Practical Report เคเบิลไทย (CTH) จับมือไทยรัฐ-วิชัย ทองแตง ระดมทุนซื้อสิทธิพรีเมียร์ลีก

บริษัทเคเบิลไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักในนาม CTH ซึ่งให้บริการเคเบิลท้องถิ่น โดยใช้ยุทธศาสตร์การสร้างพันธมิตรระหว่างเคเบิลรายย่อยๆ หลายราย (อ่านข่าวเดิมได้จาก เปิดเคเบิ้ลทีวีไทย คู่แข่งทรูวิชั่น) ประกาศแผนการร่วมทุนครั้งใหม่

เดิมทีเคเบิลไทย โฮลดิ้ง มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท และมีนายเกษม อินทร์แก้ว นายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทยเป็นแกนหลัก แต่หลังการร่วมทุนครั้งนี้จะมีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท โดยผู้ร่วมทุนกลุ่มใหม่ได้แก่

  • นายวัชร วัชรพล ทายาทรุ่นที่สามของตระกูลวัชรพล เจ้าของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถือหุ้น 25%
  • นายวิชัย ทองแตง เศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 4 ของประเทศ ถือหุ้น 25%
  • ผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ ที่กำลังเจรจา ถือหุ้น 20%
  • กลุ่มเคเบิลไทยเดิมจะถือหุ้น 30%

แผนธุรกิจใหม่ของซีทีเอชจะขยายเครือข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงอีก 5,000 ล้านบาท และภายใน 5 ปีจะลงทุนกับโครงข่ายเป็นเงินทั้งหมด 20,000 ล้านบาท เพื่อวางโครงข่ายเคเบิลทีวีที่สามารถให้บริการอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์ และโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ต (IPTV) ที่มีจุดเด่นด้านการเชื่อมต่อเหนือทีวีดาวเทียม และทีวีดิจิทัลที่ใช้การส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์แบบปกติ

ส่วนในแง่เนื้อหา ทางกลุ่มซีทีเอชแสดงความสนใจจะเข้าประมูลซื้อสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่กลุ่มทรูถือสิทธิ์อยู่ในปัจจุบัน แต่จะต้องประมูลใหม่ในปี 2013-2016 ซึ่งทำให้กลุ่มทุนสื่อไทยจำนวนมากสนใจจะชิงสิทธิ์พรีเมียร์ลีกมาจากทรู (อ่านบทความ ศึกชิงลิขสิทธิ์ฟุตบอลระอุ แกรมมี่หยุดจ่ายปันผล เก็บเงินประมูลสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ประกอบ)

กลุ่มไทยรัฐเองนอกจากจะมีธุรกิจหลักเป็นหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในประเทศไทยแล้ว ระยะหลังยังพยายามรุกออกมายังธุรกิจใกล้เคียงอื่นๆ เช่น สื่อออนไลน์ SMS และล่าสุดกำลังพัฒนาโครงการสถานีโทรทัศน์ของตัวเองอีกด้วย การจับมือกับกลุ่ม CTH ที่เป็นเจ้าของโครงข่ายจึงถือเป็นยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจของ “ไทยรัฐทีวี” ที่จะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ 3 เมษายน 2555

ด้านนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ผู้บริหารกลุ่มเนชั่นและซีอีโอของ Nation Broadcasting Corporation ได้แสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ @adisaklive ว่าตลาดเคเบิลทีวีกำลังโดนแย่งตลาดโดยทีวีผ่านดาวเทียม และ CTH เองก็ต้องแก้ปัญหาเรื่องความแตกแยกของวงการเคเบิลท้องถิ่น และต้องเผชิญกับการแข่งขันจากทรูวิชันส์ในเรื่องเคเบิลทีวีด้วยเช่นกัน