Practical Report เหตุเกิดที่เกาะชื่นรัก (ตอนที่ 1 รักแรก)

โดย ทิวาเทพ

เธอกำลังมีความรัก สายฝนที่โหมกระหน่ำไม่ได้ทำให้เธอเซื่องซึม ยิ่งตกแรงเพียงใด ก็ยิ่งหมายถึงวันเวลาที่มืดมนกำลังจะสิ้นสุดลง ดวงอาทิตย์กลับเข้าสู่เวทีอีกครั้ง รอคอยเพียงเมฆหมอกสุดท้ายจางหายไป

ร้านกาแฟไร้ชื่อที่เธอมานั่งหลบพักฝนกำลังจะเงียบหงอยลง เพราะผู้คนในเมืองกรุงยินยอมเปียกฝนพรำ ก็ไม่ยินดีต่อการรอคอย เวลาไหลไปดั่งเงินทอง ไม่เคยย้อนคืนกลับ

วันนี้เธออยากจะนั่งคิดเพียงลำพัง หลังจากที่ใช้ชีวิตทำมาหากินประดุจเครื่องจักรมาหลายปีดีดัก

ชายหนุ่มคนนั้นเป็นนักปรัชญาประวัติศาสตร์ หากเธอเป็นเพียงครูสอนโยคะที่ไม่ได้มีความคิดอ่านลึกซึ้ง นี่อาจทำให้วันนี้เธอมีอารมณ์อ่อนไหวเป็นพิเศษ เปรียบเปรยสายฝนและเปลวแดดเทียบเทียมกับความตกต่ำและรุ่งเรืองของมนุษย์ เธอไม่ควรได้พบเขาเลย รสหวานแห่งรักเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา วันหนึ่งย่อมนำมาซึ่งความขื่นขมที่มิอาจทน

เธอไม่เคยลืมเลือนเหตุการณ์วันนั้นเลย เมื่อ 11 ปีที่ล่วงมา สาวน้อยผมเปียอายุ 12 กลับมาจากโรงเรียนและพบว่าพี่สาวแสนดีได้กัดกลืนยาพิษปลิดชีวิตวัยสาวสะพรั่ง เธอสังหรณ์ใจว่าคงเนื่องมาจากอุบัติเหตุรัก วันนี้ยังรำลึกได้ดีถึงห้วงเวลาที่พี่สาวริเริ่มจะมีรัก เธอก็แอบฝันเพ้อบ้างว่าจะมีใครสักคนที่ทำให้พวงแก้มแดงระเรื่อ หลังจากรักพิษแสนสั้นของพี่สาวต้องสะดุดลง เธอกัดริมฝีปากพร่ำบอกตัวเองอย่างปวดร้าวว่าจะไม่มีวันเดินซ้ำรอย

เหตุการณ์ประหลาดที่สุดก็คือ เงินโอนเข้ามา 1 ล้านบาทในบัญชีธนาคารของเธอ โดยปกปิดแหล่งที่มา เธอเก็บงำความลับนี้ไว้เพียงลำพังไม่ยินยอมเปิดเผยให้พ่อแม่ได้รับรู้ ภายหลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองได้เสียชีวิตลงเพราะความตรอมตรมใจ เธอก็ใช้เงินก้อนนี้เพื่อยังชีพและส่งเสียตัวเองจนสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีอักษรศาสตร์

เหตุที่เธอเลือกวิชาเอกวรรณคดีอังกฤษ ก็เพื่อระลึกถึงพี่สาวที่ลาจากไป ข้างศพในวันแห่งความเศร้า ได้มีบทละครเรื่อง King Lear ของมหากวีเชคสเปียร์เปิดอ่านไว้ คั่นด้วยกระดาษจดหมายที่มีข้อความว่า “นี่คือ บทละครที่โหดร้ายจนแทบไม่อาจทนอ่านได้จบ ทำไมความชั่วร้ายจึงได้รับชัยชนะอยู่นาน ความยุติธรรมเดินทางมาช้าเกินไป”

เธอไม่เข้าใจความนัยที่พี่สาวต้องการจะสื่อให้คนหนึ่งคนใดในครอบครัวได้รับรู้ หรือบางทีอาจเป็นเพียงคำตัดพ้อชีวิตเท่านั้น เธอเก็บซ่อนหนังสือและจดหมายในทันที และสัญญากับตัวเองว่าสักวันหนึ่งจะต้องแกะรอยความหมายทั้งหมดนี้ให้ได้

นลินได้พบปกรณ์ที่ร้านซีซั่น แปลไทยว่า ฤดูกาล เธอไม่คาดคิดว่าฤดูหนาวที่ยาวนานจะต้องพานพบกับความเปลี่ยนแปลง ความฝันในคืนฤดูร้อนของเธอจะยั่งยืนยาวชั่วกาลหรือสิ้นสุดสั้นดั่งโรมิโอและจูเลียต นี่คือ การแสดงละครที่ยังเล่นไม่จบองก์

บรรยากาศชายขอบกรุงเทพเปล่งประกาย สายลมสบายทักทายเป็นระยะ ทิวทัศน์ริมทางกว้างไม่ยัดเยียดด้วยตึกรามบ้านช่อง รถราวิ่งผ่านพอเป็นพิธี กระตุ้นความคึกคักว่าค่ำคืนนี้ไม่หนาวสั่นเงียบเหงาเหมือนสังคมชนบทที่ห่างไกล

ผู้คนที่รู้จักซ่องเสพกับชีวิตจึงห้ามใจไม่ไหวที่จะมาตั้งวงสนทนาที่จุดตัดแห่งนี้ อารมณ์ความรู้สึกและมิตรภาพย่อมเข้มข้นกลมกล่อมเมื่ออากาศโรแมนติคเป็นใจ

“คอร์เดย์ หญิงงามบริสุทธิ์ เดินทางจากชนบทฝรั่งเศส เพื่อประกอบภารกิจยิ่งใหญ่” ปกรณ์เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางวงสนทนาของพวกขี้เมา

“เธอผู้เปราะบางและเมตตา ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวที่จะยุติเปลวเพลิงแห่งการปฏิวัติฝรั่งเศส ในปี 1793 เธอเข้ามาในกรุงปารีสที่สง่างามเป็นครั้งแรก และเธอก็แทงมาราต์จอมกระหายเลือด จนสิ้นใจคาอ่างอาบน้ำ”

แก๊งคนเมาทั้งสาม ดื่มฉลองให้กับความเป็นปัญญาชนที่ผิดกาละเทศะ เพื่อนที่ดีย่อมเชียร์เพื่อนแม้นในสถานการณ์คับขัน หากทว่า ถ้อยคำที่บ้าคลั่งนี้กลับโดนใจเธอเป็นอย่างยิ่ง บางทีเธออาจจะกำลังคิดอะไรที่ใกล้เคียงกับการปฏิวัติฝรั่งเศสก็เป็นได้

“ฉลองให้กับการปฏิวัติฝรั่งเศส” เธอยกแก้วขึ้นดื่มอย่างกล้าหาญ

“ฉลองให้กับมาราต์จอมเผด็จการ” ปิยเทพยกเหล้าขึ้นซดจนหมดแก้ว

“ฉลองให้กับคอร์เดย์สาวน้อยผู้กล้าหาญ” จีรศักดิ์เดินไปชนแก้วกับนลิน

ในที่สุดก็ย้ายโต๊ะมารวมกัน มิตรภาพเกิดขึ้นได้รวดเร็วในวงสุรา เธอไม่เคยปล่อยใจให้ลื่นไหลบ่อยครั้งนัก หากทว่าค่ำคืนนี้เธอมีความคิดบางอย่างในใจที่อยากจะค้นหาและคลี่คลาย

“ปฏิวัติฝรั่งเศส สิ้นสุดลงอย่างไรคะ” นลินกระหายใคร่รู้

“นโปเลียน ทหารหนุ่มผู้ไม่มีเชื้อสายกษัตริย์ได้ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิฝรั่งเศส ในอีก 11 ปีต่อมา หากสุดท้ายก็ถูกเนรเทศไปสู่เกาะอ้างว้างในอีก 11 ปีที่เหลือครับ” ปกรณ์จ้องเข้าไปในแววตาเธอเหมือนจะค้นหาแรงจูงใจ

“แย่จังคะ ประวัติศาสตร์ไม่มีบันทึกของคนธรรมดาแบบพวกเราเลยเนอะ สาวน้อยคอร์เดย์หากไม่ฆ่าฟันบุคคลสำคัญอย่างมาราต์ เธอก็คงไม่ได้รับการจารึกชื่อใช่ไหมคะ”

“พวกเราไม่ใช่คนธรรมดาสามัญนะครับคุณนลิน ผมมั่นใจเลยว่า พวกเราสี่คนต้องได้รับการบันทึกชื่อไม่ใช่ในกระดาษชำระก็ต้องเป็นนิยายโรแมนติคที่ปกรณ์เพื่อนรักของเรากำลังจะเขียนนะครับ” ปิยเทพเจื้อยแจ้วด้วยน้ำเสียงหล่อเหลา

“ปกรณ์นี่เก่งจังเลยเนอะ รู้ทั้งประวัติศาสตร์ แถมยังเป็นนักเขียนอีกด้วย”

“ผมล่ะเป็นห่วงเพื่อนคนนี้เสียจริง อายุป่านนี้แล้วยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง ฝันแต่จะเป็นศิลปิน เป็นนักปรัชญาบ้าบอ แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ผมเชื่อมั่นในอนาคตของเขาครับ”

สหายทั้งสี่หยิบแก้วชนกันอย่างบ้าคลั่ง เย้ยพระจันทร์ที่ลอยเด่นฟ้า

“คุณนลินครับ ปกติพวกเราไม่ได้คุยเรื่องซีเรียสกันแบบนี้ ผมพยายามจะเบรกปกรณ์ไว้เสมอเวลามันเพ้อฝันถึงฟลอเรนซ์เมืองแห่งศิลปินบ้าง รัสเซียดินแดนแห่งการปฏิวัติคอมมิวนิสต์บ้าง ผมต้องให้เพื่อนของผมกลับมาสู่โลกความจริงบ้าง”

“สู้ผมก็ไม่ได้ คุยแต่เรื่องใต้สะดือทุกครั้ง” ปิยเทพหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“เนยเป็นครูสอนโยคะ ถนัดแต่เรื่องเหนือสะดือค่ะ” ทุกคนหัวเราะกันครืน

“แต่วันนี้ไม่รู้เป็นไรเนยกลับสนใจเรื่องปฏิวัติฝรั่งเศสที่คุณปกรณ์เล่าได้ออกรสมาก”

“วันนี้ปกรณ์หล่อจัง มีสาวมาสนด้วยโว้ย” จีรศักดิ์แซวกึ่งเล่นกึ่งจริง

นลินหน้าแดง หากยังควบคุมอารมณ์ได้

“เนยแค่ชื่นชมเท่านั้น”

“ชีวิตคนนั้นแสนสั้น แม้ว่าราตรีนี้จะยาวนาน” ปิยเทพเอื้อนเอ่ยบทกวี

“คุณเนยต้องเลือกนะครับว่า ในพวกเราสามคน คุณเนยจะรักใคร”

“รักหรือคะ ชีวิตเนยตั้งใจว่าจะไม่รักใครเลย”

“พวกเรามีบัตรเชิญไปเกาะชื่นรัก 4 ใบ งานปาร์ตี้นี้จำกัดเพียง 50 คน หากคุณเนยไม่เป็นคู่รักของคนใดคนหนึ่ง คุณเนยก็หมดสิทธิ์ครับ” จีรศักดิ์ยื่นข้อเสนอ

“รัก มีแต่ทำให้ใจขมขื่น พวกคุณไม่เสียใจแน่นะคะ หากเนยเลือกที่จะรักใครคนหนึ่ง”

“มิตรภาพไม่เคยทำให้ใครขมขื่น ยิ่งบ่มนานยิ่งกลมกล่อม ใครสักคนที่โชคดีก็จะได้รับความรักที่แสนสั้น ที่เหลือคงสนิทสนมกันยิ่งกว่าเดิมครับ เนยและไอ้หนุ่มโชคดีก็ยังเป็นเพื่อนกับเราครับ” ปกรณ์มองเธอด้วยความเจ้าชู้

“พวกคุณนี่ดีจัง”

“ดีเกินไป พวกเราจึงเป็นโสดกันทุกคน”

นลินไม่เคยรู้สึกสนุกสนานกับชีวิตเช่นนี้มานานแล้ว

“8 วันข้างหน้าจะเป็นวันเกิดครบ 24 ปีของนางสาวนลิน พวกคุณอยากให้สิ่งใดเป็นของขวัญคะ”

“คำถามเลือกคู่ใช่ไหม” ปิยเทพรู้ทัน

“เรียนเชิญท่านเทพเป็นคนแรกคะ” เธอหัวเราะกระซิก

“ผมอยากมอบบัตรเชิญไปเกาะชื่นรัก ที่จะมอบประสบการณ์คลั่งไคล้ไม่ลืมเลือน แม้ว่าเธอจะไม่เลือกฉันเป็นสามีก็ตามที”

“คุณเป็นคนที่ยึดมั่นในปัจจุบันอย่างแท้จริงคะ ฉันขอบคุณในความรักที่ไม่ยึดติดนี้”

“ผมจะสร้างเตียงหยกรักที่บำรุงสุขภาพและความงามให้คุณ 1 ชิ้น นี่คือ สุดยอดงานวิศวกรรมที่ผมสร้างไว้ที่เกาะชื่นรักนะครับ”

“ขอบคุณสำหรับความสุขแห่งอนาคตคะคุณวิศวกร”

“ผมอยากเล่าเรื่องราวความรักลุ่มหลงระหว่างหยางกุ้ยเฟยกับองค์จักรพรรดิจีน ที่เริ่มด้วยความสุขล้นแต่จบลงด้วยความเศร้าที่ตราตรึงใจ”

“ปกรณ์ที่รัก คุณยังคงเวียนว่ายอยู่ในอดีตไม่เสื่อมคลาย”

“ผมศึกษาอดีตเพื่อรับใช้ปัจจุบัน หากว่าคุณนั่นเอง ที่ยังไม่อาจสลัดอดีตให้หลุดพ้น เพื่อรับแสงตะวันของวันใหม่”

แววตาของเธอมีความคับแค้นขึ้นมาชั่ววูบ และเลือนหายไป

“รจนาจะเสี่ยงพวงมาลัยให้ใครครับ” จีรศักดิ์ใจร้อนใคร่จะรู้

“พวกคุณเป็นยอดอัจฉริยะในเรื่องอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เนยอยากจะครอบครองทั้งสามคนเลยคะ” เธอหัวเราะอย่างรื่นเริง

“หากว่าโลกความจริงนี้โหดร้ายต้องการเพียงผู้เดียวที่รอดชีวิต เนยก็ยอมรับว่ายังไม่อาจสลัดเลือนอดีตได้ง่ายดาย สักวันถ้าเนยค้นพบแสงสว่างแห่งวันใหม่ เนยจะมาเลือกอีกครั้ง พวกคุณจะรอเนยหรือไม่คะ”

“ปกรณ์เป็นผู้ชนะ นับเป็นชัยชนะของอดีตที่มีเหนืออนาคต ในยุคสมัยที่ผู้คนจับจ้องมองแต่วันพรุ่งนี้”

ทั้งสี่คนสบตาอย่างรู้ใจกัน

  • Siu

    น่าติดตาม ค่ะ

  • Wii

    อยากอ่านตอนใหม่จังครับ