Practical Report เศรษฐศาสตร์แห่งการหย่าร้าง

“ทางตอนใต้ของจีนโดยเฉพาะที่เมืองซูโจวและหังโจวนั้น ดอกเหมยในฤดูหนาวเป็นที่รู้จักกันอย่างดี ศิลปินวาดภาพที่มี่ชื่อเสียงทุกคนล้วนแต่ต้องการจะวาดภาพถ่ายทอดความงามของ มันออกมา แต่อย่างไรก็ตาม ศิลปินกลับชอบที่จะวาดภาพออกมาในลักษณะต้นที่ไม่สมบูรณ์ กิ่งใบก็บิดเบี้ยว เป็นปุ่มป่ำตามกิ่งก้าน และเห็นรากโผล่พ้นดินออกมามากกว่า ต้นที่สมบูรณ์ลำต้นตรงกลับถือว่าไม่งามและดูเชย ใบของมันจะถูกตัดเล็มออกและต้นก็จะแคระลง”

Anchee Min

วิชาเศรษฐศาสตร์ไม่ได้สนใจเฉพาะการบริโภคทางวัตถุ การแสวงหาความมั่งคั่งร่ำรวย แต่หากศึกษาให้ลึกซึ้งจะพบว่า วิชานี้ให้ความสำคัญกับความสุขเป็นอันดับแรก ซึ่งหลายครั้งไม่ได้ตัดสินกันที่เรื่องราวทางวัตถุเพียงอย่างเดียว ดังนั้นผมซึ่งอาสาวิเคราะห์เรื่องราวทางเศรษฐศาสตร์ให้ผู้ฟังเข้าใจอย่างถึงแก่น จึงต้องมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับจิตใจเช่นเดียวกับวัตถุ หากสิ่งนั้นส่งผลต่อความสุขของผู้คนในสังคม

การหย่าร้างในปัจจุบัน ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญในสังคมไทย แต่ในเมื่อความเลวร้ายเกิดขึ้นแล้ว ผมอยากให้ผู้อ่านของผมมองโลกในแง่ดี รู้จักประยุกต์ใช้ วิธีคิดแบบ Revalue ซึ่งผมได้แนะนำถึงตลอดมาให้เป็นประโยชน์ ผมเข้าใจดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน การหยิบยกพูดถึงอาจทำให้ผู้อ่านบางท่านรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ แต่ในฐานะคนที่หวังดีต่อชาติ จำเป็นต้องเสียสละสักครั้ง

ผมขออุทิศบทความนี้ให้กับ เจ้าของโรงแรมแห่งหนึ่งและลูกน้อยของเธอ ซึ่งน้องสาวของผมได้ไปช่วยสอนพิเศษ และเมื่อถึงวันนี้ อาจต้องเพิ่มอาจารย์ธานี เข้าไปอีกคนหนึ่ง เพราะเขาเป็นคนที่ทำให้ผมกล้าที่จะเผยแพร่บทความนี้

เด็กน้อยอายุเพียง 7 ปี ได้อุทานอย่างบริสุทธิ์แต่เจ็บปวดว่า “พี่ขา อย่าเอ่ยถึงอยุธยา หนูคิดถึงพ่อ ซึ่งได้เคยไปเที่ยวที่นั่นด้วยกัน” ผมสะท้อนใจยิ่งและคิดว่าต้องนำมาพูดให้กับพี่น้องชาวไทย ซึ่งเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างใหญ่หลวง ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่สิบปี ผมหวังว่า การวิเคราะห์แยกแยะของผม จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย และหากแม่ของเด็กน้อยคนนั้นได้อ่านบทความนี้ ผมอยากฝากบอกเธอว่า ผมเอาใจช่วยอย่างสุดความสามารถ และผมเชื่อว่าเธอสามารถฝ่าฝันวันเวลาอันเลวร้ายไปได้ เธอมีจิตใจอ่อนโยนและเมตตามากๆ บางครั้งได้ส่งรถมารับน้องสาวผม เพราะกลัวว่าจะเปียกปอนจากสายฝนอันเย็นฉ่ำ ผมหวังว่าความดีของเธอจะช่วยให้เธอชนะอุปสรรคทั้งมวล และทำให้ลูกของเธอมีความสุข เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและน่ารักเหมือนเธอ

การหย่าร้างเป็นความปวดร้าวเสียใจ และไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น แต่เมื่อชีวิตสมรสไปด้วยกันไม่ได้ การฝืนทนอยู่ ย่อมเป็นการฝืนกฎ Non Linear ทุกคนมีสิทธิ์สละสิ่งที่ไม่ดี เพื่อเลือกสิ่งที่ดีกว่า และเป็นการเปิดโอกาสให้คู่ชีวิตของท่านได้เลือกคู่ครองคนใหม่ที่มีคุณภาพมากกว่า และเช่นเดียวกับงานศิลปะ สิ่งที่คนหนึ่งเห็นว่าสวยงามมีคุณค่า อาจดูน่าเกลียดและอัปลักษณ์ในสายตาอีกคนหนึ่ง การหย่าร้างจึงเป็นการเปิดโอกาสให้กับการจับคู่ที่ผิดพลาดได้สิ้นสุดลง เพื่อให้แต่ละคนได้มีชีวิตที่ดีกว่า Win-Win Strategy

เช่นเดียวกัน คนในปัจจุบันได้รับโอกาสที่ดีกว่า คนในอดีตอย่างเทียบกันไม่ติด ไม่ว่าจะเป็นทางการเมือง เศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ สังคม วัฒนธรรม เสรีภาพ ดังนั้นคนในยุคนี้จึงอาจมีต้นทุนที่ต้องจ่ายออกไปบ้าง นั่นคือ เด็กที่เกิดมา จำเป็นต้องยอมรับกับชีวิตที่ขาดพ่อหรือขาดแม่ แต่สิ่งนี้ได้รับการชดเชยด้วย การที่ไม่ต้องมองเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน ยิ่งไม่ต้องมองเห็นแม่ถูกทำร้ายจากพ่อ หรือตนเองถูกทำร้ายจากทั้งพ่อและแม่ และหากผู้เป็นพ่อแม่ ได้เลือกคู่ครองใหม่ที่มีจิตใจเปิดกว้างเพียงพอ ลูกเลี้ยงอาจมีชีวิตที่ดีกว่าอดทนอยู่กับพ่อและแม่คนเดิม สังคมที่เปิดกว้างมากขึ้น ทำให้อคติของผู้คนที่รังเกียจต่อลูกคนอื่น เริ่มเบาบางลง ดังนั้น การหย่าร้าง จึงอาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป หากผู้คนในสังคมลดทอนอคติความเชื่อที่กดขี่ลง หันมายอมรับความจริง ยอมรับความไม่เป็นเส้นตรงของชีวิต (The law of non linear life)

เราอาจพบว่า ชีวิตงดงามถึงปานใด บางทีรักแท้ อาจเกิดขึ้นภายหลังการหย่าร้าง ใช่หรือไม่ว่า โลกใบนี้ต้องการทดสอบการเสียสละของเรา แล้วจึงตอบแทนด้วยรักแท้ ความรักที่แท้จริง อาจไม่ได้เกิดจากคู่ชีวิตคนแรก แต่อาจเกิดจากคู่ชีวิตคนต่อไป สำหรับ ผู้มีจิตใจเปิดกว้างไม่ยึดติดเท่านั้น จึงจะมีโอกาสผ่านการทดสอบอันหนักหน่วงของสวรรค์

หากไม่ผ่านความเหน็บหนาว ไยจะได้ชมเหมยงาม

ใช่หรือไม่ว่า นี่คือ การทำลายอย่างสร้างสรรค์ เราต้องมีจิตใจที่กล้าหาญพอที่จะเดินฝ่าไปในโลกที่เต็มไปด้วยการสร้างสรรค์และทำลายล้าง

หวังว่า หนูน้อยของผม จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และเธอจะไม่ต้องเผชิญความเจ็บปวด เฉกเช่นที่แม่ของเธอเผชิญมา แต่หากต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน ผมขอให้เธอเลือกเส้นทางได้อย่างถูกต้อง กล้าเผชิญกับความเจ็บปวดหรือทนอยู่เพื่อปรับปรุงชีวิตสมรสให้ดีขึ้น ไม่ว่าเธอเลือกทางใด ผมขอให้เธอประสบความสำเร็จ ใช้ชีวิตอันแสนสั้น ไม่เกิน 100 ปี ของมนุษย์ให้มีความสุข บนความกล้าหาญของมนุษย์เรา ในการต่อสู้กับชะตาชีวิต ซึ่งแม้แต่เทพเจ้ายังต้องครั่นคร้าม

ช่างเป็นเรื่องน่ายกย่อง ที่นักเศรษฐศาสตร์ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ โดยมองว่าเป็นเรื่องของ Welfare ในอีกรูปแบบหนึ่งที่สังคมจะต้องช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้น ผมจะไม่พูดถึงรายละเอียดของบทความนี้ แต่จะขอนำเสนอข้อสรุปของผม

การตัดสินใจหย่าร้าง หรือรักษาชีวิตสมรสไว้ ไม่มีใครสามารถให้คำตอบต่อท่านได้ดีเท่ากับตัวท่านเอง ผมได้บอกอาจารย์ธานีไปว่า เราไม่ควรเชื่อตามฝรั่งไปเสียหมดว่า การหย่าร้างจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด มันขึ้นอยู่กับว่า ในจิตใจของท่านนั้นให้น้ำหนักกับเรื่องใดมากกว่ากัน ขึ้นอยู่กับบริบทเงื่อนไขที่แต่ละท่านเผชิญ จุดมุ่งหมายในการเสนอบทความของผมในวันนี้ก็คือ ท่านต้องเปิดใจกว้าง ถามตนเองอย่างรอบด้าน ทำจิตให้มีสติและปัญญาในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ อย่างเฉียบแหลม โดยเฉพาะเรื่องที่สำคัญต่อชีวิตเช่นนี้

อาจารย์ธานีเห็นด้วยกับผมในประเด็นที่ว่า หากคนนั้น สามารถตัดสินใจอย่างไม่มีอคติแล้วไซร้ นั่นย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุด ไม่ว่าหย่าร้าง หรือรักษาชีวิตสมรสไว้

แต่ปัญหา กลับอยู่ตรงที่ว่า แต่ละคนมักถูกอคติจากภายในและภายนอก ทำให้การตัดสินใจผิดพลาด บางคนให้ความสำคัญกับมาตรฐานทางศีลธรรมมากเกินไป จนปล่อยให้จิตใจและร่างกายของตนเองถูกทำร้าย ขณะที่บางคนเน้นแต่เสรีภาพส่วนบุคคล เน้นแต่ความสุขสบายของตนเอง โดยละเลยชีวิตที่สวยงามของลูกน้อย

ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง นี่คือ กฎทางเศรษฐศาสตร์ ท่านจึงต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพื่อเลือกหนทางที่ดีที่สุด

ผมไม่เป็นห่วงว่าท่านจะเลือกทางใด ขอเพียงให้ท่านตัดสินใจอย่างเฉียบแหลม พิจารณาปัจจัยรอบด้าน ผมเชื่อว่านั่นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของท่าน

ดอกเหมยที่งดงาม คือ ดอกเหมยที่ไม่สมบูรณ์พร้อม ดอกเหมยที่มี “กิ่งใบบิดเบี้ยว เป็นปุ่มป่ำตามกิ่งก้าน” เช่นเดียวกับ ชีวิตที่งดงามและเป็นเลิศนั้น ย่อมเต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรค ความผิดหวังทุกข์โศก นานัปการ ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องมือขัดเกลาให้มนุษย์มีความเจนจัดในชีวิต สามารถพัฒนาปัญญาที่ลุ่มลึกเพื่อหยั่งเห็นสัจจธรรมและความงาม ท่ามกลางความผันผวนพลิกผันของชีวิต

  • Kon

    เนื้อหาทางด้านเศรษฐศาสตร์น้อยไปนิดนะครับ
    เหมือนเน้นที่ความรู้สึกและอารมณ์ร่วมของผู้อ่านเป็นหลัก