เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 13 มี.ค. นายถวิล เปลี่ยศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไร และผู้ชุมนุมยังไม่ถึง 1 แสนคน แต่คาดว่า ในวันพรุ่งนี้ (14 มี.ค.) จะถึง 1 แสนคน
นายถวิลกล่าวเพิ่มเติมว่า ทางการยังคงจับตาการก่อเหตุวินาศกรรมเป็นพิเศษทุกคืน และตอนนี้ขอให้รอผลการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เวลา 20.00 น.
ศปก.มท.ระบุเสื้อแดงเข้ากรุงเหนือ-อีสานราว 43,000คน
ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย (ศปก.มท.) สรุปการเคลื่อนไหวกลุ่มคนเสื้อแดงวันนี้(13 มี.ค.) ในส่วนกรุงเทพฯ แบ่งเป็น 4 จุด คือ 1.สนามหลวง มีการชุมนุมของ “กลุ่มแดงสยาม” ประมาณ 150 คน พระสงฆ์ 30 รูป 2.สะพานผ่านฟ้า จัดตั้งเวที 3.บริเวณสี่แยกคอกวัว อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มีการติดป้ายผ้า “ยกเลิก รธน.2550 ที่มาจากรัฐประหาร เอารธน.2540 ของประชาชนคืนมา จากเครือข่ายประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน” และเริ่มมีการกางเต็นท์ทั้งสองฝั่ง เสียการจราจรข้างละ 1 ช่องทาง 4.บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ได้มีชมรมวิทุย 95.25 นำโดยนายพันศักดิ์ ซาบุ รวบรวมสมาชิกที่รัชดาซอย 20 เดินทางมาถึงลานพระรูปฯ มียอดผู้ชุมนุมประมาณ 800 คน โดยชุมนุมค้างแรม
ส่วนภูมิภาค จ.นครสวรรค์ กลุ่ม นปช.จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย เชียงใหม่ พะเยา กำแพงเพชร พิษณุโลก ตาก แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ลำพูน ลำปาง เชียงราย และแม่ฮ่องสอน เตรียมขบวนเดินเข้า กทม.ยอดผู้ชุมนุมประมาณ 20,000 คน รถยนต์ 4,000 คัน

ภาพการชุมนุมเมื่อเวลา 1 ทุ่ม ของวันที่ 13 มีนาคม 2553, จากเว็บไซต์ แสดงกล้องวงจรปิดของตำรวจจราจร ที่แยกผ่านฟ้าลีลาศ
จ.อุทัยธานี มีกลุ่ม นปช.อ.ลานสัก อ.ห้วยคต ประมาณ 100 คน รวมตัวหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง อ.เมือง เพื่อเตรียมเข้า กทม.กับกลุ่มจ.นครสวรรค์
จ.อุตรดิตถ์ มี นปช.ประมาณ 200 คนพร้อมรถอีแต๋น 4 คัน เดินทางไปรวมตัวกันจ.นครสวรรค์
จ.เพชรบูรณ์ มีกลุ่มเสื้อแดง อ.วิเชียรบุรี 70 คน รถกระบะ 12 คัน และกลุ่ม นปช.อ.ศรีเทพ 50 คน รถกระบะ 12 คัน เดินทางไปสมทบกับกลุ่ม นปช.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก จ.สระบุรี มีกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 450 คน รถยนต์ 150 คัน รถจักรยานยนต์ 35 คัน จะไปรวมตัวกับกลุ่มต่างๆ ที่ร้านอาหารบัวชม อ.วังน้อย จ.อยุธยา จ.เพชรบุรี กลุ่ม นปช.30 คน เดินทางไปรวมกันที่ร้านอาหารน้ำเพชร ต.หนองชุมพล อ.เขาย้อย เพื่อรอรับ นปช.จากภาคใต้
ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีกลุ่ม นปช.จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมตัวที่แวะพักลานจอดรถตลาดบัวชม อ.วังน้อย ประมาณ 23,000 คน รถยนต์ 3,500 คัน และได้เริ่มเดินทางเข้า กทม. จ.สมุทรสาคร ได้มีกลุ่ม นปช.จาก จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดภาคใต้ ประมาณ 600 คน ออกจากร้านหนึ่งคลองสองทะเล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยใช้รถบัส 3 คัน รถยนต์ส่วนบุคคลประมาณ 80 คัน รถตู้ 16 คัน เดินทางเข้า กทม. จ.ตราด มีกลุ่ม นปช.ประมาณ 150 คน
จ.จันทบุรี มีกลุ่ม นปช.ประมาณ 300 คน พร้อมรถกระบะและรถยนต์ส่วนตัว 32 คัน รวมตัวตรงข้ามสถานที่ก่อสร้าง อบจ.จันทบุรี เข้า กทม.โดยใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท จ.กาญจนบุรี มีกลุ่ม นปช.ประมาณ 100 คน พร้อมรถกระบะ 25 คัน เดินทางไปสมทบกับ นปช.นครปฐม บริเวณสี่แยก ว.อุดร อ.นครชัยศรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มี นปช.ประมาณ 100 คน รถกระบะ 20 คัน เดินทางเข้า กทม.ทางถนนเพชรเกษม
ผบชน.สั่งยกระดับรปภ. ขั้นสูงสุด
พล.ต.ท .สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) กล่าวภายหลังประชุมชุดเคลื่อนที่เร็ว ของ บก.น. 1 – 9 ว่า ได้กำชับตำรวจใต้บังคับบัญชาให้อดทน แม้จะโดนสิ่งที่เรียกว่าอาวุธชีวภาพ เพราะความรุนแรงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เราจะดูแลให้พี่น้องชุมนุมอย่างสันติและปลอดภัย สิ่งที่เป็นห่วงคือมือที่ 2 ที่ 3 หรือผู้ชุมนุมบางคนที่เล็ดลอดด่านตรวจเข้ามา ถ้าหากมีเหตุการณ์อะไรขึ้นมา พวกมือที่ 3 ที่ 4 ใช้อาวุธปืนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ซึ่งเราไม่มีอาวุธปืน เรามีเฉพาะโล่กระบอง และอุปกรณ์ป้องกันตนเอง จึงเป็นห่วงพี่น้องตำรวจทหารอาจจะถูกทำลายถึงแก่กายและชีวิตได้
โดยได้เรียกหัวหน้าชุดจู่โจมทั้ง 88 สน.รวมทั้งชุดอรินทรราช และชุดนเรศวร 261 มาประชุมพร้อมกันเพื่อทำการซักซ้อมทำความเข้าใจ ว่า 1.ทุกคนต้องแต่งเครื่องแบบเรียบร้อย มีอาวุธปืนประจำกาย 2.ต้องมียานพาหนะทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เพื่อความรวดเร็วเพื่อจะได้เข้า ไปแก้ไขสถานการณ์ให้ได้ทันท่วงที เพราะถ้าล่าช้าไปความสูญเสียก็จะเพิ่มมากขึ้น 3.ชุดจู่โจมทั้ง 88 ชุดรวมกับชุดพิเศษอีก 10 ชุด รวมเป็น 90 ชุด จะต้องมีความพร้อมสูงสุดตลอด 24 ช.ม. ทั้งกลางวันและกลางคืน”
ผบช.น. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่พบอะไรผิดปกติ แต่จำเป็นต้องใช้มาตรการการป้องกันสูงสุด เพื่อป้องกันการความสูญเสียพี่น้องเรา ขณะนี้อากาศร้อนมาก อารมณ์ก็ร้อนด้วย
ที่มา – มติชน, กรุงเทพธุรกิจ
