Practical Report วิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ 2009 : จุดเปลี่ยนใหญ่ของโลกที่ “ทุกคน” ต้องปรับตัว?

หากใครกำลังเข้าใจว่า “วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์” ที่เกิดขึ้นในประเทศอเมริกา เป็นเพียงวิกฤตของประเทศที่ร่ำรวยฟุ้งเฟ้อ คงต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ เพราะการคิดเช่นนี้อาจนำอันตรายมาให้อย่างไม่รู้ตัว

ตัวเลข “ตำแหน่งงานว่าง” ที่สูงถึง 3 ล้านตำแหน่ง ได้สะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตครั้งนี้ ไม่ธรรมดา โดยนิตยสาร BusinessWeek ซึ่งพาดหัวข่าวนี้ ได้วิเคราะห์ว่า สาเหตุของการมีตำแหน่งงานว่างมากมายเช่นนี้ ทั้งที่ตอนนี้อเมริกากำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ และมีคนตกงานถึง 13 ล้านคน เนื่องมาจากว่า คนตกงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคก่อสร้าง การเงิน และค้าปลีก ซึ่งแรงงานเหล่านี้ไม่เคยได้รับการอบรมสำหรับตำแหน่งงานที่ว่างอยู่ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต ไม่ว่าจะเป็น การศึกษา ไอที สุขภาพ และราชการ

จึงเห็นได้ว่า วิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน และในอนาคตข้างหน้า จะไม่ได้เป็นวิกฤตของคนทั้งประเทศ ของทุกอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่จะเป็นวิกฤตเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีปัญหาหรืออุตสาหกรรมที่กำลังเข้าสู่ช่วงขาลงของวัฎจักรธุรกิจ ส่วนในอุตสาหกรรมที่เข้าสู่ช่วงการเจริญเติบโตนั้น แม้วิกฤตเศรษฐกิจจะทำให้อุตสาหกรรมเหล่านั้นต้องรัดเข็มขัดและชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็สามารถประคับประคองหรือถึงขั้นเติบโตได้

อย่างไรก็ตาม พนักงานในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต ก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เพราะในยุคโลกาภิวัตน์ที่ทุกบริษัท ทุกอุตสาหกรรมล้วนต้องแข่งขันกันอย่างรุนแรงทั้งในและนอกประเทศ ผู้บริหารบริษัทจึงถูกบีบให้ต้องปลดคนงานได้เสมอ หากผลงานไม่เข้าตา โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้

ขณะเดียวกัน หนังสือเรื่อง The flight of the creative class ซึ่งได้วิเคราะห์ถึง ความอ่อนแอตกต่ำของเศรษฐกิจอเมริกานั้น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการขาดความสามารถและสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยในการดึงดูดคนเก่ง (Talent) จากประเทศต่างๆให้มาคิดค้นสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยี ขณะที่ประเทศอย่างจีน เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ อินเดีย เริ่มที่จะพัฒนาประเทศของตนให้สามารถดึงดูด “คนเก่ง” ซึ่งผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้จัดให้อยู่ในกลุ่มชนชั้นใหม่ที่เรียกว่า creative class ให้สามารถเข้ามาทำงานสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศของตนเองได้

วิกฤตเศรษฐกิจโลกในครั้งนี้ จึงยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มนี้ นั่นคือ ขณะที่แรงงานจำนวนมหาศาลต้องว่างงาน แรงงานอีกจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะที่สังกัดชนชั้นสร้างสรรค์ (Creative Class) จะถูกดึงตัว แย่งตัว ซื้อตัวจากบริษัทต่างๆทั่วโลก

โลกนี้กำลังเข้าสู่ยุคสมัยของ Creative Class ซึ่งจะเป็นกลุ่มคนที่มีพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ให้รุ่งเรืองหรือถดถอย ขณะที่เงิน เทคโนโลยี เครื่องจักร เริ่มที่จะลดบทบาทลง ดังนั้น ทุกคนจึงมีความเสี่ยงที่จะตกงาน และทางออกเดียวคือ การพัฒนาศักยภาพของตัวเอง เพื่อที่จะกลายเป็น Creative Class ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของทุกบริษัท ในทุกประเทศ