เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลการประชุมศอฉ.ช่วงเช้าที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศอฉ. เป็นประธานในการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการพูดใน 3 ประเด็น คือ ประเด็นที่ 1 หมายเรียกชุดที่หนึ่งที่ออกไปให้บุคคล 52 ท่านมาพบเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร โดยมีบุคลตามหมายเรียกมาพบแล้ว 21 ท่าน ยังไม่มาพบอีก 31 ท่าน ซึ่งในส่วนของกำลังพลศอฉ.จะประสานฝ่ายกฎหมายและตำรวจว่า มีการดำเนินการส่งหมายเรียกเรียบร้อยหรือยัง หากมีการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว คงมีการปรับเปลี่ยนเป็นหมายจับในโอกาสต่อไป ส่วนหมายเรียกชุดที่สองจะเรียกมา54 ท่าน รวมสองชุดมีทั้งหมด 106 ท่าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวิทยุชุมชน แท็กซี่ จักรยานยนต์ และการ์ดนปช.ที่ชัดเจนในที่อยู่
“ประเด็นที่ 2 บริเวณที่ชุมนุมแยกราชประสงค์ หลังจากที่สื่อมวลชนมีการนำเสนอให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ไม่ปลอดภัย เพราะมีการสะสมอาวุธหลายรูปแบบ มีการจัดทำเป็นห้องประตูหอรบนั้น เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ซึ่งทางศอฉ.ได้ชี้แจงกับประชาชนไปแล้ว ดังนั้นต่อไปนี้ทางศอฉ. เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจจะดำเนินการอย่างเฉียบขาดไม่ปล่อยให้มีการเคลื่อนมวลชนไปในพื้นที่ ต่างๆอีกต่อไป และจะอยู่ได้แค่แยกราชประสงค์ แต่ไม่ใช่ว่า จะอยู่ได้ถาวรตลอดไป แต่ขั้นต้นเราได้มีการวางกำลัง เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนไปยังถนนสีลม โรงพยาบาลศิริราช และจะมีการดำเนินการป้องกันในพื้นที่อื่นๆต่อไป”พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
พิษการเมือง ทำดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมมี.ค.ลดเป็นเดือนที่ 2
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เผย ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน มี.ค.53 อยู่ที่ 101.6 ปรับตัวลดลงจากเดือนก.พ.53 ซึ่งอยู่ที่ 114.5 โดยดัชนีได้ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานกิตติมศักดิ์ และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท. กล่าวว่า การที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 มาจากดัชนียอดคำสั่งซื้อ, ยอดขาย, ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ โดยมีสาเหตุมาจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อ และความกังวลในสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจเกิดความรุนแรง ทำให้ผู้บริโภคมีการชะลอการใช้จ่ายลง นอกจากนี้ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ยังส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการ เกษตร เช่น สับปะรด, มันสำปะหลัง, สมุนไพร ซึ่งทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีวัตถุดิบในการผลิตลดลง
สำหรับด้านสภาวะแวดล้อมในการดำเนินกิจการ พบว่าผู้ประกอบการมีความกังวลในประเด็นผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองมาก ที่สุด ซึ่งเป็นปัจจัยทางด้านลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมากจากการ ชุมนุมที่ยืดเยื้อและไม่มีทีท่าว่าจะยุติได้ จากการสำรวจพบว่าผู้ประกอบการมีความกังวลต่อปัจจัยการเมืองมากขึ้นคือจาก 62.9% เพิ่มขึ้นเป็น 75.7% ในเดือนมี.ค. ซึ่งสะท้อนว่าผู้ประกอบการมีความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองมาก รองลงมา คือเรื่องสถานการณ์ราคาน้ำมัน, อัตราแลกเปลี่ยน, สภาวะเศรษฐกิจโลก และอัตราดอกเบี้ย
ที่มา : โพสต์ทูเดย์
