สถาบันต่างชาติตบเท้ารับซื้อหุ้นน้ำประปาไทย ล่าสุดเพิ่มสัดส่วน 11% เอชเอสบีซีขนซื้อมากสุดเกือบ 5% ขณะที่กลุ่ม ช.การช่างลดสัดส่วนถือหุ้น 12.12% ส่วนแบงก์ทหารไทย ขายทิ้งเกลี้ยงพอร์ต
จากรวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ ในส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัทน้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) (TTW) ล่าสุดปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นล่าสุด 21 พฤศจิกายน 2551 เปรียบเทียบกับรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 มีนาคม 2551 พบว่า
มีสถาบันต่างประเทศเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นน้ำประปาไทย 11% จากเดิมที่ไม่เคยถือลงทุน ประกอบด้วย HSBC (Singapore) Nominees PTE LTD ถือหุ้น 166.52 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.17 %
State Street Bank and Trust Company for London 61.72 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.55% Societe Generale ถือหุ้น 57.79 ล้านหุ้นคิดเป็น 1.45% Chase Nominees Limited 52.70 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.32% American International Assurance Company, Limited-Apex ถือหุ้น 28.80 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.72%
The Bank of New York (Nominees) Limited นิติบุคคลต่างประเทศ 26,219,200 0.66 Nomura Bank (Luxembourg) S.A. S/A TMA South East Asian Equit 25 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.63% และInvestors Bank & Trust Company 23.07 ล้านหุ้นคิดเป็น 0.58%
ขณะที่กลุ่ม ช.การช่าง ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 มีสัดส่วนการถือหุ้นลดลง เหลือ 34.99% จากเดิมที่เคยถือลงทุน 47.11% คิดเป็น 12.12% ขณะที่แบงก์กรุงเทพ ลดสัดส่วนการถือหุ้นเหลือ 1.85% จากเดิมที่เคยถือหุ้น 2.47% ด้านแบงก์ทหารไทยไม่ปรากฏรายชื่อผู้ถือหุ้น จากเดิมที่เคยถือลงทุน 2.28%
ส่วนการเคลื่อนไหวราคาหุ้นน้ำประปาไทย ในรอบปี 2551 เคยปรับตัวขึ้นไปที่ระดับ 5.90 บาท ณ 9 กรกฎาคม 2551 ต่ำสุดที่ 3.64 บาท ณ 30 ตุลาคม 2551 ราคาเฉลี่ย 4.72 บาท
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า การที่สถาบันต่างประเทศได้เข้ามาเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นน้ำประปา เพราะเป็นหุ้นที่อยู่ในกลุ่มสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และเป็นบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศน้อยกว่า อุตสาหกรรมอื่นๆ
ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการยังเติบโตสวนทางภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ และเป็นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่น่าสนใจ ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงและเคยปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาไอพีโอ ทำให้มีความน่าสนใจเข้ามาลงทุน
บทวิเคราะห์ บล.ธนชาต แนะนำให้ซื้อหุ้นน้ำประปาไทย เพราะแนวโน้มยังคงเติบโต แม้จะปรับสมมติฐานลง แต่กำไรยังคงเติบโต ซึ่งความกังวลภาวะเงินฝืด ทำให้ราคาหุ้นน้ำประปาไทย อยู่ภายใต้แรงกดดัน ดัชนี CPI ของภาคกลาง และภูมิภาค เดือนพ.ย. ลดลงสู่ระดับ 2.9% จากระดับ 10.6% ในเดือนก.ค.จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ไม่สดใส และความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ
ดังนั้นจึงทำการปรับลดสมมติฐานอัตราเงินเฟ้อลงมาอยู่ที่ 1% ในปี 2551-2552 และ 2% ในปี 2553 จากสมมติฐานเดิมที่ 3% และจากค่าคงที่ (K) ที่ 2.5% ค่าน้ำประปาของบริษัทน้ำประปาไทย จึงน่าจะยังคงเพิ่มขึ้นราว 3.5% ในปีหน้า นอกจากนี้ได้ปรับลดสมมติฐานอัตราการเติบโตยอดขายของบริษัทน้ำประปาไทยมาอยู่ที่ 7% ปี 2552-2553 จาก 10%
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
