<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
xmlns:rawvoice="http://www.rawvoice.com/rawvoiceRssModule/"
	>
<channel>
	<title>Comments on: นิบิรุจะชนโลก!?</title>
	<atom:link href="http://www.siamintelligence.com/earth-to-be-crashed-by-nibiru/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.siamintelligence.com/earth-to-be-crashed-by-nibiru/</link>
	<description>Dare to Think</description>
	<lastBuildDate>Sat, 11 Feb 2012 10:05:00 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
	<item>
		<title>By: Suvate</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/earth-to-be-crashed-by-nibiru/comment-page-3/#comment-13691</link>
		<dc:creator>Suvate</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 08:11:00 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3575#comment-13691</guid>
		<description>ไม่รู้จะเชื่อหรือไม่ ไปทำไม มีหลายครั้งที่ทำนายแล้วเหตุการณ์เป็นปกติ สำหรับผมเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิดเท่านั้นแหละ(เชื่ออย่างมีสติ มีเหตุมีผล ครับ)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่รู้จะเชื่อหรือไม่ ไปทำไม มีหลายครั้งที่ทำนายแล้วเหตุการณ์เป็นปกติ สำหรับผมเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิดเท่านั้นแหละ(เชื่ออย่างมีสติ มีเหตุมีผล ครับ)</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Kitchapou_2hotmail.com</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/earth-to-be-crashed-by-nibiru/comment-page-3/#comment-13012</link>
		<dc:creator>Kitchapou_2hotmail.com</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Nov 2011 12:13:00 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3575#comment-13012</guid>
		<description>ความจิงคือสิ่งไม่ตาย
ถ้าโลกแตก
ความจิงก็ตาย
</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ความจิงคือสิ่งไม่ตาย<br />
ถ้าโลกแตก<br />
ความจิงก็ตาย</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Lovered008</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/earth-to-be-crashed-by-nibiru/comment-page-3/#comment-12890</link>
		<dc:creator>Lovered008</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Nov 2011 03:22:00 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3575#comment-12890</guid>
		<description>โลกไม่แตกแต่จะมีคนตายมหาศาลตายเกินไปครึ่งโลกเลยหรือเกินไปเลยละคับถ้านาซ่าประกาศผู้คนก้จะแตกตื่น
และจะทำให้เกิดการจราจลไงละเหตุผมนี้นาซ่าจึงไม่เปิดเผยความจิงออกมาคับถ้าเผยออกมาผลเสียจะมากกว่าผลดีไงละนาซ่า่คิดได้อยู๋แล้วจึงเลยทำเหมือนสถานการณ์ปกติ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>โลกไม่แตกแต่จะมีคนตายมหาศาลตายเกินไปครึ่งโลกเลยหรือเกินไปเลยละคับถ้านาซ่าประกาศผู้คนก้จะแตกตื่น<br />
และจะทำให้เกิดการจราจลไงละเหตุผมนี้นาซ่าจึงไม่เปิดเผยความจิงออกมาคับถ้าเผยออกมาผลเสียจะมากกว่าผลดีไงละนาซ่า่คิดได้อยู๋แล้วจึงเลยทำเหมือนสถานการณ์ปกติ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Noppron_design</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/earth-to-be-crashed-by-nibiru/comment-page-3/#comment-11967</link>
		<dc:creator>Noppron_design</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Sep 2011 15:00:00 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3575#comment-11967</guid>
		<description>เขาสร้างNuclearได้เขาบอกคุณหรือปล่าว ตอนนี้เราสามารถสร้างนิวเคลียได้แล้วผู้ใดสนใจมาเอาวิธีไปได้ ไม่ได้อยากให้มีจริงนะครับแต่ที่บอกข่าวลวงทั้งหมด ฟังแล้วเหมือนจะมีคนรู้อยู๋คนเดียว</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เขาสร้างNuclearได้เขาบอกคุณหรือปล่าว ตอนนี้เราสามารถสร้างนิวเคลียได้แล้วผู้ใดสนใจมาเอาวิธีไปได้ ไม่ได้อยากให้มีจริงนะครับแต่ที่บอกข่าวลวงทั้งหมด ฟังแล้วเหมือนจะมีคนรู้อยู๋คนเดียว</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: T_T</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/earth-to-be-crashed-by-nibiru/comment-page-3/#comment-11689</link>
		<dc:creator>T_T</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Sep 2011 03:11:00 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3575#comment-11689</guid>
		<description>ตรงลงจะเปนจริงไหมคับ งงจัง  แต่มีนักวิทยาศาสตร์คำนวนวงโคจร ของนิบุรุ แล้วว่าทับซ้อนวงโครจรของโลก98เปอร์เซ็น หลังจากคำนวนมานานไม่ใช่เหรอคับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ตรงลงจะเปนจริงไหมคับ งงจัง  แต่มีนักวิทยาศาสตร์คำนวนวงโคจร ของนิบุรุ แล้วว่าทับซ้อนวงโครจรของโลก98เปอร์เซ็น หลังจากคำนวนมานานไม่ใช่เหรอคับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Phoenix</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/earth-to-be-crashed-by-nibiru/comment-page-3/#comment-11087</link>
		<dc:creator>Phoenix</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Aug 2011 06:56:42 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3575#comment-11087</guid>
		<description>กว่านิบิรุจะชนโลก  ต้องชน เสาร์และพฤหัสบดี ก่อน เพราะมีมวลมากกว่าเรา มาก ๆ ตามกฎนิวตัน คับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>กว่านิบิรุจะชนโลก  ต้องชน เสาร์และพฤหัสบดี ก่อน เพราะมีมวลมากกว่าเรา มาก ๆ ตามกฎนิวตัน คับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: diamon</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/earth-to-be-crashed-by-nibiru/comment-page-3/#comment-10970</link>
		<dc:creator>diamon</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Aug 2011 13:09:40 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3575#comment-10970</guid>
		<description>เนื้อหาแต่ละคนน่าจาโอเค ดีแล้ว  ตอนนี้อยู่ที่การเลือก  ว่าจะให้ค่ายไหนถ่ายทำ  ถ้าทำตอนนี้  ปลายปีหน้าพวกเราน่าจะได้ดูกัน ยิ่งเป็น 3D ก็จะสุดยอดเลย</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เนื้อหาแต่ละคนน่าจาโอเค ดีแล้ว  ตอนนี้อยู่ที่การเลือก  ว่าจะให้ค่ายไหนถ่ายทำ  ถ้าทำตอนนี้  ปลายปีหน้าพวกเราน่าจะได้ดูกัน ยิ่งเป็น 3D ก็จะสุดยอดเลย</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: ไขข้อข้องใจ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/earth-to-be-crashed-by-nibiru/comment-page-3/#comment-10961</link>
		<dc:creator>ไขข้อข้องใจ</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Aug 2011 08:10:51 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3575#comment-10961</guid>
		<description>เคลียร์ความเชื่อ “ดาวนิบิรุ” พุ่งชนโลกดับ [ย้ายจาก : วิทยาศาสตร์]      

นักวิทยาศาสตร์นาซาเคลียร์ความเชื่อ “ดาวนิบิรุ” พุ่งชนโลกดับ กวาดล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์หายเกลี้ยงในปี 2012 ชี้ไม่มีดาวดังกล่าวอยู่ในระบบสุริยะวงนอก คาดจุดเริ่มต้นความเชื่อมาจากหญิงผู้อ้างว่ารับสัญญาณจากเอเลี่ยนมาเตือนผู้คน และเคยทำนายว่าโลกจะพบจุดในปี 2003 แต่กลับไม่เป็นจริง
      
      ความเชื่อเรื่องโลกจะถึงจุดจบเมื่อถูกดาว “นิบิรุ” (Nibiru) พุ่งชนแพร่กระจายอยู่ในโลกออนไลน์มาระยะหนึ่ง กระทั่งสเปซด็อทคอมได้หยิบประเด็นนี้มาไขข้อเท็จจริง โดยได้ความเห็นจาก เดวิด มอร์ริสัน (David Morrison) นักดาราศาสตร์ดาวเคราะห์จากศูนย์วิจัยเอมส์ (Ames Research Center) องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) และนักวิทยาศาสตร์อาวุโสประจำสถาบันชีววิทยาอวกาศ (Astrobiology Institute) ของนาซา
      
      บ้างว่าโลกจะถูกดาวเคราะห์ดังกล่าวพุ่งชนในปี 2012 บ้างก็บอกว่าในปี 2011 ซึ่งมอร์ริสันประมาณว่ามีเว็บไซต์ที่เอ่ยถึงเรื่องนี้ราว 2 ล้านเว็บไซต์ ส่วนตัวเขาเองยังได้รับอีเมลที่สอบถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเฉลี่ยถึงวันละ 5 ฉบับ โดยได้รับข้อความจากเด็กๆ ที่บางคนอายุเพียง 11 ขวบ บอกว่าพวกเขากำลังไม่สบายใจและกำลังตัดสินใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากวันโลกาวินาศที่กำลังจะมาถึง
      
      แล้วอะไรคือต้นตอของความตระหนกต่อ “ดาวนิบิรุ” ที่นักดาราศาสตร์ทั้งหลายยืนยันว่าไม่มีอยู่จริง? ทางสเปซด็อทคอมระบุว่า แนวคิดเรื่องวันโลกแตกเนื่องจากถูกดาวเคราะห์พุ่งชนนี้น่าจะเสนอขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1995 โดย แนนซี ไลเดอร์ (Nancy Lieder) ที่ขนามนามตัวเองว่า “ผู้รับการติดต่อ” (contactee) ซึ่งอ้างว่าเธอสมองของเธอสามารถรับข้อความของมนุษย์ต่างดาวจากระบบดาวเซตาเรติคูลิ (Zeta Reticuli) ได้
      
      ในเว็บไซต์ของไลเดอร์ชื่อ “เซตาทอล์ก” (ZetaTalk) นั้นได้แถลงว่า เธอคือผู้ถูกเลือกให้มาเตือนมนุษยชาติถึงการพุ่งชนของดาวเคราะห์ที่จะมาถึงในไม่ช้า ซึ่งจะกวาดล้างมนุษย์โลกไปในหมดในปี 2003 แต่สเปซด็อทคอมระบุว่า เมื่อหายนะดังกล่าวไม่เกิดขึ้น สาวกของเธอก็เลือกเอาปี 2012 เป็นกำหนดเวลาที่ดาวนิบิรุจะพุ่งชนโลก และตรงกับคำทำนายอื่นๆ ซึ่งให้ความสำคัญกับการสิ้นสุดของปฏิทินชาวมายา
      
      เดิมทีไลเดอร์เรียกดาวเคราะห์ที่จะนำพาหายนะมายังโลกว่า “ดาวเคราะห์เอ็กซ์” (Planet X)และตอนหลังได้โยงดาวเคราะห์ดังกล่าวเข้ากับดาวเคราะห์ดวงที่ 12 ในระบบสุริยะ ตามที่ระบุในหนังสือ “ดาวเคราะห์ดวงที่ 12” (The 12th Planet) ของนักเขียนอเมริกันชื่อ เซชาเรีย ซิทชิน (Zecharia Sitchin) ซึ่งตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ฮาร์เปอร์ (Harper) เมื่อปี 1976
      
      ในหนังสือของซิทซินนักเขียนผู้มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1920-2010 อ้างถึงชาวสุเมเรียนโบราณว่า ได้เขียนบันทึกเกี่ยวกับดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ชื่อ “นิบิรุ” ว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 12 ของระบบสุริยะ และเหวี่ยงเข้าใกล้โลกทุก 3,600 ปี ซึ่งแท้จริงแล้วมนุษย์นั้นมีวิวัฒนาการมาจากดาวดวงนี้ และได้มาตั้งถิ่นฐานบนดาวเคราะห์โลกระหว่างที่ผ่านเข้าใกล้โลก
      
      อย่างไรก็ดี ปราชญ์ทางด้านประวัติศาสตร์และภาษากล่าวว่า ซิทชินนั้นได้แปลอักษรโบราณผิดเพี้ยนอย่างมาก โดยชาวสุเมเรียนเชื่อว่ามีดาวเคราะห์เพียง 5 ดวงเท่านั้น ไม่ใช่ 12 ดวง และพวกเขาไม่ได้เชื่อว่ามนุษย์กระโดดจากดาวที่เรียกว่า “นิบิรุ” มาตั้งถิ่นฐานบนโลก ยิ่งกว่านั้นนักดาราศาสตร์ยังได้บ่งชัดว่า วงโคจรดาวเคราะห์ของดาวนิบิรุแบบที่ซิทชินเสนอนั้นไม่มีอยู่จริง ไม่มีวัตถุในอวกาศไหนที่มีวงโคจรซึ่งเหวี่ยงเข้ามายังระบบสุริยะชั้นในทุกๆ 3,600 ปี และยังอยู่ถัดจากดาวพลูโต ซึ่งหากมีจริงดาวเคราะห์ดวงนั้นควรจะถูกดูดเข้ามาหรือไม่ก็ถูกผลักออกไปจากระบบสุริยะ
      
      ถึงอย่างนั้นหนังสือของซิทชินก็แปลออกมาถึง 25 ภาษา และขายได้ทั่วโลกหลายล้านเล่ม และทฤษฎีดาวเคราะห์พุ่งชนโลกของไลเดอร์ก็รับเอาชื่อดาวนิบิรุไปเป็นชื่อดาวเคราะห์ที่จะทำลายล้างโลก หลายคนที่เชื่อว่าวันสิ้นโลกจะเกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดปฏิทินชาวมายาในปี 2012 ก็ผูกโยงคำทำนายเรื่องดาวเคราะห์นิบิรุพุ่งชนโลกให้เป็นหายนะที่จะนำพาเราไปพบจุดจบ
      
      สิ่งที่เป็นจุดบอดสำหรับคำพยากรณ์วันโลกาวินาศก็คือดาวเคราะห์นิบิรุเอง เพราะไม่มีดาวเคราะห์ขนาดใหญ่และมีลักษณะรุกรานโลกอยู่ในระบบสุริยะวงนอกที่จะเป็นดาวนิบิรุตามความเชื่อ ขณะที่นักทฤษฎีสมคบคิด (conspiracy theorist) ได้ตัดสินว่า แท้จริงแล้วดาวหางขนาดเล็กที่ชื่อ “อีเลนิน” (Elenin) ซึ่งจะผ่านใกล้โลกที่สุดในเดือน ต.ค.2011 คือดาวนิบิรุ แต่นักวิทยาศาสตร์หลายคนระบุว่า ดาวหางอีเลนินจะไม่เข้าใกล้โลกเกินกว่าระยะ 100 เท่าของระยะทางระหว่างโลกและดวงจันทร์
      
      “ความจริงคือคนเหล่านี้ได้เปลี่ยนเรื่องราวของชาวสุเมเรียนไปหมด ตัวอย่างเช่น นิบิรุไม่ใช่เทพเจ้าของชาวสุเมเรียนอย่างที่กล่าวอ้าง หรือไม่ใช่ดาวเคราะห์ที่คาดกันว่าจะโคจรกลับมาใกล้โลกในปลายปี 2012 แต่ชื่อดาวดวงนี้ก็ได้กลายเป็นคำติดปากสำหรับหายนะที่มาจากนอกโลกไปแล้ว” มอร์ริสันแจงแก่สเปซด็อทคอมผ่านอีเมล
      
      ข่าวลือเรื่องดาวหางอีเลนินได้แพร่กระจายเมื่อต้นปีนี้ โดยนักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากนาซากล่าวว่า การที่ดาวหางดวงนี้เข้ามาใกล้โลกได้ถูกกล่าวโทษว่าเป็นต้นเหตุให้แกนโลกขยับไป 3 องศาเมื่อเดือน ก.พ. และกระตุ้นให้เกิดแผนดินไหวที่ชิลี จากนั้นทำให้ขั้วโลกขยับมากพอที่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยกลุ่มคนที่เชื่อข่าวลือยังเพิกเฉยต่อต้อเท็จจริงว่าแผ่นเปลือกโลกคือสาเหตุของแผ่นดินไหว และยังบอกอีกว่าดาวหางดังกล่าวส่งแรงโน้มถ่วงและสนามแม่เหล็กไฟฟ้ารุนแรงมายังโลกของเรา
      
      “เมื่อนักวิทยาศาสตร์ชี้แจงว่า ดาวหางดังกล่าวซึ่งเป็นน้ำแข็งก้อนกลมๆ ที่มีความกว้างประมาณ 5 กิโลเมตรนั้นไม่มีสนามแม่เหล็กและจะไม่ผ่านเข้าใกล้โลกมากนัก อีกทั้งแผ่นเปลือกโลกต่างหากที่เป็นสาเหตุของแผ่นดินไหว ไม่ใช่ ดาวหาง ก็มีข่าวลืออีกว่านาซาปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับดาวหางอีเลนิน กล่าวอย่างประชดนะ สำหรับใครที่มั่นใจว่าดาวหางดวงนี้เป็นสาเหตุของแผ่นดินไหว นั่นแสดงว่าอีเลนินไม่ใช่ดาวหาง แต่เป็นดาวรุกรานที่มีมวลมหาศาลและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง” มอร์ริสันกล่าว
      
      นักทฤษฎีสมคบคิดยังคงคาดเดาต่อไปว่าดาวหางก็คือดาวเคราะห์นิบิรุที่อำพรางมา โดยอาจเป็นดาวเคราะห์หรือดาวแคระน้ำตาลขนาดมหึมา ขณะที่ความจริงนั้นเราสามารถมองเห็น “โคมา” (coma) ที่ปกคลุมนิวเคลียสของดาวหาง รวมถึงนิวเคลียสและหางยาวๆ ที่ระเหิดจากน้ำแข็งของดาวหางอีเลนินได้ ซึ่งหากดาวหางดวงนี้เป็นดาวแคระน้ำตาลอย่างที่กล่าวอ้าง มอร์ริสันกล่าวว่า มันต้องไม่มีโคมาหรือหาง เพราะก๊าซจะไม่สามารถหนีออกจากแรงโน้มถ่วงของดาวได้
      
      ยิ่งกว่านั้นหากดาวหางอีเลนินมีขนาดใหญ่โตมากจริงๆ เราควรจะได้เห็นผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อวงโคจรของดาวเคราะห์โดยเฉพาะดาวอังคารและโลก แต่มอร์ริสันกล่าวว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในวงโคจรของดาวเคราะห์เหล่านั้น และถ้าเป็นดาวแคระน้ำตาลจริงก็ยิ่งง่ายที่จะถูกพบด้วยเทคโนโลยีสำรวจอวกาศต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน แม้ดาวดวงนั้นอยู่ในระบบสุริยะชั้นนอกก็ตาม เขายังบอกไปถึงคนที่กังวลต่อเรื่องนี้ว่า หากเป็นเรื่องจริงควรจะเป็นข่าวในสื่อทั่วไป ไม่ใช่แค่โพสต์ในบางเว็บไซต์
      
      “ไม่ใช่ทุกคนที่กล่าวอ้างในยูทูบ (YouTube) จะเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือทำงานในนาซา แต่เราก็ไม่มีวิธีง่ายๆ ที่จะแยกแยะความจริงออกจากเรื่องเท็จ ผมแปลกใจที่มีคนเชื่อเรื่องดาวนิบิรุซึ่งไร้เหตุผลนี้ เพราะหลายเว็บไซต์ที่เผยแพร่เรื่องนี้ก็ขายทั้งหนังสือและเทปเกี่ยวกับดาวดวงนี้ หรือแม้แต่อุปกรณ์เอาตัวรอดด้วย ซึ่งผมคิดว่าเป็นการหาประโยชน์จากคนที่ไม่สามารถแยกแยะแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือกับคนที่หลอกลวงได้ และนี่เป็นปัญหามากในเยาวชน และเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงโกรธคนเหล่านั้นมากที่เล็งเป้าหมายไปยังเด็กๆ” มอร์ริสันกล่าว

http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9540000086518</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เคลียร์ความเชื่อ “ดาวนิบิรุ” พุ่งชนโลกดับ [ย้ายจาก : วิทยาศาสตร์]      </p>
<p>นักวิทยาศาสตร์นาซาเคลียร์ความเชื่อ “ดาวนิบิรุ” พุ่งชนโลกดับ กวาดล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์หายเกลี้ยงในปี 2012 ชี้ไม่มีดาวดังกล่าวอยู่ในระบบสุริยะวงนอก คาดจุดเริ่มต้นความเชื่อมาจากหญิงผู้อ้างว่ารับสัญญาณจากเอเลี่ยนมาเตือนผู้คน และเคยทำนายว่าโลกจะพบจุดในปี 2003 แต่กลับไม่เป็นจริง</p>
<p>      ความเชื่อเรื่องโลกจะถึงจุดจบเมื่อถูกดาว “นิบิรุ” (Nibiru) พุ่งชนแพร่กระจายอยู่ในโลกออนไลน์มาระยะหนึ่ง กระทั่งสเปซด็อทคอมได้หยิบประเด็นนี้มาไขข้อเท็จจริง โดยได้ความเห็นจาก เดวิด มอร์ริสัน (David Morrison) นักดาราศาสตร์ดาวเคราะห์จากศูนย์วิจัยเอมส์ (Ames Research Center) องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) และนักวิทยาศาสตร์อาวุโสประจำสถาบันชีววิทยาอวกาศ (Astrobiology Institute) ของนาซา</p>
<p>      บ้างว่าโลกจะถูกดาวเคราะห์ดังกล่าวพุ่งชนในปี 2012 บ้างก็บอกว่าในปี 2011 ซึ่งมอร์ริสันประมาณว่ามีเว็บไซต์ที่เอ่ยถึงเรื่องนี้ราว 2 ล้านเว็บไซต์ ส่วนตัวเขาเองยังได้รับอีเมลที่สอบถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเฉลี่ยถึงวันละ 5 ฉบับ โดยได้รับข้อความจากเด็กๆ ที่บางคนอายุเพียง 11 ขวบ บอกว่าพวกเขากำลังไม่สบายใจและกำลังตัดสินใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากวันโลกาวินาศที่กำลังจะมาถึง</p>
<p>      แล้วอะไรคือต้นตอของความตระหนกต่อ “ดาวนิบิรุ” ที่นักดาราศาสตร์ทั้งหลายยืนยันว่าไม่มีอยู่จริง? ทางสเปซด็อทคอมระบุว่า แนวคิดเรื่องวันโลกแตกเนื่องจากถูกดาวเคราะห์พุ่งชนนี้น่าจะเสนอขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1995 โดย แนนซี ไลเดอร์ (Nancy Lieder) ที่ขนามนามตัวเองว่า “ผู้รับการติดต่อ” (contactee) ซึ่งอ้างว่าเธอสมองของเธอสามารถรับข้อความของมนุษย์ต่างดาวจากระบบดาวเซตาเรติคูลิ (Zeta Reticuli) ได้</p>
<p>      ในเว็บไซต์ของไลเดอร์ชื่อ “เซตาทอล์ก” (ZetaTalk) นั้นได้แถลงว่า เธอคือผู้ถูกเลือกให้มาเตือนมนุษยชาติถึงการพุ่งชนของดาวเคราะห์ที่จะมาถึงในไม่ช้า ซึ่งจะกวาดล้างมนุษย์โลกไปในหมดในปี 2003 แต่สเปซด็อทคอมระบุว่า เมื่อหายนะดังกล่าวไม่เกิดขึ้น สาวกของเธอก็เลือกเอาปี 2012 เป็นกำหนดเวลาที่ดาวนิบิรุจะพุ่งชนโลก และตรงกับคำทำนายอื่นๆ ซึ่งให้ความสำคัญกับการสิ้นสุดของปฏิทินชาวมายา</p>
<p>      เดิมทีไลเดอร์เรียกดาวเคราะห์ที่จะนำพาหายนะมายังโลกว่า “ดาวเคราะห์เอ็กซ์” (Planet X)และตอนหลังได้โยงดาวเคราะห์ดังกล่าวเข้ากับดาวเคราะห์ดวงที่ 12 ในระบบสุริยะ ตามที่ระบุในหนังสือ “ดาวเคราะห์ดวงที่ 12” (The 12th Planet) ของนักเขียนอเมริกันชื่อ เซชาเรีย ซิทชิน (Zecharia Sitchin) ซึ่งตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ฮาร์เปอร์ (Harper) เมื่อปี 1976</p>
<p>      ในหนังสือของซิทซินนักเขียนผู้มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1920-2010 อ้างถึงชาวสุเมเรียนโบราณว่า ได้เขียนบันทึกเกี่ยวกับดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ชื่อ “นิบิรุ” ว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 12 ของระบบสุริยะ และเหวี่ยงเข้าใกล้โลกทุก 3,600 ปี ซึ่งแท้จริงแล้วมนุษย์นั้นมีวิวัฒนาการมาจากดาวดวงนี้ และได้มาตั้งถิ่นฐานบนดาวเคราะห์โลกระหว่างที่ผ่านเข้าใกล้โลก</p>
<p>      อย่างไรก็ดี ปราชญ์ทางด้านประวัติศาสตร์และภาษากล่าวว่า ซิทชินนั้นได้แปลอักษรโบราณผิดเพี้ยนอย่างมาก โดยชาวสุเมเรียนเชื่อว่ามีดาวเคราะห์เพียง 5 ดวงเท่านั้น ไม่ใช่ 12 ดวง และพวกเขาไม่ได้เชื่อว่ามนุษย์กระโดดจากดาวที่เรียกว่า “นิบิรุ” มาตั้งถิ่นฐานบนโลก ยิ่งกว่านั้นนักดาราศาสตร์ยังได้บ่งชัดว่า วงโคจรดาวเคราะห์ของดาวนิบิรุแบบที่ซิทชินเสนอนั้นไม่มีอยู่จริง ไม่มีวัตถุในอวกาศไหนที่มีวงโคจรซึ่งเหวี่ยงเข้ามายังระบบสุริยะชั้นในทุกๆ 3,600 ปี และยังอยู่ถัดจากดาวพลูโต ซึ่งหากมีจริงดาวเคราะห์ดวงนั้นควรจะถูกดูดเข้ามาหรือไม่ก็ถูกผลักออกไปจากระบบสุริยะ</p>
<p>      ถึงอย่างนั้นหนังสือของซิทชินก็แปลออกมาถึง 25 ภาษา และขายได้ทั่วโลกหลายล้านเล่ม และทฤษฎีดาวเคราะห์พุ่งชนโลกของไลเดอร์ก็รับเอาชื่อดาวนิบิรุไปเป็นชื่อดาวเคราะห์ที่จะทำลายล้างโลก หลายคนที่เชื่อว่าวันสิ้นโลกจะเกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดปฏิทินชาวมายาในปี 2012 ก็ผูกโยงคำทำนายเรื่องดาวเคราะห์นิบิรุพุ่งชนโลกให้เป็นหายนะที่จะนำพาเราไปพบจุดจบ</p>
<p>      สิ่งที่เป็นจุดบอดสำหรับคำพยากรณ์วันโลกาวินาศก็คือดาวเคราะห์นิบิรุเอง เพราะไม่มีดาวเคราะห์ขนาดใหญ่และมีลักษณะรุกรานโลกอยู่ในระบบสุริยะวงนอกที่จะเป็นดาวนิบิรุตามความเชื่อ ขณะที่นักทฤษฎีสมคบคิด (conspiracy theorist) ได้ตัดสินว่า แท้จริงแล้วดาวหางขนาดเล็กที่ชื่อ “อีเลนิน” (Elenin) ซึ่งจะผ่านใกล้โลกที่สุดในเดือน ต.ค.2011 คือดาวนิบิรุ แต่นักวิทยาศาสตร์หลายคนระบุว่า ดาวหางอีเลนินจะไม่เข้าใกล้โลกเกินกว่าระยะ 100 เท่าของระยะทางระหว่างโลกและดวงจันทร์</p>
<p>      “ความจริงคือคนเหล่านี้ได้เปลี่ยนเรื่องราวของชาวสุเมเรียนไปหมด ตัวอย่างเช่น นิบิรุไม่ใช่เทพเจ้าของชาวสุเมเรียนอย่างที่กล่าวอ้าง หรือไม่ใช่ดาวเคราะห์ที่คาดกันว่าจะโคจรกลับมาใกล้โลกในปลายปี 2012 แต่ชื่อดาวดวงนี้ก็ได้กลายเป็นคำติดปากสำหรับหายนะที่มาจากนอกโลกไปแล้ว” มอร์ริสันแจงแก่สเปซด็อทคอมผ่านอีเมล</p>
<p>      ข่าวลือเรื่องดาวหางอีเลนินได้แพร่กระจายเมื่อต้นปีนี้ โดยนักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากนาซากล่าวว่า การที่ดาวหางดวงนี้เข้ามาใกล้โลกได้ถูกกล่าวโทษว่าเป็นต้นเหตุให้แกนโลกขยับไป 3 องศาเมื่อเดือน ก.พ. และกระตุ้นให้เกิดแผนดินไหวที่ชิลี จากนั้นทำให้ขั้วโลกขยับมากพอที่จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยกลุ่มคนที่เชื่อข่าวลือยังเพิกเฉยต่อต้อเท็จจริงว่าแผ่นเปลือกโลกคือสาเหตุของแผ่นดินไหว และยังบอกอีกว่าดาวหางดังกล่าวส่งแรงโน้มถ่วงและสนามแม่เหล็กไฟฟ้ารุนแรงมายังโลกของเรา</p>
<p>      “เมื่อนักวิทยาศาสตร์ชี้แจงว่า ดาวหางดังกล่าวซึ่งเป็นน้ำแข็งก้อนกลมๆ ที่มีความกว้างประมาณ 5 กิโลเมตรนั้นไม่มีสนามแม่เหล็กและจะไม่ผ่านเข้าใกล้โลกมากนัก อีกทั้งแผ่นเปลือกโลกต่างหากที่เป็นสาเหตุของแผ่นดินไหว ไม่ใช่ ดาวหาง ก็มีข่าวลืออีกว่านาซาปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับดาวหางอีเลนิน กล่าวอย่างประชดนะ สำหรับใครที่มั่นใจว่าดาวหางดวงนี้เป็นสาเหตุของแผ่นดินไหว นั่นแสดงว่าอีเลนินไม่ใช่ดาวหาง แต่เป็นดาวรุกรานที่มีมวลมหาศาลและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง” มอร์ริสันกล่าว</p>
<p>      นักทฤษฎีสมคบคิดยังคงคาดเดาต่อไปว่าดาวหางก็คือดาวเคราะห์นิบิรุที่อำพรางมา โดยอาจเป็นดาวเคราะห์หรือดาวแคระน้ำตาลขนาดมหึมา ขณะที่ความจริงนั้นเราสามารถมองเห็น “โคมา” (coma) ที่ปกคลุมนิวเคลียสของดาวหาง รวมถึงนิวเคลียสและหางยาวๆ ที่ระเหิดจากน้ำแข็งของดาวหางอีเลนินได้ ซึ่งหากดาวหางดวงนี้เป็นดาวแคระน้ำตาลอย่างที่กล่าวอ้าง มอร์ริสันกล่าวว่า มันต้องไม่มีโคมาหรือหาง เพราะก๊าซจะไม่สามารถหนีออกจากแรงโน้มถ่วงของดาวได้</p>
<p>      ยิ่งกว่านั้นหากดาวหางอีเลนินมีขนาดใหญ่โตมากจริงๆ เราควรจะได้เห็นผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงที่กระทำต่อวงโคจรของดาวเคราะห์โดยเฉพาะดาวอังคารและโลก แต่มอร์ริสันกล่าวว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในวงโคจรของดาวเคราะห์เหล่านั้น และถ้าเป็นดาวแคระน้ำตาลจริงก็ยิ่งง่ายที่จะถูกพบด้วยเทคโนโลยีสำรวจอวกาศต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน แม้ดาวดวงนั้นอยู่ในระบบสุริยะชั้นนอกก็ตาม เขายังบอกไปถึงคนที่กังวลต่อเรื่องนี้ว่า หากเป็นเรื่องจริงควรจะเป็นข่าวในสื่อทั่วไป ไม่ใช่แค่โพสต์ในบางเว็บไซต์</p>
<p>      “ไม่ใช่ทุกคนที่กล่าวอ้างในยูทูบ (YouTube) จะเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือทำงานในนาซา แต่เราก็ไม่มีวิธีง่ายๆ ที่จะแยกแยะความจริงออกจากเรื่องเท็จ ผมแปลกใจที่มีคนเชื่อเรื่องดาวนิบิรุซึ่งไร้เหตุผลนี้ เพราะหลายเว็บไซต์ที่เผยแพร่เรื่องนี้ก็ขายทั้งหนังสือและเทปเกี่ยวกับดาวดวงนี้ หรือแม้แต่อุปกรณ์เอาตัวรอดด้วย ซึ่งผมคิดว่าเป็นการหาประโยชน์จากคนที่ไม่สามารถแยกแยะแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือกับคนที่หลอกลวงได้ และนี่เป็นปัญหามากในเยาวชน และเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงโกรธคนเหล่านั้นมากที่เล็งเป้าหมายไปยังเด็กๆ” มอร์ริสันกล่าว</p>
<p><a href="http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9540000086518" rel="nofollow">http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9540000086518</a></p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เงาลวง</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/earth-to-be-crashed-by-nibiru/comment-page-3/#comment-7682</link>
		<dc:creator>เงาลวง</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jun 2011 06:19:03 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3575#comment-7682</guid>
		<description>โอกาสที่มันจะชนโลก  น้อยมาก  แต่

แต่ หากวงโคจรของมัน  มาตรงกัน ระหว่างดวงอาทิตย์ นิบิรุ และโลก  จะเกิด สุริยนิบิรุฆาตโลก  เงามืด ทมิฬ จะเป็นเวลานาน มาก  เนื่องจากมันใหญ่ กว่าโลกหลายเท่า  วันที่หายไปในปฏิทินของชาวมายาคือวันนี้  สภาพของโลกจะเปลี่ยนแปลงไป  ตามแรงลมสริยุนิบิรุฆาต  ฝูงสัตว์ใหญ่น้อยจะโกลาหล  ฝูงคนจะแตกตื่นการสื่อสารจะถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง
เกิดหวาดระแวงว่าไม่มีอะไรจะประทังชีวิต จะมีการแย่งอาหารกัน  หากต้นไม้ใหญ่น้อยไม่ได้รับแสงอาทิตย์สัก 360  ชั่วโมงจะเหลือชีวิตอยู่หรือ  เราต้องเตรียมอาหารน้ำดื่มพืชพันธ์และสัตว์ไว้ 150 วันเผื่อจะให้ผลผลิตใหม่แก่เรา  โอ ชาวโลกทั้งหลายเอ๋ย  จงเตรียมตัวอย่าได้ประมาท  ทางรอดนั้นมีอยู่แล้ว  คือทางเดียวของพระองค์</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>โอกาสที่มันจะชนโลก  น้อยมาก  แต่</p>
<p>แต่ หากวงโคจรของมัน  มาตรงกัน ระหว่างดวงอาทิตย์ นิบิรุ และโลก  จะเกิด สุริยนิบิรุฆาตโลก  เงามืด ทมิฬ จะเป็นเวลานาน มาก  เนื่องจากมันใหญ่ กว่าโลกหลายเท่า  วันที่หายไปในปฏิทินของชาวมายาคือวันนี้  สภาพของโลกจะเปลี่ยนแปลงไป  ตามแรงลมสริยุนิบิรุฆาต  ฝูงสัตว์ใหญ่น้อยจะโกลาหล  ฝูงคนจะแตกตื่นการสื่อสารจะถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง<br />
เกิดหวาดระแวงว่าไม่มีอะไรจะประทังชีวิต จะมีการแย่งอาหารกัน  หากต้นไม้ใหญ่น้อยไม่ได้รับแสงอาทิตย์สัก 360  ชั่วโมงจะเหลือชีวิตอยู่หรือ  เราต้องเตรียมอาหารน้ำดื่มพืชพันธ์และสัตว์ไว้ 150 วันเผื่อจะให้ผลผลิตใหม่แก่เรา  โอ ชาวโลกทั้งหลายเอ๋ย  จงเตรียมตัวอย่าได้ประมาท  ทางรอดนั้นมีอยู่แล้ว  คือทางเดียวของพระองค์</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: บอย</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/earth-to-be-crashed-by-nibiru/comment-page-3/#comment-7473</link>
		<dc:creator>บอย</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 May 2011 14:50:55 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/?p=3575#comment-7473</guid>
		<description>ผมอ่านหนัง 2012 วันสิ้นโลก 
ที่ คำทำนาย ต่างที่ ต่างซีกโลก ทำนายเหมือนกัน ทุกอย่าง จนต้องคิด
ไม่รู้ว่าจะจรงหรือเปล่า แต่ก้ต้องเตรียมใจใว้</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมอ่านหนัง 2012 วันสิ้นโลก<br />
ที่ คำทำนาย ต่างที่ ต่างซีกโลก ทำนายเหมือนกัน ทุกอย่าง จนต้องคิด<br />
ไม่รู้ว่าจะจรงหรือเปล่า แต่ก้ต้องเตรียมใจใว้</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

