Practical Report คาดการณ์สถานการณ์การเมืองหลังพันธมิตรบุกสถานที่ราชการ

สถานการณ์ด้านการเมือง ณ ปัจจุบัน สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ที่ทาง SIU ได้ประเมินไว้ใน จดหมายข่าวคาดการณ์เรื่องการเมืองระยะยาว ฉบับที่ 3 ซึ่งเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2551 (หมายเหตุ:  จดหมายข่าวฉบับนี้ได้ลงพิมพ์ในประชาไทด้วย)

เปรียบเทียบการประเมินในจดหมายข่าว และสถานการณ์ปัจจุบัน

  1. กระบวนการตุลาการภิวัฒน์ไม่ส่งผลดีกับ พ.ต.ท. ทักษิณ และ พรรคพลังประชาชน :
    มีการฟ้องยึดทรัพย์
  2. พ.ต.ท. ทักษิณเลือกลี้ภัย :
    พ.ต.ท. ทักษิณ เลือกเดินทางไปยังอังกฤษหลังจากเดินทางออกนอกประเทศไปยังประเทศจีน และส่งแถลงการณ์ว่าจะไม่กลับเข้าประเทศ
  3. สมัครจะยังไม่เลือกยุบสภา :
    ยังไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
  4. ปราสาทพระวิหารจะลดความร้อนแรงลง :
    สถานการณ์ลดความตึงเครียดลง มีการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย
  5. จะยังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงนี้ :
    ยังไม่มีการรณรงค์แก้ไขจากรัฐบาล หรือยื่นเป็นกระทู้
  6. กระทรวงการคลังจะขัดแย้งกับธนาคารแห่งประเทศไทย :
    มีกระแสข่าวขัดแย้งกันเกิดขึ้นจริง แต่ภายหลังพระราชดำรัส ท่าทีของกระทรวงการคลังออกมาประนีประนอมมากขึ้น
  7. มีความเสี่ยงแตกหัก การนัดหยุดงาน, ชุมนุมใหญ่, ระเบิด :
    พันธมิตรฯประกาศอารยขัดขืนขั้นสูงสุด ยึด NBT, ยึดทำเนียบ และเข้าไปยึดพื้นที่หน้า ก.คลัง

บทวิเคราะห์คาดการณ์ได้ใกล้เคียงความเป็นจริงล่วงหน้า สะท้อนถึงทฤษฎีและข่าวกรองที่ถูกต้อง

คาดการณ์สถานการณ์ระยะต่อไปดังนี้

ยุทธศาสตร์ของพันธมิตรฯ

  1. พยายามยั่วยุให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงตอบโต้ + สร้างภาพให้เกิดความวุ่นวายและรัฐบาลปฏิบัติงานไม่ได้
  2. หากยั่วยุไม่สำเร็จจะชุมนุมยืดเยื้ออย่างต่ำ 3 วัน แต่ปัญหาคือ แกนหลักเป็นชนชั้นกลาง ซึ่งจะเช้าไปเย็นกลับและไม่ทนการชุมนุมนานๆ (คนที่ชุมนุมนานๆ จะเป็นพวกสันติอโศก)
    ความเชื่อของพันธมิตร วางอยู่บนพื้นฐานที่ว่า หากรัฐบาลปฏิบัติภารกิจไม่ได้ ไม่สามารถควบคุมกลไกราชการได้ ก็จะต้องลาออก หรือมีรัฐบาลชั่วคราว หากปราบ ก็จะพบกับการลุกฮือของฝูงชนซึ่งเหมือนกรณี 14 ตุลา, พฤษภาทมิฬ แต่ตอนนี้เชื่อว่ายังเป็นไปได้ยากเพราะจำนวนคนน้อยเกินไป (1-2 หมื่นคน ตามการประเมินของหน่วยข่าวกรอง) การกดดันให้ได้ผลมากกว่านี้ต้องใช้คนอย่างต่ำ 100,000 คนขึ้นไปและโฟกัสเป็นจุด มากกว่าดาวกระจาย

ยุทธศาสตร์ของรัฐบาล

  1. รัฐบาลจะไม่ใช้กระบวนการรุนแรงในการจัดการกับพธม. เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดการขยายผล
  2. หากการชุมนุมยืดเยื้อ และคนยังเยอะ รัฐบาลอาจจะต้องตอบโต้ด้วย รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
    • รูปแบบแรง ประกาศ พรก. ฉุกเฉิน, จับกุมแกนนำ
    • รูปแบบเบาสมัครลาออก หรืออาจจะยุบสภา
    • แต่น่าจะเป็นยื้อไปเรื่อยๆ จนกว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอดทนไม่ได้มากกว่า รัฐบาลน่าจะใช้วิธีว่า ถ้าโดนยึดทางนี้ ก็ใช้ช่องทางอื่นปฏิบัติหน้าที่แทน ทำให้ดูเหมือนว่าไม่มีผลกระทบ

    ความเชื่อของรัฐบาลวางอยู่บนพื้นฐานที่ว่า พันธมิตรฯ หมดเงินทุนเคลื่อนไหว ซึ่งจะมีผลกระทบโดยเฉพาะ การออกอากาศของ ASTV ซึ่งเป็นอาวุธหลัก

ยุทธศาสตร์ของฝ่ายทหาร

  1. ทหารปีกอนุพงษ์จะไม่ออกมารัฐประหาร เนื่องจากไม่มีความขัดแย้งกับรัฐบาล การรัฐประหารในช่วงนี้เสี่ยงเกินไป และไม่ได้รับผลประโยชน์ เทียบกับผลตอบแทนที่ได้งบจากทหาร เพิ่มขึ้น 11.9% และสมัครให้อิสระอนุพงษ์ในการจัดโผเต็มที่

ปฏิกิริยาของกลไกรัฐ

  1. การประปานครหลวง และการไฟฟ้านครหลวง เตรียมรับมือกรณีโดนตัดน้ำไฟ หากมีเหตุเกิดขึ้น จะแก้ไขภายใน 30 นาที
  2. NBT เตรียมแผนรับมือกันการเชื่อมสัญญาณจาก ASTV ซึ่งหาก ASTV ทำได้จะเป็นสัญลักษณ์ว่าการรัฐประหารโดย uprising มีผลในเชิงจิตวิทยา

ปฏิกิริยาชนชั้นกลางและสื่อ

  1. สมาคมสื่อออกแถลงการณ์ประณาม 80 พันธมิตรฯ ที่ใช้อาวุธ + เข้ายึด NBT ควรใช้วิธีและกลไกตามกฎหมาย
  2. ชนชั้นกลางมีความเห็นว่าทำให้สังคมวุ่นวาย และตลาดหุ้นตก

สรุป: คาดการณ์ยุทธศาสตร์ของทั้งสองฝ่าย
จะออกมาเป็นชุมนุมยืดเยื้อ ตามจุดต่างๆ จนกว่าพันธมิตรฯ จะเปลี่ยนเกมส์อื่น

  • รักไทย

    ข่าวลือ/ข้อเท็จจริง
    ข่าวลือ
    ทหาร กองทัพภาคที่ ๒ (โคราช) ,ได้มีการแจกเสื้อแดง,กระสุนปืนให้ปฏิบัติการยิงตำรวจ เพื่อสร้างสถานการณ์โยนความผิดมาให้เสื้อแดง และยังได้ทำการตั้งด่านสกัดพวกเสื้อแดงไม่ให้เข้ามายัง กทม. ทางวังน้อย
    ข้อเท็จจริง
    ไม่ได้กั้นให้เข้ามา….แต่ยังช่วยให้เข้ามาอย่างสะดวกอีกต่างหาก ที่ทำไปเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของทุกคน
    ข่าวลือ
    มีคนรายงานมาว่ามีรถบรรทุก ๖ คัน ขนแดงปลอมจะไปสร้างสถานการณ์ล้อมสนามบิน ขอเรียนว่าแดงจริงไม่ทำชั่วๆแบบนี้แน่นอน ถึงเหลืองทำไม่ติดคุกแดงก็ไม่ทำตาม
    ข้อเท็จจริง
    ไม่มีการขนแดงปลอมแน่นอน…เพราะมารักษาความสงบ ไม่ว่างทำเรื่องแบบนี้แน่นอน
    ข่าวลือ
    รัฐบาลนี้เก่งเรื่องการคุมสื่อได้เชื่องดีมากและยอมโปรปากานด้าไปตามที่เขาต้องการให้คนเชื่อ แต่เดี๋ยวนี้อะไรที่ยัดเยียดมากคนไม่เชื่อ
    ข้อเท็จจริง
    สื่อเสนอแต่เรื่องจริงเท่านั้น ไม่มีการบิดเบือนแน่นอน
    ข่าวลือ
    พี่น้องอีสานได้มารวมกันแล้วที่โคราชเดี๋ยวผมจะโฟนอินไปให้กำลังใจครับ ต้องขอบคุณในความเสียสละ แต่น่าเสียดายสื่อทีวีไทยที่หมดแล้วกับความเป็นสื่อ
    ข้อเท็จจริง
    สื่อไทยยังคงความเป็นกลางและทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ส่วนคนที่โฟนอินอยู่ตรงไหน…รู้กันบ้างไหม
    ข่าวลือ
    สัญญาณเสื่อม ข้าราชการเริ่มไม่ทำตามคำสั่งรัฐบาลคุมทหารไม่ได้
    ข้อเท็จจริง
    ทหารยังคงเป็นกลไกที่สำคัญของรัฐบาลในการรักษาความสงบเรียบร้อยของชาติอย่างดีที่สุด

  • รักไทย

    กลุ่มก่อการร้ายแต่งกายคล้ายทหารเพื่อโยนความผิดแก่เจ้าหน้าที่รัฐ
    พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ชี้แจงข้อมูลที่ถูกบิดเบือนว่าเจ้าหน้าที่รัฐสร้างสถานการณ์ด้วยการที่กลุ่มก่อการร้ายแต่งกายคล้ายทหารเข้าปฏิบัติการ แล้วโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ : 18 พฤษภาคม 2553

  • ความจริงวันนี้ จากทหารกล้า

    “ผมไม่โกรธ ไม่คับแค้นใจหรอกครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ของเรา ผมอยากให้พวกเขาคุยกันมากกว่า…ถ้า ผมยิงสวนไปก็อาจถูกพลเรือน ที่มาร่วม ชุมนุมธรรมดา เราเห็นอยู่เรารู้อยู่ มันทำพวกเขาไม่ลง… ผมไม่ยิงคนไทยด้วยกันเองครับ”
    (ขอประมวลถ้อยคำเหล่านี้ ที่ได้มีโอกาสได้ยินจากปากของนายทหารและพลทหารที่นอนรักษาตัวอยู่ในโรง พยาบาล อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ปะทะ กันกับผู้ชุมนุมเสื้อแดง ในคืนวันที่ 10 เมษายน 2553)

    ในเช้าวันที่ 11 เมษายน 2553….ได้มีโอกาสติดตามคุณน้า พี่เขยและพี่สาว ซึ่งเป็นทหาร เข้าไปเยี่ยมนายทหารและพลทหาร ที่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากเป็นหน่วยเดิมของพี่เขย ห้องแรกที่ได้เข้าไปเยี่ยมคือนายทหารระดับพลตรี ท่านนอนอยู่บนเตียง ที่ขามีเหล็กเสียบเพื่อดามขา ที่หักสองท่อน ร่องรอยสะเก็ดระเบิดตามร่างกายของท่าน เราเห็นรถของกลุ่มคนเสื้อแดงโบกธงแดงขับอยู่บนทางด่วนแถวช่วงถนนพระรามหก คนที่มาเยี่ยมก่อนหน้าเราชี้ ไปนอกหน้าต่างและเปรยออกมาว่า ”พวกนี้มันเหิมเกริมได้ขนาดนี้…มัน ทำได้ยังไง”

    ท่านนายพลซึ่งนอนอยู่บนเตียงก ลับเป็นผู้บอกว่า “เราอย่าไปโมโหพวกเขา พวกเขาแค่โดนหลอกมาด้วยความไม่รู้เท่านั้น”

    ใช่… เป็นคำพูดของนายพลคนเดียวกันกับ ที่โดนระเบิด M79 จากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในคืนที่ผ่านมาและนอนอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล สายตาที่ทอดยาวตามรถของคนเสื้อ แดง ทอดถอนใจ “ผมเองยังไม่แน่ใจว่าเป็นถึงขนาดนี้แล้ว เรายังคงต้องเป็นผู้รับผิดในการตายของพวกเขาอีกหรือเปล่า”

    “ผมส่งข้าวแล้วก ลับออกมาได้สามนาที เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ลูกน้องผมโทรมาบอกว่าโดนไล่ยิงเข้าไปในโรงแรม พี่ช่วยผมด้วย ผมก็พยายามขับฝ่าเข้าไปมันก็ ฝ่าไม่ได้ ลูกน้องผมได้รับความช่วยเหลือ จากพนักงานโรงแรมให้ใส่ชุด พลเรือนหนีออกทาง ข้างหลัง ตั้งแต่เมื่อคืนพวกผมก็ยังไม่ได้นอน ขนทุกคนมาไว้ที่นี่” ผู้พันอีกท่านเล่าห้องที่สอง สาม สี่ ห้า หก…..ไล่เรียงลำดับยศกันลงมา….

    “เราถูกยิงมาจากบนตึก..พวกเขา เริ่มระดม ยิงและปาระเบิดใส่เราจากบนตึก” ทหารหาญเหล่านี้ยังพยายามหาคำ ตอบว่าฝ่ายไหนที่ลอบทำร้าย พวกเขา“ผมยังไม่มี โอกาสไปเยี่ยมพี่ๆน้องๆที่โดนระเบิดด้วยกันเลย…. เราร่วมทุกข์ร่วมสุข…สะเก็ด ระเบิดเราก็แบ่งกันรับ”

    สีหน้าท่านเศร้าเมื่อกล่าวถึง พี่เปา หรือผู้พันร่มเกล้า…. “ไม่น่าเป็นเขา ไม่น่าเป็นใครเลย”

    ในห้องผู้ป่วยทุกห้องเปิดดูข่าว ภาพครอบครัวผู้ชุมนุมร่ำไห้จาก การสูญเสีย ภาพนักข่าวเรียกร้องหาผู้รับผิดชอบ เสียงใครคนนึงถามออกไปยังผู้พันที่นั่งอยู่บนเตียง… “รู้สึกคับแค้นใจบ้างไหมที่เห็น แบบนี้” คำตอบที่ได้จากชายชาติทหารที่ อยู่ในชุดผู้ป่วยโรงพยาบาล กลับตอบว่า “ผมไม่คับแค้นใจหรอกครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ของเรา ผมอยากให้พวกเขาได้คุยกันมากก ว่า… หากผมยิงออกไปก็โดนพลเรือน ผมไม่ยิงคนไทยด้วยกัน” ใบหน้าที่หมองคล้ำจากแสงแดดของ ทหารที่อยู่ประจำการยิ้มบาง ๆ พร้อมคำพูดที่คุยกันเองระหว่าง นายทหารด้วยกัน…..เหมือนคำ สัญญาว่าพวกเขา ไม่มีวันทำร้ายพลเรือน

    “พวกผมประจำการอยู่หลายวัน ลูกน้องเราก็ล้า” เสียงของท่านผู้พันท่านหนึ่งเล่าถึงเหตุการณ์ในค่ำคืนที่ผ่านมา “หลังจากที่เราโดนโจมตี เราเอาทหารที่บาดเจ็บขึ้นรถ โบกมือแล้วว่าเราขอเอาทหารบาด เจ็บออกไป พวกเขาไม่ยอม เราจะเลี้ยวออกทางใต้สะพานพระราม 8 พวกเขาก็ไม่ให้ จะไปข้างหน้าเราก็ไปไม่ได้ ทหารบาดเจ็บเต็มรถ เสียงร้องระงมทั้งรถ เขาลากลูกน้องผมที่บาดเจ็บลง จากรถไปซ้อม ไปกระทืบซ้ำ…… เจ้าไก่ (ผู้พันไก่) ก็โดน…ผมทำอะไรไม่ได้ เพราะขาผมเจ็บสะเก็ดระเบิดมัน ฝังอยู่…”

    แล้วน้ำตาท่านก็ไหลออกมาลงไป ชั้นห้อง ICU พบภรรยาพี่ไก่ (ผู้พันไก่) พอเห็นหน้าเธอก็ร้องไห้ เธอบอกว่าพี่ไก่พยายามลืมตา “หนูรู้ หนูต้องเข้มแข็ง เพราะพี่เค้ายังเข้มแข็งอยู่ ยังพยายามอยู่” พี่ไก่ หรือ ผู้พันไก่ ถูกยิง กระสุนฝังในสมอง ตอนที่ช่วยออกมายังโดนลากลงไปกระทืบและทำร้ายซ้ำโดยกลุ่มคนเสื้อแดง ในคืนวันที่ 10 เมษานั้น พี่ไก่ได้รับการผ่าตัดเรียบร้อย แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ฟื้นและหมอเอง ก็บอกว่าถึงฟื้นก็อาจพิการ ตลอดชีวิต

    ณ ตรงนี้ ขออ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่ วสากลโลกปกปักรักษาพี่ไก่และ ครอบครัวนี้อย่า ให้สูญเสียผู้นำครอบครัวไปเลยค่ะทหารระดับพลทหารอีกหลายท่านที่ได้รับบาด เจ็บต่างก็ดีใจที่มีคนไปเยี่ยม หลายคนติดต่อทางบ้านไม่ได้เนื่ องจากไม่มีโทรศัพท์ ครอบครัวเราได้ช่วยใช้โทรศัพท์มือถือโทรไปให้พวกเขาได้คุย เสียงหัวเราะ น้ำตาที่เกิดจากกำลังใจ อย่าทอดทิ้งพวกเขาเพียงเพราะ เห็นว่าพวกเขาแค่มาทำหน้าที่ ตามอาชีพของพวกเขา เลยค่ะ การเอาเงินใส่ซองไปมอบให้ แม้เพียงเล็กน้อย มันหมายถึงกำลังใจมหาศาล พลทหารบางท่านยากจน ที่บ้านไม่มีโทรศัพท์ ครอบครัวเราก็ใช้วิธีหาคนรู้ จักให้ขับรถไปหาไปบอก

    ช่วยให้กำลังใจพวกเขาด้วยนะคะ ช่วยกันคนละนิดละหน่อย ภายใต้หมวกเหล็ก ภายใต้เครื่องแบบทหาร นั่นคือคนไทยค่ะ

    ตอนที่เดินอยู่ในตึกโรงพยาบาล ความคิดอื้ออึงไปด้วยความรู้ สึกสะเทือนใจและเสียใจ ดิฉันนึกถึงถ้อยคำที่ใครหลายคนใช้เรียกทหาร บ้างก็กล่าวว่าทหารมีสองฝ่าย ทหารแตงโม ผ่าสีเขียวออกมาเป็นสีแดง ทหารสับประรด ผ่าสีเขียวมาเจอสีเหลือง หากแต่วันนี้ ผ่าสีเขียวออกมา เราเจอร่างคนไทยค่ะ คนไทยมีเลือดเนื้อ มีหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีครอบครัว มีลูก มีเมีย มีพ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดูเหมือน เราทุกคน

    ผ่าเสื้อแดงออกมาเราก็เจอร่าง คนไทย ผ่าเสื้อเหลืองออกมาเราก็เจอร่าง คนไทย

    จากที่ดิฉันได้เจอ อยากบอกทุกท่านที่อ่านว่าทหารไทยกองพลที่ได้รับบาดเจ็บนี้ไม่ใช่ผลไม้ค่ะ ผ่าเครื่องแบบสีเขียวออกมาสิ่ง ที่คุณจะเจอคือ สุภาพบุรุษชาติทหาร นักรบที่ไม่เคยกล่าวโทษรัฐบาล หรือกลุ่มผู้ชุมนุม นักรบที่ไม่เคยอยากยิงปืนใส่ คนไทยด้วยกัน ทหารกองพลนี้คือคนค่ะ พวกเขาคือคนไทยที่ร้องเพลงชาติเดียวกันกับเรา มีพ่อหลวงองค์เดียวกันกับเรา มีหน้าที่ปกป้องดูแลประเทศชา ติของเราที่จังหวัดชายแดน เขามีหน้าที่ดูแลแผ่นดินของเรา

    วันนี้พวกเขาหลายคนอยู่ในชุด ผู้ป่วยสีฟ้าของโรงพยาบาล พวกเขาบางคนอยู่บนรถเข็น พวกเขาบางคนอยู่ในกล่องที่โอบ ล้อมด้วยธงชาติไทย ชาติไทยที่พวกเขามีใจมุ่งมั่นที่จะปกป้องและรักษา

    ไม่เคยคิดอยากเข้าข้างใคร ค่ะ ไม่มีใครขอร้องให้ออกมานั่งเขียนอะไรอย่างนี้ และดิฉันเองไม่ใช่ผู้สื่อข่าว ที่เข้าไปพูดคุยแล้วทุกคนจะ ต้องมานั่งปรุงแต่ง คำพูด เพียงแต่ขอติดตามไปเพื่อให้กำลังใจเท่านั้น หากแต่คำพูดง่ายๆ ของการพูดคุยกันระหว่างทหารด้วย กัน ห้องแล้วห้องเล่า ในเช้าถัดจากกลางคืนที่ยาวนานของพวกเขา มันยืนยันได้หนักแน่นมากกว่าแถลงการณ์จากฝ่ายไหนว่าทหารไทยกองพลนี้เป็นนายทหารของประเทศไทยจริงๆ ไม่มีวัตถุประสงค์ปลุกปั่นให้ ทุกคนต่อสู้ แต่อยากขอโอกาสอธิบายจากมุมของพวกเขาบ้าง

    ทหารทุกท่านที่ดิฉันได้มีโอกาส เข้าเยี่ยมไม่มีคนไหนแสดงอา การอาฆาตมาดร้าย กับกลุ่มใดในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีสรรพนามอื่นใดใช้เรียกผู้ชุมนุมเสื้อแดงนอกจากคำว่า “พวกเขา” ทหารไทยที่เสียน้อง เพื่อน พี่ ที่อยู่ในหน่วยบังคับบัญชาเดีย วกัน พวกเขากลับบอกว่า อยากให้เราคนไทยพูดคุยกัน อยากให้เรารักษาความสงบของบ้าน เมือง แล้วพวกเขาจะได้ทำหน้าที่ระวัง ภัยจากนอกประเทศอย่างที่พวก เขาควรทำวันนี้

    เราทุกคนช่วยกันได้ค่ะ วันนี้เรารวมน้ำใจกันเป็นหนึ่งเดียวได้ ประชาธิปไตย คำคำนี้เป็นคำที่ทุกคนพอใจที่ จะปกป้องถูกไหมคะ เป็นคำที่มาจากคำว่า “ประชา (ประชาชน) + อธิปไตย (อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ)” ตอนนี้เราต้องทำความเข้าใจกับ คำๆนี้ให้ถ่องแท้

    เรามีค่ะ ประชาธิปไตยก็อยู่ในมือเรา ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อของคนไทยด้วยกันเลยค่ะ เรามีเวทีทางการเมืองให้แสดงออกอย่างสันติ เรามีการเลือกตั้ง เรามีระบบการปกครองที่ประกอบ ไปด้วยฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ เรามีพ่อหลวงเป็นศูนย์รวมจิตใจ เรายืนอยู่บนแผ่นดินเดียวกัน เราเป็นประเทศที่พิเศษ เป็นประเทศที่เราทุกคนเรียกกัน และกันเสมือนเป็นคนในครอบ ครัว เป็นพี่ ป้า น้า อา กันทั่วประเทศ เหมือนที่ใครหลายคนกล่าวว่าประเทศไทยน่าอยู่เพราะคนไทยค่ะ

    อย่าให้คนบางคนมาปลุกปั่นให้ เราทะเลาะกันเพื่อผลประโยชน์ ของพวกพ้องเขา เท่านั้นเลยนะคะ ประชาธิปไตยที่ดี น่าจะเป็นการที่เราทุกคนต้อง เคารพในสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง ที่ดีด้วยเช่นกันค่ะ

    มาช่วยกันทำให้ประเทศนี้น่าอยู่ กันทุกวัน ทำดีให้กันและกันทุกวันนะคะ คนละนิดคนละหน่อย ทำกันวันละหนึ่งความดีก็ได้ค่ะ ขอให้ทุกคนเป็นคนดีให้สมกับที่มีใครหลายคนเสียสละเวลาและชีวิตเพื่อปกป้อง ทั้งที่ชายแดนออก ตก เหนือ ใต้ และที่โดนเรียกมารักษาความสงบ ในกรุงเทพมหานครในเหตุการณ์ นี้ด้วยค่ะ

    สุดท้าย นี้ ขอขอบพระคุณทหารหาญทุกท่านที่ได้ร่วมปฏิบัติการโดยสันติวิธีและได้รับบาด เจ็บและเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติ หน้าที่จากการปะทะกับกลุ่ม ผู้ชุมนุมเสื้อ แดงในคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 ขอขอบพระคุณครอบครัวของท่านที่มอบสุภาพบุรุษชาติทหารให้กับประเทศไทยและขอ ร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสีย ใจอย่างสุดซึ้งกับการสูญเสีย ของทุกครอบครัวมา ณ ที่นี้

  • ict330

    ขยายผลการสำรวจของกรุงเทพโพล
    โพสต์4 เม.ย. 2553, 7:42
    - ขยายผลการสำรวจของกรุงเทพโพล ในเรื่อง “นักเศรษฐศาสตร์ ช่วยคิดฝ่าวิกฤติประเทศไทย” พบว่านักเศรษฐศาสตร์เสนอให้รัฐบาลมีความอดทนต่อการยั่วยุของกลุ่ม นปช. และแก้ไขปัญหา โดยการใช้เจรจา เป็นหลัก

  • ict330

    เจ้าหน้าที่ต้องทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคุมเข้มตรวจอาวุธและสิ่งผิดกฏหมาย
    ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามคดีระเบิดป่วนเมืองสุราษฏร์ธานี พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 2 แสนบาท
    พลตำรวจโท พิทักษ์ จารุสมบัติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดติดตามคดีคนร้ายลอบก่อเหตุวางระเบิดป่วนเมืองหลายจุดในจังหวัดสุราษฏร์ธานี พร้อมประกาศจะมอบรางวัลให้กับผู้แจ้งเบาะแสที่จะนำไปสู่การจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 4 จุด จุดละ 5หมื่นบาท รวมเป็นเงิน 2 แสนบาท ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 มั่นใจว่าจากหลักฐานพยานในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อม จะสามารถจับกุมคนร้ายได้ในเร็วๆนี้
    ทางเข้ากรุงเทพมหานคร ที่บริเวณตู้ยามตำรวจทางหลวง ถนนสายเอเชีย อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พร้อมฝ่ายปกครอง ที่ประจำด่านตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฏหมาย ได้อำนวยความสะดวกให้กับกลุ่ม นปช.ที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครกันอย่างเต็มที่ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบสิ่งผิดกฏหมายแต่อย่างใด
    ส่วนที่จังหวัดชุมพร พลตรีเดชา กิ่งวงษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ใช้ความสุภาพและนิ่มนวลในการตรวจสอบรถยนต์และบุคคลที่ผ่านด่าน พร้อมกับชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์และความจำเป็นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
    ทางด้านพลตำรวจตรีกระจ่าง สุวรรณรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจสอบส่องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบ รวมไปถึงสนธิกำลังกับตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ตั้งด่านตรวจค้นผู้คนที่สัญจรไปมาเน้นตั้งจุดตรวจบริเวณทางหลวงสายเอเชีย คุมเข้มป้องกันการเคลื่อนย้ายอาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย

  • ความสามัคคี

    ศอฉ.เห็นพ้องตรงกันยังจำเป็นคง พรก.ฉุกเฉินฯ ยันไม่กระทบภาพลักษณ์ประเทศ โฆษก บชน.เผย อนุพงษ์ ห่วงการบังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัด วันที่ 7มิ.ย.นี้ สตช.เตรียมแจงข้อมูล ผู้ถูกจับ-ควบคุมตัว ตาม พรก.และอาญา… เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 มิ.ย

  • ความสามัคคี

    ศอฉ.คง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เอื้อการทำงานเจ้าหน้าที่-คุมวิทยุชุมชน

    โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 มิถุนายน 2553 20:03 น.
    พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตำรวจนครบาล แถลงผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยที่ประชุมมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม พร้อมผบ.เหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
    ทั้งนี้ในที่ประชุมตำรวจได้รายงานการปฏิบัติการในพื้นที่ กทม. ในการปฏิบัติการสายตรวจร่วมกับตำรวจ ทหาร และ เทศกิจ โดยจากการปฏิบัติการงานที่ผ่านมาเหตุอาชญากรรมในพื้นที่ กทม.ลดลงจากเดิมมียอด 1,900 ครั้ง เหลือเพียง 800-900 ครั้งต่อวัน นอกจากนี้สถิติการออกหมายจับตาม พรก.ฉุกเฉิน จำนวน 84 ราย ในพื้นที่ กทม. 83 ราย และพื้นที่ต่างจังหวัดอีก 1 ราย โดยเบื้องต้นสามารถจับกุมได้ 27 ราย และยังจับไม่ได้อีก 57 ราย ส่วนการออกหมายจับวางเพลิงในคดีอาญา จำนวน 801 ราย ในพื้นที่ กทม.จับกุมได้แล้ว 31 ราย แต่ยังจับกุมไม่ได้ ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด 770 ราย สามารถจับกุมได้ 174 ราย และยังจับไม่ได้ 596 หมาย แต่ระหว่างการประชุมทางตำรวจภูธรได้แจ้งมาว่าสามารถจับกุมได้เพิ่มอีก 35 ราย รวมสามารถจับกุมตามหมายจับในพื้นที่ต่างจังหวัดได้ 209 ราย
    พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมได้มีการหารือ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเบื้องต้นจะยังคง พ.ร.ก.ดังกล่าวไว้ก่อน เนื่องจากมีความจำเป็นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และขณะนี้ยังมีการเคลื่อนไหวในบางพื้นที่ โดยเฉพาะวิทยุชุมนุมที่ยังคงมีการปลุกระดมบิดเบือนข้อมูลอยู่ ทั้งนี้ยืนยันว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม
    ด้านกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งว่าขณะนี้ประเทศที่มีการยกเลิกไม่ให้เข้าประเทศจำนวน 26 ประเทศ ขณะนี้ได้ยกเลิกหมดแล้ว ทั้งนี้การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะต้องมีการประเมินถึงตัวชี้วัดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน ทางศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ คดีอาญา โดยมี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเป็นผู้แถลงรายละเอียด รวมถึงแกนนำที่ถูกควบคุมตัวไว้ทั้ง 6 แห่งด้วย

  • ความสามัคคี

    สันติบาลเร่งสรุปข้อมูลแดงใต้ดินส่ง ศอฉ.อาทิตย์นี้

    โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 มิถุนายน 2553 08:45 น.

    พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิ์วิชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) กล่าวว่า ตามที่กลุ่มเสื้อแดงใต้ดิน ที่รวมตัวกันปฏิบัติการใต้ดิน มาหลังจากที่ทหารได้ทำการกระชับพื้นที่ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น ในทางการข่าวยังไม่สามารถบอกอะไรได้มากนัก เพราะเป็นความลับทางราชการ แต่กำลังเร่งสรุปข้อมูลทั้งหมดให้กับ ศอฉ.รับทราบ ภายในอาทิตย์นี้ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการต่อไป แต่ยืนยันว่า ตำรวจสันติบาล จับตากลุ่มแดงใต้ดินอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ที่มีสลายการชุมนุมแล้ว
    อย่างไรก็ตามกรณี นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำ นปช.ที่ยังหลบหนีอยู่นั้น ทางการข่าวมีข้อมูล แต่ต้องรอสรุปให้ ศอฉ.เช่นกัน จึงบอกไม่ได้ว่า ยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ ทั้งหมดขอให้รอทาง ศอฉ.แถลงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการอีกครั้งจะดีกว่า

  • ความสามัคคี

    ศอฉ.ขอขยายเวลาคุมตัว”5แกนนำแดง”ต่ออีก7วัน
    เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลาควบคุมตัวนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายขวัญชัย ไพรพนา นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก และนายนิสิต สินธุไพร 5 แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เป็นครั้งที่ 3 อีก 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 9 – 15 มิ.ย.นี้ เนื่องจากยังต้องสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินการทั้งหลายต่างๆ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง หรือเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการระงับเหตุการณ์ร้ายแรง ต้องรอผลการตรวจสอบต่าง ๆ ด้วย

    ทั้งนี้ศาลได้สอบถามผู้ถูกควบคุมตัวทั้งห้าผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเร้นซ์ ไปยังสถานที่ควบคุมตัว กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แล้วไม่คัดค้าน จึงเห็นสมควรอนุญาตขยายเวลาควบคุมตัวทั้งห้าได้

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายวีระ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ และนาย ก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. ที่เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เมื่อวันที่ 20 พ.ค. นั้น พนักงานสอบจะยื่นคำร้องขอขยายเวลาควบคุมตัวครั้ง ที่ 3 ต่ออีก 7 วันในวันพรุ่งนี้ (9 มิ.ย.)

  • ความสามัคคี

    ศอฉ.คง พรก.ฉุกเฉินไว้ เหตุยังจำเป็น
    4 มิย. 2553 19:35 น.

    พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตำรวจนครบาล แถลงผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยที่ประชุมมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม พร้อมผบ.เหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ในที่ประชุมตำรวจได้รายงานการปฏิบัติการในพื้นที่ กทม. ในการปฏิบัติการสายตรวจร่วมกับตำรวจ ทหาร และ เทศกิจ โดยจากการปฏิบัติการงานที่ผ่านมาเหตุอาชญากรรมในพื้นที่ กทม.ลดลงจากเดิมมียอด 1,900 ครั้ง เหลือเพียง 800-900 ครั้งต่อวัน นอกจากนี้สถิติการออกหมายจับตาม พรก.ฉุกเฉิน จำนวน 84 ราย ในพื้นที่ กทม. 83 ราย และพื้นที่ต่างจังหวัดอีก 1 ราย โดยเบื้องต้นสามารถจับกุมได้ 27 ราย และยังจับไม่ได้อีก 57 ราย ส่วนการออกหมายจับวางเพลิงในคดีอาญา จำนวน 801 ราย ในพื้นที่ กทม.จับกุมได้แล้ว 31 ราย แต่ยังจับกุมไม่ได้ ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด 770 ราย สามารถจับกุมได้ 174 ราย และยังจับไม่ได้ 596 หมาย แต่ระหว่างการประชุมทางตำรวจภูธรได้แจ้งมาว่าสามารถจับกุมได้เพิ่มอีก 35 ราย รวมสามารถจับกุมตามหมายจับในพื้นที่ต่างจังหวัดได้ 209 ราย
    พล.ต.ต.ปิยะ ยังบอกด้วยว่า ที่ประชุมได้มีการหารือ พรก.ฉุกเฉิน โดยเบื้องต้นจะยังคง พรก.ฉุกเฉิน เนื่องจากมีความเป็นจำในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และขณะนี้ยังมีการเคลื่อนไหวในบางพื้นที่ โดยเฉพาะวิทยุชุมนุมที่ยังคงมีการปลุกระดมบิดเบือนข้อมูลอยู่ ทั้งนี้ยืนยันว่า พรก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม และ กระทรวงการต่างประเทศก็ได้แจ้งว่าขณะนี้ประเทศที่มีการยกเลิกไม่ให้เข้าประเทศจำนวน 26 ประเทศ ขณะนี้ได้ยกเลิกหมดแล้ว ทั้งนี้การยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน จะต้องมีการประเมินถึงตัวชี้วัดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ 7 มิ.ย.นี้ ทางศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมตาม พรก.ฉุกเฉิน และ คดีอาญา โดยมี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการในตำแหน่ง ผบ.ตร. จะเป็นผู้แถลงรายละเอียด รวมถึงแกนนำที่ถูกควบคุมตัวไว้ทั้ง 6 แห่งด้วย

  • ความสามัคคี

    ศอฉ.คง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เอื้อการทำงานเจ้าหน้าที่-คุมวิทยุชุมชน
    พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตำรวจนครบาล แถลงผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยที่ประชุมมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม พร้อมผบ.เหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
    ทั้งนี้ในที่ประชุมตำรวจได้รายงานการปฏิบัติการในพื้นที่ กทม. ในการปฏิบัติการสายตรวจร่วมกับตำรวจ ทหาร และ เทศกิจ โดยจากการปฏิบัติการงานที่ผ่านมาเหตุอาชญากรรมในพื้นที่ กทม.ลดลงจากเดิมมียอด 1,900 ครั้ง เหลือเพียง 800-900 ครั้งต่อวัน นอกจากนี้สถิติการออกหมายจับตาม พรก.ฉุกเฉิน จำนวน 84 ราย ในพื้นที่ กทม. 83 ราย และพื้นที่ต่างจังหวัดอีก 1 ราย โดยเบื้องต้นสามารถจับกุมได้ 27 ราย และยังจับไม่ได้อีก 57 ราย ส่วนการออกหมายจับวางเพลิงในคดีอาญา จำนวน 801 ราย ในพื้นที่ กทม.จับกุมได้แล้ว 31 ราย แต่ยังจับกุมไม่ได้ ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด 770 ราย สามารถจับกุมได้ 174 ราย และยังจับไม่ได้ 596 หมาย แต่ระหว่างการประชุมทางตำรวจภูธรได้แจ้งมาว่าสามารถจับกุมได้เพิ่มอีก 35 ราย รวมสามารถจับกุมตามหมายจับในพื้นที่ต่างจังหวัดได้ 209 ราย
    พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมได้มีการหารือ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเบื้องต้นจะยังคง พ.ร.ก.ดังกล่าวไว้ก่อน เนื่องจากมีความจำเป็นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และขณะนี้ยังมีการเคลื่อนไหวในบางพื้นที่ โดยเฉพาะวิทยุชุมนุมที่ยังคงมีการปลุกระดมบิดเบือนข้อมูลอยู่ ทั้งนี้ยืนยันว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม
    ด้านกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งว่าขณะนี้ประเทศที่มีการยกเลิกไม่ให้เข้าประเทศจำนวน 26 ประเทศ ขณะนี้ได้ยกเลิกหมดแล้ว ทั้งนี้การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะต้องมีการประเมินถึงตัวชี้วัดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน ทางศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ คดีอาญา โดยมี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเป็นผู้แถลงรายละเอียด รวมถึงแกนนำที่ถูกควบคุมตัวไว้ทั้ง 6 แห่งด้วย

  • ความสามัคคี

    27ศอฉ.สั่ง สตช.เปรียบเทียบข้อมูลบุคคลสูญหายกับมูลนิธิกระจกเงา
    [ผู้จัดการ]ศอฉ.สั่ง สตช.เปรียบเทียบข้อมูลบุคคลสูญหายกับมูลนิธิกระจกเงา ชื่อบุคคลที่ถูกจับตามความผิดทางอาญา และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวม 422 คน และผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ตามสถานที่ต่างๆ จะถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำไปเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของกองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เกิดความชัดเจน…

  • ความสามัคคี

    ศอฉ.พบM67บ้านเมียการ์ดนปช.เชื่อมโยงบึ้มทั่วกรุง-ยิงวัดพระแก้ว
    [ผู้จัดการ]ศอฉ.พบ M67 บ้านเมียการ์ด นปช.เชื่อมโยงบึ้มทั่วกรุง-ยิงวัดพระแก้ว ศอฉ.แถลงค้นบ้านเมียการ์ดเสื้อแดง พบระเบิด M67 ซึ่งมีพยานหลักฐานชี้ชัดระเบิดตรงกันกับเหตุบึ้มทั่วกรุงตั้งแต่ช่วง 27 ก.พ.- 19 พ.ค.และเชื่อมโยงถึงระเบิดที่พบในรถ 2 โจรยิงวัดพระแก้วด้วย พร้อมเตรียมขอชื่อคนสูญหายจากมูลนิธิกระจกเงา…

  • ความสามัคคี

    ศอฉ.ชี้เลิก-ไม่เลิกพรก.ฉุกเฉินสรุปได้ก่อน7ก.ค.
    วานนี้(9มิ.ย.)กองบัญชาการกองทัพบก-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศอฉ. เป็นประธานในการประชุม โดยมีตัวแทนจากเหล่าทัพต่างๆเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาในการประชุมร่วม 1 ชั่วโมง หลังจากที่ประชุมศอฉ.ได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานไปพิจารณาขอบข่ายการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ในที่ประชุมวันนี้ทางกระทรวงมหาดไทยและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้มีการเสนอการพิจารณาในส่วนของตน

    หลังจากที่ก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ได้มีการเสนอไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเหลือบางหน่วยงานที่ยังไม่ได้เสนอข้อมูลพิจารณาเข้ามา ดังนั้นที่ประชุมจึงขอให้หน่วยงานที่เหลือพิจารณา และนำเสนอต่อที่ประชุม ศอฉ.ในโอกาสต่อไป ซึ่งที่ประชุมมั่นใจว่าจะมีการพิจารณาจะยกเลิกหรือต่ออายุของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ทันก่อนที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะครบกำหนด 3 เดือน ในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้

  • ความสามัคคี

    ศอฉ.ชี้เลิก-ไม่เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชัดก่อน7ก.ค.นี้

    9 มิย. 2553 19:42 น.

    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศอฉ. เป็นประธานในการประชุม โดยมีตัวแทนจากเหล่าทัพต่างๆเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาในการประชุมร่วม 1 ชั่วโมง หลังจากที่ประชุมศอฉ.ได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานไปพิจารณาขอบข่ายการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ในที่ประชุมวันนี้ทางกระทรวงมหาดไทยและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้มีการเสนอการพิจารณาในส่วนของตน หลังจากที่ก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ได้มีการเสนอไปแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังเหลือบางหน่วยงานที่ยังไม่ได้เสนอข้อมูลพิจารณาเข้ามา ดังนั้นที่ประชุมจึงขอให้หน่วยงานที่เหลือพิจารณาและนำเสนอต่อที่ประชุม ศอฉ.ในโอกาสต่อไป ซึ่งที่ประชุมมั่นใจว่า จะมีการพิจารณาว่า จะยกเลิกหรือต่ออายุของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ทันก่อนที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะครบกำหนด 3 เดือน ในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ในที่ประชุม ศอฉ.เห็นว่า แม้ที่ผ่านมาจะยังคงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ แต่ไม่ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับสังคม และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์แต่อย่างใด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังสอบถามถึงความคืบหน้าในการรวบรวมข้อมูล ภาพเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง และการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ศอฉ.ในการขอคืนพื้นที่แยกราชประสงค์ที่ผ่านมา เพื่อจัดทำเป็นซีดีนำไปสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาชน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่คาดว่าจะนำเสนอต่อที่ประชุมศอฉ.ได้เร็ว ๆ นี้

  • สามัคคี

    สื่อเกาหลีชี้ประชานิยม”ทักษิณ”ทำชาติล่มสลาย ดูข้อมูลเพิ่มเติม
    http://www.capothai.org/capothai/sux-keahli-chi-pracha-niym-thaksin-tha-chati-lm-slay

  • สามัคคี

    วิธีคิด ไม่ธรรมดา ของ มาร์ติน วีลเลอร์
    บัณฑิตเกียรตินิยม อันดับหนึ่ง เคมบริดจ์
    “คนไทยมีพระเจ้าอยู่หัว มีแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ มีศาสนาพุทธที่ดีมาก ทั้ง ๓ อย่างนี้ พยายามรักษาเอาไว้ให้ได้”
    อ่านเพิ่มเติม http://www.capothai.org/capothai/withi-khid-mi-thrrmda-khxng-mar-tin-wil-lex-r

  • สามัคคี

    ว.วชิรเมธี แนะคนไทยมองประโยชน์ของชาติ
    อ่านเพ่มเติมhttp://www.capothai.org/capothai/w-wchir-methi-naea-khn-thiy-mxng-prayochn-khxng-chati

  • สามัคคี

    “สุเทพ”เผยอีก 3 สัปดาห์ศอฉ.ชงข้อสรุปคลอดกม. ปรองดองให้รบ.

    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวถึงการพิจารณาออกกฎหมายนิรโทษกรรมความผิดให้แก่กลุ่มคนเสื้อแดงว่า การนิรโทษกรรมเป็นหนึ่งในแผนสร้างความปรองดองของรัฐบาล ซึ่งศอฉ. ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อีกทั้งต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองในระยะยาว ทั้งนี้ ตนคาดว่าศอฉ.จะใช้เวลาไม่เกิน 3 สัปดาห์ก่อนจัดทำข้อเสนอต่อรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในขณะที่รัฐบาลกำลังศึกษาเรื่องนี้ สื่อมวลชนได้จินตนาการไปไกล พอทุกอย่างไม่เป็นไปตามจินตนาการ เลยสงสัยขึ้นมา ขอยืนยันว่าขณะนี้เรื่องการนิรโทษกรรมไม่ได้สะดุด เพราะยังไม่ได้ตัดสินใจ

    ผู้สื่อข่าวถามว่า การนิรโทษกรรมจำเป็นต้องทำขณะที่มีการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า การนิรโทษกรรม กับการประกาศพ.ร.ก. ฉุกเฉินเป็นคนละเรื่องกัน เพราะบุคคลที่มาร่วมชุมนุมทางการเมือง ถือว่ามีความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพ.ร.ก. ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม คนที่มาร่วมชุมนุมมีหลายส่วน ทั้งที่เป็นแกนนำ ตัวการ ผู้ยุยงปลุกปั่น ผู้ก่อการร้าย คนวางเพลิง คนทำร้ายประชาชน และประชาชนที่ตามมาร่วมชุมนุมโดยไม่มีจิตใจเป็นผู้ก่อการร้าย หรือคิดทำร้ายบ้านเมือง หากจะมีการนิรโทษกรรมก็จะนิรโทษกรรมให้คนกลุ่มหลังซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ 300-400 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องแยกแยะอย่างละเอียด

    เมื่อถามว่า หากไม่มีการต่ออายุพ.ร.ก. ฉุกเฉิน แสดงว่าบุคคล 300-400 คนนี้จะถูกปล่อยตัวเลยใช่ไหม นายสุเทพกล่าวว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิด แม้จะยกเลิกพ.ร.ก. ฉุกเฉิน แต่ถือว่าความผิดที่เกิดขึ้นในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังอยู่ ต้องถูกดำเนินคดีต่อไป เพราะตัวกฎหมายยังอยู่ ยกเลิกเฉพาะการประกาศพื้นที่ที่มีสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง เท่านั้น ดังนั้นไม่ว่าจะต่อ หรือไม่ต่ออายุพ.ร.ก. ฉุกเฉิน คนทำผิดก็ยังต้องมีความผิด

  • สามัคคี

    ศอฉ.ตั้งทีมสอบ86คน ทำธุรกรรมน่าสงสัย หนุนแดงก่อการร้าย

    เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. 53 ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ว่า ที่ประชุม ศอฉ. ซึ่งมีการนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศอฉ. เป็นประธาน ซึ่งในที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องจากประกาศฉบับแรก จะครบกำหนดในวันที่ 7 ก.ค. 2553 เพราะที่ผ่านมาได้ประกาศรวม 4 ครั้ง ในพื้นที่ 24 จังหวัด นายสุเทพ สั่งการให้ทุกฝ่ายประมวลเหตุผลความจำเป็น ในการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปหรือไม่ หรือว่ามีจังหวัดใด พื้นที่ใด ที่สถานการณ์มีความสงบเรียบร้อยแล้ว จะยกเลิกหรือไม่ ก็ให้หน่วยราชการไปศึกษา คาดว่าผลสรุปจะนำเข้า ครม. ก่อนสิ้นสุดการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

  • สามัคคี

    นานาชาติแถลงประณามเผากทม. ร้องแกนนำช่วยหยุดยั้ง สื่อต่างชาติชี้ปัญหารุนแรงในไทยมีรากเหง้า
    ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    http://www.capothai.org/capothai/nanachati-thaelng-pranam-phea-k-thm-rxng-kaen-na-chwy-hyud-yang-sux-tang-chati-chi-payha-runraeng-ni-thiy-mi-rak-henga

  • สามัคคี

    ศอฉ.สังจับตางานศพ”เสธ.แดง”หวั่นวุ่นวายส่งตร.คุมเข้ม

    พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวว่า ที่ประชุม ศอฉ.เป็นห่วงงานศพของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 มิถุนายนนี้ เนื่องจากอาจจะมีผู้มาร่วมงานจำนวนมาก ศอฉ.มอบหมายให้ สตช. รับผิดชอบในการอำนวยความสะดวก เพราะวัดโสมนัสคับแคบ ซึ่งจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความเรียบร้อยให้

  • สามัคคี

    ศอฉ.มอบ “มท.-ตร.” ชงข้อมูล 24 มิ.ย. เลิก-ไม่เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยอดทำธุรกรรมหนุนแดงเหลือ 83 ราย อ้างจนท.สรุปข้อมูลผิด เตรียมส่งจดหมายให้เข้าแจง 18 มิ.ย.-15ก.ค. ห่วงวุ่นสั่ง ตร.ดูงานศพ “เสธ.แดง” เข้ม 22 มิ.ย.

  • สามัคคี

    วิธีคิด ไม่ธรรมดา ของ มาร์ติน วีลเลอร์
    บัณฑิตเกียรตินิยม อันดับหนึ่ง เคมบริดจ์

    “คนไทยมีพระเจ้าอยู่หัว มีแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ มีศาสนาพุทธที่ดีมาก ทั้ง ๓ อย่างนี้ พยายามรักษาเอาไว้ให้ได้”

  • กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 334

    - ขอพระองค์ทรงมีพลานามัยแข็งแรง ขอพระองค์พระสยามเทวาธิราชปกปักษ์รักษาพระองค์

  • กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 334

    - ขอให้พระองค์มีพลานามัยที่สมบูรณ์ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย

  • กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 334

    - ขอพระองค์ทรงมีพลานามัยแข็งแรง ขอพระองค์พระสยามเทวาธิราชปกปักษ์รักษาพระองค์ท่านให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายใด ๆ ทั้งปวง เป็นมิ่งขวัญล้นเกล้าล้นกระหม่อมตราบนานเท่านาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ