พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ให้นางสโรชา พรอุดมศักดิ์ สัมภาษณ์ ณ บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ผ่านช่อง Thai-Asean News Network (TAN Network) ของเครือ ASTV ผู้จัดการ
ในช่วงต้นของการสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์ได้สอบถามพลเอกเปรม เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

Prem: When he proposed this philosophy, somebody laughed, you know. They don’t believe it. It was something…like, you know… impossible. As long as you learn, as long as you follow (his teachings), the way the King does to the people, teach the people, what is the real meaning of this philosophy. He said sufficiency economy is not a theory, but a philosophy. So you have to turn his philosophy into practice and then you will see what he means…this is the way you can survive yourself. This is the way you can live by your own money, your earnings. It’s proof that it is usable. It is not impossible at all. It is possible if you do what you were taught. Right now, I believe that even high society, even the foreigner who didn’t believe this philosophy before, just learned that it is a good way to go, not for the rich country like America, but the poor country like ours. Like the other poor countries, it works and it works very well.
พลเอกเปรม : เมื่อพระองค์ท่านทรงเสนอปรัชญา (เศรษฐกิจพอเพียง) นี้, บางคนก็หัวเราะ พวกเขาไม่ยอมเชื่อ เพราะดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อคุณได้เรียนรู้มากขึ้น เมื่อคุณได้ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ถึงวิถีทางที่พระองค์ทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อพสกนิกร ทรงสอนพสกนิกร นั่นแหละคือความหมายที่แท้จริงของปรัชญานี้
พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัสว่าเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ทฤษฎี แต่เป็นปรัชญา ดังนั้นคุณจะต้องหาทางทำให้ปรัชญาของพระองค์ท่านกลายมาเป็นความจริง แล้วคุณก็จะเห็นว่าพระองค์ท่านทรงหมายความถึงสิ่งใด…นี่ก็เป็นหนทางที่คุณจะอยู่รอดเองได้ด้วย นี่เป็นหนทางที่คุณจะอยู่ได้ด้วยเงินทองของคุณ และรายได้ของคุณเอง ปรัชญานี้ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผล ไม่ได้เป็นไปไม่ได้เลย มันเป็นไปได้ถ้าคุณทำในสิ่งที่พระองค์ทรงสอน ตอนนี้ผมเชื่อว่าแม้แต่ในสังคมที่สูงกว่า แม้กระทั่งในกลุ่มชาวต่างชาติซึ่งเคยไม่เชื่อถือในปรัชญานี้มาก่อน ก็ได้เรียนรู้ว่านี่เป็นหนทางที่ดีที่จะปฏิบัติตาม ไม่ใช่สำหรับประเทศร่ำรวยอย่างสหรัฐอเมริกา แต่เป็นประเทศยากจนอย่างพวกเรา อย่างประเทศยากจนอื่นๆ ปรัชญานี้ใช้ได้ และใช้ได้ดีด้วย
เมื่อผู้สัมภาษณ์สอบถามเกี่ยวกับ สถานการณ์ความขัดแย้งต่างประเทศ
Sarosha: In terms of Thailand’s current situation, the problems that we are experiencing, there are certain elements, individuals who are trying to damage Thailand both in spirit and in image. How do we deal with these individuals, these purposes, these threats?
Prem: Do you mean the people next door to the country?
Sarosha: Yes sir. What advice would you give me? I’m asking as a citizen of Thailand, what advice would you give me?
Prem: You should do what you think is good for your country. That’s a very simple answer, but to do, I believe making people understand is a very important part of what you have to do. You must be calm. You must be patient. Don’t lose your (calm) mind. Don’t get very angry. That is not good motivation. It’s a very sensitive issue, so you have to be careful. Try to make these people, our people, understand what is right and what is wrong. Try to tell them what is right and what is wrong. If they don’t listen to you, ok. You just keep trying.
Sarosha: So keep trying to communicate. Are we communicating enough right now, do you think?
Prem: I don’t know. In some way, in the other way, it is not. Try to tell the people that you have to do good for your country, not good for the other country. That is not your job, not your business. Your business is here, back in Thailand.
สโรชา: หมายถึงสถานการณ์ในปัจจุบันของประเทศไทย ปัญหาที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่ มีเหตุการณ์บางอย่าง บางคนกำลังพยายามทำลายประเทศไทยทั้งในแง่จิตวิญญาณและภาพลักษณ์ เราควรจะจัดการกับคนเหล่านี้ ความต้องการเหล่านี้ และภัยคุกคามเหล่านี้อย่างไร?
พลเอกเปรม: คุณหมายถึงคนที่อยู่ประเทศถัดจากเราไปนี่หรือ?
สโรชา : ใช่ค่ะ ท่านจะให้คำแนะนำดิฉันว่าอย่างไรบ้างคะ? ดิฉันถามในฐานะของพลเมืองไทย ท่านจะมีคำแนะนำใดให้ดิฉันได้บ้าง?
พลเอกเปรม : คุณควรทำในสิ่งที่คุณคิดว่าดีสำหรับประเทศของคุณ มันเป็นคำตอบที่ง่ายมาก แต่การกระทำนั้น ผมเชื่อว่าการทำให้ผู้คนมีความเข้าใจ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องทำ คุณต้องมีความใจเย็น คุณต้องมีความอดทน อย่าใจร้อน อย่าโมโหโกรธาเกินไป นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดีหรอก มันเป็นเรื่องอ่อนไหว ดังนั้นคุณจะต้องระมัดระวัง ลองหาทางทำให้คนเหล่านี้ คนของเรา เข้าใจว่าอะไรผิด อะไรถูก พยายามบอกพวกเขาว่าอะไรผิดอะไรถูก ถ้าพวกเขาไม่ฟังคุณ ก็ต้องพยายามต่อไป
สโรชา : นั่นคือจะต้องทำการสื่อสารกันต่อไป ท่านไม่คิดหรือคะว่าเราได้สื่อสารมาเพียงพอแล้ว?
พลเอกเปรม : ผมไม่ทราบ บางกรณีก็ใช่ แต่บางกรณีอาจไม่ใช่ ลองบอกผู้คนว่า คุณต้องทำสิ่งที่ดีให้กับประเทศชาติของคุณ ไม่ดีหากทำเพื่อประเทศอื่น นั่นไม่ใช่หน้าที่ของคุณ ไม่ใช่กิจการของคุณ กิจการของคุณอยู่ที่นี่ ในเมืองไทยนี่
เมื่อสอบถามถึงสุขภาพ พลเอกเปรม ได้กล่าวว่าเขายังคงออกกำลังกายด้วยการเล่นกอล์ฟในช่วงเย็นทุกสัปดาห์ๆ ละครั้ง และใช้เวลาว่างในการเล่นเพลง และแต่งเพลง นอกจากนี้ยังมีเพลงที่ได้แต่งเก็บเอาไว้ 8 อัลบั้ม เพื่อเอาไว้แจกจ่ายคนที่มาเยี่ยมที่บ้านพักด้วย
ครั้งนี้ถือเป็นการสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้พลเอกเปรม ติณสูลานนท์เคยให้สัมภาษณ์กับ Far Eastern Economics Review ในช่วงปี พ.ศ. 2549 มาแล้ว
ที่มา :
