เศรษฐกิจเอเชียเหลื่อมล้ำสูง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ 2009 อาจนำไปสู่ความไม่สงบทางสังคม

July 31, 2009

นายราจัต นัก กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) กล่าวว่า การเติบโตของเศรษฐกิจและระเบียบทางสังคมของเอเชียยังตกอยู่ใต้ภัยคุกคามจาก การที่มีความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจนสูงมาก แม้ว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจเอเชียจะเติบโตอย่างมาก แต่ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนยิ่งถ่างกว้างขึ้น จำนวนคนรวยที่รวยขึ้นมีมากกว่าจำนวนคนจนที่รวยขึ้น

แต่วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม สิ่งนี้อาจนำไปสู่ความไม่สงบในสังคม

ปัจจุบันภูมิภาคเอเชียยังมีคนจนหรือผู้มีรายได้ต่ำกว่าวันละ 1 ดอลลาร์ อยู่ 620 ล้านคน และยังมีเด็ก 107 ล้านคน ที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ ที่น้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน อีก 100 ล้านคน ไม่ได้รับการศึกษาขั้นประถม นอกจากนี้ เยาวชนส่วนใหญ่อาจกลายเป็นกลุ่มประชากรที่ถูกสาปหากประเทศในเอเชียไม่สามารถ หางานรองรับคนเหล่านี้ ดังนั้น เพื่อลดปัญหาความยากจน รัฐบาลเอเชียต้องลงทุน 4 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี เพื่อจัดสร้างสาธารณูปโภค นอกจากนี้ ต้องพึ่งพาทางเศรษฐกิจจากชาติตะวันตกน้อยลง

ที่มา : มติชน

ความเห็น SIU

การสร้างสาธารณูปโภคที่ ADB แนะนำเพื่อแก้ไขปัญหาการว่างงานและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่วิธีการแก้ไขที่ถูกต้องอีกต่อไป

ประเทศไทยได้ผ่านขั้นตอนของการสร้างสาธารณูปโภคที่เริ่มตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์มานานแล้ว ตอนนี้วิธีแก้ไข คือ การยกระดับฝีมือจากคนงานในโรงงานอุตสาหกรรม (Blue Collar) มาเป็นคนงานนั่งโต๊ะ (White Collar)

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้ White Collar ก็เริ่มที่จะอิ่มตัวในสังคมไทย ดังนั้น จึงต้องยกระดับจาก White Collar ขึ้นไปเป็น No Collar เพื่อทำให้เกิด “ที่ว่าง” เพียงพอให้ Blue Collar ยกระดับขึ้นไปเป็น White Collar

การจะยกระดับจาก White Collar ขึ้นไปเป็น No Collar นั้น นอกจากจะสนับสนุนให้มีการเพิ่มพูนทักษะความรู้ให้กับ White Collar ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบแล้ว ยังต้องมีการสนับสนุนให้เกิด “ธุรกิจนวัตกรรมและธุรกิจสร้างสรรค์ (Innovation and Creative Business)” เพื่อเพิ่มช่องทางและตำแหน่งงานให้ No Collar มีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

Comments

Got something to say?






;