Practical Report โต้เดือดบาทแข็ง ดร. โกร่ง vs คุณประจักษ์ – กรณ์

เว็บไซต์มติชนออนไลน์ รายงานการวิวาทะเรื่องบาทแข็งระหว่าง นายวีระพงษ์ รามางกูล (ดร.โกร่ง) อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ นายกรณ์ จาติกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

โดย นายวีระพงษ์ เสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.75% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.75% เพื่อให้เงินบาทอ่อนค่าลง โดยชี้ให้เห็นว่าหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ อาจถูกโจมตีค่าเงินจนเกิดวิกฤตรอบสอง เมื่อเงินบาทแข็งค่าเกินพื้นฐานมากจนเกินไป




ทั้งนี้ ดร.โกร่งยังได้วิพากษ์ ธปท. ด้วยว่าต้องการทำตัวเป็นเด็กดีของ ไอเอ็มเอฟ และธนาคารโลก แทนที่จะทำตัวเป็นคนดีของประชาชน ผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งจะส่งผลหนักถึงภาคเกษตร และต่อเนื่องถึงภาคอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว และการบริการ และมีบางบริษัทที่เกี่ยวข้องกับพลังงงานได้ประโยชน์จากการการแข็งค่าของค่าเงิน ทำให้มีการบิดเบือนผลประกอบการจากกำไรทางบัญชี


“ผมขอให้ทุกคนเตรียมตัว ถ้าเปลี่ยนผู้ว่าฯไม่ได้ก็ควรจะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี ที่ ธปท.ไม่ทำเพราะเขาโง่ พรรคฝ่ายค้านควรจะเสนอให้แก้กฎหมายธปท.ให้มีการคานอำนาจระหว่างผู้ว่า ธปท.กับรัฐมนตรีคลัง เพราะพอ ธปท.เป็นอิสระเขาก็มีอวิชามีความหยิ่งยโสก็จะไม่ฟังใครเลย”

“คุณประจักษ์” โต้ ฝืนตลาดไม่ได้ ธุรกิจต้องปรับตัว
หลังจากนายกรณ์ จาติกวนิช แสดงละครสั้นเรื่องวนิดา โดยเป็นตัวแทนของคุณประจักษ์ไปแล้ว เขาก็ออกมาให้ข่าวตอบโต้ นายวีระพงษ์ ว่าไม่มีเครื่องมือภาษีดูแลค่าเงินบาท โดยมาตรการ ภาษีที่ประกาศใช้ก่อนหน้านั้น เป็นการจัดเก็บภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายรัษฎากรของกรมสรรพากรอยู่แล้ว เพียงแต่มีการยกเว้นไปก่อนหน้า และนำกลับมาใช้อีกครั้ง

ทั้งนี้ตนยินดีรับฟังความเห็นของ นายวีรพงษ์ แต่การที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้น เป็นเพราะสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการเพิ่มปริมาณเงินดอลลาร์ในตลาดโดยไม่เพิ่มอัตราดอกเบี้ย ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในเงินสกุลดอลลาร์ตกลง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ดังนั้นค่าเงินบาทจึงย่อมต้องแข็งค่าขึ้น ทั้งนี้นายกรณ์ ยังแนะนำให้ธุรกิจส่งออกต้องเน้นการเพิ่มศักยภาพการผลิต และความสามารถในการแข่งขัน เพื่อเพิ่มคุณภาพสินค้าให้ดีขึ้น เลี่ยงการแข่งขันด้านราคา


“ในเมื่อเราไม่สามารถฝืนที่จะให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้มากกว่านี้ สิ่งที่ทำได้คือเราต้องปรับตัวเหมือนเมื่อปี 2540 ที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้เราปรับตัวจากเศรษฐกิจที่เติบโตจากการบริโภคในประเทศ หันไปพึ่งการส่งออกมากขึ้น เมื่อเราประสบปัญหาด้านการส่งออกที่แข่งขันด้านราคาได้ยาก ก็ต้องหันมาพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ดีขึ้น ให้ความสำคัญกับการเพิ่มศักยภาพการผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน”

  • ชินจัง

    ดร.วีรพงษ์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน รองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ที่ปรึกษาของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร และประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช

    เอ่อ ผมก็ไม่ได้กินหญ้านะ แต่ดูประวัติไอ้ต้มยำกุ้ง มันสมัยใคร ลอยตัวค่าเงินบาทในสมัยใคร แล้วก็ฟองสบู่แตกในสมัยใคร โกร่เอ๊ยโง่ฉิบเลยมรึง

  • คนไทย

    ถ้าคุณ “ชินจัง” ไม่ได้กินหญ้า อย่างที่อ้าง
    ผมขอบอกว่าไม่อยากเชื่อครับ

    อยากบอกเหมือนศาสดาจ็อบส์ว่า ไป educate yourself ซะนะครับ

    แค่ต้มยำกุ้ง ลอยตัวค่าเงินบาทคุณยังไม่รู้เลยว่ามีใคร ทำอะไร เวลาไหนบ้าง
    เรียกว่า “โง่ยังอวดฉลาด” อีก

  • โจ๋

    เออ คุณชินจัง ถูกต้องนะคร้าบ
    ท่านโกร่ง ก็ดีแต่พูดน่ะแหละ โวยวายกะเค้าไปทั่ว
    แล้วตัวเองได้ทำอะไรบ้างล่ะ ทุกวันนี้อะ
    ได้แต่ด่าคนอื่นเค้าไปทั่วอะแหละ
    ถ้าหวังดีกะประเทศจริง
    ก็ต้องเสนอตัวเข้ามามีส่วนร่วมในนฝดยบายของแบงชาติดิ
    หรือไม่ก็