จากการประชุมกลุ่มประเทศผู้ร่ำรวย 20 ประเทศ หรือ G20 ที่เมืองโตรอนโตเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ออกมาร่วมกันแถลงข่าวในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยการลดการขาดดุลการคลังลงครึ่งหนึ่งให้ได้ภายในปี 2013 และทำการปรับปรุงสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ภายในปี 2016 รวมถึงเรื่องการปรับสมดุลของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะเรื่องของการปรับลดหนี้สินของประเทศตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและกลุ่มยุโรป ขณะที่การกดดันในการให้จีนปล่อยค่าเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้นยังยังไม่เกิดผลให้เกิดขึ้นมากนักแม้ว่าจะมีการเพิ่มยืดหยุ่นต่อค่าเงินหยวนบ้างแล้ว
ภาพผู้นำกลุ่มประเทศ G-20 : จาก New york Time
หลังจากการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงที่ผ่านมาได้เข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวขึ้นมา แต่จากภาวะการขาดดุลด้านการคลังกำลังเป็นปัญหาที่สำคัญเนื่องมาจากแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศซึ่งอาจสร้างปัญหาขึ้นได้ในอนาคต ในขณะที่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาการเปิดเผยตัวเลขจำนวนการขายบ้านในสหรัฐที่ลดลง ซึ่งเป็นการแสดงถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังต่ำอยู่ตลอดจนอัตราการเติบโตในภาคการผลิตของสหรัฐก็ยังไม่ดีขึ้นมากนัก
ในการประชุม G20 ครั้งนี้สหรัฐได้ออกมาเจรจากับทางยุโรปในเรื่องการลดการกระตุ้นเศรษฐกิจและเรื่องการลดการขาดดุลลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อการชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอาจมีผลต่อการเกิดภาวะถดถอยเกิดขึ้นอีกครั้งขณะที่ฝั่งยุโรปเองโดยเฉพาะเยอรมันมีความกังวลในเรื่องการลดการขาดดุลให้ช้าออกไปอาจส่งผลต่อภาระหนี้สินที่ก่อตัวขึ้นรวมไปถึงอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับตัวสูงขึ้นอันจะมีผลต่อสถานะทางการคลังของประเทศที่มีการออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในเรื่องของการลดการขาดดุลงบประมาณในด้านสหรัฐเองทางประธานาธิบดีบารักโอบาม่าซึ่งได้ใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงแรกของการรับตำแหน่งในแผน combo Deal ได้เห็นด้วยในการลดการขาดดุลงบประมาณและเมื่อกลับไปแล้วจะพร้อมที่จะทำการหารือส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประเด็นนี้ถือว่าเป็นการริเริ่มจากภายในกลุ่มประเทศ G20 เอง ขณะที่ก็มีการกล่าวถึงการที่ออกมาชะลอการใช่จ่ายแบบขาดดุลงบประมาณอาจนำไปสู่การชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีขนาดทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกและนำไปสู่ผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าอื่น เช่น จีน อินเดีย หรือบราซิลที่เป็นประเทศเกิดใหม่และมีฐานการส่งออกมาที่สหรัฐได้
ขณะที่ประธานาธิบดีจีน นายหู จิ่น เทา ได้ออกมากล่าวว่า “ เราต้องมีความระมัดระวังในการปฏิบัติและคำนึงถึงความเหมาะสมเกี่ยวกับระยะเวลาและความเข้มข้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อโมเม็นตัมของการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก” ในอีกด้านหนึ่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของเยอรมันได้ออกมากล่าวถึงสหรัฐในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนายโอบาม่ายังไม่ส่งผลกระทบไปในวงกว้างมากนักโดยเฉพาะต่ออัตราการว่างงานของสหรัฐที่ยังอยู่สูงถึง9%
มีการคาดการณ์ว่าสหรัฐจะสามารถลดการขาดดุลการคลังลงให้ได้ 4.2% ของจีดีพีได้ภายในปี 2013 จากเดิมที่ขาดดุลอยู่10.1% ของจีดีพี ขณะที่เยอรมันจะลดการขาดดุลมาอยู่ที่ 3% ของจีดีพีภายในปี 2013 จากเดิม 5.5% ของจีดีพีในปี 2010
ตารางการขาดดุลการคลังและภาวะหนี้สาธารณะ : จาก The Wallstreet Journal
พร้อมกันนี้จากการประชุมได้มีการออกแถลงการณ์ผลการประชุม G20 (The G-20 Toronto Summit Declaration) ออกมาเพื่อนำไปสู่การปรับสมดุลของเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ให้เกิดขึ้น และยังเป็นข้อตกลงร่วมกันของประเทศสมาชิกในการร่วมกันแก้ปัญหาความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลก การปฏิรูปIMFและธนาคารโลก รวมไปถึงการปรับปรุงภาคการเงินของประเทศที่ยากจนกับประเทพัฒนาแล้ว และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกอีกหลายประเด็น โดยการประชุม G20 ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้
นอกเหนือจากการประชุม G20 ซึ่งเป็นการกระชุมที่รวมประเทศที่ร่ำรวยมาอยู่ที่เดียวกันแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมกลุ่มผู้ต่อต้านประเทศเหล่านี้ กลุ่มต่อต้านโลกภิวัฒน์ ตลอดจนกลุ่มที่ออมาเรียกร้องในประเด็นต่างๆ โดยมีความรุนแรงเกิดขึ้นโดยกลุ่มคนในชุดเสื้อดำออกมาก่อความวุ่นวายและรุนแรง ทั้งการทุบรถ เผารถซึ่งทางตำรวจของแคนาดาก็ได้จับกุมกลุ่มผู้ก่อความวุ่นวายไป โดยใช้ทั้งแก็สน้ำตา กระบองและฉีดน้ำดับเพลิงในการเข้าระงับเหตุ
ที่มา : Newyork time , The Wall Street Journal , Bloomberg
