Practical Report ถอดคำปราศรัย 23 มิ.ย. 54 “อภิสิทธิ์-ชวน-สุเทพ” หน้าเซ็นทรัลเวิลด์

ถอดคำปราศรัยของ 3 แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” “สุเทพ เทือกสุบรรณ” “ชวน หลีกภัย” หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 23 มิถุนายน 2554

ลำดับการปราศรัยคือ สุเทพ ชวน อภิสิทธิ์

อภิสิทธิ์ ปราศรัยหน้า Central World 23 มิ.ย.

คำต่อคำการปราศรัยของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

ณ เวทีราชประสงค์ 23 มิถุนายน 54

กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้อง ผู้รักชาติ รักประชาธิปไตยที่เคารพรักทุกท่านครับ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตัดสินใจที่จะมาพูดจากปราศรัยกับพี่น้องที่ราชประสงค์แห่งนี้ เพื่อที่จะได้กราบเรียนความจริงเพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจของพี่น้องในวันที่จะเลือกตั้ง คือวันที่ 3 กรกฎาคม เรื่องที่ผมจะพูดจาต่อไปนี้นั้น ผมขอให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องทั้งหลายว่าผมจะพูดเฉพาะที่เป็นเรื่องจริง และเป็นเรื่องที่ควรพูดเท่านั้น ผมไม่มีเจตนาที่จะพูดจาเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ดีต่อกัน เกิดความเกลียดชังกัน เกิดความไม่พอใจกัน

เจตนารมย์ของผมในวันนี้ ผมมุ่งหวังที่จะให้พี่น้องประชาชน ได้ทราบความจริง สาเหตุที่ผมจำเป็นต้องมาพูดกับพี่น้องประชาชนในวันนี้ก็เพราะว่า ในขณะนี้ได้มีขบวนการของบุคคลไปออกทำการใส่ร้ายป้ายสี ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างเป็นระบบ ทำการโฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อมวลชน ในเครือข่ายของเขา ทั้งที่เป็นวิทยุ ทั้งที่เป็นทีวี ทั้งที่เป็นสิ่งพิมพ์ นอกจากนั้น ยังได้ทำการโฆษณาผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ จัดคนออกไปแจกใบปลิว จัดคนออกไปพูดจาปลุกระดมในหมู่บ้าน ในตำบลต่าง ๆ ในชนบท

ที่พี่น้องได้เห็นตามข่าวสื่อมวลชนทุกวันก็คือว่า เมื่อเวลาที่ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ หรือท่านชวน หลีกภัย หรือแม้กระทั่งตัวกระผมเอง ออกไปหาเสียงให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ จะมีคนชูป้าย บอกว่า นายกฯ อภิสิทธิ์เป็นฆาตกร นายกอภิสิทธิ์ สั่งฆ่าประชาชน

พี่น้องที่เคารพรักทั้งหลาย ผมจึงถือเป็นภาระหน้าที่ที่จะมากราบเรียนข้อเท็จจริงกับพี่น้องประชาชน เพราะผมถือเป็นความรับผิดชอบของผม ในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ผมไม่อยากเห็นพี่น้องประชาชนคนไทยเข้าใจผิด ผมไม่อยากเห็นพี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ผมไม่อยากให้พี่น้องประชาชนแม้แต่คนเดียวกลุ่มเดียวโกรธ หรือเกลียดท่านอภิสิทธิ์ เพราะข้อมูลอันเป็นเท็จ ที่เขาส่งจงใจใส่ใคล้ป้ายสีท่านนายกฯ

พี่น้องที่เคารพครับ นอกจากทำตามวิธีการที่ผมได้กราบเรียนแล้ว เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนนี่เองครับ นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ ได้เขียนในเฟสบุคกล่าวหาท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า เป็นคนบงการสังหารหมู่ประชาชน ไม่รับผิดชอบต่อการตายของประชาชน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เขียนในเฟสบุควันเดียวกันว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปลี่ยนวันที่ 19 ซึ่งเป็นวันเจรจา ให้กลายเป็นวันสังหารหมู่ แล้วกล่าวหาว่านายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำให้คนตายมากที่สุด ในประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมือง

พี่น้องครับ ผมรู้ว่าพี่น้องผู้ที่ทราบความจริง ติดตามความจริงทั้งหลาย ต้องรู้สึกเหมือนผม ไม่ยุติธรรมเลยสำหรับท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนกับพี่น้องประชาชน ที่มาชุมนุมกันอยู่ที่บริเวณใกล้กับสถานที่ที่เขากล่าวอ้าง คือราชประสงค์แห่งนี้ว่า

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ไม่มีคนตายเลยแม้แต่คนเดียวที่ราชประสงค์

ไม่มีการสังหารหมู่ที่สี่แยกราชประสงค์

ไม่มีการปราบปราบ …ที่สี่แยกราชประสงค์ในวันนั้น

พี่น้องที่เคารพครับ ผมยืนยัน ยืนยันกับพี่น้องทั้งหลาย และผมขออนุญาตนำพี่น้องไปพบกับหลักฐานกับความเป็นจริง ผมเรียนกับพี่น้องที่เคารพครับ ในเหตุการณ์ที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง ติดต่อกันเป็นเวลา 68 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม มีคนตายจริง ๆ

คนที่ตายนั้น ตายในหลายเหตุการณ์ด้วยกัน เหตุการณ์แรกที่มีคนตาย คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 วันที่ 10 เมษายน 2553 มีคนตายวันเดียวที่ถนนราชดำเนินเป็นจำนวนทั้งสิ้น 26 คน เป็นทหาร 5 คน เป็นพลเรือนไทย 20 คน เป็นผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่น 1 คน 26 ศพที่ตายนี้ ไม่ได้ตายที่ราชประสงค์ ตายที่ราชดำเนิน คนที่ทำให้เขาตายคือ “คนเสื้อดำ”

คลุมหัวเป็นไอ้โม่ง ใส่เสื้อดำ พี่น้องครับ คนเสื้อดำที่พี่น้องจะเห็นในภาพต่อไปนี้ เดินทางมายังสถานที่ชุมนุมปะปนอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดง แล้วปฏิบัติการณ์เข่นฆ่า สังหาร ฆ่าทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ฆ่าทั้งประชาชนผู้บริสุทธิ์ ฆ่าและทำร้ายทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อยั่วยุให้แต่ละฝ่ายโกรธแค้นซึ่งกันและกัน แล้วก็ลุกฮือ เข้าห้ำหั่นกันจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง ตามแผนที่เขาวางไว้

พี่น้องที่เคารพครับ ชายชุดดำที่ว่านี้ครับ นำเอาอาวุธสงคราม ซึ่งมีทั้งเครื่องยิงระเบิด M79 มีทั้งปืนอาก้า มีทั้งปืน M16 มีทั้งระเบิดขว้าง บางคนเดินมา บางคนนั่งรถมอเตอร์ไซด์มา พี่น้องประชาชนดูภาพนี้สิครับ นั่งรถมอเตอร์ไซด์ ถืออาวุธสงคราม เดินถืออาวุธสงคราม ปะปนเข้ามาในหมู่ผู้ชุมนุม ไม่มีอะไรดีกว่าเอาของจริงมาให้พี่น้องดู บางคนมารถตู้ครับ บางคนมารถนั่ง ซึ่งเป็นรถเก๋ง จัดขนกันมาอย่างดี

พี่น้องครับ ในวันนั้น มีพยานยืนยันว่า รถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีบรอนซ์เทา ได้ขนคนชุดดำ พร้อมด้วยอาวุธสงคราม เข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ราชดำเนินเมื่อวันที่ 10 เมษายน ต่อมาหลังเกิดเหตุครับ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ติดตามจับกุมได้ทั้งรถยนต์ ฮอนด้า คันดังกล่าว ซึ่งมีเลขทะเบียนตรงตามที่พยานระบุ แล้วพี่น้องทราบไม๊ครับ ตามไปจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บ้าน ได้อาวุธสงคราม มีปืนอาก้า 5 กระบอก กระสุน 247 นัด มีปืน M16 1 กระบอก กระสุน 480 นัด มีปืนคาร์บิน 1 กระบอก กระสุน 115 นัดพร้อมด้วยอาวุธอื่น จับได้ที่ซอยอ่อนนุช 17 สวนหลวง กทม. ได้ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ทั้ง 3 คน กำลังดำเนินคดีอยู่ในศาล ในขณะนี้

จากที่พี่น้องเห็นภาพถ่ายเมื่อสักครู่ ที่ฉายให้เห็นคนชุดดำนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ ถือปืน เคลื่อนผ่านไปในหมู่ผู้ชุมนุมเสื้อแดง มุ่งหน้าไปหาแนวทหาร แล้วพี่น้องก็จะเห็นรถตู้สีขาว ซึ่งบรรทุกชายชุดดำ เข้ามาทำการเข่นฆ่าเจ้าหน้าที่และประชาชน ซึ่งมีผู้สื่อข่าวเขาถ่ายเอาไว้ได้ ถ่ายไว้ได้ตั้งแต่ตอนที่เข้ามาแล้วถ่ายได้ตอนที่ขนกลับออกไปเมื่อปฏิบัติการณ์เสร็จเรียบร้อยโดยกล้อง CCTV ของกทม. ก็จับได้ สอดคล้องกัน

พี่น้องที่เคารพครับ ผมเรียนตรงนี้เพื่อที่จะเรียนกับพี่น้องว่า ในพื้นที่ที่เป็นที่ชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้น ทุกด้าน จะมีด่านที่เป็นการ์ดของคนเสื้อแดง ตรวจตรากวดขัน เข้มแข็ง คนนอกเข้าได้เลย เจ้าหน้าที่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีสิทธิ์เข้าไปได้เลย เข้าใกล้บริเวณที่เขาชุมนุมก็ไม่ได้ เจ้าหน้าที่ทหารไปพักอยู่ที่สนามม้านางเลิ้ง ไปพักอยู่ที่วัดโสมมนัส ไปพักที่วัดแคนางเลิ้ง ถูกเขาไล่ออกจากพื้นที่ กลับกรม กลับกองไปหมดก่อนหน้านั้นแล้ว  แล้วทำไมคนชุดดำจึงผ่านได้ทุกด่าน ทำไมคนชุดดำถึงถืออาวุธสงคราม เดินออกไป ฝ่าเข้าไปในฝูงชน จนไปถึงแนวทหารไม่มีใครทักท้วง ไม่มีใครตกใจ ไม่มีใครขัดขางเลย

พี่น้องที่เคารพครับ มีพยาน ยืนยันในภายหลังแล้วถ้าพี่น้องดูภาพนี้นะครับ เอาไปขยายให้ดี จะเห็นในภาพข้างหลัง ที่สวมโม่ง แต่เสื้อที่วงกลมนั้นครับ บอกว่าเป็นการ์ด นปช.

พี่น้องครับ การปฏิบัติการณ์ของคนชุดดำเหล่านี้ ในวันนั้น ที่ใช้ปืน M79 ยิงใส่กลุ่มนายทหาร เป็นเหตุให้พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม และผู้ใต้บังคับบัญชารวม 5 คน เสียชีวิตในวันนั้น บาดเจ็บสาหัส อีกจำนวนมาก นายทหารทั้งยศ พันเอก พันโท พันตรี นายร้อย นายสิบ พลทหาร เจ็บกัน 2 – 300 คน ครับวันนี้ยังอยู่โรงพยาบาลครับ ชื่อ ส.อ.ปฏิมา ขุนพิมล มาจากกองพล 9 ยังนอนอยู่ที่รพ.พระมงกุฏ จนวันนี้ ยังไม่รู้สึกตัวเพราะถูกสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะ

พี่น้องที่เคารพครับ คนที่เสียชีวิตนี้ มีครอบครัว มีญาติมีพี่น้องเหมือนกับพวกเราทั้งหลาย เขาเสียชีวิตเพราะไปปฏิบัติหน้าที่หวังที่จะให้เกิดความสงบสุข ให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ผมก็เสียใจกับคนเหล่านี้

พี่น้องที่เคารพครับ ไม่ได้เพียงแต่เสียใจ กับคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ที่เสียชีวิตหรอกครับ แม้แต่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งหลายที่เสียชีวิตในวันนั้น ผมอยากจะให้พวกเราได้เห็นภาพแล้วจะได้เข้าใจ

พี่น้องครับ นี่เป็นตอนที่ทหารถูกยิงด้วยเครื่องยิงระเบิด แล้วก็ผู้สื่อข่าวเขาถ่ายเอาไว้ได้แต่ว่ามีบางตอนที่สลดใจกว่านั้นพี่น้องครับคือตอนที่มีคนชุดดำเป็นมือปืนซุ่มยิงจากบนตึก แล้วใช้กล้องเลเซอร์ช่วยในการเล็งเป้ายิงใส่พี่น้องประชาชน ยิงทั้งจากบนตึกแล้วยิงจากแนวราบ ที่ผมเศร้าสลดใจและพี่น้องประชาชนชาวไทยต้องเศร้าสลดใจไปด้วยก็คือว่า เขายิงประชาชนที่มาชุมนุมครับ

พี่น้องครับ แน่นอนครับการเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้ง 20 คนรวมทั้งผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่น 1 คนนั้นยังจะต้องสอบสวนกันต่อไป แต่ผมอยากจะให้พี่น้องได้ดูภาพนี้ ภาพของพี่น้องประชาชนคนหนึ่งชื่อนายวสันต์ครับ ถูกยิงเสียชีวิตในวันนั้น ถ้าพี่น้องดูภาพนี้ให้ดีนะครับ ในภาพนี้ครับทหารจะอยู่ทางซ้ายมือของจอภาพ คนเสื้อแดงก็ฮือกันไปจะไปต่อต้านทหาร มีนายวสันต์นี่ครับถือธงเดินสวนย้อนกลับหันหลังให้ทหาร หันหน้ไปทางอื่นซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับทหารแล้วเขาถูกยิงหงายท้องครับ ไม่ได้ยิงมาจากทิศทางของทหาร

พี่น้องครับเจ้าหน้าที่รายงานผมสันนิษฐานว่ายิงมาโดยมือปืนซุ่มยิงคนชุดดำ เพราะผลของการชันสูตรพลิกศพพบว่า วิถีกระสุนที่พุ่งเข้าสู่ศีรษะของนายวสันต์นั้น มาทางด้านหน้า แล้วเป็นกระสุนความเร็วสูง พี่น้องที่เคารพครับประชาชน 20 คนและนักข่าวญี่ปุ่นอีก 1 คนที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 เมษายน เสียชีวิตในลักษณะนี้ คนที่อยู่ในที่ชุมนุมยืนยันได้ว่าคนชุดดำเป็นคนยิง พี่น้องดูคลิปตอนนี้ซิครับ

พี่น้องที่เคารพครับผมเอาให้ดูเฉพาะบางส่วน สั้นๆ แต่ยืนยันกับพี่น้องครับ ในสำนวนสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษมีพยานให้การอย่างนี้ชัดเจนเลยครับ ว่าที่บอกว่าไม่รู้ไม่เห็นนั่น ทั้งรู้ทั้งเห็นและร่วมวางแผนด้วยกันทั้งสิ้น

พี่น้องครับผมไม่ได้มากล่าวหาไม่ได้มาปรักปรำเขา เพราะเขาเหล่านั้นจะต้องไปสู่คดีในศาลยุติธรรมในวันข้างหน้า เพราะคนที่เป็นผู้บงการทั้งหลายได้เป็นผู้ต้องหารศาลรับฟ้องอยู่แล้วในขณะนี้

พี่น้องที่เคารพครับที่ผมเสียใจมากไปกว่านั้นก็คือว่าศพของพี่น้องประชาชนบางรายที่เสียชีวิตในวันนั้น ถูกไปแย่งชิงมาจากโรงพยาบาลแล้วเอามาแห่ แห่เพื่อให้คนโกรธเคือง แห่เพื่อมาปลุกระดมมวลชนให้โกรธแค้น ให้ลุกฮือขึ้นมาก่อสถานการณ์ให้รุนแรงยิงขึ้น พี่น้องครับ ที่ผมอยากจะเรียนกับพี่น้องก็คือว่าคนชุดดำบางพวกปฎิบัติการณ์เข่นฆ่าทหาร เข่นฆ่าประชาชนเสร็จแล้วขึ้นรถหนีออกไปจากพื้นที่ แต่มีคนชุดดำบางพวกครับถอดหัวไอ้โม่งออกแล้วกลายเป็นการ์ดนปช.นำประชาชนไปย้อนกลับแย่งชิงปล้นเอาอาวุธของทหาร ทั้งปืนเอ็ม16 ทั้งปืนอาก้า ทั้งปืนลูกซอง แล้วเอามากองแสดงบนเวที หลังจากนั้นขโมยพากันไปหมด แล้วอาวุธเหล่านี้ล่ะครับ ที่เอามาใช้ก่อการร้ายในช่วงระยะเวลาหลังจากวันที่ 10 เมษายนเป็นต้นมา

พี่น้องที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับพี่น้องตรงนี้นะครับ ด้วยหัวใจของผม ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมนะครับ เป็นประชาชนบริสุทธิ์ เขาถูกแกนนำชักชวนมา ตอนแรกๆก็มาบอกว่าขอให้ไปช่วยทักษิณหน่อย ทักษิณถูกรังแก แต่พอมาอยู่กับเขานานๆเข้า เขาพูดจายุยงทุกวัน ปลุกระดมทุกวัน พูดติดต่อกันทุกวันทุกอาทิตย์ทุกเดือน เป็นปี สองสามปี ทัศนะคติความคิดของพี่น้องเหล่านั้นก็เปลี่ยนไป ยิ่งพอมีเหตุการณ์ที่คนตายก็แน่นอนครับย่อมกระทบกระเทือนจิตใจของคนที่เป็นญาติ คนในครอบครัว พอแกนนำไปโฆษณาชวนเชื่อ ยุยงว่าคนที่ตายนั้น เพราะท่านนายกฯอภิสิทธิ์เป็นคนสั่งฆ่า นายกฯอภิสิทธิ์เป็นผู้สั่งทหารฆ่าประชาชน พี่น้องประชาชนชุดแดงเหล่านั้นก็โกรธเคือง ก็ออกอาละวาด ผมเรียนกับพี่น้องประชาชนเลยครับ ว่าตลอดเวลาที่เกิดวิกฤตการณ์รุนแรงจลาจลวุ่นวาย ฆ่ากันตายเผาบ้านเผาเมือง 68 วันนั้นพวกผมทุกคนที่ทำงานอยู่ในฝ่ายรัฐบาลเสียใจทุกวัน เสียใจอย่างที่สุดที่เห็นคนตาย เราพยายามหลีกเลี่ยงด้วยมาตรการต่างๆ ผ่อนหนักผ่อนเบา อดทนอดกลั้น เพื่อไม่ให้มีคนเจ็บ เพื่อไม่ให้มีคนตาย

พี่น้องครับ คนอย่างผมนี่ครับเป็นกำนันมาแล้วครับ อยู่ในพื้นที่ที่เขาเคยสู้รบเป็นคอมมิวนิสต์เมื่อปี 2522 ครับ วันที่ผมไปประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 7 เมษายน 2553 คุณอริสมันต์เอาคนเสื้อแดงไปปิดล้อมรัฐสภา บุกขึ้นไปในที่ประชุมจะจับตัวผม ผมยังยอมหนีเลยครับ ปีนบันไดสภาหนี ขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนี ผมเป็นส.ส.คนเดียวครับที่นั่งรถยนต์ไปประชุมแล้วนั่งเฮลิคอปเตอร์กลับในวันนั้น เราก็กล้ำกลืนครับพี่น้องครับ ไม่ต้องการให้เกิดเหตุนองเลือด พอมีเหตุพี่น้องประชาชนตายตั้ง 90 กว่าคนเสียใจกันทุกคน

พี่น้องครับเราก็เป็นปุถุชนคนธรรมดาเหมือนกับคนอื่น พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งหลายดูทีวีวันนั้นต้องเสียใจกันทุกคน พวกผมที่เป็นผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ยิ่งเสียใจมากกว่า ผมไม่กล้ามองหน้านายกรัฐมนตรีนะครับ เข้าใจเลย ผมเรียนกับพี่น้องได้ครับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เมษายน ถ้าผมถามนายกรัฐมนตรีแม้แต่คำเดียวผมต้องได้คำตอบ ไม่กล้าถาม ผมรู้ว่าในหัวใจนายกรัฐมนตรีคิดอะไร ผมกลัวนายกรัฐมนตรีลาออก ผมกลัวนายกรัฐมนตรีตัดสินใจยุบสภา เพราะผมเห็นหน้านายกรัฐมนตรี ผมเห็นความปวดร้าวในสายตาของนายกรัฐมนตรี

พี่น้องครับถ้านายกรัฐมนตรียุบสภาวันนั้น ถ้านายกรัฐมนตรีลาออกวันนั้นบ้านเมืองไทยจะยุ่งเหยิงยับเยินขนาดไหน ผมถึงเห็นธาตุแท้ของท่านนายกรัฐมนตรี ผมถึงเห็นภาวะความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล้ำกลืน อดทน ให้คนประณามว่าเป็นนายกฯมือเปื้อนเลือด อดกลั้น อดทน ประคับประคองแก้ไขสถานการณ์ เพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอด พี่น้องหลับตานึกดูซิครับ แม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรียุบสภาหรือลาออก คนหัวรุนแรงอย่างนายจตุพร นายณัฐวุฒิมันจะยอมเลิกหรือไม่ แล้วบ้านเมืองไม่ยับเยินกันหรืออย่างไร

พี่น้องครับผมเชื่อโดยไม่ได้ถามนายกรัฐมนตรีว่าที่ท่านต้องกล้ำกลืนความเจ็บปวดความร้าวราน คนเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อพาชาติให้รอดวิกฤตนั้น เพราะท่านวิเคราะห์ออกว่า แม้ท่านจะยอมกับพวกมาเรียกร้องชุมนุม แล้วยอมคำเรียกร้องของแกนนำ แต่ตราบใดที่แกนนำพวกนั้นยังไม่ได้สิ่งที่เขาต้องการเขาไม่มีวันเลิก สิ่งที่เขาต้องการก็คือว่า นายของเขาคือคุณทักษิณจะต้องไม่ติดคุก สิ่งที่เขาต้องการคือว่านายของเขาจะต้องได้เงิน 46,000 ล้านบาทคืนกลับทุกบาททุกสตางค์ สิ่งที่เขาต้องการก็คือว่าพวกเขาต้องกลับมามีอำนาจรัฐเหมือนเดิม

พี่น้องที่เคารพครับท่านนายกฯอภิสิทธิ์ได้เพียรพยายามหาทางออก พาประเทศฝ่าวิกฤต ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนไหนในประเทศที่ลงทุนไปนั่งเจรจากับแกนนำของพวกหัวรุนแรง ท่านนายกรัฐมนตรีนำท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ  นำท่านชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ไปนั่งเจรจากับจตุพร กับวีระ กับหมอเหวง ไม่ได้ไปเจรจากันลับๆ เจรจาต่อหน้าสื่อมวลชน ต่อหน้าประชาชน ถ่ายทอดโทรทัศน์ 2 วันเต็มๆ แล้วพี่น้องก็เห็นว่าคนเหล่านั้นได้ปฎิเสธข้อเสนอของท่านนายกรัฐมนตรีอย่างไม่มีเยื่อใย คนที่ลุกขึ้นเป็นคนปฎิเสธก็คือคุณจตุพรนี่ล่ะครับ บอกว่าไม่เจรจาต่อไป

พี่น้องที่เคารพครับผมเห็นความอดทนของท่านนายกฯอภิสิทธิ์ ผมเห็นความเพียรพยายามของท่านนายกฯอภิสิทธิ์ เขาไม่เจรจาด้วยก็พยายามคิดอ่านหาทางให้เหตุการณ์ร้ายนี่ยุติให้ได้ วันที่ 3 พฤษภาคม 2553 พี่น้องต้องจำได้ ท่านนายกฯอภิสิทธิ์เป็นคนนำเสนอแผนปรองดอง พวกผมตกตะลึงเลยครับ ท่านคิดทั้งคืนท่านไม่ได้หลับได้นอน แล้วก็ลุกขึ้น บอกว่าเราเสนอแผนปรองดองให้เขา ในแผนปรองดองที่เสนอวันนั้นยอมทุกอย่างครับ เพื่อให้บ้านเมืองคืนกลับสู่ความสงบ ยอมแม้แต่จะต้องยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตามที่ฝ่ายเขาเรียกร้อง

พี่น้องที่เคารพครับ นายกฯเพียงแต่ขอเวลา 6 เดือนให้ทุกคนทุกฝ่ายในประเทศนี้สงบสติอารมณ์แล้วไปจัดเตรียมกฎเกณฑ์กติกาเพื่อรองรับการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสงบด้วยความเรียบร้อยไม่มีอารมณ์ต่อกัน คนพวกนั้นตอนแรกทำท่าจะยอมรับแผนปรองดองของท่านนายกฯ ตั้งข้อแม้บอกว่าเขาจะรับแผนปรองดองของท่านนายกฯอภิสิทธิ์ก็ได้ แต่ว่าสุเทพต้องถูกดำเนินคดี

พี่น้องครับในภาพนี้คือภาพนี้คือภาพที่ผมเดินไปมอบตัวกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผมไปทันที ผมไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นเงื่อนไข ขวางแผนปรองดองของท่านนายกฯ ผมไปมอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยอมรับข้อกล่าวหา รับทราบข้อกล่าวหา ยอมตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ในขณะนี้กระบวนการยุติธรรมที่จะสอบสวนผมตามข้อกล่าวหาของแกนนำเสื้อแดงยังคงดำเนินอยู่ครับ แต่พี่น้องครับ แม้ผมจะไปมอบตัวแล้วตามที่เขาเรียกร้องเขาก็เปลี่ยนใจไม่รับแผนปรองดอง ไม่ยอมรับแนวทางประนีประนอมที่ท่านนายกฯอภิสิทธิ์หยิบยื่นให้ทุกอย่าง เท่านั้นไม่พอครับเขายกระดับการปฎิบัติการ เท่านั้นไม่พอครับเขายกระดับการปฎิบัติการให้มีความรุนแรงยิ่งขึ้น พี่น้องจะเห็นจะจำได้ว่าในเวลาต่อมามีคนเอาปืนเอ็ม 79 ไปยิงใส่สถานที่ราชการต่างๆไม่ว่าจะเป็นกระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข ทำเนียบรัฐบาล ธนาคาร สถานีรถไฟฟ้า โรงแรมดุสิตธานี ธนาคารกรุงเทพ ทั่วไปหมดเลยครับ คนกรุงเทพตกใจพี่น้องทั้งหลายเป็นพยานได้ว่าเสียงระเบิดที่ดังขึ้นมาทุกคืนๆ พี่น้องขวัญผวา เท่านั้นไม่พอครับเวลากลางวันเขายกพวกเขาไปบุกข่มขู่กกต.ยกไปข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ ยกไปข่มขู่ปปช.เขาตั้งด่านเถื่อนตรวจค้นพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา ข่มขู่ประชาชน เขาคุกคามเสรีภาพของพี่น้องประชาชน

พี่น้องครับ ที่สลดที่สุดสำหรับคนไทยทั้งประเทศ คือเขาบุกโรงพยาบาลจุฬา

นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าเขาคิดได้อย่างไร เขาบุกรพ.จุฬา คุณหมอ พยาบาล ต้องอพยพคนไข้ไปโรงพยาบาลอื่น แม้แต่สมเด็จพระสังฆราช เราต้องอาราธนานิมนต์พระองค์ท่านไปโรงพยาบาลศิริราช เท่านั้นไม่พอพี่น้องครับ เขาบอกว่าเขายึด สี่แยกราชประสงค์ไปแล้ว 4 สายนี้ที่มีราชประสงค์ทั้ง 4 เส้นนี้อัมพาตหมดแล้ว เขาไม่หนำใจ เขาบอกว่าเขาจะไปยึดสีลม

พี่น้องต้องจำได้ คนที่สีลมก็ตกใจสิครับ เพราะว่า ราชประสงค์นี่เจ๊งไปหมดแล้ว เน่าไปหมดแล้ว ไม่ต้องค้าขายกันแล้ว ร้างไปหมด โรงแรมเหล่านี้ ร้านค้าเหล่านี้ จะไปย่านสีลม คนสีลมเขาก็รวมตัวกันมาต่อต้าน แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ

คืนวันที่ 22 เมษายน เขายิง M79 จากบริเวณเต็นท์ของพวกเขาที่สวนลุมฯ ยิงเข้าไปใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่สีลม คืนเดียวยิง 5 หน มีคนเจ็บ 80 คน มีคนตายคนนึงครับ คนที่ตายวันนั้น ยังเป็นนางสาวอยู่เลยครับชื่อคุณ ธยนันท์ แถบทอง เป็นแม่ค้าขายเข้าแกงที่ซ.ศรีเวียง ผมจำไม่มีลืมเลยครับ

เขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ทางการเมืองเลย แล้วจริง ๆ ก็ไม่ได้อยู่ในฝ่ายกลุ่มคนสีลมครับ บังเอิญเดินผ่านมา เขายิงใส่สถานีรถไฟ BTS ก็เลยต้องรับเคราะห์เสียชีวิต

พี่น้องที่เคารพครับ เหตุการณ์อย่างนี้เป็นเหตุการณ์ในช่วงที่ 2 ต่อจากวันที่ 10 เม.ย. ที่ทำให้มีการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจ มาปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย อยู่แถวถนนพระราม 4 อยู่แถวหน้าตึกอื้อจื่อเหลียง โดน M79 เสียชีวิตไป 1 คน โดนปืน M16 เสียชีวิตไปอีก 1 คน ในคืนวันที่ 7 ต่อกับวันที่ 8 พ.ค. ประชาชนเดินอยู่บนฟุตบาท ธรรมดาครับ ยิงออกมาจากสวนลุมฯ ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขายึดครองอยู่ เสียชีวิตทันทีไปอีก 1 คน

มาจนถึงวันที่ 13 พ.ค. ตอนหัวค่ำ เสธ.แดง ถูกยิงที่บริเวณใกล้รพ.จุฬา ฯ เรื่องเสธ.แดงถูกยิง เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ยังจะต้องเป็นเรื่องสงสัย วันก่อนนายจตุพร กล่าวหาว่าฝ่ายผมยิง ผมก็บอกว่า ผมสงสัยว่าฝ่ายคุณจตุพรนั่นแหละยิง

ที่ผมสงสัยก็คือว่า ผมเป็นผู้รักษากฎหมาย ผมต้องการให้บ้านเมืองสงบ ผมไม่มีเหตุผลที่ไปยิงเสธ.แดง แต่ผมเห็นเสธ.แดงออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้าถูกยิงไม่กี่วัน บอกว่าเมื่อคืนก่อน เกือบจะยิงกันแล้วที่หน้าเวที ระหว่างพวกจตุพร พวกอริสมันต์ กับพวกเขา แล้วเสธ.แดงเป็นคนบอกครับว่า เขาได้ต่อสายตรงพูดกับทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ สั่งเขามาเลย ว่าถ้าพวกบนเวทีนี่ไม่สู้ ให้มันกลับบ้านไป เอาพวกหัวรุนแรงขึ้นไปเป็นกรรมการนำการต่อสู้ใหม่

ที่สำคัญพี่น้องครับ ตอนที่เสธ.แดงยิง ยิงขณะที่กำลังให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ คนที่วางแผนยิงต้องการให้ข่าวการยิงเสธ.แดง แพร่กระจายไปทั่วโลก เสียหายกับรัฐบาลของท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เสียหายกับประเทศไทย นี่เป็นเหตุผลที่ผมตั้งข้อสงสัย  ผมยังไม่มีหลักฐานที่จะไปปรักปรำใคร แต่เมื่อเขากล่าวหาว่าทางฝ่ายผมเป็นคนยิง ผมก็ต้องความจริงกับพี่น้องว่า ผมก็มีความรู้สึกสงสัย เพียงแต่ว่าสวนทางกับพวกเขาเท่านั้นเอง

พี่น้องที่เคารพครับ เมื่อสถานการณ์มันเลวร้ายลงอย่างนั้น ผมในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการ ศอฉ. ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงต้องสั่งการให้เจ้าหน้าที่ ผสมกัน ทั้งตำรวจ ทั้งทหาร ออกมาตั้งด่าน เพื่อที่ระงับ ยับยั้ง ไม่ให้เกิดเหตุร้ายต่อไป แล้วการที่จะมาตั้งด่านคราวนั้น ก็ระมัดระวังมากครับ พี่น้องครับ ไม่ให้เฉียดเข้ามาในบริเวณที่เขาชุมนุมอยู่ที่ราชประสงค์เลย

ด้านโน้นครับอยู่ที่ซ.ราชปรารภ พี่น้องนับดูซิครับ วัดดูจากราชประสงค์ ไปถึงราชปรารภเท่าไหร่ ด้านข้างหลังนี่ครับ ที่ถ.พระราม 4 ตรงบ่อนไก่ ตรงสวนลุม ด้านทิศนี้อยู่ที่ปทุมวันครับ เลยปทุมวันไปอีกครับ หน้าสนามกีฬา เพราะปทุมวันมีด่านของคนเสื้อแดงอยู่ ทางด้านนี้อยู่ที่เพลินจิตโน่นครับ ไม่ได้มายวนยั่ว ไม่ได้เข้ามาเฉียดกลายเขาเลยครับ แต่ว่าด่านนี้ตั้งเพื่อจุดประสงค์ 2 ประการ

1. ไม่ยอมให้ผู้ก่อการร้ายคนชุดดำที่แฝงตัวอยู่ในผู้ชุมนุม ออกไปเข่นฆ่าประชาชนข้างนอกอีกแล้วในเวลากลางคืน ตรวจค้นอาวุธทุกอย่าง เข้มงวด

2. สกัดกั้นไม่ให้เขาไปขนคนมาชุมนุมเพิ่มเพราะเราต้องการลดจำนวนผู้ชุมนุม ต้องการให้การชุมนุมนี้ค่อย ๆ เลิกกันไป

ด่านที่มาตั้งอยู่ทั้ง 4 ด้านนี้ครับพี่น้องครับ เข้ามาตั้งในตอนเช้าของวันที่ 14 พ.ค.2553 ตามแผนผัง Graphic ที่ยกให้พี่น้องอยู่ ไอ้สีแดงตัดกันนั่นเขายึดหมดครับ ถนน 4 สาย ด่านที่ผมให้เขามาตั้งนั้นเป็นจุดสีน้ำเงิน น้ำเงิน

พี่น้องที่เคารพครับ เกิดอะไรขึ้นครับ พอตกกลางคืนวันที่ 14 พ.ค. มีกองกำลังติดอาวุธใส่ชุดดำเข้าไปโจมตีด่านทางด้านพระราม 4 ทั้งที่บ่อนไก่ ทั้งที่สวนลุม แล้วก็เข้าโจมตี ด่านที่ถ.ราชปรารภ ทางประตูน้ำ รบกันทั้งคืนครับ ปะทะกันทั้งคืนมีผู้บาดเจ็บ มีผู้เสียชีวิต ทั้งคืนวันที่ 14 คืนวันที่ 15 คืนวันที่ 16 คืนวันที่ 17 4 คืน ตาย 42 คน

พี่น้องครับ พี่น้องลองนับตัวเลขดู วันที่ 10 เม.ย. ตายไป 26 ตั้งแต่ระหว่าง 11 เม.ย. มาจนถึง วันที่ 13 เม.ย. ตายอีก 7 วันที่ 14 เม.ย. มาถึงวันที่ 18 พ.ค. ตายไปอีก 42

แล้วตรงไหนล่ะครับที่บอกว่า 92 คนมาตายที่ราชประสงค์

มันมีตัวเลขอีกเท่าไหร่ละครับที่จะมาบอกว่า ทหารมาสลายฝูงชนที่นี่ แล้วทำให้คนตายตั้ง 92 คน

พี่น้องที่เคารพครับ โดยข้อเท็จจริง ผมกราบเรียนกับพี่น้องว่า ผมครับเป็นคนตัดสินใจร่วมกับคณะใน ศอฉ. เราขืนปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปอย่างนั้น มีแต่ความสูญเสียป้องกันไม่ได้ การที่ฝ่ายเขายึดรพ.จุฬาไปได้นั้น คนเดือดร้อนมากเหลือเกิน การที่เขายึดเอาสวนลุมฯ ไว้เป็นที่ซ่องสุมกำลัง แล้วทำร้ายเจ้าหน้าที่ทำร้ายประชาชน เสียหายมากเหลือเกิน

เช้าวันที่ 19 จึงได้ส่งกำลังกระชับพื้นที่เราเรียกปฏิบัติการณ์คราวนั้นว่า ปฏิบัติการณ์กระชับพื้นที่ เพียงยึดรพ.จุฬาฯ คืน เพียงยึดสวนลุมฯ คืน ไม่ให้เป็นที่ซ่องสุมอีกต่อไปเท่านั้น

กำลังของเจ้าหน้าที่บีบเข้ามาเพียงด้านเดียวครับ พี่น้องครับ จากถ.พระราม 4 แล้วเข้ามาหยุดอยู่ที่ ถ.สารสิน หรือที่เราเรียกว่า ซ.สารสิน เท่านั้นเอง หยุดอยู่ตรงนั้นทั้งวัน เพราะว่าได้พื้นที่สวนลุมฯ คืนแล้ว ได้รพ.จุฬาฯ คืนแล้ว หยุดเท่านั้น

แต่พี่น้องทราบไม๊ครับ ตลอดเวลาที่เจ้าหน้าที่เคลื่อนตัวมาเพื่อยึดพื้นที่ให้ได้ถึงถ.สารสิน เขาใช้อาวุธสงครามทุกชนิด ยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ มีเจ้าหน้าที่ของเราบาดเจ็บ มีภาพเห็นชัดครับ เจ้าหน้าที่ของเราบาดเจ็บ ผู้สื่อข่าวก็ช่วยหามเจ้าหน้าที่ คนที่ไปด้วยก็ชุลมุนครับ ช่วยกัน

เจ้าหน้าที่ของเราหลุดออกจากรถที่กำบังได้นิดเดียว ยิงด้วย M79 เสียชีวิต กองอยู่ข้าง ๆ กับผู้สื่อข่าวชาวต่างประเทศ ในเหตุการณ์วันนั้นครับ มีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 1 คน มีผู้สื่อข่าวชาวอิตาลีเสียชีวิต 1 คน มีคนไทยถูกยิงเสียชีวิตที่หน้า รพ.จุฬาฯ 2 คน ปฏิบัติการณ์วันที่ 19 พ.ค. มีคนเสียชีวิต 4 คน เท่านั้นในการปฏิบัติการณ์

เขาเอาคนที่เสียชีวิตทั้ง 24 ชั่วโมงนั้น บวกใส่เข้าไปให้เราหมด ทหารยังไม่ทันเข้ามาถึงสวนลุมฯ เลยครับ 6 โมงเช้ายังไม่ถึงอนุสาวรีย์พระเจ้าอยู่หัวร.6 เลยครับ เห็นคนนอนตายอยู่แล้ว 2 คน ไม่ใส่เสื้อ หน้าเต้นท์ของพวกเขา เลือดแห้งหมดแล้วครับ ผู้สื่อข่าวก็ถ่ายรูปไว้ ซึ่งผมยืนยันว่า 2 ศพ นั้นไม่ใช่ฝีมือทหารแน่นอน

แล้วทั้งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ครับ ทั้งวันของวันที่ 19 ทหารไม่ได้มาถึง 4 แยกราชประสงค์เลย ตอนที่นายณัฐวุฒิ นายจตุพร ประกาศยอมยุติการชุมนุมนั้น ไม่มีทหารมายืนอยู่หน้าเวที หรือใกล้เวทีแม้แต่คนเดียวครับ

พี่น้องที่เคารพครับ มีคนตายในวันนั้น ตายตอนกลางคืน ตายตรงนี้ครับ ตายในห้างเซนทรัลนี่ครับ 1 คน คนที่เซน ทรัลก็ไม่รู้จัก ไม่ใช่พนักงานของห้าง ตายตอนที่ไฟไหม้ สำลักควันไฟตาย ไม่รู้วิ่งขึ้นไปทำไมบนนั้น ไม่รู้เป็นใคร แล้วก็มีคนเสียชีวิต ที่วัดปทุม 6 คน ซึ่งเสียชีวิตในตอนกลางคืน ประมาณ 2 – 3 ทุ่มแล้ว นายณัฐวุฒิ นายจตุพร กล่าวหาว่าทหารเป็นคนยิงให้ตาย

พี่น้องที่เคารพครับ  6 คนนั้นผมยืนยันได้ว่าสถาบันนิติเวชของตำรวจได้ตรวจเขม่าดินปืนพบว่า 2 คน ที่ตายนั้น มีเขม่าดินปืนอยู่ที่มือ จับอาวุธ ยิงปืนมาก่อน

พี่น้องที่เคารพ ตรงกับรายงานของเจ้าหน้าที่ ที่รายงานผมบอกว่า มีการปะทะกัน ที่แยกเฉลิมเผ่าในตอนค่ำ ตอนที่เจ้าหน้าที่พยายามที่จะคุ้มครองรถดับเพลิง เข้ามาทำการดับเพลิง

พี่น้องครับ เรื่องของคนที่เสียชีวิตที่วัดปทุม ก็จะมีเจ้าหน้าที่มีองค์กรกลาง มีคณะกรรมการของอ.คณิต ที่จะต้องสอบสวนต่อไปผมไม่เอามาพูดจาให้เป็นข้อถกเถียงกัน

ผมอยากจะเรียนกับพี่น้องโดยสรุปอย่างนี้ครับว่า การปฏิบัติการณ์กระชับวงล้อม ของเจ้าหน้าที่หรือกระชับพื้นที่ของเจ้าหน้าที่วันนั้นมีคนเสียชีวิตเพียง 4 คน และไม่มีผู้ชุมนุมคนไหนที่อยู่บริเวณหน้าเวทีชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ตายเลยแม้แต่คนเดียว

ผมยืนยันต่อหน้าพี่น้องที่เคารพรักทั้งหลาย ว่าไม่มีคนตายที่ราชประสงค์ ในวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ไอ้ที่แกล้งมาทำเป็นผีเมื่อวานบอกว่า คนตายที่นี่ ตายที่อื่นครับ

พี่น้องที่เคารพครับ เขายุติการชุมนุม เพราะว่าฐานกำลังคนเสื้อดำที่คุ้มครองเขาอยู่แตกแล้วที่สวนลุม เขาจึงตัดสินใจยุติการชุมนุม ผมดีใจกันได้ไม่เท่าไหร่หรอกครับ

เขาลงมือเผาบ้าน เผาเมืองเลย

เผาโรงหนังสยาม เผาเซนทรัลเวิล์ด เผาเซเว่น อิเลฟเว่น เผาธนาคารกรุงเทพฯ เผาสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เผาศาลากลางจังหวัด เผาทั่วไปเลยครับ พี่น้องครับ แล้วไม่ใช่เรื่องที่คนโกรธแค้น ผมเชื่อโดยความบริสุทธิ์ใจของผมครับพี่น้องครับ ว่าการเผาที่เกิดขึ้น เผาบ้านเผาเมืองคราวนั้น ไม่ใช่เพราะคนโกรธแค้นที่ยุติการชุมนุม แต่เป็นเรื่องที่พวกเขาได้ปลุกระดม ได้วางแผนกันมาไว้แล้ว พี่น้องลองดูคลิปเสียงนี้สิครับ

(เปิดคลิป)

พี่น้องที่เคารพครับ ผมเอาของจริงมาแสดงกับพี่น้อง มาเรียนกับพี่น้อง เพราะว่าเขาเคยกล่าวหาว่า ผมสั่งให้เจ้าหน้าที่ทหาร เผาสถานที่เหล่านี้เพื่อสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายเขา

พี่น้องที่เคารพ การฆ่าเจ้าหน้าที่ก็ดี การฆ่าประชาชนก็ดี การใช้ปืน M79 ยิงใส่ที่ทำการของรัฐ ใส่ธนาคาร ใส่ร้านค้า ใส่สถานีรถไฟฟ้า รวมทั้งการเผาบ้านเผาเมืองทั้งหลาย

พี่น้องลองดูที่มือเขาสิครับ คนที่หยิบยางรถรถยนต์ที่จะไปเผาครับ ที่ข้อมือของเขาใส่สายรัดข้อมือที่เป็นสัญลักษณ์ของคนเสื้อแดงครับ

ข้างหลังนั่น “นายกวี ณ ลำปาง” ครับ เขียนไว้เลยครับ เสื้อ แล้วใส่ชุดดำคลุมหัวไอ้โม่ง นั่นครับ ข้อมือเหมือนกันหมด มันไม่ใช่คนของผมแน่นอนครับ ไม่มีทหารผมคนไหนแต่งตัวอย่างนี้ครับพี่น้องครับ

พี่น้องที่เคารพครับ เพราะเหตุที่เขาฆ่าทหาร เพราะเหตุที่เขาฆ่าประชาชนผู้สุทธิ์ เพราะเหตุที่เขาเผาบ้าน เผาเมือง คณะกรรมการคดีพิเศษ จึงได้มีมติ ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับคดีนี้ไปทำ เป็นคดีพิเศษ ตามกฎหมาย บูรณาการเอากำลังทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งอัยการ เข้ามาช่วยกัน สืบสวน สอบสวน ทำคดีนี้

แล้วผลของการสืบสวนสอบสวน ครับ พี่น้องครับ คดีพิเศษที่ 18 / 2553 เขาได้พยาน ได้หลักฐาน เห็นว่า มีคนที่จะต้องเป็นผู้ต้องหาทั้งหมด 26 คน

ชื่อที่ 1 คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ชื่อที่ 2 คือ วีระ มุสิกพงศ์

ชื่อที่ 3 คือ จตุพร พรหมพันธุ์

ชื่อที่ 4 คือ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

ชื่อที่ 5 คือ นพ.เหวง โตจิราการ

พี่น้องครับ ชื่อหลัง ๆ ไม่อยากอ่านแล้ว แต่ผมอยากจะกราบเรียนกับพี่น้องที่เคารพรักทั้งหลายว่า รัฐบาลไม่ได้กลั่นแกล้งคนเหล่านี้ การดำเนินคดีนี่ เป็นไปโดยโปร่งใส แล้วก็เปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาทุกคนได้ต่อสู้คดีด้วยความยุติธรรม ตรงไปตรงมา

ที่ต้องฟ้อง ที่ต้องดำเนินคดี เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ที่ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลไม่เข้าไปแทรกแซงเลย ผู้ต้องหาเหล่านั้น เมื่อพนักงานสอบสวนเห็นหลักฐานทุกอย่างสมควรฟ้อง ก็สั่งฟ้อง พอไปถึงอัยการ อัยการก็นำคดีไปฟ้องศาล ศาลพิจารณาแล้วเห็นพยานหลักฐานแล้ว เห็นสำนวนแล้ว ก็รับฟ้อง เขาขอประกันตัว ศาลให้ประกันตัวทุกคน แต่มีเงื่อนไขว่าประกันตัวไปแล้ว ต้องไม่ไปสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง มี 2 คน ปฏิบัติผิดเงื่อนไขที่ศาลที่กำหนด ศาลจึงถอนประกัน คือนายจตุพร พรหมพันธุ์ แล้วนายนิสิต สินธุไพร ตอนนี้ก็อยู่ในคุกอยู่ 2 คน

ผลของการสอบสวนคราวนี้พี่น้องครับ เอกสารที่ผมมีอยู่ในมือนี่ครับ ยืนยันว่ากองกำลังติดอาวุธ คนเสื้อดำที่เราเห็นในภาพนั้น มีตัวตนจริง ๆ นี่เป็นรูปถ่ายตอนที่เขากำลังฮึกเหิมกันอย่างเต็มที่ครับ แล้วมีพยานระบุชื่อ ระบุตัวได้ แล้วไปตรงกับภาพที่กำลังก่อการร้าย มีหลักฐานพยานระบุ จึงมาขอหมายศาล ออกหมายศาล แล้วจับตัวมาดำเนินคดี มีทั้งกลุ่มนักรบโรนิน กลุ่มเสื้อดำ กลุ่มสมิงดำ กลุ่มเชียงใหม่ 51 กลุ่มนักรบพระเจ้าตาก กลุ่มพระองค์ดำทั้งหลาย

พี่น้องครับ คนเหล่านี้เป็นจำเลย ร่วมกันกับจตุพร กับณัฐวุฒิ กับหมอเหวง กับทั้งหลายทั้งปวงที่ผมเอ่ยชื่อกับพี่น้องทั้งหลายแล้ว แต่ที่ผมอยากจะเรียนกับพี่น้องทั้งหลายครับ มีคนถามมากเหลือเกินว่า ไอ้ตอนที่เกิดเหตุอย่างนั้นน่ะ ใครเป็นคนยิง ใครเป็นคนฆ่า

พี่น้องครับ จากสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ได้ตัวแล้วครับ มีคนชี้แล้วครับว่า คนที่ยิงปืน M79แล้วทำให้พล.อ.ร่มเกล้า และทหารเสียชีวิตนั้น คือนายสุกเสก พลตื้อ กับนายมงคล สาระพัน ครับ

คนที่ยิง RPG ใส่วัดพระแก้ว ชื่อ บัณฑิต สิทธิทุม จับได้พร้อมของกลาง รับสารภาพครับ

คนที่ยิง เฮลิคอปเตอร์ทหาร จับได้พร้อมอาวุธ ที่ผมบอกพี่น้องเมื่อสักครู่มี 3 คน รวมเป็นแก๊งเดียวกัน นางนฤมล นายสุรชัย นายชาตรี

คนที่ยิง M79 มากที่สุดในทีมของเขา อยู่ที่กลุ่มเชียงใหม่ 51 จับได้ครับ ชื่อนายวัลภพ พิธีพรหม สารภาพทุกคดีเลยครับ

พี่น้องที่เคารพครับ ผมกราบเรียนเรื่องนี้กับพี่น้องทั้งหลาย ไม่ต้องการที่จะเอามารื้อฟื้นให้มีความโกรธเกลียด ให้มีความชิงชังกัน ผมอยากจะเรียนกับพี่น้องครับ ผมต้องการร้องขอความยุติธรรมให้ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมขอความยุติธรรมให้กับทหาร และกองทัพของประชาชน

พี่น้องครับ ผมทน ให้เขาพูดอยู่ข้างเดียวมานานแล้ว ถ้าผมไม่ออกมาพูดวันนี้ จะมีคนเข้าใจนายกฯ อภิสิทธิ์ตามคำโฆษณาชวนเชื่อของเขามาก แล้วผมกลัวครับพี่น้อง ผมสารภาพกับพี่น้องว่า ผมกลัว กลัวว่า จะมีคนไม่เลือกนายกฯ อภสิทธิ์ เพราะนึกว่านายกฯ อภิสิทธิ์เป็นอย่างที่เขาโฆษณา

พี่น้องที่เคารพครับ ผมเป็นนักการเมืองอาชีพ เป็นนักการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้งมา 10 กว่าสมัย อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์มา 30 กว่าปี เรื่องการเลือกตั้งจะแพ้ชนะนี่ผมทำใจได้ พวกผมทุกคนทำใจได้ ผมเพียงแต่คาดหวัง วิงวอนว่า ให้พี่น้องประชาชนได้รับข้อมูลให้ครบถ้วนทุกด้าน แล้วพี่น้องใช้ดุลยพินิจ ถ้าพี่น้องประชาชนเห็นว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เก่งพอ ไม่มีภาวะผู้นำ ไม่มีประสบการณ์แก้ปัญหาชาติไม่ได้ ไม่เลือก พวกผมรับได้

แต่ถ้าบอกว่าไม่เลือกนายกฯ อภิสิทธิ์เพราะนายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นฆาตกร เป็นคนสั่งทหารฆ่าประชาชน ตามคำโฆษณาชวนเชื่อของพวกนั้น ผมร้องไห้ทุกวัน

ผมเรียนกับพี่น้องครับ นายกฯ อภิสิทธิ์ ไม่ได้ร่วมสั่งการใด ๆทั้งสิ้น ผมเป็นผู้อำนวยการ ศอฉ. ผมเป็นคนสั่งการทุกอย่าง แล้วผมรับผิดชอบ เขากล่าวหาว่า ทำให้คนตาย ผมไปมอบตัวแล้ว ผมเรียนกับพี่น้องครับ ผมพร้อมที่จะสู้คดีพิสูจน์ความถูก ความต้อง ผมไม่หนีไปต่างประเทศเหมือนทักษิณ

ผมไม่ทิ้งพี่น้องทั้งหลาย ผมไม่ทิ้งพี่น้องผมที่ร่วมกันแก้ปัญหามาตลอดเวลาทั้งปี 2552 ทั้ง 2553

ผมเรียนกับพี่น้องครับ ผมเป็นคนบ้านนอก ผมเป็นกำนันมาก่อน ก่อนที่จะมาเป็นนักการเมือง ผมเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในยุคที่ประเทศไทยมีสงครามสู้รบที่เรียกว่า คอมมิวนิสต์ วันนี้ผมเห็นเขาไปจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง ตำบลเสื้อแดง ชักธงแดง

ผมเศร้าครับพี่น้อง ผมนึกถึงหัวอก หัวใจ ที่คนที่อยู่ในหมู่บ้านในชนบทเหล่านั้น ไม่กล้าที่จะแสดงตัว นายชวนไป นายอภิสิทธิ์ไป จะยกมือทักทาย ยังไม่กล้ายกเลยครับ

ผมอยากจะขอพี่น้องที่เคารพรักทั้งหลาย ช่วยพูดจากับเขาเถอะครับ วิงวอนกับเขาเถอะครับ มาสู้กันตามกฎเกณฑ์ มาสู้กันตามกติกา  ทรัพย์สิน เงินทอง คุณก็เยอะ สมุนบริวาร คุณก็เลี้ยงไว้มาก ทุกแผนกสื่อมวลชนของคุณก็เยอะ สร้างข่าวโหมกระแสกันทุกวัน

พวกผมก็สู้ยากอยู่แล้ว ไม่ต้องเอากำลังมวลชนจัดตั้งมาคุกคามพวกผม ไม่ต้องเอากองกำลังเสื้อดำ ติดอาวุธมาข่มขู่กันอีก ไม่มีนักประชาธิปไตยที่ไหนเขาทำกันอย่างนั้น เอาแค่มีพรรคการเมืองมาสู้กันก็พอแล้ว

พี่น้องครับ หลายเรื่องที่เขาพูดนั้น ผมสารภาพกับพี่น้องตรง ๆ ว่าผมไม่เชื่อเขา แต่เมื่อ 2 – 3 วันคุณยิ่งลักษณ์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า คุณยิ่งลักษณ์ไม่สามารถควบคุมคนเสื้อแดงได้

ผมเชื่อครับ พี่น้องครับ ผมเชื่อว่าคุณยิ่งลักษณ์ ไม่สามารถควบคุมคนเสื้อแดงได้ เพราะเสื้อแดงที่พี่น้องเห็นนั้นมันเป็นเฉพาะยอดภูเขาน้ำแข็งครับ ที่อยู่ข้างหลังที่บงการอยู่นั้น เป็นพวกที่ยังมีอุดมการณ์เดิมที่ต้องการล้มล้างเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองของประเทศนี้ เขาไม่เลิกหรอกครับ

ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เสื้อแดงพวกนี้แหละครับ ไม่ใช่ประชาชน มวลชนนะครับ เสื้อแดงที่เป็นแกนนำนี้แหละครับ ที่จะมาขี่คอพรรคเพื่อไทยผมเป็นห่วงครับ

สิ่งสุดท้าย ที่ผมขออนุญาตกราบเรียนกับพี่น้องครับ วันนี้มาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว มีเวลาอีกหลายวันครับ ที่พี่น้องจะช่วยชาติ ช่วยประเทศไทยได้ ช่วยกรุณาสื่อสารไปถึงญาติเรา พี่น้องเราทั่วประเทศไทยด้วย ว่าในบัญชีรายชื่อผู้สมัครแบบสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น มีผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายอยู่ 22 คน

ถ้าใครเผลอไผลไปเลือก กากบาทให้บัญชีสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จตุพร พรหมพันธุ์ ได้เป็นส.ส. ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้เป็น ส.ส. แล้วผู้ก่อการร้ายอีก 20 กว่าคนนั้นได้เป็น ส.ส. ถ้าเขาชนะพวกผม เผลอ ๆ จตุพร พรหมพันธุ์ ได้เป็นรัฐมนตรี

ผมทำใจเอาไว้แล้ว พี่น้องครับ ถ้าจตุพร พรหมพันธุ์ ได้เป็นรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือเป็นนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง

สงสัยผมติดคุกแน่ครับ พี่น้อง

พี่น้องประชาชนคนไทยอื่น ๆ ไม่ทราบจะต้องไปขุดรูอยู่กันอย่างไร พี่น้องครับ ถึงเวลาที่เราจะต้องช่วยเหลือบ้านเมืองแล้วครับ มีแต่พี่น้องเท่านั้นที่จะรักษาบ้านเมืองได้ต่อไปนี้

ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ และพวกผมได้ทำมาเต็มที่ สุดกำลังแล้วครับ 2 ปีกว่า ถ้าพี่น้องเห็นว่าบ้านเมืองนี้ไว้ใจนายกฯ อภิสิทธิ์ได้ เทใจให้นายกฯ อภิสิทธิ์ครับ  เลือกเบอร์ 10 ทั้งสองใบ ขอบคุณครับ

ที่มา – พรรคประชาธิปัตย์

คำต่อคำ นายชวน หลีกภัย

ปราศรัย ณ เวทีราชประสงค์ 23 มิถุนายน 2554

พี่น้องครับอย่าเงียบนะครับ ผมไม่ดุเดือดเหมือนท่านสุเทพนะครับ ผมไม่มีเสียงตะโกนนะครับ เพราะว่าไปใช้เสียงที่ภาคเหนือที่ภาคอีสานครับ แล้วเพิ่งกลับมาเมื่อคืนนี้เองครับพี่น้องครับ ความจริงแล้วผมยังต้องอยู่ที่ภาคอีสานอีกซักวันหนึ่ง แต่ว่าท่านหัวหน้าพรรคเรียกตัวกลับจำเป็นต้องกลับ ในฐานะลูกพรรคก็ต้องกลับมา แล้วท่านก็ขอให้ท่านได้ร่วมปราศรัยในคืนนี้ครับพี่น้องครับ แต่ว่าจริงๆแล้วเรื่องของรัฐบาลนั้นผมจะรู้ไม่มากเท่ากับผู้ที่อยู่ในตำแหน่งอย่างท่านนายกฯและรองนายกรัฐมนตรี ผมเป็นแต่เพียงผู้สนับสนุนรัฐบาลในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของพรรคเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นประเด็นที่จะพูดกับพี่น้องคงไม่ได้ดุเดือดเหมือนที่ท่านสุเทพ ซึ่งก็เป็นความจริงทั้งหมดที่พี่น้องควรจะรับทราบ ที่จริงแล้วอยากจะเรียนพี่น้องนะครับว่า เขามีคนห่วงใยการจัดปราศรัยที่ราชประสงค์นะครับ หลายท่านหวังดีทราบดีครับ แต่พี่น้องต้องไม่กลัวนะครับ เพราะว่าจะพูดสี่แยกนี้สี่แยกไหนในประเทศไทย ความจริงก็ต้องเป็นความจริงใช่ไหมครับ โดยเฉพาะประชาธิปัตย์เรามีคำขวัญประจำพรรค สัจจังเว อมตะวาจา ความจริงคือสิ่งที่ไม่ตายครับพี่น้องครับ ผมต้องกราบเรียนพี่น้องว่า เพิ่งกลับจากภาคอีสานเป็นครั้งที่สอง ได้มีโอกาสพบกับพี่น้องหลายจังหวัด เมื่อวานนี้อยู่ที่อุบลฯ ศรีษะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ มีข้อมูลที่น่าจะบอกพี่น้องว่าป้ายจากสุรินทร์มาศีษะเกษ ถึงอุบล ป้ายหาเสียงของพรรคถูกทำลายคำนวณแล้วมากกว่าร้อยละ 90 ครับ วิธีทำลายก็คือการกรีดหน้าของหัวหน้าพรรคอภิสิทธิ์ บางแผ่นประณีตมากครับพี่น้องครับ นอกจากกรีดเอาตัวออกทั้งหมดแล้ว ยังกรีดเอาศูนย์ออกด้วยพี่น้องครับ ไม่อยากจะบอกว่าใครเป็นคนทำครับ แต่ว่าพี่น้องมั่นใจนะครับ คนในพื้นที่ส่วนใหญ่เขาไม่เอาด้วยครับ ผมกล้าพูดเพราะเมื่อวานนี้ผมได้พบครอบครัวของครู 2 ครอบครัวที่อำเภอปราสาท จ.สุรินทร์ ครอบครัวครู 2 ท่านนี้แม่บ้านบอกว่าเห็นการทำลายแล้วโกรธมากไม่พอใจมาก เพียงแต่บอกไม่ได้ว่าคนที่ทำคือใคร รู้ว่าคนกลุ่มไหน แล้วก็บอกว่าโกรธไม่พอใจแล้วประชาชนก็มีความรู้สึกอย่างเดียวกัน เพราะว่านี่คือการแข่งขันสู้ที่ไม่กล้าสู้ตามวิถีทางที่ถูกต้องใช่ไหมครับ

ทำไมต้องกลัวภาพคุณอภิสิทธิ์ มันหล่อถึงขนาดน่ากลัวขนาดนั้นเชียวหรือครับ กลัวความหล่อไปลบเลือนความสวยเหรอครับ แต่พี่น้องครับชาวบ้านบอกพวกเรา ผมอยู่ที่ขอนแก่น วันนั้นเดินในตลาดใต้ตอนเช้าแม่ค้ากรุณารับอย่างดี เพราะแม่ค้ารู้ว่านายชวนลูกแม่ถ้วน ชวน หลีกภัย เขาก็รู้ครับว่าแม่ค้าขายของด้วยกัน แม่ค้าก็รับอย่างดีครับพี่น้องครับ ระหว่างเดินก็มีกลุ่มเสื้อแดงยกชูป้าย วันนั้นเกือบได้เรื่องเพราะแม่ค้าโกรธก็จะไปตบครับพี่น้องครับ เราเลยต้องห้ามเอาไว้ว่าอย่าๆ ไม่มีอะไรแสดงออกได้ไม่มีปัญหาพวกผมยินดีรับ ขออย่างเดียวอย่าใช้วิธีรุนแรง จึงได้ขอร้องและไม่เห็นด้วยที่นายกฯอภิสิทธิ์ไปไหนต้องคอยด่าหยาบคาย ปาด้วยน้ำแข็งหรือปาไข่ใส่ท่านสุเทพ อันนี้ไม่เห็นด้วยมันเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องครับ แต่วันที่ขอนแก่นนั้นผมประทับใจที่เขาบอกเราอย่างนี้ครับ เขาบอกนายกฯชวน ประทานโทษนะครับเขาเรียกผมอย่างนั้น นายกฯชวนอย่าเข้าใจว่าพวกเราเสื้อแดงทั้งหมดน่ะ ผมบอกผมเข้าใจและเข้าบอกว่าอย่าคิดว่าเราเห็นด้วยกับการเผาศาลากลาง ผมได้ไป 2 ครั้งไปจังหวัดที่ศาลากลางถูกเผาทั้งสองครั้ง ทั้งสองแห่ง คืออุบลราชธานีและขอนแก่น เสียใจจริงๆพี่น้องครับ เพราะในที่สุดต้องทำใหม่และงบประมาณแห่งล่ะไม่ต่ำกว่า ห้าหกร้อยล้านบาท เงินภาษีพี่น้องทั้งนั้นเลยครับ มันเจ็บปวด เจ็บปวดที่เราต้องมาชดใช้ภาษีชาวบ้านให้กับคนเพียงไม่กี่คนมีเวลาอยู่นิดเดียว ผมขอโอกาสเจ้าหน้าที่ที่ตามไปดูแล ต้องขอบพระคุณเจ้าหน้าที่

แต่ขอโอกาสเขาว่ากรุณาอย่าตามได้ไหม ขอไปเยี่ยมหมู่บ้านเสื้อแดงหน่อยเถอะ ก็ไปที่อ.ซัมสูงพี่น้องครับ ก็ได้ไปพบเขาก็มีธงที่เสาไฟฟ้าติดเป็นแถวไปนะครับมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ถนน ที่บ้านบางบ้านก็ติดธงแดง บางบ้านก็ไม่มีแต่ถ้ามีก็จะมีอยู่เกือบหมดนะครับ ก็ไปหยุดที่บ้านๆหนึ่ง เขาเห็นผมตกใจนะครับนึกว่าเห็นผีเหมือนกันครับ เขาก็เอ่ยว่า เอะเขาคงจำได้ ผมบอกใช่ผมเองครับผมนายชวน หลีกภัย มาเยี่ยม ภรรยาเขาก็ดีครับขอทักทายขอถ่ายรูป แต่สามีเขาก็ทำตัวไม่ถูกเลยครับ ผมก็ไม่ถามอะไรให้เขาลำบากใจ บอกว่าน้องทำอะไร ทำงาน มาเยี่ยมน่ะ ไม่มีอะไร หลังจากนั้นชาวบ้านที่เขารู้เขาก็มา มาถ่ายรูป แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากให้พวกเราได้มีส่วนรับรู้ร่วมกัน 1.พี่น้องอย่าเหมาทั้งหมดครับ 2.อย่าวางใจบางกลุ่มบางคน เป้าหมายเขาชัดเจนเพราะมีการปลุกระดม สอนให้พูดในสิ่งที่พี่น้องไม่เชื่อว่าเขาจะกล้าพูด แม้นี่จะเป็นกลุ่มน้อยแต่มีจริงๆครับพี่น้องครับ ผมกล้ายืนยันกับพี่น้องว่ามันมีการสอนให้ด่าให้พูด ด่าผู้ใหญ่คนนี้ว่าอย่างนี้ ด่าสถาบันว่าอย่างนี้ ด่ามาถึงผมนะครับพี่น้องครับ เมื่อปราศรัยที่สนามหลวงนั้นด่าถึงผมด้วย ด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย แต่โชคดีว่าผมได้รับข้อมูลจากท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่แล้ว ท่านเสรี เตมียเวช บันทึกเสียงด่าและคำด่ามาให้ผม และบอกด้วยว่าคนที่ด่าคือใคร ผมก็ฟ้อง 2 คนนี้ครับ 1.คุณชินวัตร หาบุญภาค ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยขณะนี้ในระบบบัญชีรายชื่อ 2.นายสุรชัย แซ่ด่าน ฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท ดดยให้ทนายความช่วยทำให้ ทั้งสองคนก็มาศาลและรับสารภาพครับ ผมยังยุให้เขาสู้คดีเลยพี่น้องครับ บอกสู้ซิพิสูจน์ว่าสิ่งที่ท่านพูดว่าท่านพูเป็นเรื่องจริงแล้วท่านจะพ้นผิด คุณสุรชัยก็บอกผม พี่ ผมยอมรับครับสิ่งที่พูดไม่จริง ผมบอกแล้วพูดได้ยังไงไม่จริง เขาแนะนำให้พูดอย่างนี้ถ้าด่านายชวนให้ด่าอย่างนี้ คุณชินวัตร รับสารภาพว่าสิ่งที่พูดไม่จริง ศาลก็ตัดสินทั้ง 2 ท่านคนละคดีครับ จำคุก และรอลงอาญา 2 ปี ผมจึงรู้ว่า อ้อ ขบวนการเหล่านี้เขามีระบบของการสอนให้แต่ละคนด่าคนว่าอย่างไร จึงมีการให้ร้ายให้ข้อมูลที่ผิดๆ เช่น ให้ร้ายต่อสถาบันหลักของบ้านเมือง น่าอันตราย เพราะฉะนั้นผมก็ปราศรัยที่จังหวัดเหล่านั้นเตือนเจ้าหน้าที่ว่า อย่าละเลยมองข้ามสิ่งเหล่านี้ แต่อย่าเหมาว่าทุกคนเป็นอย่างนั้น เพราะส่วนหนึ่งเขาทำไปด้วยความกลัว ทราบว่าธงแดงที่ติดที่บ้าน  บางบ้านไม่เต็มใจให้ติดแต่ไม่กล้าเอาออกเพราะจะถูกผู้นำที่เอาธงมาติดนั้นเล่นงาน ใช้วิธีคุกคาม พี่น้องครับแม้กระทั่งการแจกใบปลิวหาเสียงที่ภาคเหนือ ภาคเหนือพี่น้องของเราที่นั่นเป็นคนดีเป็นคนสงบ พี่น้องอีสานของเราก็เป็นคนที่เชื่อฟังคำสั่ง เป็นคนเรียบร้อยไม่ใช่คนที่ชอบความรุนแรง แต่มันมีคนส่วนหนึ่งที่เขาไปปลุกระดมเอาไว้ กรณีที่ไปภาคเหนือปรากฏว่าผู้สมัครของเราเอาแผ่นโฆษณา แผ่นปลิวโปสเตอร์ไปให้ เขาทำยังไงรู้ไหมครับ เขาบอกตรงๆว่าอย่าให้รับเลยน่ะ อย่าให้รับเลย เอาว่าเบอร์นี้อยู่ในใจแล้ว เบอร์ 10 นี่อยู่ในใจแล้ว แต่ว่าขอว่า ขอว่าอย่าให้รับไว้ที่บ้านเลย เพราะเขาห่วงว่าเขาจะไม่ปลอดภัย พูดง่ายๆในหมู่บ้านนั้นมีผู้มีอิทธิพล ซึ่งเป็นคนกลุ่มที่คอยรังควาญชาวบ้าน ถ้าไม่สนับสนุนกลุ่มเสื้อแดงด้วยกัน เพราะฉะนั้นส่วนนี้จึงเป็นส่วนที่เป็นปัญหาของบ้านเมือง มีคนแนะนำว่าการที่กลุ่มนี้เอาสิ่งของมาปานายกฯ ด่านายกฯหยาบคาย ทำไมเราไม่ทำบ้าง แก้เผ็ดเอาให้สะใจ ยังมีคนแนะนำด้วยซ้ำว่าอยู่ภาคใต้แถวนั้นก็ดุอยู่แล้ว ทำไมไม่เอาให้สะใจเวลามาไม่ต้องปาไข่เอาก้อนหินเลย

แต่เราก็บอกพี่น้องครับว่า ผมบอกว่าอย่าว่าแต่ทำเลยน่ะคิดมันก็ผิดแล้ว เพราะถ้าทำอย่างนี้บ้านเมืองเราจะแตกแยกยับเยินหมด และพี่น้องไปไหนไม่ได้หรอกครับ ไปก็มีอันตราย สงสารพี่น้องทางเชียงใหม่ ลำปาง ทางเหนือครับ การท่องเที่ยวเขาทรุดลง คนส่วนใหญ่เขาจึงไม่เห็นด้วยกับวิธีการเหล่านี้ วิธีการเหล่านี้มันพัฒนามาจากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 48 ครับ คนไม่ค่อยรู้หรอกครับว่า ไอ้การที่กลุ่มคนเสื้อแดงก่อเหตุอย่างนี้มันปาได้อย่างไร ผมก็กราบเรียนพี่น้องว่าผม ท่านนายฯอภิสิทธิ์ตอนนั้นเป็นหัวหน้าพรรค คุณชัยวุฒิ รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมปัจจุบันนี้ไปหาเสียงที่เชียงใหม่ ไปปราศรัยที่ศูนย์ศิปะวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์นั้นความจริงตอนผมเป็นนายกฯนี่ครับเป็นคนให้เงินไป 50 ล้านเพื่อสร้างศูนย์นั้นให้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครับ ไม่นึกเลยวันหนึ่งสร้างเสร็จใช้สถานที่จะเป็นเวทีที่คนเสื้อแดงมาไล่ตีเอาบนศูนย์นั้นนะครับ ไม่นึกเลยครับพี่น้องครับ รู้อย่างนี้ให้เงิน 50 ล้านจะได้สร้างศุนย์เป็นร้อยล้านเลยครับพี่น้องครับ แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในจุดนั้น คำถามว่าทำไมจุดนั้นยังเกิดขึ้น คำตอบก็คือว่าตอนนั้นเขาไปสนับสนุนให้วิทยุชุมชนปลุกระดมคนเชียงใหม่มาต่อต้านการที่เราไปหาเสียงด้วยถ้อยคำว่าอย่าให้พวกนี้มาหาเสียงที่บ้านเรา พี่น้องครับ วิทยุเขาปลุกระดมตั้งแต่ตอนสายจนกลางคืน พอถึงเวลาปราศรัยก็เอารถติดเครื่องเสียงมากลบเสียงพวกเราครับ และเมื่อคนชาวบ้านมาฟังเขาก็กั้นไว้ไม่ให้เข้ามาฟัง แล้วในที่สุดพอถึงเวลาปราศรัยเขาก็ส่งเสียงรังควาน จนพูดเกือบไม่ได้แต่เราก็ปราศรัย คนกลุ่มนั้นจึงแหวกเจ้าหน้าที่มา เจ้าหน้าที่ก็คุมไม่ได้ไม่อยากว่าว่ารู้เห็นเป็นใจ แต่ว่าแหวกเข้ามา เขาไม่เพียงเอาไม้มือมาโบกไล่เท่านั้น ขึ้นมาบนเวทีปราศรัยแล้วเอาม้านั่งพลาสติกนี่คับไล่ทุบตีพวกเรา คุณชัยวุฒิบาดเจ็บเลยครับพี่น้องครับ ผมกับท่านนายกฯอภิสทธิ์ปลอดภัยโดยอาศัยหลวงพ่อโกยพี่น้องครับ วิ่งออกมาครับ นั่นคือจุดเริ่มต้นของพัฒนาการที่มาใช้ความรุนแรง น่าเสียใจที่แนวคิดนี้เป็นอย่างนี้ ดังนั้นพวกผมจึงห้ามว่าอย่าทำอย่างนี้ เพราะบ้านเมืองจะเสียหายยับเยิน และในที่สุดจะเป็นปัญหาต่อประเทศชาติในอนาคต ถ้าอย่างนั้นเราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ผมไม่มีข้อสรุปในเวลาสั้นๆ แต่อยากกราบเรียนพี่น้องด้วยความเคารพว่าเราแยกให้ออกพี่น้องครับ ระหว่างคนร้ายกับคนดี ระหว่างคนที่เป็นเครื่องมือโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และคนที่ตั้งใจก่อเหตุร้าย ถ้าเราแยกออกแล้ว เราจัดการตามกฎหมายใครผิดว่าไปตามผิด ใครไม่ผิดอย่าไปกลั่นแกล้งเขา

ขอใช้คำภรรยาของพล.อ.ร่มเกล้า คุณนิชา เมื่อสื่อมวลชนไปถามว่า จะให้เกิดความปรองดองในชาติได้อย่าไร ผมพูดมาก่อนแล้วคำนี้ว่าวิธีปรองดองที่ดีที่สุดในชาติคือใครทำผิดรับผิด ใครไม่ได้ทำผิด ใครไม่ได้ทำผิดอย่าไปกลั่นแกล้ง ไม่มีวิธีใดดีกว่านี้ครับ ท่านจะมายกเว้นโทษให้คนเผาศาลากลางเหรอครับ ท่านจะมายกเว้นโทษให้คนที่เจตนาฆ่าคนเหรอครับ ผมไม่เชื่อว่าพี่น้องคนในชาติจะยอม และผมเชื่อว่าพี่น้องไม่ยอม พี่น้องครับที่จริงคำถามนี้ มันก็เป็นคำตอบในการลงคะแนนระหว่างผู้ที่ต้องการความปรองดองด้วยวิธียกเว้นโทษให้คนทำผิดกับผู้ที่จะทำสิ่งที่ผิดให้ต้องรับโทษจะเลือกใครตัดสินได้ทันที

ผมเล่าสิ่งเหล่านี้ให้พี่น้องฟัง เพราะวันนี้ไม่อยากให้ท่านหดหู่ ประเทศไทยไม่ได้อบจนประทศไทยไม่ได้ล้าหลัง ประเทศไทยเราไม่ได้เป็นประเทศด้อยพฒนา เราอ่านข่าวฟังวิจารณ์อาจจะรู้สึก ประเทศเราเลวร้ายอย่างนี้เชียวเหรอเนีย มีบางคนประชดประชันว่าประเทศไทยดีทุกอย่างเสียย่างเดียวมีคนไทยอยู่  ไม่จริงหรอกครับ ไม่จริงครับพี่น้องครับ อันนั้นเป็นคำประชดเท่านั้นเอง แต่พี่น้องครับท่านจำได้ไหม ถ้อยคำต่อไปนี้บ้านเมืองมีทั้งคนดีและไม่ดี ไม่มีใครสามารถทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด

พี่น้องเข้าใจสิ่งเหล่านี้ดีบ้านเมืองนี้เรามีประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจ พี่น้องอย่ามองลบหลู่บ้านตัวเอง ผมเถียงเสมอเมื่อใครบอกว่าประเทศไทยล้าหลัง ผมนี่แหละยืนยันกับพี่น้องว่าผมเป็นผู้แทนมา 43 ปี ในสภา 500 คนผมนี่แหละอยู่นานที่สุด  ไม่ใช่ผมแก่ที่สุดนะครับพี่น้องครับ เที่ยวหน้านี่ผมดูบัญชีรายชื่อแล้วมีคนแก่กว่าผมครับพี่น้องครับ เพี้ยงขอให้คนแก่ติดมาด้วยผมจะได้ไม่แก่กว่าเพื่อนครับ

พี่น้องครับที่ผมกราบเรียนอย่างนี้เพราะวันนี้วันที่ 23 มิถุนายน 2554 พรุ่งนี้คือวันที่ 24 มิถุนายน 2554 คือครบ 79 ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครองครับ ถ้าพี่น้องจำไม่ได้อ่านประวัติศาสตร์ประเทศไทย และเราจะย้อนกลับไปสู่ 79 ปีที่แล้ว ระยะเวลา 79 ปีมันยาวพอที่จะมากกว่าอายุขัยถัวเฉลี่ยคนไทย แต่อายุประชาธิปไตยเราเทียบอายุคนไม่ได้พี่น้องครับ 79 ปีของการเปลี่ยนแปลงนั้นถ้าเราย้อนกลับไปพี่น้องนึกออกวันนั้นคณะราษฎร์ได้รัฐประหาร ปฎิวัติรัฐประหาร เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พี่น้องครับไม่มีเหตุรุนแรงสูญเสีย แต่สิ่งที่อยากจะกราบเรียนพี่น้องให้ระลึกก็คือว่าการที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานอำนาจให้มีรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยนั้น มิใช่จากความกดดัน แต่แท้จริงแล้วถ้าพี่น้องอ่านประวัติศาสตร์ พระองค์ท่านมีความปรารถนาแต่ต้นที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ แต่ติดขั้นที่พระราชดำริของพระองค์ถูกคณะอภิรัฐมนตรีคัดค้านไม่เห็นด้วย โดยอ้างว่าคนไทย การศึกษายังไม่มากพอ ผมกราบเรียนเรื่องนี้เพื่อเทิดทูลพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระทัยใฝ่ประชาธิปไตยมาตั้งแต่ต้น จึงไม่มีเหตุรุนแรงสูญเสีย เรามีอะไรหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงดีขึ้นโดยไม่มีความรุรแรงสูญเสีย ถ้าพี่น้องย้อนกลับไปสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเลิกทาส เราก็ไม่มีสงครามระหว่างฝ่ายเหนือฝ่ายใต้ ผ่านไปได้ด้วยความสงบแม้จะมีอุปสรรคปัญหา ผมทบทวนเรื่องนี้กับพี่น้องเพื่อให้เรามองอดีตด้วยความภาคภูมิใจ แต่แน่นอนพี่น้องครับชีวิตของประชาธิปไตยประเทศไทยนั้น ไม่ได้ราบรื่นครับ ล้มลุกคลุกคลานมีปัญหาต่อเนื่อง อุปสรรคแรกๆ เราก็รู้ว่าคืออะไร ประเดี๋ยวจะให้พี่น้องได้ฟัง แต่สิ่งที่ผมบอกว่า 79 ปีผ่านไปประเทศไทยไม่ล้าหลังหรอกครับพี่น้องครับ อย่างน้อยที่สุดในอาเซียนพี่น้องไม่ด้อยกว่าคนไหนหรอกครับ อย่าเทียบสิงคโปร์ สิงคโปร์ประเทศเล็กๆซึ่งมีความร่ำรวยกว่าเราประเทศเขาเล็กเท่ากับจังหวัดเล็กๆจังหวัดหนึ่งของเรา เพราะฉะนั้นเราเทียบสัดส่วนกันไม่ได้เลย ในประเทศที่มีประชากร 60 กว่าล้าน 80 กว่าล้าน 90 ล้านผมไม่เชื่อว่าประเทศไทยจะด้อยกว่าประเทศไหน

พี่น้องครับเรากับมาเลเซียไล่ๆกันครับ 11 บาทของเรา ก็ เท่ากับ1 ริงกิตของเขา รายได้ถัวเฉลี่ยเขาอาจจะดีกว่าเราเล็กน้อย เพราะประชากรเขาไม่ถึง 30 ล้าน เรา 64 ,65 ล้าน เขามีทรัพยากรบ่อน้ำมัน เขามีทรัพยากรมากมาย แต่ชีวิตความเป็นอยู่ของเขากับเราพอๆกัน ที่ผมกราบเรียนเรื่องนี้เพราะผมคิดว่าบางทีเราฟังการวิพากษ์วิจารณ์ประเทศตัวเองในทางลบทุกเรื่อง ทำให้คนไทยหดหู่ เราล้าหลังกันอย่างนี้เชียวหรือเนีย เวียดนามกำลังจะมีรถไฟเร็วความเร็วสูง ประเทศไทยแย่มากไม่มีอะไรอะไรเลยผมไปถามคนเวียดนามเมื่อต้นปีที่แล้ว จริงหรือ เขาบอกใช่ แต่ว่าบัดนี้สภาฯมีมติยกเลิกแล้วเพราะทำไม่ได้ ใครคิดอะไรก็ได้ครับ แต่บ้านเราที่ผมบอกว่าเราไม่ล้าหลังผมเป็นประจักษ์พยาน เพราะเมื่อ 43 ปีที่แล้วผมหาเสียง ยอดปรารถนาของผู้คนขณะนั้นที่ขอผู้แทนช่วยเมื่อเลือกตั้งเสร็จก็คือ ขอให้มีถนนลูกรังดีๆซัก 1 สายเพื่อไม่ต้องลุยโคลนตอนหน้าน้ำ และไม่ต้องขรุขระในตอนหน้าแล้ง ไม่กลัวฝุ่นเพราะรถยนต์ยังไม่มี  ยอดปรารถนาเมื่อ 43 ปีที่แล้วคือถนนลูกลังพี่น้องครับ วันนี้เราลืมไปแล้วครับ เพราะวันนี้ไม่มีใครพูดถึงเรื่องลูกรังแล้ว เป็นถนนคอนกรีตไปแล้ว วันหนึ่งคนไม่พูดเรื่องไฟฟ้าเลย เพราะมันไกลเกินไปที่จะพูดเรื่องไฟฟ้า วันนี้ไฟฟ้ามีไปทั่วถึงแล้ว วันนี้น้ำประปาไปแล้ว วันนี้ความพร้อมหมู่บ้านเราดีขึ้น ดีขึ้นๆโดยลำดับ

พี่น้องครับวันนี้ พัฒนามาเป็นความต้องการ อะไรครับ 3 จี ฮึ วันนี้ต้องการ 3 จี คุณลุงที่บ้านไม่รู้ว่าจีนี่คือผู้หญิงที่เขาเรียกเจ๊จีหรือเปล่านะครับ แต่ว่าคนเมืองหลวงเรียกร้อง 3 จี มันพัฒนาไปไกลพี่น้องครับ พัฒนาเหล่านี้มันคือความก้าวหน้าในโครงสร้างพื้นฐาน อย่างอื่นเขาพัฒนาแม้กระทั่งการเมืองผมก็กราบเรียนพี่น้องว่า 79 ปีไม่ได้ล้าหลังหรอก อย่างน้อยเกินกว่าครึ่งหนึ่งที่ผมมีส่วนรู้เห็นในฐานะเป็นผู้แทนราษฎร เมื่อผมเข้ามาเป็นผู้แทนครั้งแรก 43 ปีที่แล้วเป็นฝ่ายค้านของรัฐบาลจอมพลถนอม วันนั้นผู้แทนมี 219 คน วันนั้นผมกราบเรียนพี่น้องว่างบประมาณแผ่นดินรายจ่ายประจำปี ปีละ สองหมื่นกว่าล้านบาท เดี๋ยวนี้ 1 กระทรวงเป็นแสนล้านครับ มันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงครับ แล้วบ้านเมืองก็พัฒนาไปเรื่อยๆ จากจังหวัดหนึ่งมีโรงพยาบาล 1 โรง วันนี้ทุกอำเภอมีโรงพยาบาลประจำอำเภอ ไม่อยากให้เรามองประเทศด้วยความหดหู่ ประชาธิปไตยพัฒนามาเมื่อวันที่ผมเป็นผู้ครั้งแรก กฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนว่าห้ามส.ส.เป็นรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นใครเป็นนายกฯ อยากเป็นรัฐมนตรีก็ไม่มีใครมาสมัครผู้แทน ความหลากหลายผู้แทนจึงมีจำกัด มีเฉพาะอาชีพข้าราชการบำนาญ ทนายความ นักธุรกิจมีน้อย วิศวกรมีซักคนสองคน วันนี้พัฒนามาสู่มีความหลากหลายด้านความรู้ วันนั้นจบปริญญาตรีก็ถือว่าสูงมากแล้ว วันนี้จบดอกเตอร์เป็นเรื่องปรกติธรรมดา แต่บางทีดอกเตอร์ก็พูดไม่ค่อยรู้เรื่องก็เป็นที่เข้าใจกัน แต่บอกพี่น้องเพราะมันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีที่คนมีความรู้มากขึ้น แต่พี่น้องครับในท่ามกลางสิ่งที่ดีงามนั้น มันก็มีสิ่งไม่ดีตามมา โครงสร้างพื้นฐานบ้านเมืองดีขึ้น แต่สิ่งแวดล้อมเลวลง ป่าไม้ถูกทำลาย ขอพูดป่าไม้ซักนิดเถอะครับว่าคนไม่ค่อยสนใจ ความสำเร็จของประเทศไทยยิ่งใหญ่ที่สุดในการปลูกป่า มากกว่าป่าถูกทำลาย เกิดสมัยประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลครับพี่น้องครับ

โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ 5 ล้านไร่สมัยที่คุณสุเทพเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และรัฐวิสาหกิจองค์กรรับไปทำโดยรัฐไม่ต้องออกเงินแม้แต่บาทเดียว ขอยกย่องเถอะครับ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยรับไป 1 ล้านไร่ เดี๋ยวนี้ปลูกได้จริงครับ ไฟฟ้าฝ่ายผลิต ไฟฟ้านครหลวงและองค์กรอื่นๆ รวมทั้งภาคเอกชน 5 ล้านไร่ครบถ้วน เป็นครั้งแรกครับที่ปริมาณป่าไม้เพิ่มขึ้นมากกว่าป่าถูกทำลาย โดยรัฐไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว เราไม่มีเวลาสนใจสิ่งเหล่านี้ เพราะเราเจอกับปัญหาเรื่องอื่น เจอปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ เจอปัญหาเรื่องปากท้อง เจอปัญหาเรื่องการเมือง  จนเรามองข้ามว่าผลงานยิ่งใหญ่ที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ทำไว้ให้คือสิ่งแวดล้อม พี่น้องเดินทางรถยนต์ผ่านจังหวัด สองข้างทางต้นไม้จะร่มรื่นกว้าในอดีตนั่นคือ 1 ในโครงการปลูกไม้ริมทาง 60,000 กิโลเมตรครับ เกิดเมื่อปี 2536 , 2537 จนปัดนี้ ขอวกกลับมาเรื่องความก้าวหน้าของการเมือง ที่ผมกราบเรียนพี่น้องว่ามันมีคนหลากหลายดีขึ้นนั้น

และก็มีสิ่งเลวร้ายในทางการเมืองเกิดขึ้น กล่าวคือระบบการเลือกตั้ง วิธีมาจากกการเลวลงพี่น้องครับ  นักการเมืองซื้อเสียงมากขึ้น ขอพูดความจริงไม่ใช่ตำหนิพวกนักการเมืองด้วยกัน แต่นี่คือความจริงจะพูดที่ไหนก็พูดอย่างนี้แหละครับ และความจริงข้อนี้ ความจริงข้อนี้ที่ผมพูด ก็ทำให้พวกนักซื้อเสียงโกรธผมเสมอ นายชวนแผ่นเสียงตกร่อง ก็แน่นอนคุณตกหลุมอยู่ตรงนั้นไอ้นี่มันก็ต้องตกร่องธรรมดาพี่น้องครับ พวกคุณตกหลุมซื้อโกงเลือกตั้ง แล้ววัฎจักรวงจรเลวร้ายก็กลับมา ซื้อเสียงเข้ามามีตำแหน่งโกงกินทุจริตคอรัปชั่น เก็บเงินกลับไปซื้อเสียง ซื้อเสียงกลับมาชนะเข้ามามีตำแหน่ง โกงกินคอรัปชั่นได้เงิน กลับไปเตรียมตัวซื้อเสียง นี่คือวงจรอุบาทว์ และนี่คือความเลวร้ายที่มากับประชาธิปไตยที่พัฒนาขึ้นๆ

พี่น้องครับทั้งหมดนี้อยู่ที่พวกเรา ไม่มีใครที่จะตัดวงจรอุบาทว์นี้ได้ นอกจากพวกเราทั่วประเทศอย่ายอมเป็นเหยื่อของเงินพวกทรชนครับ  คนพวกนี้เขาเชื่อว่าเงินซื้อได้ อย่าว่าแต่ชาวบ้านเลย เขาซื้อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังได้เลย  ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางชุดยอมขายวิญญาณให้กับเขา ทำสิ่งที่ผิดให้ถูก ใช้วิธีการหลายมาตรฐาน ที่เขาด่า 2 มาตรฐาน 2 มาตรฐาน จริงๆ 2 มาตรฐานเกิดในยุคคุณทักษิณครับ พี่น้องจำไม่ได้เหรอครับ พี่น้องจำได้แน่นอน เราจะพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทยใครพูดครับ แล้วจังหวัดที่เขาไม่เลือกพรรคไทยรักไทยเขาไม่เสียเหรอครับ ผู้นำประเทศมีสิทธิ์อะไรมาแบ่งแยก ปกครองด้วย 2 มาตรฐาน แล้วจะมาบอกว่าปรองดองๆ คุณเป็นคนสร้างเงื่อนไขไม่ให้ปรองดอง สิ่งนี้คือสิ่งที่ให้เห็นถึงการแบ่งมาตรฐาน ผมยกตัวอย่างที่เขาพูด 2 มาตรฐานเขาตำหนิศาลรัฐธรรมนูญไม่ยุบประชาธิปัตย์ 2 มาตรฐาน ผมจะกราบเรียนพี่น้องครับว่า 2 มาตรฐานจริงๆของศาลรัฐธรรมนูญคือตอนที่คนของพรรคไทยรักไทย พรรคเดียวกันนั้นแหละถูกร้องว่าปกปิดทรัพย์สิน ทรัพย์สินอยู่ในชื่อภรรยา เช้าศาลตัดสินคดีคุณประยุทธ   มหากิจศิริ  ว่าทรัพย์สินอยู่ในชื่อภรรยา ศาลตัดสินว่าภรรยาสามีเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะฉะนั้นสันนิษฐานว่ารู้มีความผิดครับ บ่าย บ่ายครับศาลเดียวกันครับ บ่ายของท่านทักษิณกับภรรยาแบบเดียวกันครับ คือทรัพย์สินอยู่ในชื่อภรรยา แต่ตอนบ่ายศาลกลับบอกว่า ไม่กลับ กลับไม่บอกว่าเป็นหนึ่งเดียวกัน กลับบอกว่าไม่มีความผิด นี่คือ 2 มาตรฐานชัดเจนครับพี่น้องครับ แต่กรณีของคดียุบพรรคประชาธิปัตย์นั้นก็ถือโอกาสกราบเรียนพี่น้องเลยนะครับในฐานเป็นหัวหน้าทนาย  สู้คดีให้พรรคมา 3 คดี ได้อาศัยท่านบัณฑิต ศิริพันธ์ คณะทีมนักกฎหมาย ท่านหัวหน้าพรรคมอบหมายให้ผมทำหน้าที่กันด้วยความเหนื่อยยาก ถ้าจะทวงวันนี้ก็คือยังไม่จ่ายค่าทนายเลยครับพี่น้องครับ

พี่น้องครับ คดีแรกที่เราถูกฟ้องพร้อมกับพรรคไทยรักไทย ศาลมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าประชาธิปัตย์ไม่ผิดให้ยกคำร้อง คดีของพรรคไทยรักไทยศาลมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พรรคไทยรักไทยมีความผิดให้ยุบพรรคไทยรักไทย แล้วต่อมาประชาธิปัตย์ก็ถูกกล่าวหาอีก 2 คดีโดยกลุ่มคนที่ปราศรัยในกลุ่มเสื้อแดงครับ กับส.ส.มหาสารคามของพรรคเพื่อไทยไปร้องกล่าวหาประชาธิปัตย์ให้ยุบประชาธิปัตย์ ครั้งนี้แหละครับที่ต้องกราบเรียนพี่น้องว่าบทบาทของคนเสื้อแดงในการคุกคามข่มขู่กกต.นั้นรุนแรงมาก ที่จริงแล้วท่านสุเทพก็พูดไปแต่ว่าถ้าจะทบทวนให้พี่น้องเห็นว่า  ใครอยู่ในฐานะอย่างนั้นไม่กลัวมันก็ผิดปุถุชนแล้ว กลุ่มเสื้อแดงไปที่กกต.แล้วบอกว่าถ้าไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ จะยุบชีวิตกกต.แล้วก็ขู่ว่าถ้าไม่ยุบประชาธิปัตย์กกต.ไม่สามารถเดินตลาดได้ให้เสี่ยงชีวิตเอา  ขู่ว่าถ้าไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์จะฟ้องคดีอาญาถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้งและก็เผาโลงศพที่หน้ากกต.ครับ ผมประทานโทษเถอะครับพี่น้องครับผมคิดว่าความฮึกเหิมที่รู้สึกว่าทำอะไรรุนแรงแล้วคนกลัว แล้วก็ไม่มีใครไปใช้มาตรการจัดการตามกฎหมาย ทำให้คนกลุ่มนี้กล้าไปขู่แล้วในที่สุดก็มาขู่ตุลาการครับ  โดยขู่ว่าถ้าไม่ยุบประชาธิปัตย์จะเอาความลับของตุลาการบางท่านมาเปิดเผย

พี่น้องครับขอให้ตุลาการที่ซื่อตรงเหล่านั้นได้รับการคุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตุลาการบอกว่ามีโทรศัพท์ โทรศัพท์มาหาแล้วพูดในสาระสำคัญคือให้ยุบประชาธิปัตย์ และคนที่โทรศัพท์เข้ามานั้น 2 ครั้ง 2 คน คนแรกคืออดีตผู้บริหารสูงสุดฝ่ายบริหาร คำนี้คืออะไรครับ อดีตนายกรัฐมนตรีครับ โทรศัพท์มาขู่ตุลาการ อีกครั้งหนึ่งครับ ครั้งที่สองเป็นอดีตผู้บริหารสูงสุดฝ่ายบริหารอีกคนหนึ่ง ถ้าสรุปก็คือว่าอดีตนายกฯ 2 คนโทรศัพท์มาขู่ตุลาการให้ยุบประชาธิปัตย์ ผมกล่าวเรื่องนี้กับพี่น้องเพราะเราได้ข่าวจากสื่อก็ไม่ตรงนัก สื่อไม่ได้ลงข้อความที่ตรง และไปเข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ชนะด้วยเทคนิค ศาลยกเพราะอายุความเงื่อนเวลา ไม่เลยครับ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยข้อเท็จจริงทุกข้อ แล้วศาลบอกว่าทุกประเด็นไม่มีความผิดจึงยกคำร้องไม่ยุบประชาธิปัตย์พี่น้องสนใจนะครับหลังเลือกตั้งแล้วท่านไปขอเอกสารที่พรรคเพราะว่าฝ่ายกฎหมายเขาพิมพ์ย่อๆเพื่อให้คนได้รับรู้เพราะสิ่งนี้มันจะเป็นประวัติศาสตร์ต่อไป

พี่น้องครับผมแวะเข้ามาพูดเรื่องนี้เพื่อให้เกิดความกระจ่างในเรื่อง 2 มาตรฐานยุคปัจจุบัน นี่ถ้าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเขา 2 มาตรฐานพวกผมก็พงครับ ถ้าตุลาการชุดนี้ยอมเป็นเหยื่อของคนเหล่านี้พวกผมก็อยู่ไม่ได้ ผมถึงขอกราบเรียนพี่น้องด้วยความเคารพว่า เชื่อเถอะครับบ้านเมืองมีทั้งคนดีและไม่ดีจริงๆ ทุกองค์กร มีคนดีและไม่ดีอันนี้คืออมตะวาจา ที่ผมกราบเรียนพี่น้องว่าผมเป็นพยานเห็นมาด้วยตาตัวเอง ถึงพัฒนาการเมืองประเทศไทยว่ามีความก้าวหน้า เพราะเมื่อผมเป็นผู้แทนครั้งแรก 2 ปี 9 เดือนทหารก็ปฎิวัติ ไม่มีเหตุผลอะไรเลย รำคาญส.ส.ตัวเองก็ปฎิวัติ  จอมพลถนอมปฎิวัติรัฐบาลจอมพลถนอมครับ เพราะส.ส.ของรัฐบาลขณะนั้นคือพรรคสหประชาไทย ขอเงินรัฐบาลสามแสนห้าหมื่นบาท พวกผมอยู่ในสภา คัดค้านว่ารัฐบาลไม่ควรให้เงินส.ส.พรรครัฐบาล เพราะฝ่ายนิติบัญญัติไม่ควรมาถือเงิน รัฐบาลไม่ฟังเรา ผมเป็นหนึ่งในคนที่อภิปรายไม่เห็นด้วยกับวิธีการรัฐบาล ปีต่อมาส.ส.กลุ่มนี้เขารู้สึกว่าเขากดรัฐบาลได้ เขาจึงขอจากสามแสนห้าหมื่นบาทเป็นหนึ่งล้านบาท โดยการนำของท่านส.ส.อุดรธานี ท่านยวง ท่านเสียชีวิตแล้ว จอมพลถนอมรำคาญส.ส.เหล่านี้ทั้งที่เราเตือนแล้ว เลยปฎิวัติ ง่ายเหลือเกินพี่น้องครับนึกจะปฎิวัติก็ปฎิวัติ รำคาญนิดหน่อยก็ปฎิวัติ แมลงวันตอมหน่อยก็ปฎิวัติ ยุงกัดหน่อยก็ปฎิวัติ วันนั้นเราจึงบอกว่าในชีวิตประชาธิปไตยของประเทศไทยนั้นเราล้มลุกคลุกคลานลุ่มๆดอนๆเพราะอุปสรรคสำคัญอันหนึ่งคือทหารในยุคนั้นแก้ปัญหาด้วยวิธีการยึดอำนาจ แม้บางครั้งมีปัญหาร้ายเกิดขึ้นจริงแต่ไม่ถึงขั้นที่จะต้องมายึดอำนาจ อย่างไรก็ตามให้ความเป็นธรรมกับทหารว่าวันนี้เขาเป็นผู้ใหญ่มีวุฒิภาวะแล้ว เหตุร้ายที่ท่านสุเทพเล่ามา ถ้าทหารไม่เป็นผู้ใหญ่เขาปฎิวัติไปนานแล้วครับพี่น้องครับ และเข้าล็อกพวกนั้นเลยครับ เข้าแนวที่เขาต้องการเลยล่ะครับ อยากให้มีการยึดอำนาจ ก่อเหตุมาเพื่อให้วุ่นวายยึดอำนาจเพื่ออำนาจใหม่จะได้ไปเกิดขึ้น จะได้ไปลบล้างความผิดพวกเขาได้ แต่โชคดีว่าทหารเขามีวุฒิภาวะมีความเป็นผู้ใหญ่ เขาเข้าใจภารกิจของเขาเองและเขาไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนที่สร้างเงื่อนไขขึ้นมา ผ่านพ้นสิ่งนั้นมาได้ ผมจึงกราบเรียนพี่น้องว่าบัดนี้อุปสรรคของประธิปไตยที่เคยเกิดในอดีต คือฝ่ายกำลังทหารเข้ามายึดอำนาจนั้น ดูเหมือนจะผ่านพ้นไปแล้ว คนไทยน่าจะสบายใจได้ว่าประชาธิปไตยเราจะไปได้ด้วยวิถีทางที่ราบรื่นกว่าเดิม

แต่พี่น้องครับไม่มีคนไทยใดคิดว่า วันหนึ่งมีนมีเงื่อนไขเลวร้ายเกิดขึ้นอย่างที่ไม่น่าเชื่อเป็นไปได้ ผมเปรียบไปเสมือนโรคภัยไข้เจ็บ ผมเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เคยเริ่มโครงการรักษาฟรีเด็กและผู้สูงอายุครับ ผมรณรงค์เรื่องโรคภัยไข้เจ็บในสมัยนั้น ได้มีความรู้บัดนี้โรคร้ายแรงในอดีต โรคเรื้อนเขาหมดไปแล้ว อหิวาตกโรคเขาหมดไปแล้ว โรควัณโรคก็ถือว่าเกือบหมดไปแล้ว ใครจะคิดครับว่าวันหนึ่งมันมีโรคเลวร้ายกว่าเดิมชนิดแก้ไม่ได้รักษาไม่ได้ โรคเอดส์เกิดขึ้น ไม่มีใครคิดฉันท์ใด การเมืองเมื่ออุปสรรคจากฝ่ายกำลังหมดไป ไม่มีใครคิดวันหนึ่งธุรกิจการเมืองกลับเข้ามาพี่น้องครับ แล้วในที่สุดธุรกิจการเมืองก็ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า ซื้อส.ส.ซื้อพรรคการเมือง ตั้งพรรคโดยไม่ต้องเริ่มต้น ตั้งพรรคโดยวิธีเหมาส.ส.ไปเลย แล้วก็เพื่อให้เสียงมาก ก็ต้อนพรรคการเมืองต่างๆเข้ามาอยู่ในกลุ่มตัวเอง ไม่เป็นไรครับด้วยวิธีเหล่านั้นที่จริงมันก็ไม่ค่อยเหมาะสม แตว่าไม่เป็นไรถ้าส.ส.เขาเต็มใจจะไปอยู่ด้วย ที่ผมรู้เพราะจังหวัดผมจังหวัดตรัง ก็ถูกซื้อไป 1 คน เราไม่รู้หรอกครับ แต่ความที่เขาโลภมาก ท่านทักษิณเคยพูดว่าจะมีความสุขที่สุดถ้าเอาชนะเลือกตังในจ.ตรังได้ เคยพูดอย่างนี้เลยนะครับ แต่ผมไม่เคยมีความสุขครับถ้าผมไปโกงเลือกตั้งที่ไหนแล้วชนะมาได้ผมก็ไม่มีความสุข ผมก็มีความสุขผมมีความสุขมากที่คนจ.ตรังเลือกผมมาไม่ต้องซื้อแม้แต่บาทเดียว ความที่อยากเอาชนะจึงเกลี่ยกล่อมส.ส.เราไปคนหนึ่ง แล้วความโลภมากลาภหายพี่น้องครับ ได้คนเดียวไม่พอเอาคนที่สอง ไอ้คนที่สองที่เขาทาบทามก็เลยเอาความลับมาบอกพรรคครับ ว่าบัดนี้ส.ส.ประชาธิปัตย์เป็นไส้ศึกเป็นหนอนบ่อนไส้ เข้ามาเกลี่ยกล่อมส.ส.ให้ย้ายไปอยู่ไทยรักไทย แล้วนัดเจรจาซื้อขายกันที่โรงแรมรามาการ์เด้น คนที่เจรจาฝ่ายรัฐบาลไทยรักไทยเอ่ยชื่อเลย นายพิเชษฐ  สถิรชวาล รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยขณะนั้น คนของผมชื่อส.ส.สมศักดิ์ เข้าไปพบตกลงว่าถ้าเข้าพรรควันแรกจ่ายเช็คเงินสด 5 ล้านที่เหลือจ่ายเดือนล่ะสองแสน 1 ปี 12 เดือนสองล้านสี่แสน ที่เหลือไปทบทวนว่าจะรวมค่าโปสเตอร์ น้ำมันรถ ในวันเลือกตั้งอย่างไร และใครมีคดีจะวิ่งศาลให้ บังเอิญผู้แทนของผมคนนี้เคยถูกคดีเข้าไปในบ้านที่เขาเล่นการพนันแล้วถูกจับ ถูกปรับ 2,500 บาท ความจริงเขาไม่ได้เข้าไปเล่น เป็นบ้านพรรคพวกหัวคะแนน แต่เขาเสียท่าคนก็วางแผนไว้แล้ว เตรียมตำรวจเตรียมอะไรไว้เรียบร้อยแล้ว พอเข้าไปปุ้บจับปั้บเลยครับ เขาก็บอกกับผู้แทนคนนี้ว่า สำหรับคดีคุณที่ศาลตัดสินปรับ 2,500  บาทนั้นจะวิ่งศาลอุทธรณ์ให้ เพราะน้องเคยนายกฯทักษิณ เป็นปลัดกระทรวง นี่อย่างนี้เลยนะครับเขาอ้างอย่างนี้เลยนะครับสมัยนั้นเนีย

ผมเคยโทรศัพท์ไปกราบเรียนท่านประธานศาลฎีกาในสมัยนั้นเลยนะครับ กราบเรียนท่านว่า ท่านครับเขาเริ่มใช้สถาบันศาลเป็นเครื่องมือแล้วครับ พวกนี้เริ่มแทรกแซงองค์กรต่างๆแล้ว ที่ผมกราบเรียนเรื่องนี้เพราะเราทั้งหลายต้องมีบทเรียนนะครับ เมื่อระบบธุรกิจการเมืองเข้ามาขณะนั้นและซื้อส.ส.เข้าไป สิ่งที่เราไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นคือการซื้อวุฒิสมาชิก 200 คนที่มาจากรัฐธรรมนูญ 2540 ปรากฏว่าถูกซื้อไป 60 กว่าคน ข้อเท็จจริงนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงิน เล่าให้พวกเราฟังที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 10 ธันวาคม ต่อหน้าท่านนิพนธ์ วิศิษฎ์ยุทธศาสตร์ รองประธานวุฒิสภาต่อหน้า ผมขอโทษเอ่ยชื่อเพื่อน ท่านมานิต สุขสมจิต ที่ปรึกษาหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ว่าใน 200 คนนั้นบัดนี้ เขาจ่ายเงินเป็นเดือนประจำไปแล้ว 60 กว่าคน เขายังบอกว่าบางคนไม่กินประจำแต่กินเป็นจ๊อบๆ เขาใช้คำว่าอย่างนั้นนะครับ

พี่น้องครับ วุฒิสมาชิกเขาบังคับไม่ให้สังกัดพรรค เพราะบทบาทสำคัญมากเป็นผู้จะให้ความเห็นชอบในการเลือกแต่งตั้งบุคคลที่จะไปเป็นตุลาการ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ปปช.กกต. คนเหล่านี้คือผู้มีบทบาทในการตรวจสอบรัฐบาล ฝ่ายบริหาร แล้วเมื่อวุฒิสมาชิกผู้ที่จะอนุมัติเห็นชอบนั้น ถูกซื้อไปแล้วพี่น้องนึกภาพออกไหมครับ ว่าในที่สุดบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งในองค์กรเหล่านั้น หน้าตาเป็นอย่างไร หน้าตาก็คือมาจากคนของรัฐบาลทั้งหมด แล้วจะตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างไรพี่น้องครับ ผมกราบเรียนพี่น้องว่าในการประชุมเลือกประธานปปช.ชุดที่มาด้วยวิธีนี้ เขาจะเลือกประธานในที่ประชุมนั้น ผู้ที่มารายงานเล่าให้พวกเราฟังบอกว่า ผู้เสนอชื่อคนมาเป็นประธานบอกว่าทั้งหมดรู้น่ะพวกเราได้เป็นเพราะใคร เราอย่าทรยศเราต้องใช้หนี้บุญคุณเขา เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเลือกคนนี้เป็นประธานปปช.แล้วเขาเลือกคนนั้นแหละครับ แต่บังเอิญคนนี้ไม่ผ่าน ไม่โปรดไม่ทรงโปรดเกล้าตอนนั้น เพราะตอนเลือกในสภา วุฒิสภา คนที่เลือกนั้นมาจากจำนวนของผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ขาดไป 1 คน นี่คือที่มา เพราะฉะนั้นองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญนั้น ถูกแทรกแซงหมด จนมีการใช้คำว่าเป็นอัมพฤกษ์ปฎิบัติหน้าที่ไม่ได้แล้วครับ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่านมีอันเป็นไปแล้ว ปปช.มีอันเป็นไปแล้ว กกต.มีอันเป็นไปแล้ว เหลืออะไรครับ เหลือก็คือหน่วยราชการที่เป็นอิสระอยู่บ้าง แต่ก็ตกเป็นเหยื่อเช่น ปปง.  ปปง.คือคณะกรรมการป้องกันการฟอกเงิน ผมนี่ครับตอนเป็นนายกฯอนุมัติให้ตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมา แต่ในที่สุดยุคสมัยระบบทักษิณ เขาใช้กลไกลนี้เป็นเครื่องมือตรวจสอบบุคคลที่ไม่สนับสนุนหรือไม่เชียร์เขา อย่างไรก็ตามบ้านเมืองไม่มีวิฤกตหรอกครับ ถ้ายังมีองค์กรภายนอกที่คอยตรวจสอบรัฐบาล ฝ่ายค้านกำลังไม่พอแล้วครับ พวกผมมีไม่พอที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ อภิปรายได้เฉพาะท่านพล.อ.ชวลิต เรื่องสถานการณ์ภาคใต้ อภิปรายท่านปุระชัย เรื่องเอาที่ดินไปให้สนามกอล์ฟอัลไพน์ ท่านปุระชัยไม่ลุกขึ้นมาตอบ ให้รัฐมนตรีช่วยลุกขึ้นมาตอบ  รัฐมนตรีช่วยลุกขึ้นมาตอบ บอกว่าประเด็นที่ท่านชวนพูดมาทั้งหมดนั้นถูกต้องแล้ว ผมอภิปรายไว้ยอมรับถูกต้องแล้ว ผมต่อสู้เพื่อเอาที่ดินของวัด ของคุณยายเนื่อมคืนให้กับวัด แต่ในที่สุดเขาสมคบกันเอาที่ดินไปเป็นสนามกอฟล์ในสมัยนั้น

พี่น้องครับ นี่คือกระบวนการที่เขาแทรกแซงหมด บัดนี้เหลือเพียงสื่อมวลชนเท่านั้น ถ้าสื่อไม่ถูกครอบงำวันนั้น กระบวนการตรวจสอบรัฐบาลยังพอไปได้ แต่วิทยุถูกครอบงำหมดร้อยทั้งร้อย  โทรทัศน์ไปหมด ผมใช้คำว่าโทรทัศน์ไปเสียประมาณร้อยละ 80 เหลือร้อยละ 20 เช่น กลุ่มคุณสุทธิชัย หยุ่น อันนี้ขอพูดด้วยความยกย่อง แต่ในที่สุด คุณสุทธิชัย หยุ่นก็ทำหน้าที่ต่อไปยากเพราะปปง.เข้าสอบเนชั่นสุทธิชัย หยุ่น แล้วปป.ก็เข้าสอบหนังสือพิมพ์ที่กล้าพูดบางฉบับ  หนังสือพิมพ์ที่ขออนุญาตเขาแล้วเอ่ยชื่อขออนุญาตแล้วครับ แนวหน้า  แนวหน้าถูกข้อร้อง เจ้าของได้รับการขอร้องจากนายกฯว่าขอให้เอาคุณประสงค์ออกไป เพราะตอนนั้นคุณประสงค์นาวาอากาศตรีประสงค์ สุ่นศิริ เขียนวิจารณ์รัฐบาล เจ้าของหนังสือพิมพ์ไม่ยอมครับ เมื่อไม่ยอมรัฐบาลก็ใช้อำนาจข่งนอกบีบบังคับกดดดันรัฐวิสาหกิจ องค์กรต่างๆที่ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แนวหน้าว่าอย่าให้โฆษณาเพื่อให้หนังสือพิมพ์แนวหน้าอยู่ไม่ได้ เจ้าของหนังสือพิมพ์แนวหน้าบอกผมว่า ปตท.เข้ามาขอถอนโฆษณาแล้วบอกว่าเสียใจแต่จำเป็นต้องทำ เพราะเขาสั้งมา ในที่สุดหนังสือพิมพ์แนวหน้ายังอยู่ได้ เขาเลยไปสอบว่านอกจากทำธุรกิจหนังสือพิมพ์แล้วทำอะไรอีก  ทำสนามกอฟล์เชียงใหม่ ถ้าอย่างนั้นสั่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจว่าที่ดินทำสนามกอฟล์ผิดกฎหมายไหม

พี่น้องครับคนที่จะต่อสู้เข้มแข็งอยู่ได้ก็มีจำกัด วันนั้นสื่อจึงยากที่จะกล้าวิพากษ์วิจารณ์ระบบทักษิณ ทำอะไรไปก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร พวกเราพูดไปก็ยากที่จะเป็นข่าวสาร ผมเลยต้องใช้รายการชวนออนไลน์สมัยนั้นเพื่อบอกว่าไม่เห็นด้วยกับเรื่องนั้น ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้  เรื่องภาคใต้คือตัวอย่างที่เราท้วงมาแต่ต้น นี่คือกระบวนการระบบทักษิณที่เกิดขึ้น ผมเล่าสิ่งเล่านี้ให้พี่น้องฟัง เพราะอยากให้พี่น้องจำและอย่าให้เกิดสิ่งเหล่านี้อีก และเมื่อเปรียบเทียบตอนคุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ก็ต้องเรียนพี่น้องว่าสื่อมวลชนวิจารณ์ท่านนายกฯอภิสิทธิ์รุนแรง แต่พี่น้องครับโชคดีที่คุณอภิสิทธิ์ไม่มีอารมณ์ที่จะไปกลั่นแกล้งให้ปปง. ตรวจสอบสื่อ ใครเป็นประชาธิปไตยมากกว่ากันพี่น้องครับ ไม่ใช่มายกย่องพวกกันเอง แต่ถามสื่อได้ว่าในยุคระบบทักษิณนั้นท่านกล้าอย่างนี้หรือไม่ ผมเชื่อว่าท่านทำไม่ได้ เพราผมเห็นใจว่าบัดนี้เมื่อการเมืองเป็นธุรกิจ องค์กรธุรกิจสื่อก็เป็นธุรกิจที่อยู่ได้ด้วยกำไรและขาดทุน คนเหล่านั้นเขารู้จุดอ่อนเหล่านี้ เขาจึงใจอำนาจเหล่านั้นมาเป็นเครื่องต่อรอง ทั้งเงิน ค่าโฆษณาและอื่นๆ พี่น้องครับ ระบบนี้ได้ทำลายประชาธิปไตยที่เราไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นเหมือนโรคภัยไข้เจ็บที่ผมบอกว่า มันน่ากลัว ขณะที่เรากลัวระบบอำนาจฝ่ายทหาร เมื่อทหารเขาเป็นผู้ใหญ่ไม่มีอำนาจเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว ไม่มีใครคิดว่าธุรกิจการเมืองจะเข้ามา วันนี้ก็ไม่ใช่ว่าธุรกิจการเมืองจะหมดไปยังคงครอบงำหารเมืองไทยอยู่ เราทังหลายเป็นหน้าที่คนไทยพี่น้องทุกคนครับ ที่จะปกป้อง รักษาประชาธิปไตย และผมกราบเรียนพี่น้องว่า ที่จริงถ้าฟังนักการเมืองและพรรคการเมืองทุกพรรค พูดเรื่องประชาธิปไตย ทุกคนเหลื่อมใสศรัทธาพรรคประชาธิปัตย์ ประชาธิปไตยทั้งนั้นแหละครับ  แต่บางคนพูดถึงประชาธิปไตยแต่เบื้องหลังซื้อเสียง ไอ้อย่างนี้มันไม่ใช่อุดมคติประชาธิปไตย บางคนพูดถึงหลักนิติธรรม แต่ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง ผมจึงต้องกราบเรียนพี่น้องว่าเราไม่ต้องการให้อนาคตของชาติบ้านเมืองเราอับจน ขอให้พี่น้องมีความหวังในระบอบประชาธิปไตยของพี่น้อง บ้านเมืองนี้ปกครองในระบบนี้เราเลือกแล้ว เรามีวัฒนธรรมอันดีงามมานับเป็นพันปี ที่เราปกครองด้วยระบอบที่มีพระมหากษัตริย์ เราจะเรียกชื่อต่างกันในแต่ละยุคแต่ละสมัย

สมัยพ่อขุนรามคำแหงเราเรียกพ่อขุน แล้วเราพัฒนามาถึงปัจจุบันเมื่อ 79 ปีที่แล้ว แล้วพัฒนามาเป็นประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราเลือกเส้นทางนี้ของเราแล้ว เราอย่าให้ใครมาปลุกปั่นเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ประชาธิปไตย ประชาธิปไตยในสหรัฐอเมริกา เขาเป็นของเขานั่นเขาเป็นประชาธิปไตย แต่เขาไม่ได้มีประวัติศาสตร์เหมือนเรานี่ครับ เจ้าของแผ่นดินเขาแต่แรกเขาคืออินเดียนแดงครับ เขาเพิ่งตั้งประเทศเมื่อ 200 กว่าปีที่แล้ว เราตั้งประเทศเรามานับพันปีแล้วนะครับพี่น้องครับ เรามีตัวของเราเอง พี่น้องต้องภาคภูมิใจความเป็นตัวของเราพี่น้องครับ อย่าสิ้นหวังนะครับ ข้อวิพากษ์วิจารณ์ ประเทศไทยเราต้องมีดี คนไทยมีดีเชื่อเถอะครับ เพียงแต่ว่าเราต้องให้คนดีปกครองบ้านเมืองใช่ไหมครับพี่น้องครับ อย่าให้คนไม่ดีมีอำนาจ ใครล่ะครับที่จะให้คนดีปกครองบ้านในระบอบประชาธิปไตย ก็พี่น้องไงครับ

พี่น้องครับในวันที่ 3 กรกฎาคม เศรษฐีที่รวยอันดับโลก คุณธนินทร์ เจียรวนนท์  คุณเฉลียว อยู่วิทยา  คุณเจิญ และใครต่อใคร สิทธิของคนที่รวยที่สุดในประเทศไทยเหล่านี้มากกว่าพวกเราหรอกครับพี่น้องครับ 1 เสียงเท่ากัน ท่านเหล่านั้นลงคะแนนได้ไม่เกิน 1 เบอร์บัตร 2 ใบ แต่ครั้งนี้ต้องทำความเข้าใจกับพี่น้อง ครั้งนี้ระบบเลือกเปลี่ยนไปจากรัฐธรรมนูญก่อนแก้ไข เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยรัฐธรรมนูญเขาเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ว่าเมื่อกฎหมายเขียนอย่างนี้เราก็ต้องเคารพกฎหมาย การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องกราบเรียนพี่น้องว่า ผมต้องมารบกวนพี่น้องชาวกรุงเทพ เที่ยวที่แล้วผมไม่มารบกวนเลยครับ เพราะมันแบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 8 เขต ผมสมัครที่เขต 8 ภาคใต้ตอนล่างทั้งหมด 10 คน แต่ครั้งนี้เขายกเลิกระบบ 8 เขตแล้ว เหลือเขตเดียว 125 คน ผมอยู่ลำดับต่อจากท่านนายกฯอภิสิทธิ์  ถ้าแพ้มันก็เหลือเกินแล้วนะครับ แต่ที่กราบเรียนพี่น้องด้วยความเคารพคือ อยากให้เพื่อนที่อยู่ข้างหลังได้ติดมาด้วย เพราะถ้าระบบบัญชีรายชื่อแพ้ โอกาสที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ยากครับ พี่น้องอยากให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกฯไม่ใช่เหรอครับพี่น้องครับ

พี่น้องครับ และเมื่อพูดประเด็นนี้ ผมขออนุญาตท่านนายกฯอภิสิทธิ์อีกนิดเดียวนะครับ เมื่อพูดประเด็นนี้ว่า เสียงที่ได้ที่หนึ่งจะต้องเป็นผู้ตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ ใช่ครับ เขาบอกว่านายชวนวางมาตรฐานไว้อย่างนี้ ความจริงไม่ใช่ผมวางมาตรฐานหรอกครับ ธรรมเนียมประเพณีเขาก็เป็นอย่างนี้ แต่ว่าถ้าเขาตั้งไม่ได้ พรรคอื่นเขาก็มีสิทธิ์ตั้งครับพี่น้องครับ กรณีที่ผมต้องเป็นฝ่ายค้านในการเลือกตั้งครั้งนั้น เพราะผมแพ้ท่านพล.อ.ชวลิต 2 เสียง ผมประกาศไปก่อนพี่น้องว่าถ้าผมชนะประชาธิปัตย์ได้ที่หนึ่ง ผมจะเป็นนายกฯครั้งที่สอง แต่ถ้าผมแพ้ผมจะให้พรรคครั้งที่หนึ่งเป็นผู้ตั้งรัฐบาล และผมประกาศผูกมัดตัวเองว่า ผมจะเป็นฝ่ายค้านมันมัดตัวผมเลยครับ พรรคคู่แข่งผมรู้เลยครับ รู้ว่าผมเป็นคนรักษาคำพูด เขาเลยทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะให้ได้ซัก 1 ก็ดี ดังนั้นการหาเสียงเที่ยวนั้นจึงเกิดปรากฎการณ์ ขอเล่าให้พี่น้อง นำถ้อยคำที่คุณเสนาะ  เทียนทอง นึกออกไหมครับ คุณเสนาะพูดบางทีถึงแกจะเปลี่ยนอะไรบ่อยๆ แต่คำพูดก็บางเรื่องก็เป็นเรื่องจริงครับพี่น้องครับ เป็นเรื่องถาวร

คุณเสนาะ เทียนทองบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนที่ท่านชวลิตแข่งกับผมนั้น แข่งไปแข่งมาเงินหมดครับพี่น้องครับ แข่งกับพวกผมเงินหมด เขาปรึกษาท่านเสนาะ ท่านเสนาะก็แนะนำในที่สุดก็ไปขอเงินจากใครรู้ไหมครับ ใช่ครับ เอาเงินจากคุณทักษิณมาสู้กับผม แล้วในที่สุดสู้ไปสู้มา คืนที่นับคะแนนเสียงไงครับ ผมนำลิ่วเลยนะครับ ผมว่าผมชนะวันนั้นตั้งรัฐบาล พรรคร่วมเตรียมอยู่แล้ว แต่นับคะแนนไปนับคะแนนมาเหลือจังหวัดสุดท้ายนับคะแนนเสร็จ ปทุมธานี อยู่ติดกรุงเทพฯนับคะแนนช้ากว่าสุไหงโกลก พี่น้องลองคิดดูซิครับ นับช้ากว่าเชียงราย นับช้ากว่าที่ขอนแก่น นับช้ากว่าอุดรธานี นับช้ากว่าทุกภาค นับไปนับมาไฟดับ

น้องครับถึงไม่สรุปพี่น้องก็รู้แล้วว่าเมื่อไฟดับ พี่ออกครับพี่น้องครับ ไฟส่วงพรึ่บผลปรากฏประชาธิปัตย์แพ้ 2 เสียง ผมตั้งรัฐบาลได้ไหม ได้ครับ พรรคร่วมรออยู่แล้ว แต่ผมเป็นนักการเมืองพี่น้อง ผมตั้งใจมาเป็นนักการเมืองในชีวิตนี้ ผมเป็นคนเดียวในรุ่นเนติบัณฑิต รุ่นที่17 ที่ตัดสินใจอย่างนี้เพื่อนผมไปเป็นตุลาการเกือบทั้งหมด เป็นประธานศาลฎีกาสามสี่คน ทุกคนก้าวหน้าเป็นอัยการสูงสุด 1 คน เป็นองคมนตรี 1 คน ผมเป็นคนเดียวในรุ่นเลือกเส้นทางเป็นนักการเมือง ผมต้องการเป็นปากเสียงของพี่น้องประชาชน ที่ผมกราบเรียนพี่น้องอย่างนี้เพราะนักการเมืองต้องรักษาคำพูด ระหว่างเป็นนายกฯ กับการรักษาคำพูด ผมเลือกรักษาคำพูดดีกว่าพี่น้องครับ ผมจึงไปเป็นฝ่ายค้าน ท่านพล.อ.ชวลิต เป็นนายกฯ เที่ยวนี้ท่านนายกฯอภิสิทธิ์ไม่เคยพูดเลยนะครับว่า ถ้าเสียงน้อยกว่าจะไปเป็นฝ่ายค้าน แล้วก็ไม่ควรจะพูด เพราะถ้าพูดก็มัดตัวเองเหมือนอย่างผมล่ะครับ เพราะท่านอภิสิทธิ์ก็คือคนรักษาคำพูดเหมือนผมนี่ล่ะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเสียงไม่พอก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ตอนผมเป็นรัฐมนตรีปี 18 อาจารย์เสนีย์เป็นหัวหน้าพรรคตั้งรัฐบาล เสียงมากตั้งรัฐบาล ล้มครับ อาจารย์คึกฤทธิ์ได้ 18 เสียง เราได้ 72 เสียง อาจารย์คึกฤทธิ์ขึ้นมาตั้งรัฐบาล แต่ก็อยู่ได้ไม่กี่เดือนท่านก็ล้มไป

ผมกราบเรียนเรื่องเหล่านี้เพื่อให้พี่น้องได้เข้าใจข้อเท็จจริง เพราะเราไทยเราได้ยินได้ฟังวิจารณ์จะสับสน และเรื่องหล่านี้ล่ะครับที่กราบเรียนพี่น้องเหล่านี้ละครับ คือสิ่งที่มีความหมายกับพวกเราอย่างยิ่ง ที่ผมอยากให้พี่น้องได้เข้าใจ ผมยังคงเป็นนัการเมืองต่อไป และผมตั้งใจเป็นตัวแทนของพี่น้องต่อไป แต่ขอให้พี่น้องหลาย ได้ช่วยปกป้องรักษาบ้านเมืองนี้ คุณอภิสิทธิ์ตั้งใจมาเป็นนักการเมือง  ผมตั้งใจมาเป็นนักการเมือง ใครจะวิจารณ์ผมว่าช้าเร็วยังไงก็ตาม แต่ผมไม่เคยทำให้บ้านเมืองเสียหายพี่น้องครับ มีคนบอกผมว่า ชวนเชื่อช้า ผมบอก ลองเอ่ยมาซักเรื่องซิที่ผมช้า เขาคนที่ว่าเขานึกไม่ออก ผมบอกมีผมจะบอกให้ ผมช้าไปเรื่องเดียว ผมทำให้คนภาคใต้ตายช้าไปหน่อย เพราะผมไม่ใช้นโยบายนอกกฎหมายอุ้มฆ่า ซึ่งวันนี้คือผลพวงจากระบบทักษิณ ที่พูดเรื่องนี้เพราะคุณอภิสิทธิ์คือคนที่ตัดสินใจเป็นนักการเมืองตั้งแต่เรียนหนังสือพี่น้องครับ ทุกอาชีพต้องการมืออาชีพ พี่น้องจะขับมอเตอร์ไซด์รับจ้าง พวกผมก็สู้พี่น้องไม่ได้หรอกครับ พี่น้องขายของในตลาดผมก็สู้พี่น้องไม่ได้ พี่น้องเป็นนักข่าว พวกผมก็ทำสู้พี่น้องไม่ได้ คนจบปริญญาเอกทำนาสู้ชาวนาไม่ได้ ฉันใดทุกอาชีพต้องมืออาชีพใช่ไหมครับพี่น้องครับ มิฉะนั้นเราจะได้มือสมัครเล่น และในที่สุดมือนั้นก็จะทำให้เกิดความผิดพลาด เหมือนผิดพลาดภาคใต้บัดนี้ตายแล้วสี่พันสี่ร้อยกว่าคนครับ นั่นมาจากนโยบายที่ผิดพลาดของมือสมัครเล่น ไม่รู้ปัญหา และก็สอดรู้ปัญหาไม่เข้าใจ ฝืนความเป็นจริงในพื้นที่ ในที่สุดสูญเสียอย่างชนิดกลับคืนมาไม่ได้ ญาติพี่น้องเราทั้งนั้น คุณทักษิณทำผิดพลาด อีริคคลาท์ ขาดทุนกี่พันล้านเอาเงินมาชดเชยได้ ผิดพลาดในจังหวัดชายแดนภาคใต้สี่พันกว่าคนใครๆคืนอะไรได้บ้างไหมครับพี่น้องครับ

พี่น้องตีราคาได้ไหมชีวิต ตีราคาไม่ได้ ผมถึงบอกว่าทุกอย่างต้องมืออาชีพ ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นนักอะไรแล้วเป็นนักการเมือง ไม่จำเป็น เป็นนักอะไรก็ได้แต่เมื่อมาทำการเมือง พี่น้องต้องรู้เรียนปัญหาบ้านเมืองอย่างแท้จริง มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาวิกฤตและสร้างปัญหาเหมือนอย่างที่เกิดในปัญหาภาคใต้จากมือสมัครเล่นที่ไม่รู้ปัญหาครับ อันนี้คือสิ่งสำคัญที่สุดสิ่งหนึ่ง

ผมขออนุญาตพี่น้องไม่ได้บังอาจเลยนะครับ ไม่ได้อยากเอ่ยอะไรเลยแต่ท่าน คุณยิ่งลักษณ์ไปภาคใต้ ผมดีใจที่ชาวใต้ไม่ไปทำอะไรรุนแรง ไม่ปาไข่ไม่ปาน้ำแข็ง ไม่ไปด่าหยาบคาย ถูกต้องแล้วครับอย่าไปทำครับ แต่ที่ผมเป็นห่วงผมเป็นห่วงคือไม่ทราบว่าจะพูดเล่นหรือพูดเพื่อเป็นความน่าเชื่อถือว่า คุณยิ่งลักษณ์มาจากโคลนนิ่งอันนี้ไม่ทราบ  แต่ถ้าเป็นโคลนนิ่งนี่ผมกราบเรียนพี่น้องว่าห่วงครับ กลัวว่าจะเอาความคิด ถ้าทักษิณคิดเพื่อไทยทำ ไอ้ความคิดฆ่าตัดตอนอุ้มฆ่า ต้องถ่ายทอดมาทำต่อไปหรือครับนี่ครับ ผมกลัวครับ เพราะผมรู้ว่าเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้วยากที่จะแก้ไขได้ วันนี้ปัญหาภาคใต้ผมเจ็บปวด ใครจะมองปัญหาอื่นรุนแรงยังไง สำหรับผมมองปัญหาภาคใต้เป็นวาระสำคัญที่สุดเพราะชีวิตเอาคืนไม่ได้ใช่ไหมครับพี่น้องครับ อย่างอื่นขาดทุนกำไรท่านเอาชดเชยได้ แต่ชีวิตท่านเอาคืนไม่ได้ เมื่อวาน 4 ศพ ก่อนนั้นอีก 2 วันทหาร 4 ศพ ทังหมดมาจากความไม่เข้าใจ ไม่เช้าถึง ไม่พัฒนา ไม่เข้าใจปัญหา เกิดเหตุเหล่านี้พี่น้องครับผมก็กิเวลาไปบ้าง แต่ว่าอยากให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่พี่น้องจะตัดสินใจ ขอกราบเรียนพี่น้องว่าประชาธิปัตย์ยืนหยัดเพื่อพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียนพี่น้องสนับสนุนประชาธิปัตย์ต่อไปครับ สวัสดีครับพี่น้องครับ

ที่มา – พรรคประชาธิปัตย์

คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ปราศรัยณ เวทีราชประสงค์ 23 มิถุนายน 2554

พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ ผมกราบขอบพระคุณพี่น้องทุกคนที่เดินทางที่ราชประสงค์ในวันนี้ สิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่นั้น ความจริงเขาก็เรียกว่าเป็นการปราศรัยทางการเมือง แต่วันนี้มีความหมายยิ่งใหญ่กว่าการปราศรัยกว่าทางการเมืองมาก และผมกราบขอบพระคุณพี่น้องที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ก่อนที่ผมจะพูดอะไรต่อไป ผมขอความกรุณาพี่น้องสักนิดเถอะครับ สถานที่แห่งนี้ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้ง ของความสูญเสีย ของประชาชน ของประเทศ ในช่วงปีที่ผ่านมา ผมอยากให้พวกเราทุกคนนะครับ กรุณายืนขึ้น สงบนิ่ง สัก 1 นาที เพื่อรำลึกถึงความสูญเสียต่าง ๆ ที่ได้เกิดขึ้นกับทุก ๆ คน กับประเทศชาติ และตั้งสติร่วมกันครับว่า เราจะพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้าด้วยสติ ด้วยเหตุ ด้วยผล ผมขอความกรุณาสงบนิ่งสัก 1 นาทีครับ

— สงบนิ่ง 1 นาที —

ต้องขอบคุณพี่น้องทุกท่านครับ

พี่น้องที่เคารพครับ ก่อนที่จะมาถึงวันนี้ มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์กันมาก บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ทำไมจึงมาตั้งเวทีกันที่นี่ บางคนวิตกกังวล ว่าเราจะมาเติมไฟ จะมาสร้างความขัดแย้ง ผมยืนยันว่าไม่ใช่หรอกครับ ผมและพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจพาพี่น้องมาอยู่ที่นี่ในวันนี้ เพื่อที่จะบอกว่า พื้นที่ราชประสงค์ เหมือนกับพื้นที่ทุกตารางนิ้วในประเทศไทย เป็นของคนไทยทุกคนครับ

ผมพาพี่น้องมาที่นี่ เพื่อให้ชาวไทยและชาวโลกรู้ว่า หลังวันที่ 3 ก.ค.นี้เราจะเริ่มต้นประเทศไทย เดินหน้ากันต่อไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวโลกอีกครั้งหนึ่งครับ

พี่น้องครับ วันนี้ การพูดจากกับพี่น้อง คงจะแตกต่างออกไปสักนิดหนึ่งครับ ขอบอกตั้งแต่ต้นว่า วันนี้ผมจะงดเว้นพูดถึงเรื่องของนโยบายที่ใช้หาเสียงกันอยู่ แต่อยากจะมาแสดงเจตนาของผมว่า ถ้าบ้านเมืองของเราจะเดินหน้าต่อไป ถ้าบ้านเมืองของเราจะเดินไปสู่ความปรองดองที่แท้จริงนั้น เราจะต้องทำอะไร และคนอย่างผมซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีมา 2 ปีกว่า ๆ ที่อาสาตัวมาอีกครั้งหนึ่ง ตั้งใจจะทำอะไร

พี่น้องครับ ผมคงต้องพูดถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา ผมไม่มีเจตนาจะไปตำหนิใคร ผมไม่มีเจตนาจะใส่ร้ายใครแน่นอน และผมไม่ลงรายละเอียดในเหตุการณ์ต่าง ๆ และจะไม่ตอบโต้ กับคนที่จะมาตอบโต้หลังจากวันนี้ แต่ผมต้องการจะบอกครับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีความสูญเสียเกิดขึ้นกับชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยก็ดี กับทรัพย์สิน กับธุรกิจ

ผมอยากจะบอกกับพี่น้องว่า ผมไม่มีเจตนาจะไปตำหนิใคร ผมไม่มีเจตนาจะมาใส่ร้ายใคร ผมมาเพื่อเปิดใจว่า ช่วงเหตุการณ์ของความวิกฤติของบ้านเมืองนั้น คนอย่างผมคิดอย่างไร ทำอย่างไร ให้พี่น้องประชาชนตัดสินว่าเหมาะสมที่จะพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้าอีก 4 ปีหรือไม่

เพราะผมต้องยืนยันกับพี่น้องด้วยความสัตย์จริงครับ ว่าในช่วงที่มีความสูญเสียที่เกิดขึ้น กับชีวิตของพี่น้องประชาชนทุกคน จะเป็นเจ้าหน้าที่ จะเป็นผู้ชุมนุม หรือจะเป็นประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่ อิเหน่ แล้วโดนลูกหลงไป ความสูญเสียที่เกิดขึ้น กับธุรกิจ กับพี่น้องประชาชน ในทางด้านเศรษฐกิจ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับชื่อเสียงของประเทศ นั่นคือความทุกข์มากที่สุดของผมในช่วงที่ผ่านมา

วันนี้ผมต้องมาพูดให้ชัดว่าสาเหตุของปัญหาที่ผมแก้ไขหรือพยายามแก้ไขมา 2 ปี มันอยู่ที่ไหน และเราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ต้องเอาความจริงมาพูดเพื่อให้เกิดความเข้าใจ

พี่น้องครับ ผมเปิดเผยหลายสิ่งหลายอย่าง ผ่านเฟสบุค ที่ได้มีการสื่อสารไปถึงพี่น้องประชาชน และก็ขอบคุณสื่อมวลชนจำนวนไม่น้อยที่ช่วยเผยแพร่ให้

ผมอยากจะบอกกับพี่น้องว่า วันที่ผมได้รับเสียงข้างมากในสภาให้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันแรกที่ผมได้รับมติเสียงข้างมากจากสภาผู้แทนราษฎร มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผมรู้ว่า เวลาของผมที่ปฏิบัติหน้าที่จะยากขนาดไหนเพียงไร มีคนถามผมอยู่เรื่อยครับว่า เป็นนักการเมืองอาสาตัวมาเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้ารู้ว่าสถานการณ์เหตุการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างนี้ คิดจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่

ผมตอบเสมอครับว่า ผมไม่มีสิทธิ์เลือก เมื่อผมอาสาเข้ามา ผมดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น พรรคการเมืองคู่แข่งมีโอกาสบริหารประเทศผ่านนายกรัฐมนตรี 2 คน บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ผมไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบ หน้าที่ผมทำอย่างไรบ้านเมืองเดินหน้าได้ผ่านพ้นวิกฤติเท่านั้นครับ

และผมเชื่ออาจจะเป็นเพราะว่า ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี ว่าถ้าผมทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ถ้าผมทำงานด้วยความทุ่มเท ถ้าผมรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะชอบ ไม่ชอบ เลือก ไม่เลือก สนับสนุน ไม่สนับสนุนผม ผมก็มองโลกในแง่ดีว่า เราจะฟันฝ่าปัญหาต่าง ๆ ไปได้

แต่ตั้งแต่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วินาทีแรก แม้แต่จะเดินทางออกมาจากสภาฯ ผมยังต้องหลบการขวางปาก้อนอิฐ ก้อนหิน แม้กระทั่งมีการราดน้ำมันใส่รถของส.ส.ที่เลือกผมเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วหลังจากนั้นก็มีการคัดค้านต่อต้าน ขัดขวาง การไปลงพื้นที่ของผม ผมก็ทำหน้าที่ครับ ที่ไหนประเมินว่าพอไปได้ แม้จะมีการ ที่มีคนมาโห่ มาไล่ มาขว้าง มาปา แต่ถ้าผมไปทำงานแล้วเกิดประโยชน์กับพี่น้อง ผมต้องไป

แต่ถ้าที่ไหน ไปแล้ว พี่น้องประชาชนจะตีกัน ประชาชนจะปะทะกันกับเจ้าหน้าที่ ผมยอมหลีกเลี่ยง ผมไม่ต้องเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งของสังคมนี้

ผมพยายามพิสูจน์ สิ่งเหล่านี้มาโดยลำดับด้วยความอดทน ด้วยความอดกลั้น ใครที่บอกว่า ผมหรือพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคู่กรณีความขัดแย้ง ไปสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง ต้องไปทบทวนเหตุการณ์จริงครับ

แรก ๆ ที่มีการไปขัดขวางการลงพื้นที่บ้าง นั่นเรื่องหนึ่ง แต่เริ่มมารุนแรงตอนที่จะมีการประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยา พี่น้องนึกออกไม๊ครับ รถผมติดไฟแดง ถูกกลุ่มมวลชนล้อมหน้า ล้อมหลัง ทุบกระจก ต้องหนีออกมา กลับมากรุงเทพฯ

นั่นไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้นที่จะต้องมาปฏิบัติกับผมอย่างนั้น แล้วสุดท้ายการล้มการประชุมอาเซียน ก็เกิดขึ้น ต่อมาก็เกิดเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทย ที่เขามาล้อมรถ ทุบตีรถ ผมอยากจะบอกกับพี่น้องครับว่า มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง

วันนั้นพี่น้องเชื่อไม๊ครับว่า วันที่กระทรวงมหาดไทย เป็นวันแรกที่ผมใช้รถกันกระสุน รถคันนั้นได้ใช้วันเดียวครับ พังจนไม่สามารถที่จะซ่อมกลับมาใช้ใหม่ได้ ชีวิตผมรอดมาได้ด้วยความมหัศจรรย์อย่างแท้จริง

พี่น้องครับ สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมตั้งแต่วันนั้นแล้ว ผมมีสิทธิ์ที่จะพูดมากที่สุดว่าผม ไม่คิดแก้แค้นใคร

แต่ผมไม่เคยพูดประโยคนี้ครับ เพราะผมไม่เคยแค้นใครครับ ผมเดินหน้าแก้ปัญหาปี 2552 ในเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นรอบกรุง จนเหตุการณ์สงบลง ไม่มีผู้ใด เสียชีวิต

วันนั้นพี่น้องครับ พี่น้องจะไม่เคยได้ยินจากปากผมเลย ว่าเป็นเรื่องของชัยชนะ แต่ผมพยายามที่จะเอื้อมมือเข้าไปหาพี่น้องที่ต่อต้านผม บอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรวจสอบผมในสภา ตรวจสอบผมโดยกรรมาธิการ คณะกรรมการอิสระ ให้พี่น้องสบายใจว่าคนอย่างผม ไม่เคยคิดทำร้ายประชาชน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

แต่ในที่สุดเขาก็ไม่ลดละความพยายาม จำได้ไม๊ครับ เขาอุตส่าห์ไปตัดต่อเสียงผมให้เป็นคลิปเสียงเผยแพร่ไปยังกลุ่มมวลชนต่าง ๆ ว่า ผมสั่งฆ่าประชาชน ทั้ง ๆ ที่ไม่มีคนเสียชีวิต ผมถึงต้องบอกกับพี่น้องที่นี่ว่า บางทีต้องเห็นใจ ถ้ารับข้อมูลไปผิด ๆ อารมณ์ ความรู้สึก ก็ย่อมนำไปสู่การตัดสินการกระทำหลายอย่าง ซึ่งพวกเราที่ฟังความรอบด้านรู้ความเป็นจริง จะไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่า เขาทำอย่างนั้นเพราะอะไร

พอมาปี 2553 นี่แหละครับ หลังจากพี่น้องส่วนใหญ่ไม่เชื่อสิ่งที่เขาพยายามกล่าวหาผมในปี 52 เหตุการณ์มันจึงรุนแรงมากขึ้น และมันรุนแรงมากขึ้น ก็เพราะว่าศาลได้ตัดสินยึดทรัพย์คุณทักษิณ 4 หมื่น 6 พันล้านบาท คดีนี้เหมือนกับคดีที่ศาลพิพากษาจำคุกคุณทักษิณ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลยครับ มีกระบวนการที่นำไปสู่ศาลแล้ว ศาลท่านพิพากษา คดีที่ตัดสินให้คุณทักษิณติดคุกนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นในยุคที่ผมเป็นรัฐบาลด้วยซ้ำ แต่เขาต้องทำทุกวิถีทางที่จะกดดันให้ผมเป็นคู่ขัดแย้ง เพราะในที่สุดเขาต้องการที่จะล้มรัฐบาลของผม ของประชาธิปัตย์ รัฐบาลที่รัฐสภาฯ หรือสภาผู้แทนราษฏรเลือกเข้ามาเพียงเพราะไม่ใช่พวกของเขา

แล้วปี 53 เขาจึงปลุกระดมอาศัยเงื่อนไขต่าง ๆ นานา มากมาย ที่สำคัญที่สุดที่คุณสุเทพ พูดไปแล้ว ก็คือมีการเตรียมกองกำลังที่ติดอาวุธอยู่ด้วย

พี่น้องครับ การแก้ปัญหาตรงนั้นวันนั้น เป็นเรื่องที่ยากเย็นมากครับ การระดมคนมาด้วยอาศัยเงื่อนไขการปลุกระดมต่าง ๆ นั้น มีพี่น้องมาร่วมเป็นจำนวนมาก ผมเข้าใจครับ พี่น้องหลายคนไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคมครับ แต่ไม่ใช่เพราะรัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่เพราะพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน

ผมเคยถาม ผมขอยกตัวอย่าง คนขับรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ทำไมถึงมาชุมนุม เขาบอกว่า เขาถูกข่มเหง ถูกรังแกโดยเจ้าหน้าที่ มานานมาก วันที่เขาสามารถมารวมตัวกับพี่น้องเยอะ ๆ ชักธงแดง เขามีความรู้สึกว่า เขาได้มีอำนาจบ้าง ในบ้านนี้ เมืองนี้ เราต้องเข้าใจเขาครับ

แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือว่า คนที่พาเขามา หรือชักจูงเขามา หรือปลุกระดมเขามา มีเจตนาจะช่วยพวกเขาจริงหรือไม่ หรือเพียงแต่ต้องการใช้เป็นเครื่องมือไปสู่สิ่งอื่น นี่คือสิ่งที่เราต้องพูดกันชัด ๆ ในวันนี้ และเมื่อพี่น้องมากันมากผมรู้เลยครับว่า เราต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะ เมื่อมีการมายึดพื้นที่ที่เป็นใจกลางเมืองอย่างนี้ ศูนย์กลางธุรกิจแทบจะเรียกว่า เป็นหัวใจของระบบเศรษฐกิจของประเทศ วันนั้นแรงกดดันมากมายครับพี่น้องครับ ด่าผมทุกวัน ว่าทำไมไม่สลายการชุมนุม

ผมพยายามทำความเข้าใจ ผมบอกว่าเขาวางแผนไว้หลายชั้น เขาอาศัยการเผยแพร่ไปยังต่างประเทศ พี่น้องเคยเห็นไม๊ครับ การชุมนุมครั้งไหนมีป้ายภาษาอังกฤษเยอะมาก โทรทัศน์ ซีเอ็นเอ็น บีบีซี อัลจาซีรา มาถ่ายการชุมนุมของพี่น้องเมื่อปีที่แล้ว ป้ายภาษาอังกฤษออกไปหมดครับ ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้เพื่อคนยากคนจน เขาต้องการให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาล โดยจะอ้างว่ารัฐบาลคือฝ่ายที่เป็นเผด็จการ ใช้กำลังความรุนแรงเข้าไปสลายพี่น้องที่มาเรียกร้องประชาธิปไตยพี่น้องหลายคนเพิ่งมาเข้าใจผมปีนี้ครับ

ที่เคยด่าผมว่าทำไมปล่อยเหตุการณ์ต่าง ๆ ยืดเยื้อต่าง ๆ วันนี้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นที่ตะวันออกกลาง ที่อาฟริกา ที่กลายเป็นสงครามกลางเมืองบ้าง ยังไม่รู้จะจบอย่างไรบ้าง ปีนี้มาบอกผมครับว่า คุณอภิสิทธิ์ ผมเข้าใจคุณแล้ว

และผมยืนยันครับว่า เราจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางไม่ให้เกิดปัญหา วันที่ต้องไปนั่งเจรจา 3 ชั่วโมงนั่นน่ะครับ พี่น้องผู้ชุมนุมไปที่ราบ 11 เป็นสถานการณ์ที่น่ากลัวมากครับ เพราะตามกฎเกณฑ์ของราชการ ถ้าเกิดอะไรขึ้น มีคนบุกรุกเข้าไปในพื้นที่อย่างนั้น พี่น้องครับ ฝ่ายความมั่นคงเขาต้องปฏิบัติตามมาตรฐานก็คือต้องปกป้องที่มั่นนั้น ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความสูญเสียจะเป็นเท่าไหร่ และโชคดีนะครับวันนั้น วันเดียวกันวันนั้นมีคนยิง M79 ไปที่หน่วยทหารที่ รอ.1 ครับ นึกภาพสิครับ ถ้าพี่น้องเสื้อแดงอยู่ข้างหน้าราบ 11 แล้วมีใครยิง M79 เข้าไปในราบ 11 วันนั้นอะไรจะเกิดในบ้านเมืองของเรา

ผมถึงบอกคุณกอร์ปศักดิ์วันนั้นครับ ทำอย่างไรก็ได้ ขอให้พี่น้องเสื้อแดงกลับมาที่ชุมนุมหลัก ให้ผมไปเจรจาผมไป เพราะผมต้องการรักษาชีวิตของคนไทยทุกคน

เจรจาอยู่ 2 วัน ผมไม่พูดรายละเอียดหรอกครับ พี่น้องหลายคนก็ดูทางโทรทัศน์ ทราบดีว่าในที่สุด ไม่สำเร็จ และการชุมนุมเคลื่อนไหวก็ยังดำเนินต่อไป จนกระทั่งมีการไปไทยคม มีการไปทำอะไรหลายต่อหลายอย่าง ซึ่งทำให้ในที่สุดเราบอกว่า ต้องมีการดำเนินการบางอย่างเพื่อไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว

แต่ผมยืนยันครับ ว่าคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจตามโครงสร้าง จะเป็น ศอ.ฉ. หรือใครก็แล้วแต่ เราคุยกันตั้งแต่วันแรก ผมขออนุญาตที่จะเอ่ยนามท่านผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านถูกต่อว่า ถูกด่า จากหลายฝ่าย แต่ผมยืนยันครับ เราคุยกัน เปิดใจคุยกัน หัวใจของท่านตรงกับผม ตรงกับผมก็คือว่า จะปฏิบัติการอะไรต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความรุนแรง และความสูญเสียจนถึงที่สุด และเปิดใจคุยกันครับ คิดตรงกัน ผมบอกกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจ ว่า ท่านครับ ท่านทำหน้าที่ของท่าน ไม่ใช่อุ้มรัฐบาล แต่อุ้มประเทศและความถูกต้อง และระบอบประชาธิปไตย

เหตุการณ์วันที่ 10 เมษา พี่น้องเห็นไม๊ครับว่า ทหารพยายามเข้าไปขอคืนพื้นที่ ไปตั้งแต่บ่ายโมง จนถึงหกโมง 5 ชั่วโมงเต็ม ๆ ไม่มีความสูญเสียเลย เพราะเขามีวินัย เคร่งครัดในเรื่องของกฎของการใช้กำลัง แต่พอตอนค่ำขณะที่มีการถอนกำลังกลับมา แล้วเกิดเหตุการณ์ยิง M79 ยิงระเบิด จนนายทหารเสียชีวิต นั่นแหละครับ ความวุ่นวาย ความสับสนต่าง ๆ จึงเกิดขึ้น คุณสุเทพ เล่าให้พี่น้องฟังไปแล้วโดยละเอียด ผมไม่พูดซ้ำครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือว่า วันนั้น ผมเห็นผู้บังคับบัญชาหลายคนน้ำตาซึมครับ ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นนายทหารที่มีคุณภาพต้องมาสูญเสียในเหตุการณ์นั้น และพอตกค่ำ ไปจนถึงช่วงดึก เราก็ทราบว่ามีพี่น้องผู้ชุมนุม เสียชีวิตด้วย ผมก็เชื่อครับว่า ญาติพี่น้องของเขา ก็ต้องเสียใจไม่น้อยไปกว่าญาติพี่น้องของทหาร หรือเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต

แต่ที่ผมต้องพูดในส่วนของผู้บังคับบัญชาเหล่าทัพทั้งหลาย เขาไม่เคยคิดที่จะตอบโต้ด้วยความรุนแรง พี่น้องเห็นภาพตอนถอนกำลังออกมา พยายามอย่างมากที่สุดคือการยิงป้องกัน ยิงคุ้มครองเท่านั้นเอง ให้คนที่สามารถกลับมาโรงพยาบาลได้ กลับออกจากพื้นที่ที่มีการปะทะกันออกมาได้

เชื่อไม๊ครับ ผมไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ เขาบอกว่า ไม่เคยมียุคไหนเหตุการณ์ใดที่มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัสเท่ากับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษาครับ

แต่กองทัพไม่ได้ใช้ความรุนแรงเข้าตอบโต้ กองทัพไม่ฉกฉวยโอกาสกระทำการรัฐประหาร เพราะอย่างที่ผมบอกคือเขาต้องการประคับประคองประเทศของเราให้เกิดหน้าต่อไปให้ได้เท่านั้นนะครับ

พี่น้องครับ เมื่อตอนหัวค่ำคุณสุเทพ บอกว่าคืนวันนั้นและวันรุ่งขึ้นไม่กล้าที่จะถามผมว่า ผมคิดอะไร ผมบอกกับพี่น้องครับ คืนวันที่ 10 เมษา คือคืนที่ผมทุกข์ที่สุด ตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรี มาจนถึงวันนี้

พี่น้องหลายคน มักจะพูดกับผมเสมอครับว่า ผมเป็นคนไม่ค่อยแสดงความรู้สึกอะไรมากมายนัก ผมพยายามทำอย่างนั้น เพราะผมเคยพูดตั้งแต่วันแรกที่เป็นนายกรัฐมนตรีว่า ผมมีหน้าที่ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเย็นลง แต่ที่คุณสุเทพ บอกว่าไม่กล้าถามผม และดูสีหน้าผมแล้วนั้น ผมต้องสารภาพ คืนนั้นเป็นคืนที่ผมร้องไห้อยู่นานมากครับ

ในชีวิตการเมืองของผม ผมไม่เคยต้องการจะเห็นความสูญเสียกับพี่น้องประชาชนคนไทย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด แม้แต่คนเดียว แต่มาเกิดขึ้นในยุคที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี

พี่น้องครับ ผมทบทวนแล้ว ทบทวนอีก คิดอยู่ตลอดเวลาว่า จะต้องตัดสินใจอย่างไร ทั้ง ๆ ที่ในใจรู้มาตลอดว่า ทั้งผม ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ เราพูดกันและปฏิบัติอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าเราจะทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่เกิดขึ้น

แต่ผมรู้ว่าตั้งแต่คืนนั้นแหละครับ ไม่ว่าผมจะตัดสินใจอย่างไร ชีวิตผมไม่มีทางเหมือนเดิม

ต้องมีคนโกรธ ต้องมีคนแค้น โดยธรรมชาติ และถ้ามีกระบวนการในการปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังมากขึ้น แน่นอนที่สุดครับ ไม่ต้องพูดถึงว่า ผมจะต้องเผชิญกับอะไร ไม่ว่าผมจะตัดสินใจอะไรก็ตาม ผมขออนุญาตที่จะบอกว่า ผมคิดหลายตลบ คิดไม่ตกผลึกครับ ว่าจะต้องทำอย่างไร แต่คนที่ให้สติผมคือ ภรรยาผมครับ

เขาก็รู้ ว่าชีวิตของเขาและลูก ๆ ของเราก็ไม่มีวันเหมือนเดิม ผมรู้สึกผิด เพราะผมนะอาสาตัวเข้ามาสู่การเมือง แต่เขาไม่ได้เป็นคนที่อาสา เขาไม่ได้เป็นคนที่ต้องมาอยู่การเมืองกับผม แต่ก็ผูกติดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วันนั้น เขาบอกกับผมอย่างเดียวครับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าในเมื่อเรามั่นใจว่าเราไม่ได้เป็นคนที่ต้องการให้เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดขึ้น ทางเดียวที่จะเป็นความรับผิดชอบคือต้องแบกรับปัญหาและแก้ปัญหานั้นให้สำเร็จลุล่วงต่อไป

ห้ามหนี ห้ามทิ้งปัญหา เผชิญหน้า และแก้วิกฤติให้สำเร็จลุล่วงให้ได้

พี่น้องครับ หลังจากวันนั้น ผมก็เดินหน้าอย่างที่หลาย ๆ คนได้เล่าให้พี่น้องฟัง เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจอีกหลายครั้ง พี่น้องที่บริสุทธิ์ ที่สีลม สถานีรถไฟฟ้า ปัญหาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่รพ.จุฬาฯ ซึ่งไม่มีใครคาดคิด ว่าจะเกิดขึ้นได้ อย่าว่าแต่ในประเทศไทยเลยครับ ที่ไหนในโลก ผมก็ถูกกดดันอยู่ตลอดเวลาว่า ถึงเวลาที่ต้องใช้กำลังเข้าแก้ไขปัญหา

แต่ไม่ใช่หรอกครับ ผมนั่งคิดอยู่ตลอดเวลาว่า จะทำอะไร อย่างไร จนผมเสนอแผนปรองดองออกมา เมื่อต้นเดือน พ.ค. แผนนั้นผมบอกกับพี่น้องว่า ยังคงเป็นแผนที่ใช้ที่จะเดินหน้าประเทศไทย แล้วผมก็ตัดสินใจว่า ผมพร้อมที่จะยุบสภาให้มีการเลือกตั้ง ก่อนผมจะครบวาระเป็นปี ขอให้ยอมรับแผนปรองดองและสลายการชุมนุม

ทำไมผมไม่ตัดสินใจยุบสภาเลย ผมก็บอกว่า มันไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง ถ้าหากว่าเรายุบสภาเพียงเพราะมีมวลชนมากดดัน วันข้างหน้า รัฐบาลใครเข้ามาก็จะไม่สามารถอยู่ได้

ระยะเวลาจากวันที่ผมเสนอแผน ถึงวันที่จะมีการเลือกตั้งที่ผมเสนอ แค่ครึ่งปี ผมต้องการเวลาให้ทุกฝ่ายไปตั้งสติ ไปปฏิบัติตามแผน ถ้าวันนี้เขารับเงื่อนไข ความจริงเลือกตั้งไปหลายเดือนแล้ว เงื่อนไขที่ผมเสนอไม่มีอะไรเลยครับ ที่จะเป็นพิษ เป็นภัยกับใคร มีแต่จะตอบโจทย์ ที่เขาใช้ในการเคลื่อนไหวการชุมนุม ผมพยายามขอร้องว่าเงื่อนไขแรก ที่เราจะต้องทำกันให้ได้คือ ความขัดแย้งทั้งหลายเป็นเรื่องการเมือง อย่าเอาองค์กร อย่างเอาสถาบันใดที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองและที่สำคัญอย่าเอาสถาบันใดที่อยู่เหนือการเมืองมาเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด

และผมบอกว่าไม่ใช่มารับปากกันว่าเราจะไม่ทำเท่านั้น พวกเราทุกคนนอกจากไม่ทำ จะต้องไปสอดส่องดูแล ไม่ให้มีใครทำด้วย ผมบอกว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนที่มีความเหลื่อมล้ำ ไม่ได้รับความเป็นธรรม มาทำกันเป็นระบบจริง ๆ จัง ๆ เถอะครับ อย่างที่ อ.หมอประเวศ อย่างที่ท่านนายกฯ อานันท์ ได้กำลังไปดำเนินการอยู่ เดินหน้าไปเถอะครับ

ผมบอกว่าสื่อสารมวลชน มาปฏิรูปกันเถอะ สิทธิ เสรีภาพ มี แต่ทำอย่างไร อย่ากลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนเกลียดชังกันมากขึ้น ผมบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 10 เมษา ผมยินดีให้ตรวจสอบ เพราะผมมั่นใจว่า ผมและเจ้าหน้าที่เราปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ เอาคนนอก เอาคนกลาง เอาคนที่เป็นอิสระ มาตรวจสอบ และผมก็บอกว่าทุกฝ่ายถอยหลังกลับไปตั้งสติ ดูกติกาการเลือกตั้งแล้วนำไปสู่การเลือกตั้ง

พี่น้องครับในที่สุด เขาก็ปฏิเสธ ผมก็เชื่อที่คุณกอร์ปศักดิ์บอกกับพี่น้องเมื่อสักครู่ ว่าทำไมเขาปฏิเสธ ที่สุดแล้วเป็นเพราะแผนนี้ ไม่ได้ตอบโจทย์คน ๆ หนึ่งเท่านั้นเองครับ

ที่ไม่ต้องการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล แล้วต้องการให้คนที่มีอำนาจรัฐมาลบล้างตรงนี้ออกไปให้เขา พีน้องครับ ผมไม่ได้ลดละความพยายามเลยครับ เวลาผ่านไป 10 วัน เมื่อไม่ยอมเลิกการชุมนุม ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจึงต้องเริ่มทำเรื่องของการกระชับวงล้อม กระชับพื้นที่ และพอมีเหตุสูญเสียมากขึ้น ผมก็พยายามให้คุณกอร์ปศักดิ์ มีการประสานงานอยู่ตลอดเวลา

พี่น้องครับ ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นว่าสิ่งที่เราพยายามทำ แต่มันไม่สำเร็จนั้นเพราะอะไร มีการอ้างอิงถึงการเจรจาว่ามีท่านวุฒิสมาชิก ใครต่อใครมาร่วมด้วย แต่ว่าผมไม่ยอมทำตาม หักหลัง ไม่ใช่หรอกครับ เขาพยายามจะบอกว่า ทหารหยุดยิง ข้อเท็จจริงผมก็บอกไปว่า ทหารเขาตั้งด่านอยู่ เขาไม่เข้ามาที่นี่ แต่เขาต้องป้องกันตัวเมื่อมีคนไปโจมตีเขา ไม่ว่าจะเป็นที่บ่อนไก่ ไม่ว่าจะเป็นที่ถนนราชปรารภ เขามาเจรจาเขาบอกว่ายังไงครับ เขาบอกว่า คนที่มีการมายิง มาปะทะกับเจ้าหน้าที่นั้นไม่เกี่ยวข้องกับเขา แต่เขาจะพยายามสื่อสารไปให้หยุด แต่ขอแก้ปัญหาว่าให้ทหารเลิกด่านเอาทุกคนเข้ามาชุมนุมที่นี่มากขึ้น มันไม่ได้ทำให้บ้านเมืองแก้ไขปัญหาในขณะนั้นเลยครับ

แล้วผมก็ลองทดสอบบอก ถ้าอย่างนั้นจริง คุณให้หยุดก่อนสิ หยุดโจมตี หยุดยิง กำหนดเวลาชัดเจน มันไม่เป็นไปตามนั้นครับ ในที่สุด คุณสุเทพก็เล่าให้ฟังว่า เราก็ต้องเข้าไปเพื่อแก้ปัญหาที่สวนลุม ฯ ที่บริเวณลานพระรูป ร. 6 เพราะมันเป็นที่ซ่องสุมอาวุธ และกองกำลังติดอาวุธ ผมเจรจาทราบว่าถ้าสมมติในที่สุดเขาจะสลายการชุมนุม เราจะบริหารจัดการให้เรียบร้อยอย่างไร วันนั้น เขามีการเสนอว่า ขอพื้นที่วัดปทุมฯ เป็นเขตอภัยทาน ผมบอกกับผู้เสนอความคิดนี้ครับ ผ่านคุณกอร์ปศักดิ์ ผมบอกผมขอร้องเถอะ ถ้าจะใช้พื้นที่วัดปทุมฯ เลยไปข้ามถนนไปอีกนิดเดียว มันพ้นจากพื้นที่การชุมนุมแล้ว ไปตั้งตรงนั้นเถอะครับ ให้พี่น้องเตรียมตัวที่จะกลับบ้าน

เขาบอกว่า ไม่ต้องห่วง พื้นที่อภัยทานจะมีเฉพาะเด็ก ผู้หญิง คนแก่ ผมบอกเขาไปผ่านคุณกอร์ปศักดิ์ครับ ผมบอกว่าผมไม่คิดหรอกครับว่า จะควบคุมได้ ใครจะเป็นคนหยุดถ้ามีผู้ชายเดินเข้าไป มากับแม่ มากับภรรยา มากับลูกที่เป็นเด็กผู้หญิง ใครจะห้ามเขาได้ แล้วถ้ามีคนเอาอาวุธเข้าไป ใครจะห้ามเขา ผมบอกคุณกอร์ปศักดิ์ไปด้วยนะครับ ผมบอกผมกลัวที่สุด ถ้ามีเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในวัด ใครจะรับผิดชอบ แต่เขาตัดสินใจเดินหน้า เขาเชื่อว่าไม่มีปัญหา วันสุดท้ายที่มีการสลายการชุมนุม เราก็ยังขอเลยครับ บอกแกนนำ ก่อนที่คุณจะมอบตัวนั้น คุณส่งพี่น้องของคุณกลับบ้านก่อนได้ไหม เพราะเราไม่แน่ใจว่า ถ้าพวกคุณไปมอบตัวแล้ว ไม่มีแกนนำในการชุมนุมแล้ว การบริหารจัดการให้พี่น้องกลับบ้านจะเป็นไปอย่างราบรื่น เขาก็ไม่ได้ทำ เหตุการณ์วันที่ 19 ที่เกิดขึ้น จึงเกิดอย่างที่พี่น้องเห็น

เปลวไฟ ควันไฟ ที่ลุกโชนอยู่ตรงนี้ครับ และที่ศาลากลาง และที่สยามสแควร์ และที่ช่อง 3 และที่ดินแดง บ่อนไก่ เราพยายามไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ามามีปัญหากับผู้ชุมนุม ซึ่งอาจจะหวาดกลัว และกำลังจะกลับบ้าน แต่สุดท้ายมันเลี่ยงไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่ในการที่จะเข้ามาดับไฟ วัดปทุมฯ ช่วงค่ำนี่แหละครับ มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศติดต่อไปที่ราบ 11 บอกว่าถูกยิง ขอให้ช่วยเอาตัวไปส่งโรงพยาบาล พี่น้องเชื่อไม๊ครับกว่าจะเอารถพยาบาลเข้ามาได้หลายชั่วโมง เพราะรถพยาบาล เหมือนรถดับเพลิง ถูกยิงตลอดเวลา

เหตุการณ์เหล่านี้ต้องสอบข้อเท็จจริงต่อไป แต่จนถึงวันนี้ผมนึกไม่ออกจริง ๆ ว่า เจ้าหน้าที่เขามีเหตุผลอะไรที่จะไปยิงประชาชน ที่จะไปยิงรถดับเพลิง ที่จะไปยิงรถพยาบาล ความจริงเรื่องนี้ต้องพิสูจน์กันต่อไป แต่การมายัดเยียดว่าความตามที่เกิดขึ้นที่วัดปทุมฯ เป็นเพราะผมสั่งฆ่า หรือความสูญเสียที่นับรวมไปเป็นจำนวน 91 คนนี่แหละครับ มันเป็นธรรมแล้วหรือที่จะบอกว่าเป็นเรื่องของผมที่เป็นฆาตกรที่สั่งฆ่าที่มือเปื้อนเลือด

ผมอยากจะบอกกับพี่น้องครับ ว่าเหตุการณ์ทั้งหมด พวกเราทุกคนควรจะเสียใจ และควรจะคิดให้ทะลุให้ได้ว่า เราจะก้าวพ้นตรงนี้ไปได้อย่างไร ผมไม่เคยคิดหรอกครับว่า เราจะต้องมาตั้งเวทีกันอย่างนี้ จนกระทั่งเมื่อผมยุบสภา ผมได้เห็นกระบวนการที่พยายามที่จะสร้างข้อเท็จจริงชุดใหม่เพื่อมาปรักปรำผม มาปรักปรำใส่ร้าย หลายต่อหลายคน ควบคู่กันไปก็คือการที่พรรคเพื่อไทยได้พูดถึงเรื่องของการนิรโทษกรรมคุณทักษิณ

ผมจึงต้องมาพูดครับ เพราะผมต้องการให้พี่น้องเห็นอย่างชัดเจน ว่าใครเหมาะสมที่จะมาปรองดองในบ้านนี้เมืองนี้

ผมเล่าให้พี่น้องฟังอย่างละเอียดในหลาย ๆ เรื่อง พูดถึงแนวความคิด ความในใจของผม ในการตัดสินใจทุกขั้นตอนให้พี่น้องดูว่า ผมสามารถที่จะทำงานเรื่องปรองดองได้หรือไม่

ขณะเดียวกัน พรรคที่ขึ้นป้ายตอนนี้ว่า หยุดฟาดฟันกัน หันมาปรองดอง คือพรรคเพื่อไทย กำลังส่งใครเข้าไปในสภาฯ ส่งใครเข้าไปในทำเนียบครับ รายชื่อของผู้สมัครบัญชีรายชื่อที่อ่านไปทั้งหลายนั้น เขาเป็นคนพร้อมที่จะปรองดองประนีประนอมจริงหรือไม่

ในวันที่เขามีโอกาสที่จะประนีประนอมหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่เกิดขึ้นมาทุกครั้งในเหตุการณ์ตั้งแต่เมษา ถึงพฤษภา ทำไมเขาปฏิเสธ ทำไมนายใหญ่ของเขา จึงได้ปฏิเสธการประนีประนอม ปรองดอง ที่ผ่านมา ผมต้องบอกกับพี่น้องว่า ผมเข้าใจยากจริง ๆ ว่าจิตใจของเขาทำด้วยอะไร

ผู้สนับสนุนของเขาเอง อยู่กับความยากลำบาก อยู่กับความเสี่ยงต่อการสูญเสีย แต่เขาไม่พยายามปกป้อง ผมอยากจะบอกกับพี่น้องนะครับ ผมไม่ตำหนิพี่น้องที่มาชุมนุมโดยบริสุทธิ์ นั่งอยู่ที่นี่นับเดือน ฟังความอยู่บนเวทีข้างเดียว ย่อมต้องมีจิตใจเช่นนั้น ผมไม่ตำหนิแม้แต่แกนนำทุกคนนะครับ เพราะผมรู้ว่าแกนนำบางคนอยากจะประนีประนอม เคยบอกกับนายใหญ่เขาด้วยซ้ำว่า พี่น้องเราลำบากมากแล้ว พอหรือยัง แต่สุดท้าย มันไม่พอ เพราะเขายังไม่ได้สิ่งที่เขาต้องการ

ผมถึงยืนยันว่าการปรองดอง ที่จะเดินหน้าต่อไปนี้ ที่ผมเขียนจาก 10 ข้อเหลือ 5 ข้อ ต้องเดินไปข้างหน้า ผมพร้อมทำทุกอย่าง แต่ผมไม่สามารถนิรโทษกรรม คนทุจริต ไม่สามารถคืน 4 หมื่น 6 พันล้านให้กับคุณทักษิณ

ถ้าผมหาเงิน 4 หมื่น 6 พันล้านมาได้ด้วยตัวเอง ผมจะยินดีเอาไปให้คุณทักษิณ แล้วบอกหยุดทำร้ายประเทศไทย

แต่ที่เขาจะเอา มันไม่ใช่เงินของผม มันเงินของประเทศ มันเงินของประชาชน ผมไม่มีสิทธิ์เอาไปให้

ถ้าผมพูดกับคุณทักษิณได้ ผมก็จะบอก ว่าถ้าคุณสำนึกผิด คุณยอมรับกฎหมาย ผมก็เชื่อว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่พร้อมจะให้อภัย

แต่ถ้าคุณยังยืนยันว่า เมื่อใดก็ตามศาลตัดสินว่าคุณถูก ไม่มีปัญหา ศาลตัดสินว่า คุณผิด เป็นสองมาตรฐาน อย่างนี้ประเทศไทยยอมไม่ได้ครับ

วันนี้การตัดสินใจจึงต้องเป็นของพี่น้องประชาชน เพราะอย่าลืมว่า คุณทักษิณ มีพี่น้องที่รักเป็นจำนวนมาก และผมก็บอกได้ครับว่า หลายสิ่งที่คุณทักษิณทำแล้วเป็นประโยชน์กับพี่น้อง มี และสิ่งเหล่านั้นผมก็ยินดีทำต่อ ต่อยอดให้

แต่วันนี้คุณทักษิณ และพรรคเพื่อไทย กำลังเอาความพอใจของพี่น้องประชาชน กับนโยบายบางเรื่องบวกกับการตลาดที่เขาชำนาญ เพื่อจะกลับมามีอำนาจโดยมีเป้าหมายสุดท้ายเหมือนเดิม คือลบล้างคำพิพากษาของศาล

ดีว่าคุณทักษิณ หลุดพูดออกมา คุณเฉลิม ประกาศเองว่านี่คือเรื่องสำคัญเรื่องแรกที่ต้องทำ ไม่ใช่ปัญหา ปากท้อง ของแพง หรือยาเสพติด แต่วันนี้เมื่อเราเริ่มชี้ให้พี่น้องเห็น หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พี่น้องรู้จักไม๊ครับ คุณยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ไปดีเบตกับผม คุณยงยุทธบอกว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่มีนโยบายนิรโทษกรรม เพราะคุณยงยุทธเป็นหัวหน้าพรรค เป็นกรรมการบริหารพรรค ยังไม่มีมติเรื่องนี้ ที่สมาชิกพรรคไปพูดไม่เกี่ยวกับพรรค ไม่ผูกมัดพรรค

และผมรู้ครับ เขาก็จะบอกต่อไปว่าเขาไม่มีความคิดนิรโทษกรรมให้กับคุณทักษิณคนเดียว เขาจะล้างความผิดทุกสี ทุกกลุ่ม เพื่อจะบอกว่า นี่ไงคือความเสมอภาค แต่เป้าหมายสุดท้าย เรื่องเดิม

ผมยืนยันครับ ถ้ามีใครขณะนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยคดีเพราะเป็นเรื่องการเมือง ผมยืนยันว่าจะช่วยคน ๆ นั้นถึงที่สุด ไม่ให้มีความผิดครับ แต่ถ้าใครทุจริตทำผิดอาญา ก่อการร้าย ตรงนี้กฎหมายต้องเป็นกฎหมายเท่านั้นครับ บ้านเมืองถึงจะเดินต่อไปได้

วันนี้พี่น้องจึงต้องเลือก ระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีผมเป็นผู้นำในการเดินหน้าปรองดองบนหลักของความถูกต้อง กับพรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดง ผมอยากจะบอกกับพี่น้องครับว่า พรรคเพื่อไทย หรือหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะพูดอย่างไรก็แล้วแต่ ประสบการณ์ของผม 2 ปีที่ผ่านมา ผมไม่มีคำถามในใจอีกต่อไปว่า เป้าหมายสุดท้ายของเขาคืออะไร

วันนี้ผมถึงบอกกับคุณยงยุทธ ในช่วงของการดีเบต ผมบอกผมไม่ทราบหรอกครับ กรรมการบริหารพรรคท่านจะมีมตินโยบายนี้หรือไม่ แต่ผมเห็นป้าย ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ

และทักษิณทั้งคิด ทั้งพูด ว่าถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะกลับประเทศไทย ปลายปีนี้ มาร่วมงานแต่งงานของลูกสาว ผมถามว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่นิรโทษกรรมให้จะเป็นไปได้อย่างไร เหมือนที่ผ่านมาแหละครับ ที่ทักษิณคิด แกนนำเสื้อแดงทำ วันนี้ก็ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ เราจะปรองดองกันแบบนี้เหรอครับ แล้วเหตุการณ์วันนี้มันไปไกลแล้วครับ ไกลขนาดที่ว่าพี่น้องเห็นปัญหาของคนเสื้อแดง ที่มาประท้วงผม ขับไล่ผมในช่วงที่ผมหาเสียง แล้ววันนี้คุณยิ่งลักษณ์ก็บอกว่าสั่งคนเสื้อแดงไม่ได้แล้วในขณะที่กำลังบอกว่า บ้านเมืองจะต้องปรองดอง ก็มีการไปจัดตั้ง หมู่บ้านเสื้อแดง

พี่น้องครับ เราจะยอมให้คนซึ่งมีหัวรุนแรง มีเป้าหมายซึ่งขัดกับกฎหมายอย่างชัดเจน เดินหน้าประเทศไทยเหรอครับ

ผมอยากจะบอกว่า เขาจะพูดอย่างไรก็ตาม เราต้องเข้าใจความเป็นจริง คุณยิ่งลักษณ์เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี คุณยิ่งลักษณ์จะเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดคนหนึ่ง ที่น่าสงสารเพราะอะไรครับ เพราะพี่ชายจะต้องคิดยื่นเงื่อนไขเรื่องการทำให้ตัวเองพ้นผิด ถ้าพี่น้องเป็นคุณยิ่งลักษณ์ พี่น้องจะทำยังไง คนเป็นพี่ เป็นน้องกันนะครับ ห่างกันพอสมควรในเชิงอายุ ผมเชื่อในใจคุณยิ่งลักษณ์ต้องชื่นชมคุณทักษิณในฐานะที่เป็นพี่ใหญ่ เป็นเรื่องธรรมชาติ กับปัญหาที่คุณทักษิณบอกว่า ไม่อยากอยู่เมืองนอกแล้ว อยากกลับบ้าน แล้วน้องสาวอยู่ในฐานะที่จะทำให้กลับบ้าน ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ไม่ทำให้พี่ คุณยิ่งลักษณ์จะเป็นคนอย่างไรแต่ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ทำให้พี่ คุณยิ่งลักษณ์ก็ต้องมาเผชิญหน้ากับพี่น้องประชาชนที่ต้องการความถูกต้อง

ผมจึงอยากจะบอกครับว่า อย่าให้สถานการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นเลย ไม่ได้เป็นผลดีกับใคร แล้ววันนี้เราต้องมาพูดกันให้ชัด ๆ ว่าวิธีที่เราจะก้าวพ้นความขัดแย้งนำไปสู่การปรองดอง คือสังคมต้องช่วยคนที่มีความเดือดร้อนจริง ๆ และต้องปฏิเสธคนที่นิยมความรุนแรง และต้องการสิ่งที่ขัดกับกฎหมายครับ

ผมบอกกับพี่น้องว่า ถ้าพี่น้องเลือกเบอร์ 10 ผมก็จะเดินหน้าหาทางปรองดองบนความถูกต้องด้วยความอดทน อดกลั้น อย่างถึงที่สุด

แต่ถ้าพี่น้องไม่อยากเลือกเบอร์ 10 เพราะกลัวว่าเลือกเบอร์ 10 แล้ว เสื้อแดงจะไม่หยุด ผมก็ต้องบอกกับพี่น้องครับว่า ถ้าตัดสินใจอย่างนั้น อาจจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปครับ แต่วันข้างหน้า พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ จะเหมือนตัวประกันของคนนิยมความรุนแรงตลอดไป

หรือถ้าพี่น้องบอกว่า ไม่อยากเลือกเบอร์ 10 อยากจะได้พรรคการเมืองที่เข้ามาแล้วแก้ปัญหานี้ แล้วก็ไปตายเอาดาบหน้า เราก็กำลังนำพาประเทศ ไปสู่ความเสี่ยงความวุ่นวายอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากจะบอกอย่างนี้ครับ โอกาสนี้ เป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่เราจะถอนพิษทักษิณ ออกจากประเทศ

พี่น้องคนไทย ที่นิยมชมชอบสิ่งที่คุณทักษิณ เคยทำไว้ ต้องแยกให้ออกระหว่างนโยบายต่าง ๆ ที่มาทำให้กับพี่น้องกับตัวตนของคุณทักษิณ สิ่งเดียวที่เป็นอาวุธเหลืออยู่ของคุณทักษิณในวันนี้ คือการกล่าวอ้างว่าพี่น้องประชาชนนิยม

ถ้าคุณทักษิณแน่จริง หยุดใช้การตลาด หยุดสร้างภาพลวงตา เอากันให้ชัด ๆ ประกาศเลยว่า เพื่อไทยมีนโยบายอย่างเดียว คือล้างผิด ให้ทักษิณ แล้วให้พี่น้องเลือกสิครับ

เราจะได้รู้กันไปว่า พี่น้องประชาชนคนไทย จะตัดสินใจอย่างไร แล้ววันนี้ ผมต้องบอกกับพี่น้องที่อยากจะเลือกเบอร์ 10 ว่ามีการไปปราศรัยที่ต่างจังหวัด โดยพรรคเพื่อไทยบอกว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยมาเป็นที่หนึ่ง แล้วไม่ได้เป็นรัฐบาล จะเตรียมพี่น้องเสื้อแดงมาอีก

พี่น้องครับ ที่จริงในระบบรัฐสภานั้นทั่วโลก กติกาสากล ถ้าคุณได้เสียงข้างมาก เกินกึ่งหนึ่ง ไม่มีใครไปทำอะไรคุณได้อยู่แล้ว ก็เห็นอวดอ้างอยู่เหลือเกินว่าได้ 270 ได้ 300 เสียง แล้วมากลัวทำไมว่าจะตั้งรัฐบาลไม่ได้

ผมจึงบอกว่าวันนี้พี่น้องที่ตั้งใจจะเลือกเบอร์ 10 ถ้าอยากจะให้ถอนพิษทักษิณโดยเด็ดขาด ต้องเลือกประชาธิปัตย์มาเป็นที่หนี่ง

ถ้าอยากจะให้ถอนพิษทักษิณโดยเด็ดขาด เลือกประชาธิปัตย์ให้เกิน 250

แล้วเราจะได้ประกาศไปทั่วประเทศ และทั่วโลก ว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าต่อไป รักษาระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

แล้วเราจะได้บอกกับพี่น้องประชาชนคนไทย และชาวโลกว่า ประเทศไทย เงินซื้อไม่ได้

แล้วเราจะได้บอกกับพี่น้องประชาชนคนไทย และชาวโลกว่า คนไทยจะไม่ยอมให้กฎหมู่ อยู่เหนือกฎหมาย

แล้วเราจะได้บอกกับชาวไทยและชาวโลกว่า คนไทยประกาศอิสรภาพจากความกลัว จากการข่มขู่แล้ว

พี่น้องครับ และที่สำคัญที่สุด จะเป็นการประกาศให้คนไทยและชาวโลกรู้ว่า ประเทศไทยไม่ใช่ของคนหนึ่งคน หรือหนึ่งสี

ประเทศนี้ต้องเป็นของทุกคน ทุกสี

พี่น้องครับ ผมอยู่กับพี่น้องในฐานะนักการเมืองมา ปีนี้ปีที่ 20 ผมมีโอกาสทำหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 ปีเศษ ๆ ถ้าพี่น้องให้ความไว้วางใจผมอีก 4 ปี ผมก็จะทุ่มเททำงานให้กับคนทุกคน ไม่ทำงานไม่ล้างผิดให้กับใครคนใดคนหนึ่ง

และถ้าพี่น้องเลือกผมเข้าไปผมจะไม่อนุญาตให้ใครเอาชีวิตของประชาชนมาเป็นของเล่นทางการเมืองอีก

และไม่ใช่เฉพาะราชประสงค์ ต้องไม่มีพื้นที่ใดในประเทศไทยที่คนเอาชีวิตของประชาชนมาเป็นของเล่นทางการเมืองอีก

พี่น้องครับ ผมพูดมาทั้งหมด พี่น้องคงเห็นแล้วว่า การตัดสินใจของคนไทยในวันที่ 3 สำคัญอย่างไร ผมบอกกับพี่น้องว่า ผมทำมาสุด ๆ แล้วหล่ะครับ แต่ผมยอมรับว่า ผมคงไม่สามารถทำทุกเรื่องให้พี่น้องสมหวัง หรือพึงพอใจได้ ใน 2 ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมาแต่การเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าเลือกผมกลับเข้าไป ผมบอกได้เลยว่า ถ้าผมได้เป็น 4 ปี ผมไม่มีโอกาสที่จะมาขอทำงานให้กับพี่น้องอีก 4 ปีเต็มหลังจากนั้น เพราะรัฐธรรมนูญชัด ว่าไม่ให้เป็นนายกรัฐมนตรีเกิน 8 ปี

ผมจึงบอกได้อย่างเดียวว่า ถ้าพี่น้องให้ผม 4 ปี นั่นคือผมต้องเอาชีวิตการเมืองของผมเป็นเดิมพัน ที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้บ้านเมืองเดินหน้าสมานบาดแผลที่เกิดขึ้น และทำให้ประเทศไทยเติบโตก้าวหน้ายิ่งใหญ่ต่อไปให้ได้

ผมจะไม่มีโอกาสมายืนขอกับพี่น้องอย่างนี้อีก เพราะฉะนั้นครั้งนี้คือสิ่งที่ผมจะทุ่มเทที่สุดในชีวิตทางการเมืองของผม

แต่ถ้าวันนี้พี่น้องคนไทย บอกว่า ไม่ต้องการนักการเมืองที่ยืนหยัด ไม่เอาเงินไปให้คุณทักษิณ ไม่ต้องการนักการเมืองที่พยายามรักษาหลักของกฎหมาย ผมก็ต้องยอมรับการตัดสินนั้น แต่ผมก็ต้องบอกกับพี่น้องครับว่า การต่อสู้ตรงนี้ ก็ต้องมีคนอื่นที่จะรับไม้ไปจากผมในพรรคประชาธิปัตย์

เพราะผมต่อสู้ครั้งนี้เพื่อที่จะให้ประเทศหลุดพ้นจากปัญหาต่าง ๆ จริง ๆ ทำได้ ผมก็จะทุ่มเทต่อไป ทำไม่ได้ผมต้องหลีกทางให้คนอื่นมาทำแทน เพราะ เพราะเราจำเป็นที่จะต้องให้ระบบอยู่เหนือตัวบุคคล

แต่อนาคตการเมืองผมจะเป็นอย่างไร ก็ไม่สำคัญเท่ากับอนาคตของประเทศไทย

ขอให้พี่น้องตัดสินใจโดยเด็ดขาดเถอะครับวันนี้ และบอกทุกคนที่พี่น้องรู้จัก ตัดสินใจให้เด็ดขาดไปเลย

อย่าไปคิดเป็นอย่างอื่น เลือกประชาธิปัตย์ หรือเลือกเพื่อไทย ให้มันเด็ดขาดกันไปข้างหนึ่ง จะได้รู้ว่าจะเดินไปทางไหน

พี่น้องครับ ถ้าพี่น้องชัดเจนแล้ว ตัดสินใจแล้ว ขอเสียงดัง ๆ เป็นครั้งสุดท้ายว่า จะเลือกเบอร์อะไรครับ (เบอร์ 10) เบอร์อะไรครับ (เบอร์ 10) เบอร์อะไรครับ (เบอร์ 10) เบอร์อะไรครับ (เบอร์ 10) ขอบคุณพี่น้องครับ

เราสัญญาว่าวันนี้ที่เรามาอยู่ที่ราชประสงค์ เรามาประกาศว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของการหลุดพ้นจากความกลัวและปัญหาทั้งปวงที่ประเทศไทยเผชิญมา 2 ปีกว่า ๆ และจะเดินหน้าประเทศไทย ไปด้วยกันในวันที่ 3 กรกฎา กราบขอบพระคุณพี่น้องครับ

ที่มา – พรรคประชาธิปัตย์

  • อภิรักษ์ ประภาสิทธิ

    ท่านนายกฯอภิสิทธิ์
    สู้ๆๆๆๆต่อไปอย่าไปยอมพวกทำลายชาติ

  • ลูกอีสาน

    คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้สิ่งไม่ดีสิ่งชั่วร้ายทำอะไรท่านไม่ได้หรอก พวกเห็บ หมัด มันก็เกาะอยู่กับหมานั้นแหละ และหมาส่วนใหญ่ถ้าเห่ามันไม่ค่อยกล้ากัดหรอกดีแต่เห่า ชูป้ายด่า สู้ สู้ค่ะ

  • คนไทยธรรมดาคนหนึ่ง

    ผมอยากจะให้มีการปราศัยชี้แจงแบบวันนี้สักครั้งหนึ่ง

    ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งครับสำหรับการที่นายกอภิสิทธิ์ ถูกคนเสื้อแดงกล่าวหาและชี้หน้ามาตลอดว่าเป็นฆาตรกร 91 ศพ โดยที่ไม่ได้มีขบวนการตามไปชี้แจงอย่างจริงจังเลยในตลอดปีที่ผ่านมา
    ผมเชื่อว่าว่าท่านไม่อยากจะขยายความขัดแย้งให้มากขึ้นไปอีกจึงเพียงชี้แจงในสภาเมื่อถูกถามและอภภิปรายเท่านั้น

    แต่ไม่จบครับ ยังมีการกล่าวหานอกสภาอีกคลอกมาในหลายโอกาสและหลากสถานที่ อีกทั้งการกล่าวหาได้ล่วงลึกไปถึงสถาบันหลักของชาติ อย่างจงใจใช้สำนวน เล่นคำ อย่างเป็นขบวนการเรื่อยมาในการชุมนุมในระยะหลัง และอย่างโจ่งแจ้งในพื้นที่ชนบท……ซึ่งเป็นการกล่าวหาฝ่ายเดียวโดยสถาบันหลักของชาติที่ถูกกล่าวหาไม่สามารถชี้แจงได้เลย ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งครับ

    มีประชาชนกี่คนละครับ ที่เชื่อตามไปแล้วโดยไม่ยอมเปิดหูรับข้อมูลที่แตกต่างและคิดถึงเหตุและผลเลย

    ผมตั้งคำถามเหล่านี้แล้วตอบตัวเองในใจครับ

    ใครน่าจะเป็นคนวางแผนให้มีการเสียชีวิตขึ้น?
    การเกิดความรุนแรงและการทำให้มีการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ของคุณทักษิณใช่หรือไม่?
    ใครนำเอา 91 ศพ ไปหาเสียงอย่างได้ผล….พรรคเพื่อไทย ใช่หรือไม่?
    ใครเป็นจำเลยสังคมกรณ๊ 91 ศพ รัฐบาลใช่หรือไม่?
    ดนเสื้อแดงมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย….ทำไมมาเรียกร้องประชาธิปไตยหลังจากคุณทักษิณถูกยึดทรัพย์ ?
    คุณทักษิณทุจริตหรือปล่าวครับ ได้ยักยอกเอาผลประโยชน์ของรัฐ(ก็ของประชาชนนั่นแหละ) ในระหว่างดำรงตำแหน่งหรือปล่าว?
    คุณทักษิณสมควรถูกลงโทษยึดทรัพย์หรือปล่าว?
    คุณทักษิณแทรกแซงองค์การอิสระเพื่อกำจัดขบวนการตรวจสอบหรือปล่าว?
    คุณทักษิณให้ความสำคัญสภาหรือไม่ หรือใช้สภาแค่เป็นตรายางเท่านั้น?
    ทำไมแกนนำไม่ยอมประณีประนอมตาม แผนการยุบสภาของนายก และเล่ยแง่โยกโย้ ตั้งเงื่อนไขไม่รู้จบ?
    ทำไมมีคนเสื้อดำมีอาวุธในกลุ่มคนเสื้อแดง?
    หลังจากการปรากฏคลิปของคนเสื้อดำ ทำไมแกนนำคนเสื้อแดงไม่่แสดงความแปลกใจ กลับพยายามไม่พูดถึง?
    และอีกหลายคำถามครับ

    คำตอบในคำถามข้างต้นในเวทีปราศัยในวันนั้น ตรงกับตำตอบของผมในใจทุกข้อเลยครับ

  • ยกย่องคนดี…ต่อต้านคนโกง

    …เป็นที่ทราบกันดีว่า…การเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. 2554 คือ การกำหนด “ชะตากรรมของตนเอง”

    เป็นการกำหนด “อนาคตของประเทศชาติ” และ “อนาคตของลูกหลาน” พวกเราทุกคน

    …คำถามที่อยากถาม “หัวใจ” ของทุก ๆ คน ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งครังนี้ ก็คือ ว่า

    “คุณยินดียอมรับ สนับสนุน และอยากส่งเสริมให้คนโกง คนที่ทุจริต คอรัปชั่น คนที่เห็นประเทศไทยเป็นเพียง บริษัทๆ หนึ่ง ที่จะแสวงหาประโยชน์สูงสุดให้แก่ตนเองเป็นสำคัญ คนที่เห็นประชาชนคนไทย เป็นเพียง “ลูกจ้าง” ค่าแรงขั้นต่ำ

    คนที่พร้อมจะนำทรัพยากร และสมบัติชาติ ไปขายให้ต่างชาติเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง

    คุณยอมรับคนที่ลบหลู่ จาบจ้วง และมีความคิดที่ไม่ดี ต่อสถาบันฯ ที่มีประวัติศาสตร์ ยาวนาน นับพันปีของประเทศไทยเราหรือไม่?

    คุณยินดี ยกประเทศไทย ซึ่งเป็นของคุณ และของพวกเราทุกคน ให้เค้าหรือไม่?

    คุณยอมรับ แนวคิด “โกงได้ไม่เป็นไร…ทำผิดกฎหมายได้ไม่เป็นไร…เงินซื้อได้ทุกอย่าง”?

    คุณอยากได้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คุณต้องการการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมี อดีตนายกฯ ที่คอรัปชั่นเป็นประธานาธิบดี”

    ถ้าคุณ…ต้องการเช่นนี้

    ก็ขอให้คุณเลือก “เบอร์ 1″

    แต่ถ้าอยากเห็นอนาคตที่ดีของประเทศไทย และของลูกหลานคุณ

    อยากเห็นความถูกต้องเป็นธรรมในสังคม…ไม่ว่าคุณจะยากจนหรือร่ำรวย ก็สามารถเข้าถึงความเป็นธรรมได้ไม่แตกต่างกัน

    อยากเห็นการปฏิวัติการเมืองไทย…ให้มีการคอรัปชั่น น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

    ถ้าคุณต้องการผู้นำประเทศที่เป็น “คนดี+คนเก่ง+เสียสละ” และตั้งใจเข้ามาทำงาน “เพื่อคนไทยทุกคน” และทุ่มเทเพื่อประเทศชาติด้วยใจจริง

    ก็ขอให้คุณเลือก “เบอร์ 10″

    ณ วินาที ต่อจากนี้ไป

    ขอให้คุณถามใจตัวเอง

    ขอให้คุณพินิจพิจารณา ด้วยสติ ด้วยปัญญา ของตัวคุณเอง

    ว่าคุณต้องการใช้ “อำนาจอธิปไตย” ที่คุณมีตอนนี้

    ระหว่าง “ความถูกต้อง” หรือ “ความถูกใจ”

    ระหว่าง “ความซื่อสัตย์สุจริต” หรือ “ความคดโกง ทุจริต คอรัปชั่น”

    ระหว่าง “ประชาธิปัตย์” หรือ “เพื่อไทย”

    ระหว่าง “เบอร์ 10″ หรือ “เบอร์ 1″

    ระหว่าง “คุณอภิสิทธิ์” หรือ “นช. ทักษิณ (ในร่าง ยิ่งลักษณ์)”

    …****3 ก.ค. 2554 โปรดออกไปใช้อำนาจที่คุณมีอยู่ เลือก ระหว่าง 2 เบอร์นี้****

  • arissara

    ยิ่ง(อัป)ลัก ยิ่งเละ ยิ่งเลอะ(เทอะ)
    เสียใจกับผลโพลที่คนไทยไปเลือกพวกเผาบ้านเผาเมือง
    จนอยากจะร้องไห้ น้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด
    เสียง 1 เสียงกับในบ้านอีก 6 คนที่เลือกปชป.
    จะช่วยกำหนดอนาคตประเทศชาติได้สักเพียงไร
    สงสารเมืองไทย ที่จะยกบ้านให้โจรแดงมาปกครอง
    คงมีการตายอีกมากมายในอนาคต อาจเป็นเราด้วยถ้าไม่ยอม
    สถาบันหลักเราจะคงอยู่อย่างไร ในภาวะที่พวกจาบจ้วงเป็นใหญ่
    ทักษ..มันคงช่วยฮุนเซนสมหวังครานี้เพราะมันก็หวังผลประโยชน์
    สัมปทานชาติ แถบอ่าวไทย ทักษ..ขายชาติ ขายชาติจนไม่เหลือเเน่
    คนไทยขี้ลืม ลืมง่ายจริงๆ ฝากความหวังไว้ที่คุณอภิสิทธิ์ตลอดไป
    หากเราแพ้เลือกตั้ง เเล้วเราเป็นฝ่ายค้าน อย่าเสียใจนะคะ มีคนไทยที่รักคุณเสมอ
    เห็นผลโพลก็อย่าท้อถอยนะคะ นะตอนนี้ขอคนไทย เปิดหูเปิดตา ให้กว้างๆสมองคิดเยอะ
    กาเบอร์ 10 เท่ากับช่วยชาติ อย่าไปเลือกพวกทำลายชาติ ขายชาติเลยพี่น้อง..

  • top

    ถ้าคิดจะทำให้ประเทศไทยดีขึ้นกว่านี้ ต้องเบอร์ 10 เท่านั้น
    ทักษิณ ฉลาดมากๆ เรื่องการบริหาร(เมื่อก่อนก็เคยชื่นชม) และยังเก่งมากๆเรื่องโกงบ้านเมือง อย่าให้กลับมามีอำนาจอีก ประเทศจะย่อยยับ อย่าเลือกเบอร์ 1

  • http://www.ipattt.com iPattt

    ผมยอมรับผลการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นอย่างไรครับ สั้นๆ :)

  • คนไทยธรรมดาคนหนึ่ง

    ในระบอบประชาธิปไตย เราต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ครับ
    แต่เราก็มีหน้าที่ในการที่จะให้ข้อมูลหรือมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นในสิ่งที่เราดิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ อย่านิ่่งเฉยหรือยอมจำนนกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยไม่ทำอะไรหรือไม่พูดอะไรเลย

    ประชาชนทุกคนเป็นคนตัดสินใจครับ อย่าละเลยสิทธิ์ของท่านนะครับ

    ความดีและความจริงจะได้ชัยชนะในที่สุดครับ

  • No Name

    สรรเสริญ ออกทีวีประกาศเคอร์ฟิวทำไม ทหารก็ยิงประชาชน คนสั่งอยู่ในกรมทหารเป็นใครน่าจะรู้ ต่างชาติรู้หมด