ท่ามกลางปัญหาพลังงานที่ยังเป็นปัญหาโลกแตกของมนุษยชาติ ประเทศเล็กๆ อย่างเดนมาร์กก็ออกมาประกาศเป้าหมายว่าจะใช้พลังงานลมเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้า 50% ของประเทศให้ได้ในปี 2020 และตั้งเป้าจะลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนลง 34% เทียบกับปี 1990
เป้าหมายของเดนมาร์กยังจะลดการใช้พลังงานโดยรวมในปี 2020 ลงอีก 12% เมื่อเทียบกับปี 2006
Martin Lidegaard รัฐมนตรีกระทรวงสภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม และสิ่งปลูกสร้าง ของเดนมาร์กให้สัมภาษณ์ว่า เดนมาร์กตั้งใจจะกลับมาเป็นผู้นำของโลกในการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาราคาน้ำมันและถ่านหินที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต นอกจากนี้แผนการลงทุนในพลังงานสะอาดของเดนมาร์กยังจะช่วยจ้างงาน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของยุโรปในขณะนี้ด้วย
กฎหมายพลังงานสะอาดฉบับล่าสุดของเดนมาร์ก ผ่านสภาด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 171 เสียงจากทั้งหมด 179 ที่นั่ง
เดนมาร์กเป็นประเทศที่ก้าวหน้าในเรื่องพลังงานลมมานานแล้ว ตัวเลขในปี 2010 ประเทศเดนมาร์กมีสัดส่วนพลังงานลม 21% ของพลังงานทั้งหมดในประเทศ และถ้าคิดเป็นพลังงานลมต่อหัวแล้ว เดนมาร์กมีสัดส่วนพลังงานลมต่อประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
อย่างไรก็ตาม ถ้าคิดรวมพลังงานสะอาดและพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ (renewable energy) เดนมาร์กยังถือเป็นอันดับ 8 ของโลก เป็นรองเพื่อนบ้านอย่างสวีเดน ฟินแลนด์ และประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันออกอีกหลายประเทศ
ตัวอย่างของเดนมาร์กเป็นความพยายามขับเคลื่อนนโยบายพลังงานไปสู่ “กระบวนทัศน์ใหม่” หลังจากที่อุตสาหกรรมพลังงานจากฟอซซิล (น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) เริ่มมาถึงทางตันทั้งในแง่ปริมาณ ราคา และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับข้อมูลสภาพการใช้งานพลังงานในประเทศไทย อ่านได้จากบทความ วันพรุ่งนี้ของพลังงานไทยบนทางที่ต้องเลือก!!
ข้อมูลจากเว็บไซต์ Ars Technica

