ได๋-ไดอาน่า คือ หญิงสาวที่มีค่ามากกว่าความงาม เธอเป็นตัวแทนเทรนด์ใหม่ในสังคมไทย ซึ่งไม่ต้องการเป็นเพียง “ตุ๊กตาหน้ารถ” ที่ใช้ประดับบารมีของเพศชายเท่านั้น “หญิงไทยยุคใหม่” ต้องรู้จักใช้มันสมองและหยาดเหงื่อแรงงานเพื่อสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพให้สังคมยอมรับ แน่นอนว่า “ค่านิยม” นี้ยังไม่เป็นที่นิยมมากนักในสังคมไทย แต่ก็เริ่มมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ปฏิเสธการใช้แต่ “เรือนร่าง” ในการสร้างความนิยมให้ตัวเอง
“ได๋-ไดอาน่า” กำลังจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้สังคมไทย โดยการอาสาเข้ามาทำงานเพื่อเรียกร้อง “โอกาส” ให้กับผู้ลี้ภัยในประเทศไทย ซึ่งยังเป็นเรื่องที่คนไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญน้อยเกินไป สำนักงานคณะกรรมการเพื่อผู้ลี้ภัยและผู้อพยพแห่งสหรัฐอเมริกา (ยูเอสซีอาร์ไอ) ประจำประเทศไทยได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ เวิลด์ริฟูจีเซอร์เวย์ (World Refugee Survey) 2009 ขึ้น ที่สมาคมนักข่าวต่างประเทศ (หรือ เอฟซีซีที ) และเผยโฉมฑูตผู้ลี้ภัยคนแรกของเมืองไทย “คุณได๋” ไดอาน่า จงจินตนาการ ซึ่งอาสาเข้ามาร่วมงานกับทางยูเอสซีอาร์ไอ เพื่อเรียกร้องขอ “โอกาส” ให้กับผู้ลี้ภัยในประเทศไทย เนื่องในโอกาสของการเฉลิมฉลองวันผู้ลี้ภัยโลกวันที่ 20 มิถุนายน
ได๋- ไดอานา ทูตผู้ลี้ภัยคนแรกของเมืองไทย กล่าวถึงบทบาทใหม่ที่เธอได้รับแต่งตั้งครั้งนี้ว่า ในขณะที่ทุกๆวันเรามีความสุขกับของปรุงแต่งในชีวิตมากมาย มีเงินใช้สอยกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้ชีวิตมีความสุข ที่สำคัญคือเรามีอิสระในทุกๆสิ่งที่เราทำ เมื่อดิฉันได้มารับรู้เรื่องราวของผู้ลี้ภัยที่อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองไทย จึงได้ทราบว่ายังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมีชีวิตที่ถูกซ่อนอยู่ในเงามืดมาโดยตลอด หลังรั้วของค่ายผู้ลี้ภัย ไม่เคยมีอิสระ ไม่เคยได้รับสิทธิต่างๆที่มนุษย์พึงจะได้ ที่สำคัญก็คือพวกเขาไม่เคยได้รับ “โอกาส” ใดๆเช่นเรา
ดิฉันไม่เพียงรู้สึกเศร้าที่ได้รู้เรื่องราวชีวิตของพวกเขา แต่ก็ยิ่งรู้สึกขมขื่นที่รู้ว่าชีวิตที่อยู่ภายในค่ายผู้ลี้ภัยตลอด20 กว่าปีที่ผ่านมานั้นชีวิตของพวกเขาแทบจะไม่เหลือความหวังให้หวัง และไม่รู้ว่าเมื่อไรโอกาสจะมาถึง ความไม่รู้และทัศนคติในทางลบของคนไทยหลายๆคน เป็นเสมือนการปิดตายประตูแห่งโอกาสของพวกเขา ดังนั้นเมื่อเธอมีโอกาส ดีใจที่จะได้มีโอกาสเข้าร่วมทำกิจกรรมกับยูเอสซีอาร์ไอเพื่อร่วมเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ลี้ภัย และสร้างความเข้าใจและรับรู้เรื่องราวของผู้ลี้ภัยในเมืองไทยที่ถูกต้อง ตลอดจนเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบายการกักเก็บผู้ลี้ภัยไว้ในค่าย เพื่อที่ว่าในวันหนึ่งข้างหน้าเธอจะเป้นคนเปิด “โอกาส” ให้กับผู้ลี้ภัยที่อยู่ในประเทศไทยเหล่านี้
ในฐานะทูตผู้ลี้ภัยประจำประเทศไทย ไดอาน่าจะมีส่วนช่วยในการให้ความรู้แก่คนทั่วไปและภาคประชาสังคมของไทย ซึ่งสิ่งที่เธอจะช่วยสื่อสารออกไปนั้นไม่ใช่แค่เพียงเรื่องราวเกี่ยวกับสภาพของผู้ลี้ภัยในประเทศไทยเท่านั้น แต่เธอยังจะถ่ายทอดเรื่องราวของความอดทนและความกล้าหาญของผู้ลี้ภัยที่เอาชนะความยากลำบากต่างๆนานาในการที่จะสร้างชีวิตใหม่ของพวกเขาอีกด้วย
ที่มา : มติชนออนไลน์
ความเห็น SIU
การขับเคลื่อน “วาระทางสังคม” ในปัจจุบัน ต้องอาศัยผู้มีชื่อเสียง เพื่อกระตุ้นให้คนส่วนใหญ่มีความสนใจและพร้อมจะร่วมมือ ในประเทศพัฒนา เราจะเห็นดารานักแสดงที่มีชื่อเสียง ออกมาร่วมแสดงความเห็นและลงมือเคลื่อนไหวเพื่อประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและผู้ลี้ภัยกันอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม คนไทยส่วนใหญ่กลับมองข้ามประเด็นนี้ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะประเทศไทยคือ ประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับเรื่องรายได้มากกว่าการช่วยเหลือสังคม
แต่สิ่งที่ต้องตระหนักก็คือ บางครั้งการช่วยเหลือ “ผู้ลี้ภัย” นั้น อาจไม่ใช่เพียงภาระ แต่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสได้ด้วย โดยเฉพาะการเปิด “โลกทัศน์” ให้กับคนที่ชีวิตนี้มีแต่ความสุขสบายทางวัตถุ ได้เริ่มมองเห็นถึงพลังไฟในการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อจะมีชีวิตในโลกที่เต็มไปด้วยอุปสรรค
J.K Rowling มหาเศรษฐีผู้เขียนเรื่อง Harry Potter ก็เคยทำงานในองค์กรเพื่อผู้ลี้ภัยมาก่อน บางทีประสบการณ์บางอย่างในองค์กรนี้ ได้มีส่วนช่วยผลักดัน J.K Rowling ไปสู่ความสำเร็จในวันนี้ ถึงเวลาหรือยัง ที่คนไทยจะเลิกหมกมุ่นในตัวเอง แต่หันมาสนใจประเด็นปัญหาทางสังคมเพิ่มมากขึ้น โดยอาจเริ่มต้นจากการเข้าร่วมโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในประเทศไทย
