พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สำนักนิติวิทยาศาสตร์ ให้สัมภาษณ์รายการ “เจาะข่าวเด่น” ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 ว่า จากการจำลองยิงแก๊สน้ำตา เมื่อวานนี้(12 ต.ค.) ทำให้เห็นภาพว่าแก๊สน้ำตาที่ตำรวจใช้ในประเทศมีทั้งหมด 6 ชนิด เป็นแบบยิง 4 ชนิดและแบบขว้าง 2 ชนิด แต่ที่เราพบในพื้นที่มากที่สุดเป็นชนิดแบบยิงจากประเทศจีน ซึ่งแก๊สน้ำตาจากจีนชุดนี้ถูกหน่วยงานต่างๆ เบิกจากคลังแสงหมดส่วนกลางไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 แล้ว
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า แก๊สน้ำตาแบบยิงจากจีนสามารถทำให้แขนขาดขาขาดได้หรือไม่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า เบื้องต้นทุกคนที่ดูการทดลองก็จะเข้าใจตรงกันทั้งหมด เพราะว่าเหล็กยังทะลุ เกิดหลุมกว้างประมาณ 8-10 เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถระบุระเบิดชนิดอื่นได้ เนื่องจากวัตถุพยานถูกเก็บไปตั้งแต่วันแรก แต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็สามารถเก็บได้จำนวนมาก ซึ่งประกอบด้วยระเบิดประกอบเอง ระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก และระเบิดขว้างๆ ขนาดเล็กอีก 2 ลูก แต่เราไม่สามารถนำมาเป็นหลักฐานได้ เพราะไม่ได้เข้าพื้นที่ตั้งแต่วันแรก ประกอบกับไม่ได้รับอนุญาตให้ดูวัตถุพยาน
“ในที่ประชุม เราก็นั่งฟังผบ.ทบ.(พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก) ประชุมร่วมกับ ผบ.ตร.(พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) ผบ.เหล่าทัพ ซึ่งข้อมูลที่พูดออกมา ก็ชัดเจนว่ามติที่ประชุม ซึ่งก็หมายถึงนโยบายผบ.ตร.คือไม่ลุย แต่สรุปออกมาได้ว่า มีผู้สั่งให้ลุย และก็ผบ.ตร.พยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว คือประวิงเวลา จากที่มีคำสั่งให้ลุยตั้งแต่ตี2 มาเป็น6โมงเช้า” ผอ.สำนักนิติวิทยาศาสตร์กล่าว
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า คนใกล้ชิดของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าให้พญ.คุณหญิงพรทิพย์ต้องระบุตัวคนสั่งออกมา พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า “ความจริง ทำไมจะต้องร้อนตัวล่ะคะ ก็คือมันก็มีข้อมูล ใครบอกใครเป็นคนสั่ง แล้วใครเป็นคนถอน พล.อ.ชวลิตก็เป็นคนบอกเองว่าท่านสั่ง แต่ตำรวจทำไม่เหมือนที่ท่านสั่ง แล้วก็เลยลาออก เราก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจริงเท็จคืออะไร”
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าในที่ประชุมมี Master mind คืออะไร แต่มีคนเกี่ยวข้อง 2-3 คน Master mind มีพลังพอที่จะทำให้ พล.ต.อ.พัชรวาททำงานได้ยาก แต่พล.ต.อ.พัชรวาทสั่งการให้ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) แต่หลังจากนั้น ได้โทรหาตำรวจนครบาลที่ได้ฟังคำสั่งก็ไม่รับ และไม่ติดต่อกลับ 1 วันเต็มๆ พอวันรุ่งขึ้น ผบ.ทบ.ก็มาตามเรื่องว่าไปถึงไหนแล้ว จึงตอบว่าเขาไม่ให้ทำ เผอิญเมื่อกลับขึ้นกรุงเทพฯ อีกครั้ง พบว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้แต่งตั้งแล้ว ตนจึงไปทางนั้นแทน
“ไม่ว่านิติวิทยาศาสตร์จะอยู่ในชุดนั้น มันก็เป็นนิติวิทยาศาสตร์ ตรงไปตรงมา ไม่มีวันเบี่ยงเบนไปตรงไหนได้ ยกเว้นแต่ว่าจะไปจนเป้าหมายสุดท้าย ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการใหญ่” พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าว และว่า สามัญสำนึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจคือต้องว่าใช้แก๊สน้ำตาเพื่อปราบม็อบ แต่พอเห็นการบาดเจ็บต้องหยุด ทั้งนี้ เห็นในหลายจุดว่า ยิงแก๊สน้ำตา 3-4 นัดก็พอแล้ว ไม่ใช่ร้อยนัด เราต้องปรามม็อบไม่ใช่อาวุธที่ยิงในสงคราม
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวถึงกรณีนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และพล.ต.อ. ประทิน สันติประภพ อดีตส.ว.ตั้งขอสังเกตุว่าใกล้ชิดกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า “ขอให้ระมัดระวัง ควรได้รับรู้ข้อเท็จจริง ง่ายๆ ถ้าหมอพรทิพย์ใกล้ชิด หมอพรทิพย์จะถูกเขาแกล้งจน 3 ปี ให้เป็นประพฤติชั่วร้ายแรงหรือ เราเองเรารู้สึกเฉยๆ ไม่อยากให้แตกแยกมากขึ้น ในสิ่งที่ทำ เราทำเพื่อเหยื่อทุกคนและทำให้ความจริงปรากฎอย่างถูกต้องเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม เมื่อจบงานนี้ แล้วจะขอกลับลงพื้นที่ภาคใต้ ทำงานตามเดิม”
ที่มา – มติชน
