Practical Report ดีเบทนโยบายเศรษฐกิจประชาธิปัตย์

ค้าน : ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
“หม่อมอุ๋ย” อัดยับรัฐบาลบ้องตื้นใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการมุ่งแจกเงินประชาชน เพื่อหาเสียงมากกว่าการสร้างงาน นึกไม่ถึงคนที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดกับเคมบริดจ์จะคิดได้แค่ นี้ เพราะเงินละลายหายวับไปกับตา ระบุมีแค่ 5-6 โครงการเท่านั้นที่ใช้งบเพื่อการสร้างงาน และใช้เงินน้อยมากทั้งที่ควรใช้งบลงทุนเพื่อสร้างงานไม่น้อยกว่า 40-50% นักวิชาการร่วมเฉ่งแจกเงินผู้ใช้แรงงานไร้ประโยชน์ แนะควรมุ่งช่วยคนถูกเลิกจ้างดีกว่า รัฐมนตรีแรงงานแก้เกณฑ์แจกเงิน จ่าย 2,000 ครั้งเดียวจบ ขยายฐานผู้มีสิทธิได้รับแจกต้องมีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท

ที่มา – โลกวันนี้

สนับสนุน : อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดสรรเงินให้กับอปท.จะทำให้การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น และจะทำให้เร่งรัดเงินงบประมาณไปสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามเงินในส่วนนี้เมื่อเข้าไปสู่ระบบก็จะสอดคล้องกับแผนและมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ความจริงเงินในส่วนของอปท.จะลงไปเร็วกว่า เพราะงบกลางปีต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา

เมื่อถามถึงกรณีที่ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีต รมว.คลัง วิจารณ์ว่าแนวคิดนี้ไม่น่าจะออกมาจากคนที่จบจากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด และเคมบริดจ์ โดยเฉพาะมาตรการการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 2,000 บาท นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้ได้คิดดีแล้ว อย่างที่สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เสนอให้รัฐบาลจ่ายเงินให้กับลูกจ้างสมทบประกันสังคม ซึ่งผลก็ไม่ได้ต่างกัน เรื่องนี้แล้วแต่มุมมองของคน ตนยืนยันว่าได้ติดตามการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลกทั้งที่ผ่านมา และที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ยืนยันว่ามีการติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ ทุกแห่งก็มองตรงกันว่าไม่มีอะไรดีไปกว่าการเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนใน ขณะนี้ ซึ่งเป็นวิธีการที่จะช่วยธุรกิจโดยไม่ต้องไปบิดเบือนกลไกตลาด

ที่มา – กรุงเทพธุรกิจ

คัดค้าน : สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ในการจัดงานโครงการเอเชียวิชาการปี 2552 หัวข้อ “แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2552″ โดยมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ โดยเห็นว่ามาตรการที่รัฐบาลจะเตรียมใช้เงิน 300,000 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจนั้น มีหลายมาตรการที่เชื่อว่าจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยเฉพาะมาตรการการนำเงิน 2,000 บาท ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเห็นว่ามาตรการเหล่านี้เมื่อมีการจ่ายเงินไปแล้วไม่ได้ส่งผลต่อการจ้าง งานหรือสร้างรายได้ที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาขยายตัว แต่จะทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยที่เป็นค่าใช้จ่ายมากกว่า นอกจากนี้ ก็ไม่ได้ไปถึงกลุ่มประชาชนในภาคเกษตรหรือภาคแรงงานที่มีปัญหาความเดือดร้อน ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่เงินดังกล่าวกลับไปก่อประโยชน์กับคนชั้นกลางมากกว่า

ที่มา – โลกวันนี้

สนับสนุน นาย กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี
นาย กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงาน Post Forum 2009 พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย ถึงมาตรการกระตุ้นภาษีว่า การแจกเงิน 2,000 บาท ให้กับประชาชนเป็นค่าครองชีพนั้น ไม่ใช่เป็นนโยบายประชานิยม เป็นการกระตุ้นการบริโภคให้ประชาชนใช้จ่ายมากขึ้น โดยจะใช้เป็นการกู้เงินและจ่ายให้กับประชาชน 10 ล้านคน มั่นใจการกู้เงินจะไม่เป็นการผิดวินัยทางการคลัง ส่วนบุคคลที่ไม่อยู่ในระบบนี้ก็จะได้รับประโยชน์ทางอ้อม ส่วนปัญหาการตกงานที่มีความกังวลอยู่นั้น มีงบประมาณ 6.9 พันล้านบาท ในการแก้ไขการว่างงาน 5 แสนคน อย่างไรก็ตาม หากแผนที่วางไว้ไม่สามารถช่วยเศรษฐกิจให้ดีขึ้นก็จะมีเงินสำรอง แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้

นายกอร์ปศักดิ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้มีนโยบายระยะยาวในการใช้นโยบายพลังงานที่ควบคู่กับการทำชลประทาน เพื่อผลิตพืชพลังงานมากขึ้นและควรตั้งเป้าการนำเข้าน้ำมันให้มีการลดลงอย่าง ต่อเนื่อง และในช่วงที่มีราคาน้ำมันลดก็ควรมีการเก็บภาษีน้ำมันสรรพามิตรเพิ่ม เพื่อให้ประชาชนประหยัดการใช้
ที่มา – โลกวันนี้

ความเห็น SIU :
ไม่มี debate จากจุดยืนของ “ตลาดเสรี” และ “การกำกับและแทรกแซงโดยรัฐ” เลย ทั้งสองฝ่ายยืนอยู่ประเด็นเดียวกัน คือ “การกำกับและแทรกแซงโดยรัฐ” เพียงแต่มีคำถามถึงเรื่องประสิทธิภาพเท่านั้น ว่าเงินที่ลงไปถึงคนระดับล่างๆ จะก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจหรือไม่

ประชาธิปัตย์เคยด่า “ประชานิยม” ไว้มาก แต่วันนี้เพื่อผลงานและความนิยมของประชาชน จึงต้องหันมาใช้วิธีเดียวกับที่ไทยรักไทยเคยใช้แล้วได้ผล