หลังจากที่ได้เคยนำเสนอแนวคิดเศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ ของ อี เอฟ ชูมัคเกอร์ ไปก่อนหน้านี้แล้ว ครั้งนี้อยากจะขอนำเสนอแขนงหนึ่งของสาขาเศรษฐศาสตร์ประเพณีนิยมใหม่ (New Traditional Economics) ซึ่งส่วนใหญ่จะอิงกับหลักศาสนา หรือไม่ก็กลุ่มประเพณีนิยมที่มีลักษณะเฉพาะกลุ่ม

คานธี ครั้งรณรงค์ให้ชาวอินเดียทอผ้าใช้เอง ต่อต้านสินค้าอังกฤษ
ชื่อของ มหาตมะ คานธี (Mohandas Gandhi) กลายเป็นชื่อแรกๆที่เราคิดถึงนักเคลื่อนไหวแนวอหิงสา (nonviolence) นอกจากคานธีจะมีส่วนในการเรียกร้องเอกราชอินเดียจากการกดขี่ของอังกฤษแล้ว คานธียังใช้หลักอหิงสาใยการเปลี่ยนแปลงสังคม เศรษฐกิจและการเมืองด้วย โดยเฉพาะแนวคิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจ คานธีผู้ยึดถือหลักอหิงสาและ สัตยเคราะห์(ความสัตย์จริง) ได้เคยเสนอว่า “ก่อนหน้านี้เขาเคยเชื่อว่าพระเจ้าคือความจริง แต่หลังจากนั้นเขาจึงหันมาเชื่อว่าความจริงคือพระเจ้า” SIU ได้ลองสรุปแนวคิด “เศรษฐศาสตร์แนวอหิงสา” ของคานธีให้เข้าใจง่ายๆดังนี้
1. ต้องมีการกระจายอำนาจทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ โดยทางด้านเศรษฐกิจนั้นจะต้องอิงกับชุมชนเป็นหลัก
2.เศรษฐกิจแบบอหิงสาเน้นความร่วมมือมากกว่าการแข่งขัน การผลิตนั้นต้องเป็นไปเพื่อความต้องการขั้นพื้นฐานและมีเป้าหมายเพื่อการขจัดความยากจน
3.ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีของผู้ใช้แรงงาน ในฐานะผู้ที่เป็นผู้สร้างของโลกใบนี้
4.ทุกคนต้องพึ่งพาตัวเองให้มาที่สุด (self-efficiency) คานธีได้แสดงออกให้เห็นเมื่อต่อต้านสินค้าสิ่งทอจากอังกฤษ โดยการให้คนอินเดียทอผ้าใช้เอง
5.ยกเลิกการกดขี่ทางเพศ ทางเชื้อชาติ ทางชนชั้นและวรรณะ ในสังคมแบบอินเดียวรรณะนั้นเป็นเครื่องมือปิดกั้นในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก
6.ต้องมีจุดมุ่งหมายที่การผลิตแบบไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ

หนทางของมหาบุรุษนั้นทำได้ค่อนข้างยากในเส้นทางทุนนิยมยุคปัจจุบัน ซึ่งอาจจะทำได้กับชุมชนหรือสังคมขนาดเล็ก แต่ก็ถือว่าเป็นเศรษฐศาสตร์ทางเลือกแนวหนึ่งที่น่าสนใจ และแพร่หลายในสังคมอินเดียบางแห่ง หากใครจะประยุกต์ไปใช้ได้ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย
