Creative Economy ดูเหมือนจะเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่แสนหอมหวนชวนให้ลิ้มลอง แต่หลายคนยัง “กังขา” ทั้งในด้านความรู้ความเข้าใจ ความพร้อม รวมถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการสนับสนุน
แต่ท่ามกลางความสงสัยทั้งหลายนั้น รัฐบาลได้เริ่มต้นเดินหน้าอย่างจริงจัง เพื่อปลุกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้หลุดรอดจากวงจรอุบาทว์ของ “ยุทธศาสตร์ค่าแรงราคาถูก” มาขายของแพงที่มาจากหยาดเหงื่อแห่งความคิดสร้างสรรค์
“กรุงเทพเมืองสร้างสรรค์ (Bangkok Creative City)” ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาค้นคว้าวิจัยกันอย่างลึกซึ้ง โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำการศึกษา “อัตลักษณ์” ของเอสเอ็มอีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อนำความหลากหลายแตกต่างกันทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม มาเชื่อมโยงและร้อยเรียงให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืน
เช่นเดียวกัน คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้มองเห็นถึงความ “มั่งคั่ง” ในมรดกวัฒนธรรมของกรุงเทพ ที่สั่งสมมากว่า 220 ปี โดยสามารถนำมาต่อยอดเป็นสินค้าหรือบริการ ซึ่งเน้นไปที่การออกแบบดีไซน์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งงานช่าง งานฝีมือ และอาหารไทย เพื่อสร้างความงามที่มี “เอกลักษณ์” และยากที่จะเลียนแบบได้
หากมองในเชิง “ยุทธศาสตร์” รัฐบาลได้มาถูกทางแล้ว โดยเฉพาะการมองเห็นถึง “ความหลากหลาย” ว่าเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้าสร้างสรรค์ (Creative Product) แต่ในเชิง “ยุทธวิธี” รัฐบาลยังคงขาดแคลนเครื่องมือ (Methodology) ในการสกัดความหลากหลายที่อาจมีทั้งความเหมือนและความต่างให้สามารถหลอมรวมกันเป็นความงามที่มีคุณค่าและอัตลักษณ์ได้ เพราะหากไม่มีวิธีการที่ถูกต้องแล้วความหลากหลายที่รุ่มรวยนั้นก็อาจแปรเปลี่ยนเป็นความดาษดื่นและไร้ค่าไม่ต่างจากสินค้าโหลที่มีราคาถูก
ยุทธวิธีในการแปรเปลี่ยน “ความหลากหลาย” ให้กลายเป็น “ความงามอย่างมีอัตลักษณ์ (Originality)” ยังเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำการบ้านกันอย่างหนักหน่วง
อย่างไรก็ตาม เมืองไทยยังมี “ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ” (TCDC) ที่เนรมิตขึ้นมาจากวิสัยทัศน์อัจฉริยะของปัญญาชนสยาม “พันศักดิ์ วิญญรัตน์” จึงน่าจะส่งเสริมและร่วมมือกับรัฐบาลในการเติมเต็มด้านกลวิธี (Methodology) ในการแปรเปลี่ยนความหลากหลายให้เป็นความงามที่สร้างสรรค์
ถึงแม้ในวันนี้ “ปัญญาชนสยาม” จะเดินจาก TCDC ไปนานแล้ว แต่ก็มีผู้สืบทอดอย่าง ดร.อภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ผู้อำนวยการ TCDC คนปัจจุบัน ซึ่งได้แสดงภูมิปัญญาด้าน Creative Economy ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ อย่างน่าสนใจขบคิด
“เศรษฐกิจสร้างสรรค์มันเป็นวิธีคิดที่ต้องโตมาจากสังคมของการบ่มเพาะทาง ความรู้ ไม่ใช่การอยู่ดีๆ นั่งแล้วฝันว่าอันนี้มันสวย มันสร้างสรรค์ แล้วทำออกมา แต่มันต้องเกิดจากความรู้ โตจากความรู้และเติมความคิดสร้างสรรค์ไปบนฐานความรู้นั้น มันถึงจะมีความเป็นไปได้”
นี่จึงเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มวิธีการสกัดความหลากหลายให้กลายเป็น Creative Product ที่มีเสน่ห์และความงาม โดยไม่หลงในวังวนจมอยู่กับวังวนแห่งความฝัน ที่อาจทำให้ความหลากหลายกลายเป็นยาพิษที่ไม่มีลูกค้าชั้นดีคนใดต้องการจะกลืนกิน
ดร.การดี เลียวไพโรจน์ อาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังเป็น “เสาหลัก” อีกต้นหนึ่งของ Creative Thailand ที่ช่วยเติมเต็มความมั่นใจในการแปรเปลี่ยน “เสน่ห์ความงาม” ที่สกัดจากความหลากหลาย ให้ขายดิบขายดี ตรงตามความต้องการของลูกค้า เพื่อผลักดันให้บรรลุเป้าหมายร้อยละ 20 ของ GDP ภายใน 3 ปี ตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้
“การคิดได้ คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์เป็นพรสวรรค์กันอยู่แล้ว คิดได้ สร้างสรรค์ได้ เราได้คะแนนสูงมาก แต่การรู้จักตลาด เรากลับสอบตก เพราะมักคิดว่าของเรานั้นทำดีแล้ว ทำอะไรออกมาก็จับยัดใส่มือลูกค้า ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ผิด ก่อนทำอะไรออกมา เราต้องเข้าใจลูกค้าก่อน ว่าเขาต้องการอะไร จึงผลิต จึงลงทุน ด้านการผลิต และบริการ เรามีทรัพยากร แต่ต้องพัฒนาเรื่องมาตรฐาน การขายนอกจากความคิดสร้างสรรค์แล้ว เรื่องความปลอดภัย แหล่งที่มากระบวนการผลิตมันสำคัญ ต่างประเทศเขาดูเรื่องนี้เราจะละเลยไม่ได้ ทุกอย่างมันจึงต้องเป็นระบบ ส่วนการขายได้ก็ต้องผลักดันสู่ตลาดอย่างถูกที่ถูกจุด”
สรุปแล้ว Creative Thailand มีทรัพยากรเพียบพร้อม ทั้งด้านผู้ประกอบการ มรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งอุดมสมบูรณ์ทั้งคุณค่าและความหลากหลาย ที่สำคัญยังมีผู้นำทางความคิดทั้งในฝ่ายปฏิบัติงาน ฝ่ายออกแบบ และฝ่ายธุรกิจ จึงเหลือเพียงความร่วมมือในเชิงลึก (Symphony) ที่จะช่วยกันตกผลึกให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยเติบโตและงอกงาม
Creative Economy แท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ที่ “ความฉลาดเฉียบแหลม” ที่เป็นคุณสมบัติพิเศษของใครคนใดคนหนึ่ง แต่กลับเป็นการหยิบยืมภูมิปัญญาของคนที่แตกต่างหลากหลาย เพื่อเป็น “วัตถุดิบ” ในการพัฒนาคุณค่าสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัวเราให้เป็นเอกลักษณ์ที่งดงามซึ่งมีคุณค่าทั้งในเชิงเศรษฐกิจและจิตใจ
………………….
ขอขอบคุณ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ สำหรับบทสัมภาษณ์ผู้นำทางความคิดด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเมืองไทย
