หนังสือพิมพ์เสตรทไทมส์ของสิงคโปร์ รายงานข่าวโดยอ้างอิง บทความของ The Nation ในชื่อเดียวกัน “Down to his last $500 million” ว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เหลือมูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 500 ล้านเหรียญ (1.75 หมื่นล้านบาท) จากที่เคยมีอยู่ราว 5,000 ล้านเหรียญ (1.75 แสนล้านบาท) หรือลดลงราว 10 เท่า ทั้งนี้เนื่องมาจากปัญหาหลอมละลายของตลาดการเงินโลก และการลดราคาลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก นี่ยังไม่นับรวมการที่รัฐบาลอังกฤษอายัดทรัพย์สินมูลค่า 4.2 พันล้านเหรียญ (1.47 แสนล้านบาท) ในช่วงที่มีการเพิกถอนวีซ่าของ พ.ต.ท. ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน อดีตภริยา ในช่วงเดือนพฤศจิกายนอีกด้วย
“สถานการณ์ปัจจุบันเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับทักษิณ เพราะทรัพย์สินส่วนที่ถูกอายัดนั้นอยู่ในชื่อของนอมินี ซึ่งเขาใช้บริษัทต่างแดนราว 20 – 25 บริษัทในการทำธุรกรรมทางการเงิน รวมทั้งธนาคารหลักสองธนาคารในสวิส และอีกสามธนาคารเอกชนในเจนีวา” นักการเงินที่ให้ความสนใจติดตามดีลของสโมสรแมนเชสเตอร์ซีตี้ กล่าว
ทรัพย์สินที่ใช้ในการลงทุนเหล่านี้มาจาก เงินเกินบัญชีของธนาคารสวิส ซึ่งในขณะนี้กำลังมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะทำการเรียกเงินคืน ส่วนทรัพย์สินอื่นได้มีการลงทุนในน้ำมัน, ข้าว, และตราสารอนุพันธ์ทองคำ ตลอดจนโครงการก่อสร้างคอนโดมีเนียมในอาบูดาบี และรวมถึงการลงทุนในพอร์ตฟอลิโออื่นๆ สัญญาในน้ำมันข้าว ตราสารอนุพันธ์ทองคำ มีมูลค่ามากกว่า 450 ล้านเหรียญตามหน้าบัญชี และขณะนี้มีความเสี่ยงที่จะถูกบังคับขาย เนื่องจากขณะนี้ตลาดตกอยู่ในสภาพเลวร้าย
“ผมได้รับการบอกเล่าจากคนของ อัดนัน คาช็อกกี้ในดูไบ และอาบูดาบีว่า เงินลงทุนจำนวนมโหฬารในโครงการก่อสร้างคอนโดมีเนียมในตะวันออกกลาง ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกลบออกไป ทั้งนี้เนื่องจากเงินลงทุนส่วนใหญ่มาจากโครงสร้างหนี้ของธนาคาร มูลค่าหนี้อาจจะมากกว่า 1.2 พันล้านเหรียญ การขาดทุนดังกล่าวอาจจะมากถึง 240 – 300 ล้านเหรียญ”
ส่วนการลงทุนพอร์ตฟอลิโอมูลค่า 550 ล้านเหรียญที่ถูกบริหารโดยสองธนาคารหลักในสวิส และสองธนาคารเอกชนในเจนีวา ก็ประสบปัญหามากด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีการป้องกันความเสี่ยงอย่างเพียงพอ ทำให้มูลค่าของพอร์ตฟอลิโอลดลงอย่างมาก
“ผมเชื่อว่าทักษิณมีเงินเหลือเพียง 500 ล้านเหรียญ ดังนั้นทรัพย์สินในไทย (มูลค่า 7.6 หมื่นล้านบาท) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับเขา คุณหญิงพจมานเดินทางกลับไทยโดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องทรัพย์สินแหล่งสุดท้ายนี้ของพวกเขา ทักษิณมีแนวโน้มจะกลับมาเมืองไทยเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของเหนือทรัพย์สินดังกล่าวด้วย”
ในรายงานข่าว ยังได้ระบุด้วยว่านักธุรกิจไทยชื่อ “ไพโรจน์ พ.” เป็นบุคคลซึ่งทักษิณได้ใช้ให้ทำธรุกรรมทางการเงิน และมีการโอนผ่านทรัพย์สินเข้าไปยังอังกฤษ
ที่มา – The Nation, Straits Times
