Practical Report ก้าวข้ามวิกฤตการณ์บ้านเมือง สู่การพัฒนาสมรรถนะแห่งชาติ

วันนี้ 24 ธันวาคม 2551 ทาง SIU ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ “การประชุมหารือของผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์ในห้องประชุม และมีการถ่ายทอด Internet TV และ e-radio ไปยังเครือข่าย 100 แห่งทั่วประเทศ” ในหัวข้อ “ก้าวข้ามวิกฤตการณ์บ้านเมือง เร่งสร้างสมรรถนะแห่งชาติ”

คนที่เข้ามาร่วมประชุมนอกจาก ศ. นพ. ประเวศ วะสี และ นพ. พลเดช ปิ่นประทีป (อดีต รมต สมัยรัฐบาลสุรยุทธ์) ก็ยังมีผู้แทนทั้งจาก ข้าราชการประจำ ทั้งพลเรือน ทหาร อดีต สนช. (เช่นคุณประสาร มฤคพิทักษ์), ตัวแทนจากภาคธุรกิจ (สหพัฒน์), ตัวแทนสื่อ (คุณสนธิญาณ – INN), ภาคประชาชน, หน่วยงานมันสมอง อย่างทีดีอาร์ไอ สกว. หน่วยที่กุมการเงินอย่าง สสส. คณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ ฯลฯ (มีรายชื่อตัวแทนจากสถาบันพระปกเกล้าฯ อย่าง ศ. บวรศักดิ์ อุวรรณโณด้วย แต่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม)



ทำให้ในที่ประชุม มีลักษณะเป็นการประชุมเชิงยุทธศาสตร์ พ้องกับข้อสรุปหนึ่งของหมอประเวศที่กล่าวว่า

การแก้ไขสภาพรัฐล้มเหลว (Failed state) คือการขาดสมรรถนะอย่างรุนแรงในการทำงานต่างๆ ให้ได้ผลไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ วิกฤตการเมือง และไม่สามารถเผชิญกับสภาพการเปลี่ยนแปลงในโลกใหม่ๆ อย่างวิกฤติเศรษฐกิจโลกและสงคราม



ศ. นพ. ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส

ดั้งนั้นจึงจะมีการเสนอให้นำทรัพยากรในชาติมาเสริมสร้างสมรรถนะของชาติ 8 เรื่อง และ 1 ในนั้นคือ

สถาบันวิจัยและพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ โดย สกว. ควรสนับสนุนหน่วยงานเช่น TDRI, NIDA, จุฬาฯ, มธ. และสถาบันวิชาการของกองทัพ ตั้งศูนย์หรือสถาบันวิจัยและพัฒนายุทธศาสตร์ชาติที่มีงบประมาณสนับสนุนพอ เพียง สามารถทำวิจัยได้อย่างเข้มแข็ง

ที่น่าสนใจมีตัวแทนจาก เครือข่ายปัญญาสยาม เข้าร่วมด้วย คือ นพ. เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) แต่วันนี้มาในนาม เลขาธิการเครือข่ายปัญญาสยาม ได้อภิปรายอย่างน่าสนใจ (เพราะลีลา, โทนการเล่าเรื่อง, การพูดถึงสถานการณ์ปัจจุบัน และการเล่าเกร็ดความรู้ของเครือข่ายปัญญาสยามว่า มีการจัดตั้งกันมาอย่างไร และแบ่งเป็นที The day before และ The day after – คือก่อนและหลังเหตุการณ์สงบลง – กลุ่มก่อน จะเสนอข้อเสนอไม่ให้เกิดการนองเลือด และกลุ่มหลังเป็นข้อเสนอถึงผู้กุมอำนาจถึงทิศทางต่อไป อะไรทำนองนั้น)

ข้อเสนอของกลุ่มนี้มี ข้อเสนอระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ดังต่อไปนี้

ระยะสั้น : ความปรองดอง-สมานฉันท์, การรับมือวิกฤติเศรษฐกิจ, ปัญหาการละเมิดสถาบันฯ (รวมถึงการตอบโต้สื่อต่างประเทศอย่าง The Economist ที่มีข้อความที่หมิ่นเหม่ต่อสถาบันฯ ด้วย)

ระยะกลาง : การทอนกำลังนักการเมืองที่คอรัปชั่น, การปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม, การปฏิรูประบบเศรษฐกิจ

ระยะยาว : การส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง, การเสริมสร้างจิตอาสา, การปฏิรูปการศึกษา

  • คนไทยแท้ๆ

    จะก้าวข้ามวิกฤตการณ์บ้านเมืองได้อย่างไร ในเมื่อรัฐธรรมนูญยังถูกฉีกทิ้งได้อย่างง่ายดายอย่างนี้ หากสามารถจัดการกับผู้ที่ก่อการรัฐประหารได้ โดยไม่ให้มีการนิรโทษตัวเอง
    ผู้ก่อการรัฐประหารจะต้องถูกนำตัวมาขึ้นศาล แต่อนิจาศาลรัฐธรรมนูญของไทยเป็นประชาธิปไตยหรือไม่