำลึงทองเสียแล้ว ผู้เขียนจึงขออนุญาตนำความจริงบางประการในท้องสำนวนคดีนี้ ประกอบกับประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยมานำเฉลยเอ่ยความ เพื่อเป็นข้อมูลแลกเปลี่ยนกับท่านผู้อ่านที่เคารพ ซึ่งมีประเด็นใหญ่ๆ ที่ผู้คนกล่าวขานกันดังนี้”

1. อากงไม่ได้กระทำความผิด เหตุใดศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุก 

ผู้เขียนกล่าวว่า  ผู้ที่เห็นว่า อากงมิได้กระทำความผิดนั้น หากเป็นการตัดสินกันเองโดยบุคคลกลุ่มคนนอกศาลและกระบวนการยุติธรรม คงจะหาเหตุผลรองรับความชอบธรรมยากสักหน่อย เพราะเป็นความเชื่อส่วนตนที่ตัวเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น เป็นอัตวิสัยที่อาจปราศจากพยานหลักฐานสนับสนุน ในขณะที่คดีนี้ผ่านกระบวนการสอบสวน การกลั่นกรองจากอัยการ แล้วเปิดโอกาสให้จำเลยต่อสู้คดีในชั้นศาลอย่างเต็มที่ อันเป็นหลักการสากลและหลักกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อสู้คดีอย่างเสมอภาคเท่าเทียมและเป็นธรรม

ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า อากงหรือจำเลยมีความผิดเพราะศาลชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้องของอัยการโจทก์จริง แต่ถ้าจำเลยไม่เห็นด้วยไม่พอใจในผลคำพิพากษา ก็ยังสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ ฎีกาได้ตามกฎหมาย

ซึ่งในอดีตมีคดีที่ศาลสูงเห็นต่างจากศาลชั้นต้นพิพากษากลับหรือแก้คำพิพากษาศาลล่าง ก็ไม่น้อย ดังนั้นเมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด การจะด่วนสรุปว่าอากงเป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดโดยเสร็จเด็ดขาดนั้น  ก็ยังมิใช่เป็นเรื่องที่แน่แท้เสมอไปดังที่บางคนมีความเชื่อและเข้าใจในทำนองนั้น  แท้จริงแล้ว อากงยังถูกสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

2. ศาลลงโทษจำคุก 20 ปี เป็นโทษที่หนักเกินไป 

ที่ว่าเหตุใดศาลจึงพิพากษาลงโทษถึงจำคุก ปกติการกล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นบุคคลธรรมดาที่เป็นการดูหมิ่นใส่ความทำให้ผู้เสียหายเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงเกียรติคุณอย่างร้ายแรง กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดมีโทษถึงจำคุก ศาลยุติธรรมก็เคยลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษมาแล้ว

สำหรับคดีนี้ มีการใช้ถ้อยคำหยาบคายแสดงความอาฆาตมาดร้าย จาบจ้วงล่วงเกินพระมหากษัตริย์และพระราชินีด้วยถ้อยคำภาษาที่ป่าเถื่อนและต่ำทรามอย่างยิ่ง เกินกว่าวิญญูชนคนทั่วไปจะพึงพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามกัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้กระทำต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์พระประมุขของประเทศ อันเป็นที่เคารพยกย่องเทิดทูนของปวงชนชาวไทยและทั่วโลก ในหลวงทรงครองสิริราชย์มาเป็นเวลากว่า 65 ปี ทรงครองแผ่นดินด้วยหลักทศพิธราชธรรม ห่วงใยทุกข์เข็ญของอาณาประชาราษฎร์ตลอดเวลา แม้ในยามทรงพระประชวร พระองค์ก็ยังทรงงานเพื่อแก้ไขความทุกข์ยากของประชาชนเช่นอุกทุกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทุ่มเทพระวรกายตลอดพระชนม์ชีพ ทรงงานเพื่อความผาสุกของประเทศชาติและประชาชนทุกหมู่เหล่า ในกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 8 ก็บัญญัติว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมิใช่คู่กรณีที่มีความขัดแย้งสร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่จำเลยแม้แต่น้อยนิด รวมทั้งพระองค์ท่านทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองจากมวลชนทุกหมู่เหล่า จึงไม่มีเหตุผลที่จำเลยหรือบางคนจะพยายามบิดเบือนว่า คดีนี้มาจากมูลฐานทางการเมือง ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ไม่เป็นธรรมและห่างไกลจากความเป็นจริง

3. อากงอายุมากแล้วควรได้รับการลดโทษ ปล่อยตัวไป หรือได้รับการประกันตัว

คดีนี้มีข้อเท็จจริงบางประการที่ผู้วิจารณ์อาจยังรู้ไม่ครบถ้วนและเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ นอกเหนือจากพฤติการณ์แห่งคดีหรือข้อความหมิ่นประมาทที่มีความรุนแรงและร้ายแรงอย่างมากแล้ว  ข้อเท็จจริงยังปรากฏว่า ผู้กระทำไม่ได้กระทำความผิดแค่ครั้งเดียว แต่มีการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ  ด้วยถ้อยคำดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายถึง 4 ครั้ง มีถ้อยคำที่แตกต่างกันทุกครั้ง แสดงถึงเจตนาที่จงใจกระทำผิดกฎหมายอย่างท้าทายไม่ยำเกรงอาญาแผ่นดิน ไม่มีจิตสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี

เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธมาตลอดจนถึงในชั้นศาลจึงไม่มีเหตุลดโทษ บรรเทาโทษตามกฎหมาย ซึ่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กฎหมายระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี

การที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยในความผิดแต่ละครั้งจำคุกกระทงละ 5 ปี ตามมาตรา 112  ซึ่งเป็นโทษบทหนักนั้น เป็นการลงโทษสูงกว่าโทษขั้นต่ำของกฎหมายเพียง 2 ปี ยังเหลืออัตราโทษอีก 10 ปี ที่ศาลมิได้นำมาใช้ เมื่อนำโทษทั้ง 4 กระทงมารวมกันเป็น 20 ปี คนทั่วไปที่ไม่รู้จึงเข้าใจผิดคิดว่าศาลลงโทษครั้งเดียว 20 ปี เห็นว่าโทษหนักไป แต่ถ้าเทียบกับพฤติการณ์ความร้ายแรงแห่งคดีแล้ว หลายคนที่รู้จริงเห็นตรงข้ามว่าโทษเบาไปหรือเหมาะสมแล้วก็มี

แม้สังคมทั่วไปจะเรียกจำเลยว่า “อากง” ฟังดูประหนึ่งว่าจำเลยชราภาพมากแล้ว แต่ตามฟ้องจำเลยอายุ 61 ปี มิได้แก่ชราจนต้องอยู่ในความอนุบาลดูแลของผู้ใดสามารถเข้าใจและใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้  แสดงว่าเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์และมิได้แก่เฒ่าคราวปู่ทวด

สำหรับบุคคลที่เจนโลก โชกโชน สันดานเป็นโจรผู้ร้าย มีเจตนาทำร้ายสังคมสถาบันหลักของประเทศชาติและองค์พระประมุข อันเป็นที่เคารพสักการะของคนในชาติให้เกิดความหลงผิดก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง

ผู้เขียนเชื่อว่า ไม่มีใครอยากให้คนเช่นนี้ลอยนวลอยู่ในสังคมเพื่อสร้างความเสียหายต่อเนื่องหรือแก่ผู้อื่นอีก เพราะสักวันคนใกล้ตัวของคนเหล่านี้อาจตกเป็นเหยื่อด้วยก็ได้ มาตรการที่เหมาะสมจึงควรตัดโอกาสในการกระทำผิด ลงโทษให้หลาบจำสาสมไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ที่กระทำความผิดคิดวางแผนไตร่ตรองในการกระทำความผิดอย่างแยบยลแนบเนียนด้วยแล้ว ก็ยิ่งสมควรใช้วิธีการที่เหมาะสม ในการคุ้มครองรักษาความสงบสุขของประเทศชาติและประชาชนด้วย จึงไม่แน่แท้เสมอไปว่าชราชน ที่กระทำความผิดจะต้องได้รับการลดโทษ ลงโทษน้อย หรือปล่อยตัวไปเสมอไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อหาความผิด ความเสียหายและพฤติการณ์การกระทำแต่ละคดีที่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป

ส่วนการจะได้รับการประกันตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ข้อเท็จจริงแห่งคดีเป็นเรื่องๆ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 ,มาตรา 108/1

4. ศาลไทยไม่มีมาตรฐานสากล ควรรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล

ฉะนั้นแม้การแสดงความคิดเห็นถือเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่กติการะหว่างประเทศฯ ให้การยอมรับ แต่ในขณะเดียวกัน กติการะหว่างประเทศฯ ก็ได้กำหนดไว้ด้วยว่าการใช้สิทธิดังกล่าวต้องทำด้วยความสำนึกรับผิดชอบและไม่ล่วงละเมิดสิทธิของบุคคล  เนื่องจากบุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิ ในการรักษาชื่อเสียงและเกียรติภูมิของตนและต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 5 บัญญัติว่า ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต และมาตรา 421ก็บัญญัติว่า การใช้สิทธิ  ซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นนั้น ท่านว่าเป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีมาตรฐานเช่นเดียวกับหลักการสากลข้างต้น  อันแสดงว่าประเทศไทยให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน มีกฎหมาย ที่ความก้าวหน้าทันสมัยทัดเทียมอารยประเทศ เพียงแต่ภายใต้ระบอบการปกครองบ้านเมืองที่แตกต่างกัน ทุกประเทศจึงควรที่จะต้องให้เกียรติเคารพในความต่างที่เป็นจุดแข็งทางวัฒนธรรมและสังคมของแต่ละประเทศ

หากผู้วิจารณ์คนใดยังศึกษาภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ไม่ลึกซึ้งถึงแก่นแท้หรือมีข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วนเพียงพอ ไม่เข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี สังคมประเทศใดแล้ว การแสดงความเห็นว่าศาลหรือกระบวนการยุติธรรมของประเทศอื่นในทำนองห่วงใยว่าจะไม่มีมาตรฐานสากลนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ลึกซึ้ง และหมิ่นเหม่ต่อการกล่าวหากันอย่างไม่เป็นธรรม  อาจทำให้คิดไปว่าผู้วิพากษ์เจือปนด้วยอคติที่ผิดหลงมีวาระซ่อนเร้น ประเทศไทยมีเอกราชทางการปกครองและการศาลมาช้านาน  และประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

5. ควรยกเลิกความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และความผิดว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายคอมพิวเตอร์ 

ผู้เขียนได้เน้นว่า  กฎหมายทุกฉบับออกหรือตราขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นผู้แทนมาจากปวงชนชาวไทย สามารถแก้ไขปรับปรุงและยกเลิกได้ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าล้าสมัยไม่เหมาะสม ศาลเป็นเพียงผู้ใช้กฎหมายตามเจตนารมณ์ที่สภานิติบัญญัติตราขึ้น มีกฎหมายหลายฉบับเขียนให้ศาลแทบใช้ดุลพินิจไม่ได้หรือ ต้องลงโทษสถานหนักในบางข้อหาเช่น ผลิตนำเข้ายาเสพติดให้โทษประเภท 1 แม้เพียง 1 เม็ดหรือ ข้อหาฆ่าบุพการี ต้องประหารชีวิตสถานเดียว เป็นต้น แม้การแก้ไขยกเลิกกฎหมายจะกระทำได้ก็ตาม  แต่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน ความสงบเรียบร้อยของสังคมและผลกระทบข้างเคียงอื่นที่อาจตามมาด้วย อย่าให้อารมณ์หรือกระแสแห่งการปลุกปั่นยั่วยุชักจูงไปในทางที่เสียหายได้

คดีอากง เป็นแค่ปฐมบทในการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของจำเลย  ตามครรลองแห่งเสรีภาพที่กฎหมายเปิดช่องไว้ตราบใดที่คดียังไม่ถึงที่สุด  การด่วนรวบรัดตัดความกล่าวโทษบุคคลหรือองค์กรที่ทำหน้าที่รักษากติกาสังคมอาจยังไม่เป็นธรรมนัก

อย่างไรก็ตาม คนทุกชาติ ทุกภาษา ต่างหวงแหนรักในแผ่นดินเกิดของตนเองเคารพและศรัทธาในศาสดาที่เป็นผู้นำทางศาสนาของตนเอง ความแตกต่างทางความคิดเชื้อชาติศาสนาการปกครองบ้านเมืองศิลปวัฒนธรรม ประเพณี  มิใช่สิ่งผิดปกติในสังคมโลก แต่การกล่าวร้ายใส่ความ แสดงความอาฆาตมาดร้ายศาสดาของศาสนาอื่น เป็นพฤติการณ์ที่ผู้เจริญมิสมควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะน้ำผึ้งหยดเดียวอาจกลายเป็นความหายนะของชาติได้

ดังนั้น  หากท่านผู้อ่านอยากรู้ปัจจุบันและอนาคตของชาติใด ขอจงศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศนั้น สำหรับชาติไทยดำรงคงเอกราชมีเอกลักษณ์ของความเป็นชาติไทย เป็นที่ชื่นชมยกย่องของคนทุกชาติทุกภาษา  เพราะผู้คนในสังคมไทยยังมีความรักสามัคคี  มีน้ำใจ เอื้ออาทรผ่อนปรนเข้าหากัน ไม่ก้าวร้าวรุนแรงโดยขาดสติไร้เหตุผลรักหวงแหน เทิดทูนในชาติ ศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์จากรุ่นสู่รุ่น และปลูกฝังถ่ายทอดเป็นมรดกสู่ลูกหลานจนถึงปัจจุบัน

หากคนไทยยังรักและภูมิใจในแผ่นดินเกิด ขอได้โปรดช่วยกันรักษาสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ การจะติชมวิพากษ์เป็นเสรีภาพที่กระทำได้ ขอเพียงมีจิตเป็นกลาง ไม่มีอคติ และบนฐานคติที่สร้างสรรค์ พึงอย่าได้ใช้สิทธิส่วนตนเกินส่วนจนเกินขอบเขตก้าวล้ำสิทธิเสรีภาพผู้อื่น

อย่าได้แสดงความพยาบาทอาฆาตมาดร้าย ประหัตประหารด้วยอาวุธลมปากและความเท็จต่อผู้อื่น โดยอ้างเหตุผลทางการเมืองหรือเหตุอื่นมาสร้างความชอบธรรมแก่ตนเอง อย่าให้ลูกหลานในอนาคตเหลือแค่ความทรงจำแห่งความภาคภูมิในอดีตบนซากปรักหักพังของชาติไทย ที่ผองชนรุ่นปัจจุบันได้ทำลายล้างไปอย่างตั้งใจและมิได้ตั้งใจ

สามารถอ่านรายละเอียดเต็มได้ที่กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
  • Casyhero

    ความเห็นที่ไม่มีหลักการที่ชัดเจน ถ้าพูดประสาชาวบ้าน เรียกว่าไปแบบน้ำขุ่นๆ เพราะกรณีชัดเจนกว่านี้ เช่นนายสนธิ ลิ้มทองกุล คนต่างด้าวที่สวมรอยเป็นคนไทย ชัดเจนกว่านี้มาก แต่ไม่เคยต้องโทษแต่อย่างใด

  • Phat2498

    ไม่น่าเชื่อที่มีความเห็นเช่นนี้ มีคดีอีกหลายคดีที่สังคมสงสัยต่อบทบาทของศาลยุติธรรมประเทศไทย ควรอย่างยิ่งที่จะต้องทบทวนบทบาทหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว

  • Nopadon1964

    ผมเห็นว่ามีหลักการชัดเจนถูกต้องตามหลักวิชาการและศีลธรรมของคนดี

  • LOVE_BEE003

    ความยุติธรรมในโลกนี้มันมีนะแต่ไม่ใช่”ประเทศไทย”

  • Nitkulsiri

    ขอบคุณค่ะที่ออกมายืนยันและยืนหยัดในความถูกต้อง ยุคสมัยนี้ คนมักไม่รู้จริงในสิ่งที่พูด คำก็อ้างสิทธิ คำก็อ้างเสรีภาพ ทั้งที่ไม่รู้ที่มาทีี่ไปของสิ่งนั้นจริงจัง ทำตนเสมือนลำโพง แค่ส่งผ่านข้อความ แต่ก็เป็นลำโพงที่บิดเบี้ยว เพราะส่งออกเฉพาะข้อความที่บิดเบือน …ดังที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า เมื่อคำโกหกเฟื่องฟู ความชั่วอื่นๆก็เฟื่องฟูด้วย เพราะหวังปกปิดความชั่วนั้นๆด้วยคำโกหก

  • http://twitter.com/kumja Narate Kan

    จากการที่มีการพูดถึงกันมาก เกี่ยวกับอากงSMS
    ผมขอแชร์ความรู้คราวๆ เกี่ยวกับระบบมือถือเท่าที่ผมรู้
    เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้าน
    นอกจาก ดราม่า
    “อากงผู้น่าสงสารที่นั่งอยู่ดีๆที่บ้าน ก็โดน ตร. บุกมารวบเข้าซังเต 20 ปี ด้วย
    ข้อหาหมิ่น และ ศาลก็มีหลักฐานที่อ่อนอย่าง IMEI ที่สามารถปลอมแปลงได้”

    ปกติแล้ว โทรศัพท์ที่พร้อมใช้งาน จะมีข้อมูลสำคัญ 2 อย่างคือ
    1) IMEI ซึ่งเป็น รหัสที่ระบุ ตัวตนของโทรศัพท์
    ซึ่งตามหลัก โทรศัพท์แต่ละเครื่องควรจะมี IMEI ไม่ซ้ำกัน
    ถึงแม้จะเป็น ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกันก็ตาม

    2) IMSI ซึ่งเป็น รหัสที่ระบุใน SIM

    หลังจากที่ เปิดโทรศัพท์แล้ว
    โทรศัพท์ จะรอคลื่นจาก Cell Site ที่มีรหัส SID(รหัสค่ายมือถือ) ตรงกับที่ระบุใน SIM

    หากพบคลื่นจาก Cell Site โทรศัพท์มือถือจะทำการ “ลงทะเบียน” กับ Cell Site นั้น
    โดยส่ง IMEI/IMSI ไปให้ Cell Site

    Cell Site ก็จะจดจำ IMEI/IMSI เข้าในเครือข่าย
    เพื่อว่า ใครโทรมาหาเรา เครือข่ายจะได้รู้ว่า เราสังกัดอยู่ Cell Site ไหน
    แล้วทำให้โทรศัพท์เราดัง ได้ถูก

    ซึ่ง Cell Site นี้ มีระยะทำการตั้งแต่หลัก ไม่กี่ร้อยเมตร จนถึงหลายกิโลเมตร
    ทำให้ข้อมูล Cell Site สามารถบ่งชี้ สถานที่ของผู้ใช้โทรศัพท์แบบคราวๆได้
    (ถ้าใครใช้ GoogleMap บน Smart Phone
    คงจะเคยเห็น วงฟ้าๆของระยะ Cell Site เวลา GPS ยังรับคลื่นไม่ได้)

    ดังนั้น log จาก โอเปอเรเตอร์ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในชั้นศาล
    จะมีข้อมูลสำคัญถึง 4 ด้าน คือ
    1) IMEI (รหัสที่ระบุ โทรศัพท์)
    2) IMSI (รหัสที่ระบุ SIM)
    3) Cell Site ที่เชื่อมต่อ ซึ่งจะบ่งชี้ถึงสถานที่
    4) ช่วงเวลา ที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย

    ซึ่งข้อมูล log จาก โอเปอเรเตอร์ บ่งชี้ว่า
    ช่วงเวลา เชื่อมต่อกับ True หยุดไป
    ไปเชื่อมต่อกับ DTAC แล้วส่งข้อความหมิ่น
    ก่อนจะกลับมา เชื่อมต่อกับ True อีกครั้ง
    ใน cell site สถานที่เดียวกันคือ บ้านลุง

    นั่นคือ
    โทรศัพท์อากง มีการเปลี่ยน SIM เพื่อหมิ่น
    ก่อนจะเปลี่ยน SIM กลับ นั่นเอง!!!!

    ถึงแม้จะมีข้อเท็จจริงว่า
    “มีโปรแกรมเฉพาะที่สามารถเข้าไปแก้ไขเลข IMEI ได้อย่างอิสระ”
    แต่ log จะไม่มีทางที่จะหน้าตาแบบนี้
    อย่างน้อย cell site และ เวลา
    ควรจะแตกต่างกันมากกว่านี้
    ไม่ใช่สถานที่เดียวกัน แล้วช่วงเวลาสลับการเชื่อมต่อ SIM กันแบบนี้

    สรุปง่ายๆคือ
    1) โทรศัพท์มือถือสามารถปลอมแปลง IMEI หรือไม่?
    คำตอบคือ “ใช่”
    แต่
    .
    .
    .
    2) อากงถูกปลอมแปลง IMEI ไปหมิ่น หรือไม่?
    คำตอบกลับเด่นชัดว่า ”ไม่”
    เพราะ ข้อเท็จจริงของ log จาก โอเปอเรเตอร์
    นั้นครอบคลุมชัดเจนกว่า เพียงด้าน IMEI
    —–
    แสดงให้เห็นว่า
    “จำเลยกระทำความผิดจริง อย่างมีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความผิด
    ด้วยการซื้อ SIM DTAC แบบใช้แล้วทิ้ง มาก่อการ”

    หน่ำซ้ำ จำเลยยังไม่สำนึกผิด
    ยังพยายามกลบเกลื่อนต่อในชั้นศาล เพื่อให้ตนพ้นข้อกล่าวหา โดย

    1)ตอนแรกพยายามจะบอกว่า เดือนพฤษภาคมนั้นตนเอามือถือไปซ่อม
    (จะโบ้ยว่าร้านมือถือเป็นคนส่ง)
    แต่หลักฐาน log มีสถานที่กำกับ
    จำเลยจึงเปลี่ยนคำให้การ อ้างว่าจำผิด อาจส่งซ่อมเดือนเมษายน

    2)จากนั้นจึงอ้างว่า IMEI นั้นสามารถปลอมแปลงได้
    ดังนั้น อากงอาจถูกปลอมแปลงตอนไปซ่อมมือถือ
    แต่คำให้การก็มีพิรุธ อ้างว่าจำ ร้านซ่อมมือถือไม่ได้
    ทั้งๆที่ ถ้าส่งซ่อมจริงต้องจำได้เพื่อไปเอามือถือคืน
    นอกจากนี้ log ก็ ชี้ชัดอยู่แล้วว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

    3)อากงจึงดิ้นรนเฮือกสุดท้ายว่า
    อากงลืมมือถือไว้ที่บ้านบ่อยๆ
    โดยให้คนใกล้ชิดมาเป็นพยาน
    (จะโบ้ยว่ามีใครบุกเข้ามาในบ้านเปลี่ยนSIM แล้วส่ง??)
    ซึ่ง common sense เลยคือ
    ถ้าบุกถึงในบ้านจะมาเปลี่ยน SIM ทำอาแป๊ะอะไร??

    ศาลจึง จัดเต็ม ไป 4×5 = 20 ปี
    คุก 20 ปีของอากง จึงไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย!!
    —–
    4) ข้อน่าสังเกตอันนึงคือ
    หลังจากจนต่อหลักฐานโจทก์
    อากงยังเลือกที่จะสู้ต่อ ด้วยดราม่าน่าสงสาร ว่า
    ตนจงรักภักดี, แก่แล้วหลงๆลืมๆ, ส่ง SMS ไม่เป็น ฯลฯ
    และ ยังเอาหลานมาเป็นพยาน เพื่อให้บันทึกในศาลอีกด้วย

    ซึ่งตรงนี้ถ้าใครรู้เรื่องนิติศาสตร์
    จะรู้ว่าการต่อสู้แบบนี้จะไม่มีผลต่อคดีในศาลเลย
    เหมาะกับจัดตั้งมวลชนนอกศาลมากกว่า

    เพราะคนปกติ มักจะคิดว่า คนใกล้ชิดให้การ
    ศาลควรให้น้ำหนัก เพราะน่าเชื่อถือ

    แต่จริงๆแล้ว ตามหลักนิติศาสตร์
    คนใกล้ชิดฝ่ายใดฝ่ายนึง จะมีน้ำหนักน้อยมาก ในศาล
    เพราะมีแนวโน้มสูงว่าจะให้การช่วยเหลือ โจทก์/จำเลย
    (ดูความหมาย ผู้หญิงปิดตา ถือตาชั่งและดาบ)
    ยิ่งอากงให้การขัดกับหลักฐานมาก่อนหลายครั้งยิ่งไม่ต้องพูดเลย
    ว่าจะเหลือน้ำหนักเท่าไหร่

    พูดง่ายๆคือ
    การสู้แบบนี้ มันไม่ได้คิดชนะในศาลแต่แรกแล้วแต่ จะใช้ การดึงอารมณ์ร่วมจากประชาชนปกติที่ไม่รู้ตรงนี้เพื่อจัดตั้งมวลชนนอกศาลมากกว่า!!!

  • Dum_120

    ศาลท่านทำถูกต้องแล้วครับ ไอ้อากงคนนี้มันก็ไม่ใช่คนไทย และไอ้พวกที่ชอบออกมาด่าศาล จงจะทำหลายสถาบัน ไอ้คนพวกนี้มันก็ไม่ใช่คนไทยอย่างแท้จริง 

  • ไม่ชอบคนโกง

    ขอบคุณที่ให้รายละเอียด  คนที่บอกว่าหลักฐานอ่อนจะได้รับทราบชัดเจนขึ้น   เพราะรู้สึกว่าคดีนี้ถูกใช้ทางการเมืองมากกว่าจะพูดกันให้ชัดถึงหลักฐานทางคดี

  • Chai_nana2535

    คนที่มีความผืดชัดเจนกว่าสนธิและความยุติธรรมไทยไม่สามารถนำมาติดคุกได้…คือทักษิณ ชิณวัตร
    จนกลายเป็นตัวต้นเหตุความหายนะของชาติไทย…จนทุกวันนี้

  • http://www.facebook.com/JayJameslove เจไดย์ รักทุกคน

    ไอ้โฆษกศาลเนี่ยนะ พูดเก่งนะ อ้างโน้นอ้างนี่ระดับเทพเหมือนจะเก่ง  แต่เวลาเชิญไปถกในวิชาการของแท้กับคนเก่งจริงๆอย่างกลุ่ม”คณะนิติราษฏร์”รับรองพวกโฆษกศาลพวกนี้กลับบ้านไม่ถูกแน่นอน .   ผมอยากถามศาลไทยสั้นๆนะ “กฏหมายกับมนุษยธรรม อย่างไหนสำคัญกว่ากัน”

  • http://twitter.com/untamed_head untamed_head

    อ้าว ผมนึกว่าอากงเป็นคนไทยเสียอีก ?

  • ก๊วยเจ๋ง รักในหลวง

    หากอากง “ยืนชงโอเลี้ยงขาย” หรือ ดูทีวีอยู่บ้านเฉยๆ…หรือ ไปรับหลานกลับจาก ร.ร.ตามปกติ ฯลฯ…..(คงไม่มีใครไปจับอากงแล้วยัดเยียดข้อหาว่าผิด กม.ได้)

    เห็นนักวิชาการบางคนบอกว่า อากง (อายุ 61 ปี) แก่แล้วนะ เป็นมะเร็งด้วย (คือ ทำให้ดราม่า ขั้นเทพฯ)

    ขอถามว่า ทำไมหรือ เป็นมะเร็งแล้ว..ต่อมความถูกต้อง ต่อมความดี…โดนมะเร็งทำลายไปรึไง…หรืออายุมากแล้ว…ไม่จำเป็นต้องทำตามกฎหมายก็ได้…แก่แล้วแก่เลย ต่อมคุณธรรมหายไปหรืออย่างไร?

    สรุป ชอบคำชี้แจงนี้มาก….(คนแก่มากมาย ที่ทันสมัย และ รู้เรื่องเทคโนโลยี รู้แต่เลว มีเยอะไป)

  • Nopadon1964

    ไปๆมาอากงคนที่ศาลยุติธรรมซึ่งพิพากษาตามกระบวนการวิธีพิจารณาฯตามพยานหลักฐานและมีทนายความแก้ต่างให้ในคดีที่อากงซึ่งดูหมิ่นด้วยถ้อยคำที่จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่อากงคนนี้กำลังจะถูกคนบางกลุ่มเชิดชูให้เป็นวีรบุรุษ อากงคนนี้คนที่มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของร่มพระบารมีแต่ดูหมิ่นสถาบันสูงสุดของชาติไทยแต่คนบางกลุ่มกลับหาว่าศาลฯเอนเอียง ตัดสินความกันเองตามความคิดตามกระแสที่คิดกันเอง อากงทำผิดต้องใช้กรรมถ้าคิดว่าไม่ผิดก็อุทธรณ์ฎีกาไป อย่าใช้กระแสกฎหมู่ มิฉะน่ั้นบ้านเมืองจะไร้ขื่อแปถ้าวันนี้อาแปะอากงที่หมิ่นในหลวงพระราชินีได้เป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่มครับ

  • เอ็กซ์นิติราชภัฏ

    ขอให้ตัดสินคดีสนธิและจำลองในคดีปิดสนามบินและปิดทำเนียบหรือว่ามัน2คนอยู่เหนือกฎหมายทำอะไรไม่ได้ จึงเป็นสาเหตุที่ว่ากฎหมายไทยไม่ศักสิทธิ์เพราะ2มาตรฐาน ความปรองดองจึงไม่เกิด

  • พวกคุณนับวันยิ่งเสื่อม

    อ่อ คนใช้หลักเดียวกันกับทุกคนได้ปะหละ เช่นคนดีต้องถูกตรวจสอบได้ ต้องเสียภาษี เหมือนกันกับชาวบ้านเค้า ทุกคนทีสิทธิ์ทำไม่ดี ได้ แม้ว่าจะแก่ หรือ คนจะมองว่าเค้าเป็นคนดี แต่ทุกคนต้องโดนตรวจสอบ เมหือนกันมาตรฐานเดียวกัน คนกล้าไหม หละ ขอย้ำว่าทุกคน

  • Yimnidna

    ต้วข้อมูํลดีมาก  แต่น่าจะต้องมีที่มาว่าเอามาจากไหน  ก็จะเยี่ยมยุทธครับ

  • Yimnidna

    ขออภัยที่ผมพูดไป คิดดูแล้วตอบได้เองว่า ก็เอามาจากคำพิพากษาไง ด้งนั้นจึงไม่จำเป้นต้องให้คุณ Narate Kan มา้ต้องมาบอกอีก  ขอขอบครับที่ให้ข้อมูลอย่างละเอียด

  • Yimnidna

    อ้าวว  ไหงลากโยงไปเป็นเรืองการเมืองไปไ้ด้แถมวกมาอัดศาลซะง้าน เหมือนว่ามีอคติกับศาลนะ ยังไงก็ตามเรื่องที่ท่านพูดถึงนั้น  ศาลท่านเกี่ยวข้องเป็นคนสุดท้ายนะครับ  ก่อนจะถึงมือท่านต้องผ่านกระบวนการจากผู้ที่เกี่ยวข้องมากนะคร้บ  ยกตัวอย่างชัดๆ  คดีนักการเมืองเอาที่ดินที่คุณยายบริจาคให้วัดน้ับ100ไร่  ไปๆมาๆกลายเป็นขายให้เอกชนไปซะง้าน  คดีนี้อายุความนับ10ปีแต่กลับมีการหมดอายุความไปได้ด้วยอิทธิฤทธิอะไร่ีไม่ทราบ  ซึั่งไม่เกี่ยวอะไรกับศาลท่านเลยนะครับสหายไทย