Practical Report กูเกิลบอก อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์เกิดปัญหาเพราะตัวเอง ไม่ใช่เพราะออนไลน์

Hal Varian หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกูเกิล ได้นำเสนอประเด็นในงานเสวนาของ FTC (คณะกรรมการทางการค้าของสหรัฐ) โดยบรรยายถึงโครงสร้างอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ของสหรัฐ (โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์) ว่าเกิดปัญหาเสื่อมความสำคัญลงมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมีปัญหาจากการเข้ามาของอินเทอร์เน็ต

SIU คัดเลือกบางประเด็นที่น่าสนใจจากเอกสารของ Varian มานำเสนอ

โครงสร้างรายได้-ต้นทุนของสื่อหนังสือพิมพ์

  • รายได้เกิดจากโฆษณา 80% และการขายหนังสือพิมพ์อีก 20%
  • ต้นทุนของการผลิตและการจัดจำหน่าย สูงถึง 52%
  • หนังสือพิมพ์มีกำไร 13%
  • การเข้ามาของอินเทอร์เน็ต อาจช่วยลดในส่วนของการผลิตและการจัดจำหน่ายลง

แต่อัตราการลงโฆษณาของสหรัฐเริ่มลดลง เมื่อเทียบกับปี 1995-2008

  • หนังสือพิมพ์และทีวี ลดลง
  • อินเทอร์เน็ตและเคเบิลทีวี เพิ่มขึ้น

ส่วนแบ่งในตลาดสื่อ

  • หนังสือพิมพ์ ลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 50s
  • ทีวีเป็นสือที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด ตามมาด้วย Direct Mail
  • อินเทอร์เน็ตเพิ่งเริ่มมีบทบาทหลังปี 2000s

ถ้าเปรียบเทียบรายได้จากโฆษณา (ในเชิงสัมพัทธ์) กับเศรษฐกิจของสหรัฐ (โดยใช้ GDP) จะเห็นว่ารายได้จากโฆษณาลดลงอย่างต่อเนื่องในทศวรรษที่ 2000s และลดลงอย่างมากในปี 2008 ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ

แยกย่อยรายได้จากโฆษณาในแต่ละส่วน

  • สีม่วง Retail โฆษณาจากแบรนด์ท้องถิ่น
  • สีแดง National โฆษณาแบรนด์ระดับชาติ
  • สีน้ำเงิน Classify ประกาศโฆษณา
  • สีเขียว Online โฆษณาจากเว็บไซต์

แสดงยอดพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ที่ลดลงเรื่อยๆ ของหนังสือพิมพ์

แสดงความนิยมของข่าวออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น

จุดสังเกต ต้องไม่ลืมว่าการนำเสนอครั้งนี้ของกูเกิล มีไว้เพื่อโต้คำกล่าวหาของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ที่ว่า กูเกิล (โดยเฉพาะบริการค้นข่าว Google News) ทำให้คนซื้อหนังสือพิมพ์น้อยลง (หรือเข้าเว็บของหนังสือพิมพ์เองน้อยลง) ทำให้รายได้ของหนังสือพิมพ์ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งคนที่ออกมาพูดเรื่องนี้คือ Rupert Murdoch เจ้าพ่อสื่อขนาดยักษ์เครือ News Corporation ซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal และ Washington Post

ข้อมูลของ Hal Varian จึงถือเป็นการออกมาโต้แบบกลายๆ ว่า อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์นั้นเผชิญภาวะตกต่ำมานานแล้ว เพียงแต่ว่าเพิ่งมาชัดเจนในเร็วๆ นี้ และโทษกูเกิลว่าเป็นต้นเหตุ

อ่านเอกสารนำเสนอฉบับเต็มของ Hal Varian ได้ด้านล่าง

ที่มาจาก TechCrunch