โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์
ร่ำร้องกันมานานแสนนานแล้วว่า
“อยากให้ กรุงเทพฯ เป็นเมืองงดงาม เต็มไปด้วยความสุข พรั่งพร้อมทั้งทางวัตถุและจิตใจ”
ในวันนี้ “ทุนนิยม” ที่เคยมุ่งเน้นแต่วัตถุ จนทำให้ “กรุงเทพ” แทบเป็นบ้าไปนั้น กำลังทบทวนตัวเอง และเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ “ความสุข” มากขึ้น
โลกกำลังเข้าสู่ยุคสมัยของ Creative Economy ซึ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่เทคโนโลยีและการผลิตแบบ Mass อีกต่อไป
แต่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) จะเกิดขึ้นไม่ได้ หาก “เมือง” ที่เป็นแหล่งพำนักของนักสร้างสรรค์ (Create Worker) ไม่ได้มีบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างสรรค์
ถึงเวลาแล้วที่จะ Change กรุงเทพ ให้เป็น “เมืองแห่งการสร้างสรรค์ Creative City”
1. จัดสร้าง Creative Square ในย่านสยามสแควร์ เพื่อเป็นแหล่งดึงดูดนักสร้างสรรค์จากทั่วประเทศไทยให้มารวมตัวกัน จัดกิจกรรมต่างๆ
นักเขียน ศิลปิน นักโฆษณา นักการตลาด ฯลฯ สามารถมาถกเถียงแลกเปลี่ยนความคิดกัน
เพื่อความดึงดูดในช่วงแรกอาจจัดกิจกรรมที่นำ Star ของแต่ละแวดวงมาสนทนากันอย่างลึกซึ้งถึงแก่นแท้แห่งการสร้างสรรค์
ยิ่งกว่านั้น ยังต้องออกแบบสถานที่ให้มีศิลปะ มีส่วนเว้าส่วนโค้งและสีสันที่เหมาะสมต่อการสร้างสรรค์
มีการจัดเชิญนักเขียนรางวัลโนเบลจากต่างประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนเป็นระยะ
2. เผยแพร่ผลงานของ Creative Square ให้เป็นที่รู้จักผ่านทางสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือ
อาจนำ “Dialogue” ที่ลุ่มลึกนุ่มนวล ของศิลปินนักเขียนอย่าง วินทร์ เลียววาริณ สุชาติ สวัสดิ์ศรี วิมล ไทรนิ่มนวล แดนอรัญ แสงทอง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ฯลฯ ที่ได้รับเชิญเป็นแขกประจำของ Creative Square มาตีพิมพ์เผยแพร่
3. สร้างร้าน iDea Cafe หรือร้านกาแฟสร้างสรรค์ ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้นักสร้างสรรค์ที่ไอเดียบรรเจิด ในยามที่ชาวบ้านคนอื่นหลับนอนกัน ได้มีโอกาสใช้ช่วงเวลาที่เงียบสงบนี้ เปล่งประกายความคิด
บางที iDea Cafe นี้ อาจเป็นคู่แข่งอันน่ากลัวของ Star Bucks ซึ่งถูกสร้างให้เป็นสถานที่พักผ่อน ปลดปล่อยความเหนื่อยล้า แต่บรรยากาศยังไม่เหมาะสมเพียงพอที่จะจุดระเบิดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้โชติช่วงได้
iDea Cafe อาจพัฒนากลายเป็นที่นั่งเล่นของนักเที่ยวกลางคืน ซึ่งเบื่อหน่ายกับเสียงอึกทึกโวยวายของผับบาร์ แต่อยากแสวงหาสถานที่อบอุ่นนุ่มสบายเพื่อสานเสวนากับเหล่ามิตรสหายชิดใกล้ที่ประกายชีวิตมักจะลุกโชติช่วงแต่ในยามราตรี
4. นักสร้างสรรค์อาจมีเวลานอนที่ไม่ตรงกับคนอื่น ดังนั้น จึงควรจัดสถานที่ผ่อนคลาย (Sleeping and Spa Space) ให้นักสร้างสรรค์ได้ใช้ความคิดอย่างถึงที่สุด
อาร์คิเมดิส ได้ค้นพบความคิดอันยิ่งใหญ่ Eureka ก็ในห้วงขณะจุ่มตัวลงในน้ำอย่างบ้าคลั่งนั่นเอง
ไอนสไตน์ คือ นักสร้างสรรค์ทฤษฏีวิทยาศาสตร์ชั้นเลิศ ที่มักจะจมจ่อมอยู่ในห้องอาบน้ำอันรื่นรมย์ ที่มีสายน้ำและฟองสบู่เป็นเพื่อนที่แสนดี
5. รัฐบาลจัดพิธีมอบรางวัล “นักสร้างสรรค์แห่งปี” ให้กับศิลปิน ผู้กำกับภาพยนตร์ นักแต่งเพลง หรือกวี ที่มีผลงานสร้างสรรค์มากที่สุด
รางวัลนี้ควรจะปลอดพ้นการเมืองและเหตุผลทางธุรกิจ แต่ต้องคัดเลือกอย่างซื่อตรง เพื่อให้ชุมชนแห่งการสร้างสรรค์เกิดพลังไฟที่จะผลักดันผลงานสร้างสรรค์ให้ทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น
สรุปแล้ว รัฐบาลต้องพยายามสนับสนุนเพื่อให้ Bangkok พัฒนาเป็น Creative City เมืองที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ (Inspiration) ของการสร้างสรรค์
เพื่อช่วยเร่งประสานให้ Creative Economy เป็นแหล่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ชดเชยกับ Mass Economy ของเมืองไทย ที่กำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับจีนและเวียดนาม
ขอบคุณ คุณกิตติรัตน์ ปิติพานิช Design Advisory Director จาก TCDC ที่ช่วยจุดประกายความคิดเรื่อง Creative City
