Practical Report Der Baader Meinhof Komplex – เสียงคำรณจากทศวรรษ 70

ชื่อภาษาไทยของหนังเรื่องนี้ที่เรียกว่า “จับเป็น” ไม่สาแก่ใจ…ต้อง “จับตาย” ลูกเดียว! ดูจะเป็นการลดทอนความซับซ้อนของหนังเรื่องนี้ลงไปอย่างน่าเสียดาย ยิ่งคำโปรยที่ว่า “เปิดโปง” ประวัติศาสตร์ที่ถูก “ปิดตาย” มาหลายทศวรรษ ก็ยิ่งดูจะไม่ค่อยตรงกับความเป็นจริงสักเท่าไหร่ เพราะภาพยนตร์ของ อูลี อีเดล ที่ถูกดัดแปลงขึ้นจาก หนังสือขายดีในชื่อเดียวกันของ สเตฟาน ออสท์ นักหนังสือพิมพ์ชาวเยอรมัน และบรรณาธิการบริหารของนิตยสาร Der Spiegel ในช่วงปี 2537 จนถึง กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งพยายามบรรยายเรื่องราวที่ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ “ซ้ายจัด” ที่ชื่อว่า “The Red Army Faction (RAF)” หรือ “Baader-Meinhof Group” ออกมาจากมุมที่แตกต่างออกไปจากความเข้าใจเดิม

เหตุรุนแรงจากการก่อการร้ายของกลุ่ม RAF ในเยอรมนีตะวันตกช่วงทศวรรษ 70 ดูไม่น่าจะเป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกปิดตาย จากความรับรู้ของประชาชนในเยอรมนีเองสักเท่าไหร่นัก กลุ่มนี้ก่อเหตุทั้งวางระเบิด, ลักพาตัว, ลอบสังหารผู้นำทางการเมืองคนสำคัญ, ปล้นธนาคาร, และปะทะกับตำรวจ ก่อนที่แกนนำของ RAF จะถูกจับกุมตัวในที่สุด ในช่วงการดำเนินคดีหลายคนคิดว่าสถานการณ์น่าจะคลายความรุนแรงลง แต่ในความเป็นจริงสมาชิกของ RAF รุ่นที่สอง และรุ่นต่อๆมา ยังคงปฏิบัติการอย่างรุนแรง และยื่นข้อเสนอให้ทางการปล่อยตัวสมาชิกรุ่นก่อตั้งของ RAF เหตุรุนแรงเหล่านี้ค่อยๆ คลี่คลายหายไปในในช่วงทศวรรษ 90 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเหตุการณ์ล่มสลายของสหภาพโซเวียต และการรวมตัวของเยอรมนี



ในวันที่ 20 เมษายน 1998 (พ.ศ. 2541) สมาชิกชุดสุดท้ายของกลุ่ม RAF ส่งโทรสารเอกสารขนาดแปดหน้าถึงสำนักข่าวรอยเตอร์ แจ้งการสลายตัวของกลุ่ม

“Vor fast 28 Jahren, am 14. Mai 1970, entstand in einer Befreiungsaktion die RAF. Heute beenden wir dieses Projekt. Die Stadtguerilla in Form der RAF ist nun Geschichte.”
.
(เกือบ 28 ปีก่อน ในวันที่ 14 พฤษภาคม 1970 (พ.ศ. 2513) กลุ่ม RAF เกิดขึ้นเพื่อการปลดปล่อย วันนี้เราได้ยุติโครงการดังกล่าวลงแล้ว การสู้รบแบบกองโจรในเขตเมืองของกลุ่ม RAF เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว)

ชื่อ Baader-Meinhof มาจากชื่อของผู้นำสองคนในกลุ่ม คนแรกคือ แอนเดรียส บาเดอร์ ที่เป็นสมาชิกแกนนำชุดแรกของ RAF ส่วนอีกคนคือ อุลริเค่ ไมน์ฮอฟ เธอทำงานเป็นนักข่าวและนักเขียน ให้กับนิตยสารฝ่ายซ้ายของเยอรมันที่ชื่อว่า konkret



โปสเตอร์ Der Baader Meinhof Komplex, ที่มา – วิกิพีเดีย

หนังเรื่องนี้ลำดับความเป็นไปของ RAF โดยแทบแยกไม่ขาดจากพัฒนาการของตัวไมน์ฮอฟเอง จากนักข่าวที่มีบุตรสาวสองคน และเพียงคอยติดตามความเคลื่อนไหวของ บาเดอร์ และสมาชิกร่วมกลุ่มคนอื่นๆ ก็กลับกลายมาให้ความช่วยเหลือบาเดอร์รอดพ้นจากการจับกุม และเข้าร่วมการปฏิวัติอย่างเต็มตัว



รูปของ อูลิเค ไมน์ฮอฟ, ที่มา – วิกิพีเดีย

ด้วยเหตุที่เธอทำงานเป็นนักข่าวมาก่อน RAF จึงใช้เธอเพื่อร่างแถลงการณ์สร้างความชอบธรรมให้กับกลุ่มในการปฏิบัติการต่างๆ ใจความของแถลงการณ์นั้นก็เป็นไปตามสูตร การต่อต้านทุนนิยม – จักรวรรดินิยมอเมริกัน และระบอบปกครองลิ่วล้อเยอรมนีตะวันตก การปล้นธนาคารครั้งแรกของกลุ่ม เธอก็เขียนแถลงการณ์ว่า นี่เป็นการทำลายผลประโยชน์ของนายทุน และเพื่อเชิดชูการปฏิวัติของชนชั้นกรรมาชีพ แต่ภายหลังที่ปฏิบัติการมีความรุนแรงมากขึ้น เธอเริ่มไม่แน่ใจในทิศทางของ RAF ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นแตกต่างอันใดกับความรุนแรงที่ฝ่ายรัฐหรือผู้มีอำนาจกระทำ ทั้งการบูชายัญการดำเนินชีวิตครอบครัวปกติ และต้องจากบุตรสาวทั้งสองมา ให้กับอุดมการณ์ปฏิวัติ แต่ก็ดูเหมือนเธอเลิกไม่ได้เพราะการปฏิวัติดังกล่าวเรียกร้องให้มีการปฏิบัติการที่รุนแรงมากขึ้น และการปฏิบัติการที่รุนแรงนั้นก็ส่งผลให้รัฐบาลเยอรมนีตะวันตกต้องตอบสนองด้วยการใช้มาตรการเข้มงวดตอบโต้เช่นเดียวกัน

กลุ่ม RAF เคยเข้าไปฝึกการใช้อาวุธและการก่อการร้ายกับกองกำลังฟาต้าห์ในจอร์แดน ก่อนที่พวกเขาจะต้องแยกทางออกมาเนื่องจากอุดมการณ์ไม่ตรงกัน

“พวกนี้ไม่เข้าใจว่าการปฏิวัติวัฒนธรรม และการปฏิวัติการเมืองไม่มีความขัดแย้งกัน — พูดง่ายๆ ก็คือปืนกับเซ็กส์ก็เรื่องเดียวกันนั่นแหละ”

เมื่อกลับมาจากจอร์แดน RAF ก็ปฏิบัติการอย่างรุนแรงหลายระลอก จนกระทั่งสมาชิกในระดับแกนนำรุ่นแรก ซึ่งก็รวมทั้งบาเดอร์และไมน์ฮอฟถูกจับกุมตัวทั้งหมด ในช่วงเดือนมิถุนายน 1972 (พ.ศ. 2515) และพวกเขาถูกแยกขังเดี่ยวทั้งหมด ท่ามกลางการประท้วง ขัดขืน จิตใจที่สลับไปมาระหว่างการกบฎ และความหดหู่สิ้นหวัง ไมน์ฮอฟถูกพบว่าแขวนคอตายในเรือนจำสแตมม์ไฮม์ ภายหลังการถึงแก่กรรมจากการยืนกรานอดอาหารประท้วงของสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่ม ไม่มีใครบอกได้ว่าคนทั้งสองตั้งใจฆ่าตัวตาย หรือถูกลอบสังหาร แต่นั่นก็สร้างความโกรธแค้นให้กับสมาชิกของกลุ่ม RAF รุ่นหลัง

นั่นทำให้การตอบโต้เริ่มต้นขึ้น เจอร์เก้น ปอนโต้ หัวหน้าธนาคารเดรสเนอร์ถูกยิงและกลายเป็นศพหน้าบ้าน จากความผิดพลาดในการลักพาตัว และต่อมากลุ่ม RAF รุ่นใหม่ก็ประสบความสำเร็จในการลักพาตัว ฮานส์ มาร์ติน ชเลเยอร์ อดีตประธานสมาคมนายจ้างเยอรมัน ปฏิบัติการครั้งนี้ได้มีการสังหารตำรวจติดตามจนถึงแก่ความตายทั้งหมด

น่าเชื่อว่าภายหลังกลุ่ม RAF ยังมีความเชื่อมโยงกับการจี้เครื่องบินเที่ยวบิน 181 ของลุฟต์ฮันซ่าในวันที่ 13 ตุลาคม 1977 (พ.ศ. 2520) แต่ปฏิบัติการครั้งนั้นล้มเหลว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกชาร์จเข้าช่วยเหลือตัวประกันและสังหารคนร้ายจี้เครื่องบินได้ทั้งหมด หลังจากเหตุการณ์นี้สมาชิกที่เหลือของ RAF ที่ถูกจับกุมในสแตมม์ไฮม์ก็ถูกพบว่าเสียชีวิตทั้งหมด สองคนยิงตัวตาย และอีกคนแขวนคอตาย ในด้านหนึ่งก็เป็นไปได้ว่าทั้งหมดผิดหวังจากปฏิบัติการที่ต่อรองให้พวกตนเป็นอิสระประสบความล้มเหลว แต่อีกด้านหนึ่งเป็นไปได้ว่าพวกเขาถูกลอบสังหาร หนังไม่ได้ตัดสินให้เราในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี RAF สังหารชเลเยอร์ที่ถูกลักพาตัวเป็นตัวประกัน เพื่อเป็นการตอบโต้

คลื่นความรุนแรงที่พัดพาไปทั่วโลกตลอดยุคทศวรรษ 70 สร้างความเปลี่ยนแปลงยังประเทศต่างๆ เช่น การปฏิวัติในคิวบา และลาตินอเมริกา สงครามในเวียดนาม อินโดจีน เหตุนองเลือดที่ธรรมศาสตร์เมื่อ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 จนกระทั่งทำให้นักศึกษาต้องหลบหนีเข้าร่วมปฏิวัติกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ล้วนแล้วแต่สะท้อนความร้อนแรงของความขัดแย้งด้านอุดมการณ์ในยุคสงครามเย็น อันเป็นใจกลางหลักของการประจัญหน้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต

บางทีบุคคลที่เข้าใจกลุ่ม RAF มากที่สุดอาจกลับกลายเป็น เฮิร์ตส เฮรัลด์ หัวหน้าสำนักงานตำรวจอาชญากรรม ผู้ซึ่งมีชีวิตผ่านยุคนาซีในสงครามโลกมา และเขาเป็นผู้ต้องคอยวางแผนรับมือสถานการณ์ความรุนแรง ทั้งยังต้องคอยขับเคี่ยวกับกลุ่ม RAF ตลอดเวลา นอกจากหนังจะพยายามทำความเข้าใจพัฒนาการของ RAF ผ่านการเปลี่ยนแปลงของไมน์ฮอฟแล้ว ก็ยังทำความเข้าใจผ่านคำพูดของนายตำรวจผู้นี้อีกด้วย

อย่าคิดว่าผมเห็นด้วยกับคนพวกนี้ เปล่าเลย… แต่เราก็ต้องเข้าใจด้วยว่า ความไม่เป็นธรรมในสังคมก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกเขาเหล่านี้ต้องลุกขึ้นมาทำเช่นนี้

ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ที่ House RCA


Blowin In The Wind – Bob Dylan

  • http://www.micro-milling-machines.co.cc งงๆ

    พึ่งดูจบครับ เคยดูเรื่อง Munich ก็มีฉากในเรื่องนี้ด้วย ไม่ทราบว่าเกี่ยวกันได้ยังไงครับ งง