Originality and the feeling of one’s own dignity are achieved only through work and struggle.
Fyodor Dostoyevsky
สังคมไทยกำลังงุนงงกับการรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายต้องล้มละลายลง โดยลืมคิดไปว่า ประชาธิปไตยที่ศรัทธางมงายในเสียงส่วนใหญ่ ครั้งหนึ่งนั้นได้เคยจงใจเลือกจอมเผด็จการฮิตเลอร์ขึ้นมาเป็นผู้นำ และสร้างหายนะยิ่งกว่าการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของพระเจ้าไกเซอร์
วิถีแห่งการเลือกตั้งและการเคารพในเสียงส่วนใหญ่ จึงยังไม่ใช่คุณลักษณะสำคัญที่ทำให้ประชาธิปไตยมีความแตกต่างจากการปกครองในระบบเผด็จการ หากทว่าวิถีแห่งประชาธิปไตยคือ การทำให้มนุษย์ทุกคนในสังคมเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบตนเอง ไม่ฝากชีวิตและความหวังไว้ที่นักปราชญ์ผู้ทรงภูมิหรือจอมเผด็จการผู้มีอำนาจเหลือล้น
1. ความผิดพลาดที่เต็มไปด้วยสีสันสุขทุกข์ VS ความถูกต้องแม่นยำประดุจเครื่องจักรยนต์กลไก
ประชาธิปไตยไม่ได้เป็นระบอบที่มีประสิทธิภาพหรือตอบสนองความต้องการของประชาชนได้เหนือล้ำกว่าระบอบเผด็จการ โดยเฉพาะความเชื่องช้าโลเลในการตัดสินใจที่หวั่นไหวไปตามสถานการณ์เฉพาะหน้า ที่สำคัญประชาธิปไตยยังนิยมในภาพลักษณ์และบุคลิกภาพของดาราและคนดัง ยิ่งกว่าจะยกย่องเชิดชูผู้เชี่ยวชาญที่รู้จริง
หากทว่า โศกนาฏกรรมและความผิดพลาดที่เกิดจากเสรีภาพในการเลือกก็อาจทำให้มนุษย์พึงพอใจและสุขล้นได้ดียิ่งกว่าการตัดสินใจที่ถูกต้องภายใต้คำบงการที่จู้จี้จุ้นจานของจอมเผด็จการผู้รู้ดีไปทุกเรื่อง
เสพยามึนเมา หนีเรียนเที่ยวเตร่ ตั้งครรภ์ในวัยเยาว์ อาจนับเป็นความผิดร้ายแรงและต้องรีบกำจัดทิ้งไปในระบอบเผด็จการคุณพ่อรู้ดี หากทว่าในระบอบประชาธิปไตยอาจมีวิธีการเยียวยาที่เปิดกว้างและหลากหลายยิ่งกว่า ตั้งแต่การอบรมบำบัดจิตใจไปจนกระทั่งการจัดพื้นที่พิเศษให้ความผิดบาปได้ดำรงอยู่ในการดูแลใกล้ชิดของผู้เชี่ยวชาญ
มนุษย์มีวิถีแห่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย การท่องบ่นจากตำราศีลธรรมเพียงอย่างเดียวย่อมเป็นตรรกศาสตร์ที่แห้งแล้งไร้พลังกระตุ้นเซลล์ประสาทให้หวาดกลัวและจดจำ หากทว่า ความผิดพลาดร้ายแรงในชีวิต ย่อมแปรเปลี่ยนเป็นไฟลุกโชนที่แผดเผามนุษย์ให้หยั่งเห็นสัจธรรม แม้นในบางครั้งอาจต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงยิ่ง ซึ่งไม่มีโอกาสได้หวนกลับมาแก้ตัวอีกครั้งเลย
หน้าที่ของประชาธิปไตย จึงไม่ใช่การปฏิเสธความเสื่อมทรามแบบคุณพ่อรู้ดี ในทางตรงข้ามก็ไม่ใช่การปล่อยปะละเลยแบบคุณแม่ที่ไร้ความรับผิดชอบ หากทว่าจะต้องสร้างนวัตกรรมในการดูแลประชาชนทุกคนให้สามารถทดลองใช้ชีวิตสุดขั้วทั้งในด้านดีและร้ายได้อย่างมีวินัย โดยเฉพาะการรักษาขอบเขตไม่ให้เดือดร้อนเบียดเบือนเพื่อนร่วมสังคม
ประชาธิปไตยที่แท้จริง จึงไม่ควรถูกจำกัดไว้ที่สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งอย่างเท่าเทียม หากทว่ายังต้องครอบคลุมไปถึง การเปิดโอกาสให้ประชาชนส่วนใหญ่ที่ไร้สกุลรุนชาติ ได้มีอิสรภาพในการลองผิดลองถูกและเรียนรู้อย่างเต็มที่ จนกระทั่งค้นพบเส้นทางชีวิตที่มีความเป็นตัวของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ (Originality and the feeling of one’s own dignity)
2. รักในการเรียนรู้และสื่อสารแบบองค์รวม VS รักในการใช้อำนาจและสั่งการจากเบื้องบน
“การแบ่งงานกันทำ” นับเป็นพลังยิ่งใหญ่ที่ทำให้มนุษย์สามารถสร้างสรรค์อารยธรรมซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ ตั้งแต่ปีรามิดจนกระทั่งถึงยานอวกาศ หากทว่าในการทำงานร่วมกันที่ซับซ้อนนี้ มนุษย์จำเป็นต้องละทิ้งความเป็นส่วนตัวในบางระดับ เพื่ออุทิศแรงกายแรงคิดให้สอดประสานกับมนุษย์คนอื่นที่มีบุคลิกและความรู้ซึ้งเชี่ยวชาญที่แตกต่างจากตน
บางครั้งจึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ระบอบประชาธิปไตยว่าไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากร โดยเฉพาะอภิมหาโครงการระดับชาติที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งทำให้เกิดวิวาทะและความขัดแย้งมากมาย ในขณะที่ระบอบเผด็จการสามารถตัดสินใจได้อย่างฉับไวรวดเร็ว เพราะอำนาจทั้งมวลล้วนรวมศูนย์อยู่ในกำมือของผู้คนเพียงหยิบมือเดียว
ยิ่งกว่านั้น ระบอบเผด็จการยุคใหม่ยังไม่ได้ปรารถนาให้ประชาชนโง่เขลา แต่เพียงต้องการให้รู้และเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง โดยเน้นหนักที่สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อที่จะได้สร้างสรรค์ประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า อย่างมิพักต้องถามไถ่ถึงปัญหาซับซ้อนทางการเมือง
การเปิดโอกาสให้มนุษย์ได้ลองผิดลองถูกเพื่อที่จะค้นพบตัวเองย่อมเป็นคุณค่าสำคัญในระบอบประชาธิปไตยที่เหนือกว่าเผด็จการ แต่กระนั้น การต่อยอดและเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่นก็เป็นสิ่งที่งดงามและจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อมนุษย์แต่ละคนมีเวลาและทรัพยากรที่จำกัด ที่สำคัญยังทำให้มนุษย์ในระบอบประชาธิปไตยสามารถเข้าอกเข้าใจและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์
ประชาธิปไตยจึงเป็นระบอบที่เรียกร้องการลงทุนด้านการศึกษาทั้งในและนอกระบบอย่างมหาศาล เพื่อจะทำให้ประชาชนเป็นอิสระทั้งทางวัตถุและปัญญาในการดำรงชีวิต โดยไม่ต้องหวังพึ่งพิงผู้มีอำนาจ ไม่ตกเป็นเหยื่อของนักฉวยโอกาสท่ามกลางสถานการณ์วุ่นวาย และที่สำคัญไม่ถูกยั่วยุให้บริโภคเกินจำเป็นด้วยศิลปะการตลาดของนายทุนและนักสื่อสารมวลชน
เมื่อประชาชนมีทุนรอนทางความรู้ที่หลากหลายและลึกซึ้ง ก็ย่อมทำให้การแบ่งงานกันทำเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ ไม่ไหวเอนไปตามผลประโยชน์เฉพาะหน้า ในขณะที่สามารถตรวจสอบความผิดพลาดของอภิมหาโครงการได้ดียิ่งกว่าระบอบเผด็จการ ที่แม้ว่าจะเต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็มีจำนวนจำกัด ไม่สามารถลงลึกไปตรวจสอบในรายละเอียดทุกซอกมุม
สาเหตุที่ประชาธิปไตยต้องล้มลุกคลุกคลานมาหลายร้อยปี ไม่เว้นแม้แต่ประเทศต้นแบบอย่างอังกฤษ ส่วนหนึ่งก็เพราะต้นทุนทางการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบของประชาชนมีราคาแพงเมื่อเทียบกับผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (GDP) การตัดสินใจโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพียงหยิบมือ จึงมีประสิทธิภาพเหนือล้ำกว่าประชาชนที่ขาดความรู้เชิงลึกและคล้อยไปตามกระแสที่ถูกปลุกปั่น
หากทว่าในยุคสมัยเศรษฐกิจอินเทอร์เน็ตที่ทำให้ต้นทุนของข้อมูลข่าวสารมีราคาถูกลงอย่างเหลือเชื่อ ก็ย่อมเป็นนิมิตหมายที่ดีของประชาธิปไตย แต่กระนั้น หากประชาชนไม่รู้เท่าทันก็อาจตกเป็นเหยื่อของโฆษณาชวนเชื่อที่แนบเนียน ซึ่งนายทุนแห่งยุคสารสนเทศได้ประดิษฐ์ขึ้นมา
ประเทศที่ปรารถนาประชาธิปไตย จึงไม่เพียงแต่ใส่ใจในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน หากทว่ายังต้องกระตือรือล้นที่จะสถาปนาเศรษฐกิจสารสนเทศและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่อยู่บนฐานของการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งรอบด้าน เพื่อทำให้ต้นทุนความรู้ของประชาชนมีราคาถูกที่สุด ในขณะที่เต็มไปด้วยความหลากหลายรุ่มรวยให้ทุกคนได้เสพรับและเติบโตทางวุฒิปัญญา (Maturity)
3. คุณธรรมความดีที่มาจากน้ำใสใจจริง VS คุณธรรมแบบหน้าไหว้หลังหลอก (Hypocrite)
“สัญชาตญาณดิบ (instinct)” ย่อมเป็นสิ่งที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่สมัยยังเป็นลิงอาศัยอยู่ในถ้ำ หากทว่าแม้มนุษย์ในวันนี้จะเต็มไปด้วยเหตุผลความคิด แต่ก็ยังไม่อาจละทิ้งความดิบเถื่อนที่แฝงฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึก ที่ต้องคอยระบายปลดปล่อยออกมาเป็นระยะอย่างไม่รู้ตัว ท่ามกลางสังคมอารยะที่สลับซับซ้อนและเต็มไปด้วยความเก็บกดบีบคั้น
อย่างไรก็ตาม สัญชาติญาณยังคงเป็นสิ่งที่มีคุณค่า โดยเฉพาะการช่วยเหลือมนุษย์ให้สามารถตัดสินใจกระทำสิ่งต่างๆได้ ในท่ามกลางข้อมูลข่าวสารที่ไม่สมบูรณ์แบบ หรือมีต้นทุนในการค้นหาที่สูงล้ำเกินจำเป็น
ชนชั้นปกครอง (Elite) ต่างก็รู้ดีถึงคุณและโทษของสัญชาติญาณ จึงได้ตรากฎหมายและระเบียบประเพณี เพื่อปรามประชาชนให้อยู่ในกรอบเกณฑ์แห่งศีลธรรม ที่จะช่วยลดทอนผลกระทบเชิงลบของสัญชาติญาณ ในขณะที่ยังคงรักษาส่วนที่ดีงามไว้
สำหรับในกลุ่มชนชั้นปกครองเองแล้ว ศีลธรรมจรรยาที่เคร่งครัดตามตัวอักษรล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องเหลวไหลหลอกลวง โดยเฉพาะเมื่อการแย่งชิงอำนาจเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า เพื่อให้เผ่าพันธุ์และสายเลือดที่ดีที่สุดได้ปกครองอาณาจักร สิ่งสำคัญจึงมีเพียงการปิดกั้นข้อมูลความเหลวแหลกทางศีลธรรมของชนชั้นปกครองไม่ให้เล็ดรอดไปถึงหูตาประชาชน
นี่จึงเป็นที่มาของ “คุณธรรมแบบหน้าไหวหลังหลอก” ซึ่งชนชั้นปกครองทุกยุคทุกสมัยและทุกประเทศล้วนแต่ประดิษฐ์ขึ้นมา เพื่อประสิทธิภาพและความสุขสงบในการพัฒนาสังคม
ในยุคสมัยที่ประชาธิปไตยเบ่งบาน ช่องว่างความรู้ระหว่างผู้ปกครองและผู้ถูกปกครองหดแคบลง การอ้างความสูงส่งเชิงคุณธรรมของชนชั้นปกครองจึงมีประสิทธิภาพน้อยกว่าการปลดปล่อยให้ประชาชนได้เรียนรู้ผิดชอบชั่วดีจากประสบการณ์ตรง โดยมีกฎหมายที่เสมอภาคเป็นเครื่องมือในการควบคุมผลกระทบเชิงลบก็ย่อมเพียงพอแล้ว
ความปวดร้าวของผู้คนจำนวนหนึ่งที่รู้สึกว่า “คุณธรรมความดีเสื่อมทรามลง” จึงเป็นเพียงความเชื่อมั่นที่ไร้การพิสูจน์ โดยเฉพาะเมื่อมาตรฐานทางศีลธรรมของคนยุคก่อนถูกกำหนดด้วยคุณธรรมแบบหน้าไหวหลังหลอกที่ชนชั้นปกครองกำหนดขึ้นมา จึงอาจดูเหมือนมีคุณธรรมมากกว่าคนยุคปัจจุบัน ทั้งที่โดยแท้จริงแล้ว มนุษย์ทุกยุคสมัยก็ล้วนแล้วแต่มีสัญชาติญาณดิบเถื่อนเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง คนยุคโบราณที่เต็มไปด้วยป่าเขาลำเนาไพรรกทึบและโจรผู้ร้ายซุ่มซ่อน ก็ย่อมต้องตรากฎเกณฑ์ศีลธรรมและบทลงโทษที่เข้มงวด เพื่อลดทอนผลกระทบเชิงลบจากสัญชาติญาณมืด ในขณะที่คนปัจจุบันเคยชินกับการใช้เหตุผลมากขึ้น สัญชาติญาณในการดำรงชีวิตไม่เฉียบไวเหมือนดั่งคนโบราณ การประกอบอาชญากรรมในพื้นที่เปล่าเปลี่ยวก็มีโอกาสน้อยลง ศีลธรรมที่เข้มงวดตายตัวจึงส่งผลกระทบในเชิงเก็บกดและปิดกั้นจินตนาการสร้างสรรค์มากกว่าที่จะช่วยลดทอนอาชญากรรม
การลองผิดลองถูกและเรียนรู้ที่จะยอมรับความแตกต่างหลากหลายของเพื่อนมนุษย์ในระบบประชาธิปไตย ย่อมเป็นเครื่องมือในการปลูกฝังคุณธรรมที่มาจากน้ำใสใจจริง ได้ดียิ่งกว่าการโฆษณาชวนเชื่อด้านคุณธรรมแบบหน้าไหว้หลังหลอกและการสร้างกฎหมายเข้มงวดที่บังคับใช้ได้เฉพาะกับผู้ไร้อำนาจเท่านั้น
เส้นทางแห่งความดีที่มาจากน้ำใสใจจริง อาจต้องแลกมาด้วยประสบการณ์ยาวนานในการใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์ซึ่งคละเคล้าไปด้วยรักโลภโกรธหลงอย่างเต็มเปี่ยม หากทว่าก็ย่อมมีคุณภาพและความหอมหวานเพียงพอที่มนุษย์แต่ละคนจะลงทุนเวลาในการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เพราะสังคมในศตวรรษที่ 21 มีความมั่งคั่งเพียงพอที่จะจ่ายสำหรับคุณธรรมระดับคุณภาพมากกว่าคุณธรรมปากว่าตาขยิบที่เน้นปริมาณ แต่ไม่ช่วยให้มนุษย์ได้เรียนรู้อะไรเลย
……………………………
หมายเหตุ ขอขอบคุณคุณพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ที่มีส่วนในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนสนใจวิธีการตีความประชาธิปไตยในฐานะเครื่องมือแห่งการทดลองของความเป็นมนุษย์ที่ต้องแบกรับทั้งความเศร้าสุขด้วยสำนึกรับผิดชอบ
