Practical Report กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ คุมเข้มเครือข่ายออนไลน์

เอกสารทางราชการของสหรัฐอเมริการะบุว่า ศูนย์บัญชาการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security) มีงานประจำคือ จับตาดูเว็บไซต์ยอดฮิต อาทิ Facebook, Twitter, Hulu, Wikileaks และข่าว รวมทั้งเว็บไซต์ก็อซซิปทั้งหลาย เช่น Huffington Post, Drudge Report

สำนักข่าวรอยเตอร์ศึกษาข้อมูลจากรายงาน “privacy compliance review” ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งระบุว่า DHS เริ่มจับตามองโลกออนไลน์ตั้งแต่มิถุนายน 2010 เป็นต้นมา

ศูนย์ปฏิบัติการแห่งชาติทำงานมอนิเตอร์ใต้โครงการ “เครือข่ายทางสังคมและศักยภาพของสื่อ” (Social Networking/Media Capability) โดยมอนิเตอร์การแสดงความคิดเห็นสาธารณะในโลกออนไลน์ บล็อก เว็บไซต์ของรัฐ และข้อความที่กระจายตามเว็บบอร์ดต่างๆ”

วัตถุประสงค์ในการเฝ้าดูการเคลื่อนไหวทางสังคมผ่านเครือข่ายออนไลน์เช่นนี้ จากเอกสารรัฐบาลระบุว่า “เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสารที่ผ่านการรับรู้แล้ว และเตรียมเฝ้าระวังสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น และเพื่อให้เห็นภาพของการปฏิบัติการร่วมกัน”

การมอนิเตอร์ดังกล่าวช่วยเพิ่มศักยภาพในงานข่าวกรองของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) และองค์กรรัฐบาลอื่นๆ อีกมาก ซึ่งรวมทั้ง U.S. Secret Service (หน่วยที่ให้ความคุ้มครองประธานาธิบดี) และ Federal Emergency Management Agency (องค์กรเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งสหพันธรัฐ) จัดตั้งขึ้นเพื่อให้รัฐบาลมีการจัดการเพื่อตอบสนองสถานการณ์ เช่น แผ่นดินไหวเมื่อปี 2010 ความมั่นคงบริเวณชายแดนซึ่งเกี่ยวพันกับโอลิมปิกฤดูหนาว 2010 เมืองแวนคูเวอร์ มลรัฐบริติช โคลัมเบีย

เจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิที่คุ้นเคยกับโครงการที่กำลังจับตาสังคมออนไลน์กล่าวว่า เว็บไซต์ทั้งหมดจะถูกสำรวจโดยศูนย์บัญชาการ “ข้อมูลที่ใช้ทั้งหมดมาจากโลกออนไลน์ ทำให้การมอนิเตอร์นั้นมีความแม่นยำมากขึ้น และข้อมูลดังกล่าวจะยิ่งสมบูรณ์มากขึ้น ทำให้เห็นภาพเชิงปฏิบัติการได้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้มีข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจอย่างทันท่วงที”

โฆษกของกระทรวงให้ข้อมูลว่า “ภายใต้กฎเกณฑ์ของโปรแกรมดังกล่าว กระทรวงจะไม่เก็บข้อมูลอินเตอร์เน็ตทราฟฟิกไว้ถาวร” แต่ในเอกสารระบุว่าจะเก็บข้อมูลไว้ไม่เกิน 5 ปี

เครือข่ายทางสังคมออนไลน์นี้จะประกอบด้วย Facebook และ My Space แต่สำหรับ My Space จะจำกัดการค้นหา และอีก 10 กว่าเว็บไซต์ที่ได้มอนิเตอร์นั้นได้รวบรวมไว้แล้วและสามารถค้นหาได้ เช่น ข้อความและการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันในทวิตเตอร์

ในบรรดาบล็อกต่างๆ ที่ DHS เก็บข้อมูลไว้คือ บล็อกข่าวเจาะ The Blotter จากสำนักข่าว ABC บล็อกที่มีเนื้อหาเรื่องไข้หวัดนก และอีกหลายๆ บล็อกที่เกี่ยวพันกับข่าวและกิจกรรมบริเวณชายแดนของสหรัฐฯ  บล็อกที่ว่าด้วยเรื่องการค้ายา และอาชญกรรมไซเบอร์ รวมทั้งเว็บไซต์ที่ติดตามเรื่องไฟป่าในลอสแอนเจลิสและพายุเฮอร์ริเคน

ข่าวและเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาก็อซซิปก็ถูกบันทึกให้ต้องจับตา เช่น Drudge Report หรือ Huffington Post และ NY Times Lede Blog ที่มุ่งเป้าไปที่การเน้นเรื่องความเชี่ยวชาญในบางประเด็น เช่น บล็อก Threat Level และ Danger Room รวมทั้งบล็อกอีกจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายและความมั่นคง ก็ถูกบันทึกไว้เช่นกัน

บางเว็บไซต์ที่ถูกบันทึกก็มีเนื้อหาที่สร้างความขัดแย้งและทรงอิทธิพล Wikileaks ก็ถูกบันทึกให้ต้องจับตา ขณะที่ บล็อก Cryptome ก็มีการโพสต์เอกสารที่เป็นข้อมูลรั่วไหลและเป็นหนึ่งในเว็บไซต์แรกๆ ที่โพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมในจับตาดูสังคมออนไลน์ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ

ส่วนเว็บไซต์ในลิสต์อื่นๆ เช่น Jihad Watch และ Informed Comment เป็นบล็อกที่เต็มไปด้วยประเด็นด้านอิสลาม ซึ่งถือว่ามีความแหลมคมในด้านการเมือง อันนำไปสู่การวิพากษ์ การกล่าวหา ที่ทำให้ไซต์ดังกล่าวมีความอคติทางการเมือง เป็นต้น

Reuters